ตอนที่ 4 ถูกไล่ล่า
ต่อมา นางถอยหลังไปหลายก้าว เงยหน้าขึ้น จึงเห็นลักษณะของคนที่เข้ามาได้ชัดๆ เขามีรูปร่างสูงใหญ่ อย่างน้อยก็แปดฉื่อ
โล่วชิเจี่ยต้องเงยหน้าถึงจะมองเขาได้ชัด ชายคนนี้มีใบหน้าที่หล่อเหลา มันขาวสะอาด สันจมูกโด่งเผยให้เห็นความหลักแหลม คิ้วเข้มหนาดูเฉียบคมเหมือนกระบี่ ริมฝีปากแดงปนชมพูระเรื่อราวกับดอกซากุระ ดวงตาสีดำคู่หนึ่ง ลึกล้ำจนมองไม่เห็นก้นบึ้ง ราวกับจะดูดคนเข้าไป
ทั้งร่างเขาห่อหุ้มด้วยเสื้อคลุมสีดำแบบเดียวกับที่โล่วชิเจี่ยสวมใส่ แต่เขากลับสวมมันได้อย่างพอดีตัว เผยให้เห็นรูปร่างของกล้ามเนื้อที่แข็งแรง ทั้งร่างแผ่รัศมีแห่งความเย่อหยิ่งและอำนาจ
มิผิดแล้ว นี่คือคนที่ถูกนางปล้นเสื้อผ้าไปเมื่อไม่นานมานี้จริงๆ
โล่วชิเจี่ยกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ ถอยหลังไปหลายก้าว ข้างหลังคือชายชุดดำที่ไล่ตามมาติดๆ สถานการณ์ตอนนี้หมือนโดนหมาป่าไล่กัด ทั้งยังมีศัตรูตามมาข้างหลัง
ทุกครั้งที่โล่วชิเจี่ยถอยหลัง เ่ิูก็ก้าวตามมา ถึงแม้จะไม่ได้พูดอะไร แต่แรงกดดันที่เย็นะเืของเขาก็เพียงพอที่จะทำให้คนรู้สึกหวาดกลัว
“ หัวขโมยหนุ่ม เ้ายังคิดจะหนีไปไหนอีก? ” เห็นโล่วชิเจี่ยพยายามหลบเลี่ยง เ่ิูผู้แสนจะเ็าพูดขึ้นอย่างช้าๆ น้ำเสียงทุ้มต่ำและมีเสน่ห์ แยกไม่ออกว่าเขารู้สึกอย่างไร แต่มันกลับทำให้คนฟังรู้สึกหนาวเหน็บ
แต่เขาเรียกนางว่าหัวขโมยหนุ่ม?
โล่วชิเจี่ยไม่เข้าใจอยู่พักหนึ่ง แต่พอก้มมองดูเสื้อคลุมสีดำ และหน้าอกที่ถูกพันไว้ นางจึงเพิ่งรู้ตัว
ที่แท้หมอนี่คิดว่านางเป็ผู้ชาย! ... แต่ก็ไม่แปลก ในสังคมที่เข้มงวดและอนุรักษ์นิยม จะมีผู้หญิงคนไหนกล้าปล้นเสื้อผ้าผู้ชาย ทั้งยังจับเขาเปลื้องผ้า?
“ข้าจะไปไหนก็เื่ของข้า เ้ามายุ่งอะไร?” โล่วชิเจี่ยตอบกลับด้วยเสียงแหบพร่า แต่สมองของนางทำงานอย่างรวดเร็ นางต้องหาวิธีหนีออกไป
“บังอาจ ! เ้าหัวขโมยอวดดี” เ่ิูยื่นหน้าเข้ามาใกล้ใบหน้าของนาง พูดด้วยท่าทางหยิ่งยโส ถ้ายังมีสมองหรือพอฉลาดอยู่บ้าง เอาจี้หยกออกมาซะดีๆ ข้าไม่มีความอดทนมากนักหรอก!”
“ จี้หยก? จี้หยกอะไร? ข้าไม่รู้จัก? ” โล่วชิเจี่ยแสร้งทำเป็ไม่รู้เื่ ถอยหลังไปอีกสองสามก้าว พยายามอยู่ห่างจากเ่ิู
จี้หยกอยู่ในมือของนางจริงๆ แต่หยกนั้นมีค่ามหาศาล นางจะยอมมอบให้เขาง่ายๆ ได้อย่างไร
“ งั้นเรอะ” เ่ิูเข้ามาใกล้อีกครั้ง น้ำเสียงของเขาแสดงถึงความหงุดหงิด คำพูดของเขาทำให้คนรู้สึกเหมือนตกลงไปในธารน้ำแข็ง
“ แน่นอนอยู่แล้ว! ” โล่วชิเจี่ยยิ้มอย่างเ้าเล่ห์ นางคิดหาวิธีรับมือได้แล้ว ใช้ปลายเท้าเขี่ยดินขึ้นมาอีกครั้ง ฝุ่นละอองบดบังสายตาของเ่ิู
โล่วชิเจี่ยฉวยโอกาสวิ่งหนี แต่น่าเสียดาย แผนการล้มเหลว! ถึงแม้จะมองไม่เห็น แต่การได้ยินของเ่ิูไวกว่าคนปกติ มาก
เ่ิูหมุนตัวกลับมาคว้าตัวโล่วชิเจี่ย พร้อมเกิดเสียงดัง กร๊อบ! แขนของโล่วชิเจี่ยก็ถูกหัก
โล่วชิเจี่ยร้องครวญด้วยความเ็ป และรู้สึกว่าแขนของนางไม่มีเรี่ยวแรง
จากนั้นคอก็ถูกบีบแน่น และค่อยๆยกสูงขึ้น
เ่ิูจ้องมองเด็กหนุ่มตรงหน้าอย่างเ็า อีกฝ่ายมีหน้าตาสะอาดสะอ้าน รูปร่างดูเหมือนเด็กยังไม่โตเต็มที่ ไหล่แคบ ร่างกายผ่ายผอม ไร้เรี่ยวแรง ไม่มีกล้ามเนื้อหนา สรีระเหมือนผู้หญิง
เ่ิูยกนางขึ้นได้อย่างง่ายดาย เขาบังคับให้โล่วชิเจี่ยมองสบตากับตน ดวงตาสีดำของเขาราวกับบ่อน้ำแข็งลึกที่มองไม่เห็นก้นบึ้งที่ถ้าไม่ระวังก็อาจจะถูกดูดเข้าไปตกลงสู่ขุมนรก
“ พูดมา จี้หยกอยู่ที่ไหน?” ริมฝีปากแดงอมชมพูเผยอขึ้น เ่ิูถามอีกครั้ง น้ำเสียงเย็นะเืและน่าขนลุก เอาจริงเขาไม่ได้สนใจหรอกว่าโล่วชิเจี่ยจะยอมพูดหรือไม่ เพราะเขารู้ว่าในยามคับขัน สัญชาตญาณการเอาชีวิตรอดของมนุษย์จะทำงาน และมันมักจะผลักดันให้พวกเขาทำทุกวิถีทางเพื่อช่วยตัวเอง ดังนั้นไม่ต้องให้โล่วชิเจี่ยพูด นางก็จะยอมมอบหยกออกมาแต่โดยดี
กระนั้น โล่วชิเจี่ยกลับดิ้นรนอย่างสุดกำลัง โดยไม่ได้ทำอะไรอย่างอื่น
เ่ิูรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย เขาไม่อยากจะเชื่อว่าบนโลกนี้จะมีคนที่ยอมแลกชีวิตเพื่อเงิน แต่เขาไม่อยากเสียเวลามากกว่านี้ จึงยื่นมือข้างหนึ่งไปล้วงเข้าไปในอกเสื้อของโล่วชิเจี่ย
จี้หยกต้องถูกนางซ่อนไว้ใกล้ตัวแน่ๆ!