3 ประกาศิตมาร
“อุ้ย!!” เฌอเอมร้องอุทานด้วยความใเล็กน้อยเมื่อเดินเลี้ยวลับมุมถนนมาเจอเข้ากับสาวสวยสองนางซึ่งคอยพูดจากระแนะกระแหนตลอดทุกครั้งที่เธอเดินผ่านขณะนี้ได้ยืนเอนแผ่นหลังอิงกับผนังห้องดวงหน้าเนียนเรียบฉายความเ็าไม่แพ้ดวงตาเปล่งประกายแข็งกร้าว...
หาเื่เธออีกชัวร์! ดีนะสายน้ำผึ้งเตือนมาแล้วทำให้พอปะติดปะต่อเื่ราวได้ถูก ไม่งั้นก็งมโข่งอยู่ในกะลา ปล่อยให้เขาด่าฟรีๆอยู่ฝ่ายเดียว
“ไม่ทราบว่ามีอะไรหรือเปล่าคะ”เอ่ยถามเสียงหวานดวงหน้าอิ่มเอิบมีสีชมพูระเรื่อเพราะทำงานหนักยังยิ้มแย้มแช่มชื่น ตีหน้าไม่รู้ไม่ชี้กับความไม่ชอบใจที่สองสาวส่งมาให้ก็ไปสนใจเื่หมูหมากาไก่ทำไมให้ปวดหัวเขาอยากโกรธอยากเกลียดก็เป็ที่เขาทุกข์เองเธอยังอยู่ได้สบายกายใจและมีความสุขดีอยู่
“เธอเป็พนักงานล้างห้องน้ำคนใหม่ใช่ไหม”แม่สาวร่างสูงโปร่งอกใหญ่ ป้ายเหล็กตรงหน้าอกบอกว่าชื่อนิลาวัลย์เอ่ยถามน้ำเสียงค่อนไปทางดูถูกดูแคลน
“ไม่น่าถามเลยลาวัลย์หน้าตาเอ๋อเซ่อซ่าอย่างกับพวกไม่เต็มบาทแบบนี้ ได้แค่พนักงานล้างส้วม! ก็ดีแค่ไหนแล้ว” สาวร่างอรชรอ้อนแอ้นอีกคนป้ายบอกชื่อนวลนุชร่วมผสมโรง
“ค่ะ” เฌอเอมถามเสียงสูงลิ่วเอียงศีรษะเล็กน้อย
“ดูซิบอกแล้วยังจะมายืนทำงงอย่างกับเด็กปัญญาอ่อนอีก ทำไมถึงไม่รีบไปทำล่ะย่ะไม่รู้หรือไง นี่นะห้องน้ำสำหรับให้แขกมาใช้บริการ ต้องให้สะอาดเอี่ยมอ่องอยู่เสมอเธอนี่...ไม่แค่เอ๋อเซ่อ แต่สมองทึบ ปัญญายังเท่าหางอึ่ง”นวลนุชพูดรัวเร็วราวกับ้าเอาใจสาวอีกคน
“ทำงานแย่ ไม่รับผิดชอบอย่างนี้คงต้องรายงานคนดูแลมากกว่า”วิลาวัลย์เอ่ยราวกับว่าตัวเองมีอำนาจหน้าที่ตัดสินได้จะรับใครเข้าทำงานบ้าง
เฌอเอมยังคงยืนนิ่งและยิ้มหน้าระรื่น “ขอโทษนะคะคือฉันจำได้ ห้องน้ำนี้เพิ่งทำความสะอาดไปไม่ถึงสิบนาที เป็ไปไม่ได้ที่จะสกปรกโดยการใช้งานยกเว้นมีพวกคนปัญญาอ่อนสมองฝ่อและน้อยยิ่งกว่าพวกวัวควายแถวบ้านฉันที่ต้องมีคนจูงไปไหนมาไหน”
ดวงตากลมใสแจ๋วราวกับลูกแก้วไล่มองสองสาวทีละคนอย่างเชื่องช้า“เห็นการหางานให้คนอื่นทำเป็เื่สนุก”
“แก!” โทสะพุ่งลิ่วจนดวงหน้าอิ่มเอิบแดงระเรื่อวิลาวัลย์ชี้มือสั่นระริกใส่หน้าเฌอเอม
“มันด่าเรานะลาวัลย์”เอ่ยบอกเพื่อนด้วยความร้อนใจ ด้วยตัวเองเป็คนทำให้ห้องน้ำสกปรก
วิลาวัลย์หน้าตึง “รู้แล้ว ไม่ต้องย้ำ ไม่ได้โง่”ก้มหน้า ทำตาดุกราดเกรี้ยว ต่อว่าลูกคู่สาวที่ไม่น่าให้ร่วมแผนการเลยให้ตายซิไม่ยอมรับเสียอย่างใครจะทำไงได้ หลักฐานก็ไม่มีสักอย่าง
“หน้าตาหงิมๆ แต่ไม่คิดว่าปากจัดแสดงว่ายายปากเสียบางคนเคี่ยวเข็ญสอนมาอย่างดีซินะแต่ปากอย่างนี้ระวังทำงานที่นี่ได้ไม่ยืนน่ะย่ะ” กัดฟันกรอดๆ
“ขอบคุณค่ะที่หวังดีช่วยบอกกล่าวเอ่อ...พอดีฉันค่อนข้างโง่นะคะ คุณช่วยบอกหน่อยได้ไหมทำงานที่นี่เขาตัดสินกันที่ฝีปากจัดๆ หรือดูที่การทำงานคะหรือว่า...ดูจากการใช้รูปร่างหน้าตา...”
“มันด่าเธออีกแล้วลาวัลย์”
“เงียบนะ!!” วิลาวัลย์หันไปตวาดลูกคู่ที่คอยซ้ำเติมเธอเสียมากกว่า
“อีกอย่างที่คุณสองคนยังไม่รู้คือว่า...ฉันไม่ได้เป็พนักงานล้างห้องน้ำอย่างที่เข้าใจหรอกค่ะ”พูดน้ำเสียงราบเรียบแ่เบาคล้ายเด็กที่ขลาดกลัวการออกไปยืนหน้าชั้นเพียงแค่ได้ยินเสียงอะไรนิดก็สะดุ้งโหยงจนวิ่งกลับไปซุกอยู่ในซอกมุมซึ่งตัวเองคิดว่าปลอดภัยที่สุด
“ฉันเป็แม่บ้านทำความสะอาดห้องแขกค่ะเงินเดือนอาจน้อยนิดเดียว” ยิ้มจนแก้มป่อง ั์ตาพร่างพราววาวใส“แต่มีเกียรติมากกว่าพนักงานบางคนที่ชอบใช้...”ไม่พูดแต่ใช้การมองที่ทำเอาคนถูกมองถึงกับเนื้อตัวสั่นเทิ้มด้วยเพลิงโทสะ
“แก!!” วิลาวัลย์ตัวสั่นเทิ้มยกมือชี้หน้าเฌอเอมที่ยังยืนั์ตาใสแจ๋วใสซื่อ ฉีกยิ้มกว้าง ทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้อย่างเด็กทำผิดแล้วต้องปกปิดซ่อนเร้นไม่ให้พ่อแม่ล่วงรู้
“คุณสองคนมีอะไรกับฉันอีกหรือเปล่าคะแบบว่า...ฉันคงต้องรีบไปเรียกพนักงานมาทำความสะอาดห้องน้ำที่พวกโรคจิต...”เน้นคำพูดหนักๆ ด้วยน้ำเสียงชัดเจน “ทำเอาไว้นะคะ”
ไม่รอให้อีกฝ่ายได้โต้ตอบอะไรเฌอเอมก็หันหลังเดินจากไปแต่ก็ไม่วายทิ้งคำพูดเอาไว้“ไม่น่าเชื่อเลย คนเราหน้าตาก็สวย หน้าที่การงานหรือก็ดี แต่ทำไมถึงได้สมองนิ่มหรือสมองคิดได้แต่ว่าจะทำร้ายคนอื่นเขายังไง ด่าว่าคนอื่นเขายังไงโดยไม่ยอมมองดูว่าตัวเองทำผิดอะไรบ้าง เฮ้อ!! ทำไมถึงปัญญาไม่เต็มเต็ง ทำเื่ไร้สาระอย่างนี้ก็ไม่รู้น่าเบื่อจริง!”