ลำนำชะตาหวนคืน (อ่านฟรีจนจบ)

    บทที่ 14 ลอบฆ่า(2/2)

    ทางด้านมือสังหารทั้งสิบคน พวกเขาเคลื่อนไหวไปตามชายคาด้วยความเงียบเชียบอย่างมืออาชีพ ก่อนจะถึงที่หมายนั่นก็คือเรือนรับรองในเรือนคุณชายใหญ่หยูจินหมิง พวกเขาหลบหลีกคนที่ลาดตระเวนเข้าไปในตัวเรือนได้อย่างง่ายดาย ตามข้อมูลที่ได้รับคือเป้าหมายเป็นผู้มีฝีมือ ดังนั้นทุกย่างก้าวจึงต้องระแวดระวังเป็นพิเศษ

    เมื่อมาถึงยังสถานที่ที่คาดว่าเป็นห้องนอน หนึ่งในนั้นจึงโบกมือเป็นเชิงสัญลักษณ์ว่าให้เตรียมตัว เขาทำการเปิดประตูอย่างเบามือและย่องเข้าไปอย่างเงียบเชียบ ภาพที่ปรากฏตรงหน้าคือสตรีนางหนึ่งที่กำลังหลับใหล เพราะฟังจากเสียงลมหายใจแล้วนั้นนิ่งสงบไร้ระลอกคลื่นใดๆ

    พวกเขาพลันคิดไปว่างานนี้ช่างง่ายดายราวกับปอกกล้วยเหตุใดข้อมูลจึงบอกว่านางเก่งกาจกัน

    หารู้ไม่ว่า...คนที่กำลังนอนอยู่บนเตียงก็มีความสามารถในการกำหนดลมหายใจ เพราะนางเองก็ใช่ว่าจะไม่มีวิชาการต่อสู้ติดตัวเลย

    มีดสั้นเล่มยาวประมาณเกือบสิบชุ่นปรากฏขึ้นในมือของนักฆ่าคนหนึ่ง เขาเตรียมจบงานโดยการเข้าไปใกล้หญิงสาวแล้วง้างมือขึ้นหมายแทงทะลุผ่านลำคอ ทว่าสตรีที่คิดว่าหลับไปแล้วกลับลืมตาขึ้นมากะทันหันพร้อมกับมีลูกดอกอาบยาพิษพุ่งตรงไปยังกลุ่มคนทั้งสิบรวมทั้งคนถือมีดด้วย

    ลูกดอกเหล่านั้นมาจากทุกทิศทางที่ล้อมรอบมือสังหาร ไม่นานพวกเขาก็ปรากฏกายออกมาพร้อมกันกับร่างของผู้บุกรุกที่เริ่มล้มไปกับพื้นทีละคนสองคน

    พิษพวกนั้นเริ่มแทรกซึมเข้าไปในกายจนรู้สึกชาหน่วงไปทั่วร่าง และคงคร่าชีวิตไปได้ในเวลาต่อมา คนถือมีดก็ไร้แรงจับจนมีดเล่มนั้นร่วงลงสู่พื้นก่อนที่ตนเองจะล้มตามลงไป ถึงกระนั้นสติพวกเขาก็ยังอยู่ครบ

    “ข้าจะบอกให้ พวกเจ้ากำลังจะตายในเร็วๆ นี้ แน่นอนว่าไม่ใช่เป็นเพราะพิษ เพราะมันช้าเกินไป” ซูลี่ที่ลุกออกมาจากเตียงเอ่ยเสียงเยือกเย็นก่อนจะพยักหน้าให้องครักษ์เงาผู้หนึ่ง

    จากนั้นคนด้านหลังที่ไม่ทันได้ตั้งตัวก็ถูกคมดาบตัดศีรษะจนสิ้นชีพโดยไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ ศีรษะของมือสังหารผู้นั้นกลิ้งหลุนผ่านหน้ามือสังหารที่เหลือจนขนในกายลุกชัน

    คนที่เหลือต่างเกิดกลัวขึ้นมา แม้พวกเขาถูกฝึกมาไม่ให้หวาดกลัวต่อความตายเพราะหากทำภารกิจไม่สำเร็จย่อมต้องปลิดชีพตนเองเพื่อไม่ให้ตัวตนของผู้ว่าจ้างถูกเปิดเผย แต่คนเหล่านี้ราวกับไม่ต้องการอยากรู้หรือต้องการถามสิ่งใดเลยด้วยซ้ำ

    จากนั้นคนของซูลี่ก็เริ่มลงมือจากหนึ่งคนเป็นสอง จากสองเป็นสาม แม้ซูลี่จะผ่านการถูกลอบสังหารมาหลายคราจนครอบครัวสกุลจางให้มีคนคุ้มกันไว้มากมาย นางก็ไม่ชินที่คนของตนลงมือคร่าชีวิต จนนางต้องเบนหน้าหนีหลบโดยไม่มองภาพพวกนั้น นางไม่ใช่คนอำมหิตที่ลงมือกับคนไม่เลือกหน้า หากแต่ใครทำยังไงเอาไว้ก็ต้องรับไปแบบนั้น การให้อภัยไม่ใช่ทางที่นางเลือกเดิน

    ทว่าในระหว่างที่ซูลี่เลือกผินหน้าไปทางอื่นเพราะต้องการหลบหลีกภาพที่ไม่น่าอภิรมย์เหล่านั้น มือสังหารอีกคนที่ถูกลูกดอกปักไปยังเสื้อที่ทบกันหลายชั้นอย่างพอดิบพอดีทำให้ได้รับพิษน้อยกว่าคนอื่น จนเขาขืนรั้งตนเองใช้ความเร็วอย่างมือสังหารผู้เชี่ยวชาญ พุ่งตัวเข้าทางด้านหลังของซูลี่พร้อมกับมีดในมือที่หมายสังหารสตรีนางนี้เพื่อให้งานสำเร็จลุล่วง

    ซูลี่หันกลับไปมองแต่นางรู้ตนเองว่าไม่สามารถหลบหลีกได้ เหล่าองครักษ์ต่างเบิกตากว้าง เตรียมจะพุ่งตัวเข้าป้องกันผู้เป็นนาย ทว่าก็ช้ากว่าคนผู้หนึ่ง ที่ในตอนนี้เคลื่อนกายราวกับหายตัวได้ไปยืนดักที่ทิศทางมีดเล่มนั้นกำลังพุ่งตรงไป

    ซูฮวาออกแรงเพียงนิดจับเข้าไปที่ข้อมือของมือสังหารข้างที่ถือมีด นางหักข้อมือของเขาจนมีดร่วงลงสู่พื้น จากนั้นมืออีกข้างที่ยังว่างอยู่ก็คว้าไปที่ลำคอก่อนจะใส่แรงบีบอย่างรุนแรงจนกระดูกแหลกคามือดูน่าสยดสยอง

    ซูลี่ที่เห็นภาพนั้นในระยะประชิดถึงกับใจสั่นโครมครามคล้ายจะทะลุออกมา นางสู้อุตส่าห์ผินหน้าไปทางอื่นเพราะไม่อยากเห็นฉากที่คนของตนปลิดชีพมือสังหารพวกนั้น แต่กลับมาได้เห็นในระยะใกล้เท่านี้ อีกทั้งยังดูน่าสยดสยองจนลมหายใจของนางติดขัด

    แม้ซูลี่จะอึ้งไปเพียงช่วงลมหายใจหนึ่ง ทว่าองครักษ์ที่ว่องไวไม่มีเวลามาตกตะลึงกับภาพที่เห็น พวกเขาเข้าคุ้มกันผู้เป็นนายได้อย่างรวดเร็วพร้อมทั้งใช้ดาบจ่อล้อมไปที่ลำคอของซูฮวาที่ตอนนี้อยู่ในคราบชุดเดียวกันกับผู้บุกรุก อีกทั้งยังสวมหน้ากากปิดบังใบหน้าเหมือนกันโดยไม่มีผิดเพี้ยน

    พวกเขาไม่รู้ว่าคนคนนี้โผล่มาจากที่ใด ทว่ามือสังหารที่นอนกองกับพื้นกลับสังเกตว่ามีหนึ่งในพวกเขาหายไปตั้งแต่เมื่อใดไม่ทราบ

    “ช้าก่อน” เสียงของซูลี่ดังขึ้นปรามเหล่าองครักษ์เพราะกลัวว่าพวกเขาจะลงมือ

    “ท่านหญิง นางสวมชุดเหมือนมือสังหารพวกนี้ เราไม่ควรประมาทขอรับ” หวูหย่งผู้เป็นหัวหน้าองครักษ์เงาเอ่ยขึ้นพลางกำชับดาบในมือ

    ซูฮวาปล่อยมือจากร่างร่างนั้นจนร่วงลงไปกองกับพื้น นางหันสายตาปราดมองไปยังหวูหย่งเล็กน้อยก่อนเลยไปจ้องมองสตรีที่นางเพิ่งช่วยชีวิตเอาไว้ตาเขม็ง

    “ท่านหญิง” หวูหย่งยังคงเร้าหรือรอคำสั่งจากซูลี่เช่นนั้น แต่ทว่านางไม่สนใจ ทำเพียงจดจ้องสตรีในชุดมือสังหารที่ช่วยนางเอาไว้

    “เจ้าเป็นใคร เหตุใดจึงต้องช่วยข้า” ซูลี่ถามด้วยแววตาสงสัย เพียงเห็นร่างก็รู้แล้วว่าเป็นอิสตรีอีกทั้งชุดที่สวมก็หลวมโคร่งไม่พอดีกับตัว ทว่าคนตรงหน้ากลับเอาแต่จ้องมองใบหน้าของนางไม่วางตาโดยไม่ได้ตอบคำถามใด

    ซูฮวากำลังอยู่ในอาการสับสน นางที่ลอบตามมือสังหารมาจนถึงเรือนรับรองแห่งนี้ จากนั้นก็จัดการผู้รั้งท้ายเพื่อที่จะเปลี่ยนชุดปะปนไปกับพวกเขา แต่แล้วกลับมาพบว่าคนที่จวนหลี่อ๋องส่งมาสังหารกลับมีใบหน้าเหมือนนางโดยไม่มีผิดเพี้ยน อีกทั้งสรรพนามที่องครักษ์เรียกสตรีผู้นี้ยังเป็นถึงท่านหญิง ศักดิ์เดียวกันกับหลี่ฟางฟาง จะเป็นนางร่างเดิมก็ไม่มีทางเป็นไปได้

    อีกตัวเลือกคือพี่สาวฝาแฝดของนางก็ไม่น่าเป็นไปได้อีก เพราะอีกฝ่ายเดินทางไปกับขบวนสินค้ามีสัญญาชัดเจน ส่วนคนคนนี้เป็นคนใหญ่คนโตที่มีฐานะเป็นท่านหญิง หรือสตรีผู้นี้กำลังสวมรอยเป็นนาง

    ซูฮวาครุ่นคิดอย่างหนัก นางพลาดสิ่งใดไปอย่างนั้นหรือ...

    คล้ายกับเรื่องลำนำชะตาหวนคืน (อ่านฟรีจนจบ) ที่คุณอ่าน