ท่านแม่สกุลเสียวสะท้านภพ

    บทที่ 45 หมอหญิงหยุ่นซิน แห่งกระท่อมริมน้ำตก

            ครั้นเมื่อเวิ่นกวงออกมาที่ระเบียง มันก็ได้พบกับผู้ที่ตามหาจริง ๆ ทว่า…นางนั้นมิได้อยู่เพียงลำพัง หากแต่ยังมีสตรีวัยกลางคนผู้หนึ่งในชุดผ้าสีเขียวอ่อนยื่นอยู่ด้วย ทั้งคู่ดูเหมือนกำลังต้มยาบางอย่างในหม้อกันอยู่อย่างแข็งขัน


            "ทะ….ท่านแม่" เวิ่นกวงเอ่ยเรียกกุ้ยอิงออกมาเบา ๆ ซึ่งนั้นก็ทำให้นาง และสตรีอีกคนหันมามอง


            "อ้าว เวิ่นกวงตื่นแล้วหรือลูก เจ้าเป็นอย่างไรบ้าง"


            กุ้ยอิงระบายยิ้มอ่อนโยนให้บุตรชายก่อนจะเอ่ยถาม จากนั้นจึงเดินเข้ามามันใกล้ ๆ


            "ข้า…ข้าไม่เป็นอันใดแล้ว ว่าแต่สถานที่แห่งนี้คือที่ใด แล้วคนผู้นั้นคือ…."


            "ข้ามานามว่า หยุ่นซิน เป็นหมอผู้รักษาเจ้ารักษาเจ้ายังไงล่ะเวิ่นกวง"


            ยังมิทัน ที่กุ้ยอิงจะเอ่ยตอบ หมอหญิงที่ยื่นอยู่ข้างกายนางก็ได้กล่าวขึ้นมาเสียก่อน


            "เช่นนั้นรึ ถ้าเช่นนั้นข้าเวิ่นกวงก็ต้องขอขอบคุณท่านป้า หยุ่นซินเป็นอย่างมากที่รักษาพิษร้ายในกายข้า"


            "ยังมิต้องขอบอกขอบใจข้าหรอก เด็กน้อย สิ่งที่ข้าทำก็แค่ชะลออาการกำเริบของพิษในกายเจ้าเท่านั้น ส่วนวิธีที่จะรักษาให้หายขาดนั้น…." หมอหญิงหยุ่นซินพูดไม่จบนางก็เงียบเสียง ก่อนจะชะงักนิ่งไป ซึ่งพอเวิ่นกวงได้เห็น มันก็เข้าใจอย่างรวดเร็วว่าเกิดอันใดขึ้น


            "ท่านป้าอย่าได้รู้สึกผิดไปเลย ในเมื่อสมุนไพรพวกนั้นสาบสูญไปหมดแล้ว ต่อให้ท่านเป็นหมอเทวดาก็มิอาจรักษาข้าได้อยู่ดี ข้าเองก็เตรียมใจในเรื่องนี้มานานแล้วเช่นกัน…"


            เวิ่นกวงกล่าวขึ้นด้วยรอยยิ้มสบาย ๆ ทว่า….กุ้ยอิงมารดาพอได้ยินกลับไม่ได้รู้เช่นนั้น นางคล้ายจะร้องไห้ก่อนพลันพุ่งเข้ามาโอบกอดมันแนบแน่น


            "เวิ่นกวงลูกแม่…แม่ขอโทษ ที่แม่ไม่อาจรักษาเจ้าได้ แม่ขอโทษ…"


            "ท่านแม่…ท่านไม่ต้องขอโทษข้าหรอก ข้าสิต้องขอโทษ ที่ทำให้ท่านแม่ต้องลำบากดั้นด้นมาไกลถึงเพียงนี้…"


            เวิ่นกวงกล่าวขึ้น ก่อนที่มันจะใช้แขนโอบกอดมารดาคนงามกลับ


            หยุ่นซิน เห็นแล้วก็รู้สึกประทับใจเป็นอย่างมาก ทว่า….ภายในใจนั้นนางกลับมีความรู้สึกกังวลบางอย่างแฝงอยู่ แต่ยามนี้ยังมิอาจเอ่ยปากลอกเวิ่นกวงออกมาได้


            กุ้ยอิงเหมือนจะรับรู้ได้ถึงความอึดอัดใจนั้น นางจึงคลายกอดลูกชาย แล้วหมุนตัวให้มายิ้มให้หมอหญิงหยุ่นซิน


            "ท่านหมอหญิง ท่านอย่าได้เป็นกังวลเรื่องนั้นเลย ข้าตัดสินใจได้นานแล้ว ตั่งแต่ที่เราปรึกษากัน และข้าก็ไม่คิดเสียใจที่จะต้องทำแบบนั้น"


            "เจ้าคิดดีแล้วใช่ไหมกุ้ยอิง" นางถามย้ำอีกครั้ง กุ้ยอิงพยักหน้ารับอย่างแข็งขัน


            "ก็ดี ในเมื่อเจ้าตัดสินใจแล้ว ข้ามิมีสิ่งใดจะคัดค้านอีก เช่นนั้นก็อย่างที่เราตกลงกันไว้"


            การสนทนาของกุ้ยอิง กับหมอหญิงหยุ่นซิน ทำเอาเวิ่นกวงถึงกับขมวดมุ้นคิ้วด้วยความ งุนงง สับสน


            "พวกท่านตกลงอันใดกันไว้? แล้วสิ่งใดที่ท่านแม่ตัดสินใจ โปรดบอกข้าได้หรือไม่"


            พอกุ้ยอิงได้ยินคำถามจากบุตรชาย นางก็เผยรอยยิ้มสดใส ก่อนจะกล่าวว่า


            "เรื่องนั้น…ถึงเวลาเจ้าก็จะรู้เอง อีกไม่นานหรอกลูก เอาล่ะตอนนี้เจ้าเข้าไปพักในกระท่อมก่อนเถอะ ยาสมุนไพรของท่านหมอใกล้จะเสร็จแล้ว"


            "ตะ..แต่…"


            "ไม่มีแต่อันใดทั้งสิ้นเข้าไปซะ ก่อนที่แม่จะดุเจ้า"


            กุ้ยอิงเอ่ยพร้อมใช้สองมือผลักดันบุตรชายให้เข้าไปในกระท่อม ก่อนที่นางหมุนกายหันไปหาหมอหญิงหยุ่นซินเพื่อต้มยาต่อให้เสร็จ ส่วนเวิ่นกวงแม้นจะค้างคาใจ แต่มันก็ต้องยอมทำตามเพราะไม่อยากขัดใจนาง ส่วนเรื่องที่กุ้ยอิงพูดทิ้งไว้เป็นปริศนามันเองก็คงทำได้แค่รอต่อไป..


            หลังจากวันนั้น เวิ่นกวง กุ้ยอิง และหมอหญิง หยุ่นซินก็ใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันที่กระท่อมริมน้ำตกแห่งนี้ กิจวัตรประจำก็มิมีอันใดมาก หยุ่นซินมักจะออกไปเก็บสมุนไพรในป่า กุ้ยอิงก็ดูแลงานบ้าน กับทำกับข้าว ส่วนเวิ่นกวงยามที่พิษไม่กำเริบมันก็จะตัดไม้ผ่าฟืน บ้างก็ฝึกเพลงทวนสกุลหยาง บ้างก็ฝึกดีดพิณกับกุ้ยอิง หยุ่นซินเป็นผู้สอนมัน เพราะนางบอกว่า วิชาพิณที่นางมีความสามารถลดทอนความอาการกำเริบได้พอสมควร ซึ่งก้นับว่าเป็นเรื่องจริง เพราะเมื่อก่อนเวิ่นกวงจะทุกข์ทรมานเมื่อครบ 7 วัน แต่ยามนี้ พลันกลายเป็น 14 วันแทน แถมเวลากำเริบมันยังเจ็บปวดน้อยลง ซึ่งก็นับว่าเป็นเรื่องดีมาก ถึงแม้นเวิ่นกวงจะทราบดีว่า มันไม่มีทางหายขาดได้ก็ตาม…


            ***


            ณ ศาลาไม้ริมน้ำตก เวิ่นกวงพึ่งจะฟังเพลงพิณที่กุ้ยอิงดีดจบพอดิบพอดี


            "เป็นอย่างไรบ้างเวิ่นกวงลูกแม่"


            "เพราะจับใจข้ายิ่งนักท่านแม่ ฝีมือดีดพิณของท่านลึกล้ำนัก"


            เวิ่นกวงแย้มยิ้มก่อนจะกล่าวชมมารดาของมัน กุ้ยอิงที่ได้ฟังก็หัวร่อออกมาอย่างขบขัน


            "ฮ่า ๆๆๆ เจ้ากล่าวชมแม่เกินไปแล้ว แม่ก็พึ่งจะหัดพร้อมเจ้าเมื่อไม่กี่วันนี่เอง เก่งเกิงอันใด อย่ามาปากหวานเลย"


            คำพูดของนางดูถ่อมตัว แต่ใบหน้านั้นดูมีความสุขยิ่งนัก


            "ข้าพูดจริง ๆ นะไม่ได้เยินยอท่านแม่จนเกินไปเลย ข้านี่ช่างโชคดีจริง ๆ ที่จะได้ฟังเพลงพิณของท่านแม่ไปชั่วชีวิต"


            "ดูพูดเข้าสิ ชั่วชีวิตอันใดกัน นี่เจ้าไม่คิดจะภรรยา หรือแต่งงานมีลูกมีหลานให้แม่อุ้มรึ"


            "ไม่เคยคิด และไม่มีวันคิดด้วย ก็ข้ามีท่านแม่อยู่ทั้งคนแล้วนี่ไง"


            เวิ่นกวงไม่พูดเปล่า แต่มันยังกระโดดมากอดกุ้ยอิงอย่างรวดเร็ว


            "เดี๋ยวเถอะเจ้าเด็กทะลึ่ง จะเอาแม่ไปเปรียบกับหญิงคนรักของเจ้าได้ยังไง ล่ามป่ามแม่นะเจ้า"


            กุ้ยอิงแค่นเสียงดุเวิ่นกวง พร้อมแสดงสีหน้ากึ่งยิ้มกึ่งดุใส่มัน ส่วนเจ้าเวิ่นกวงนั้นกลับมิมีท่าทางว่าจะหวาดกลัวสำนึกผิด หนำซ้ำมันยัง จ้องตามารดาคนงามกลับอย่างจริงจังด้วย


            "ล่ามป่ามอันใด ข้าพูดความจริง ชีวิตนี้ข้าไม่ขอมองหญิงใดอีกแล้ว ข้าจะขออยู่กับท่านแม่ไปชั่วชีวิต และถ้าหากท่านอยากอุ้มเด็กละก็…."


            เวิ่นกวงจ้องกุ้ยอิงเขม็ง จนใบหน้าของนางแดงซ่าน แถมมันยังเคลื่อนใบหน้าของเองเข้าหาใบหน้าของนางอย่างแช่มช้าด้วย


            "วะ…เวิ่นกวงนี่เจ้า…."


            ทว่า….ก่อนที่ทุกอย่างเกินเลยไปกว่านั้น เสียงของหมอหญิงหยุ่นซินก็ได้ดังขึ้นเสียก่อน


            "กุ้ยอิง..!! เจ้าอยู่ในศาลาหรือไม่ มาช่วยข้าแยกสมุนไพรหน่อย ข้าผู้เดียวทำไม่ไหว"


            เสียงของนางทำให้สองแม่ลูกพลันได้สติ กุ้ยอิงรีบใช้มือหยิกเอวเจ้าเวิ่นกวงบุตรชายตัวแสบอย่างแรง ก่อนที่นจะพลันลุกขึ้น และก้าวออกจากศาลาไปหาหยุ่นซินในกระท่อม..


            "อูยยย..ยยเจ็บเป็นบ้า ท่านแม่หยิกข้าซะแรงเลย ทว่า…เมื่อสักครู่ หากไม่มีเสียงของท่านป้าหมอหญิงมาเอ่ยขัด มันจะเกิดอันใดต่อกันนะ บางที ข้ากับท่านแม่อาจจะ…."


            ยิ่งคิดหัวใจของเวิ่นกวงก็ยิ่งเต้นโครมคราม เลือดลมในกายปั่นป่วนไปหมด ดีว่ามิได้ทำให้พิษอุบาทว์ในร่างกำเริบ


            และเมื่อไร้ผู้ใดอยู่ด้วยแล้ว มันจึงกลับไปนั่งที่พิณ แล้วเริ่มบรรเลงเพลงกล่อมจิตบรรเทาพิษต่อ...


            จบบท