บทที่ 55 ชั้นที่สิบเอ็ด
“องค์หญิงเพคะ! องค์หญิงเพคะ! เกิดเรื่องใหญ่แล้วเพคะ!”
หญิงรับใช้ผู้ติดตามเซี่ยชิงกระวีกระวาดเข้ามาในห้อง ใบหน้าของนางเปี่ยมความตกตะลึงพรึงเพริด
หลังเทศกาลส่งเหมันต์ เซี่ยชิงก็เก็บตัวฝึกฝน บอกหญิงรับใช้ไว้ว่าหากมิใช่เรื่องสำคัญ อย่าได้มากวนนาง
เห็นได้ชัดว่าวันนี้ หญิงรับใช้มีเรื่องสำคัญบางอย่าง จึงรีบรี่มาพบ
“มีเรื่องอันใด เกิดการต่อสู้บนเกาะเทวะอีกหรือ?”
เซี่ยชิงค่อย ๆ ลืมตาขึ้น คู่เนตรพร่างพราวลึกล้ำเยี่ยงท้องนภา
“มิใช่เพคะ! มิใช่เรื่องของเกาะเทวะ! เป็นเรื่องที่ภูเขาด้านหลังเพคะ!”
หญิงรับใช้ตื่นเต้นเสียจนละล่ำละลักเล็กน้อย
“โอ้? หรือสิบอันดับแรกจะมีการเปลี่ยนแปลง เสี่ยวจิงเร่งขึ้นไปแล้วหรือ?”
ริมฝีปากแดงของเซี่ยชิงยกขึ้นเล็กน้อย นางคงเดาถูกแล้วกระมัง
“แม่นางเมิ่งกำลังท้าทายชั้นเก้า สู้กับหม่าเหว่ยแห่งสำนักเพียวเหมี่ยวอยู่เพคะ! แต่นั่นไม่ใช่ประเด็น! ประเด็นอยู่ที่เจียงผิงอันเพคะ!”
หญิงรับใช้มีสีหน้าตื่นตะลึง
เซี่ยชิงส่ายหัวอย่างจนใจ “สงบใจก่อนแล้วค่อยพูด จากสภาพตระหนกของเจ้า จะทำอะไรได้?”
“เกิดอะไรขึ้นกับเจียงผิงอัน เขามุ่งสู่ยี่สิบอันดับแรกตามข้าคาดการณ์แล้วหรือไม่? หรือเขาจะทำได้ดีกว่านั้น เจ้าจึงตื่นเต้นได้เพียงนี้?”
หญิงรับใช้สูดหายใจลึก ๆ พยายามสงบสจิ ก่อนจะกล่าวว่า “เจียงผิงอันพิชิตอันดับที่สิบเอ็ดได้แล้วเพคะ!”
“ว่าไงนะ!!”
เซี่ยชิงเบิกตากว้าง ท่าทางตกตะลึง “เจ้ามิได้พูดผิด มิใช่ยี่สิบเอ็ดใช่ไหม?”
“ไม่ใช่ยี่สิบเอ็ด สิบเอ็ดเพคะ! อีกหนึ่งชั้นก็ชั้นสิบเพคะ!” เสียงของหญิงรับใช้สั่นไหว
นางก็ตะลึงกับเหตุการณ์นี้เช่นกัน จึงมารายงานต่อองค์หญิง
“เป็นไปได้เช่นไร? ต่อให้เขาทำความเข้าใจหมัดอู๋จี๋ขั้นแรกได้ ก็ไม่น่าเป็นไปได้ที่เขาจะเร่งไปถึงชั้นสิบเอ็ดได้เลย”
เซี่ยชิงเชื่อวาทะหญิงรับใช้ไม่ลงเล็กน้อย
นางพอจะรู้เรื่องหมัดอู๋จี๋อยู่บ้าง และมันสามารถปราบได้หากใช้กำลังหรือความเร็วสูงกว่าผู้ใช้มันเกินสามเท่า
ด้วยระดับของเจียงผิงอัน ชั้นที่ยี่สิบก็น่าจะเป็นขีดจำกัดแล้ว
เขามาถึงชั้นสิบเอ็ดได้อย่างไรกัน?
ร่างของเซี่ยชิงอันตรธานไปพินิจกับตาที่ภูเขาด้านหลังด้วยตนเอง
ขณะนี้ อัสนีเลื่อนลั่นบนภูเขาด้านหลัง เมิ่งจิงควบคุมมันเข้าประชันกับหม่าเหว่ย
หม่าเหว่ยรวดเร็วสุดขั้ว วิชากระบี่หมื่นต้นหลิวและวิชาเหยียบสุญตาที่เขาใช้ล้วนเป็นคาถาชั้นยอด
ทั้งสองประมือนัวเนีย เห็นได้ชัดว่าเมิ่งจิงเป็นฝ่ายเสียเปรียบ
คนแทบทั้งหมดในภูเขาต่างพินิจศึกนี้อยู่
และบนชั้นสิบเอ็ด เจียงผิงอันนั่งอย่างสงบบนศิลาก้อนหนึ่ง หันหน้าหาชั้นสิบ หลับตาทำสมาธิเงียบ ๆ
เมื่อเห็นร่างของเจียงผิงอัน หัวใจของเซี่ยชิงก็สั่นสะท้านรุนแรง
เจ้าเด็กนี่เร่งรุดสู่ชั้นสิบเอ็ดได้จริง ๆ ด้วย!
มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?
เซี่ยชิงครุ่นคิดสักพัก ก็อนุมานได้ทันทีว่าเจียงผิงอันน่าจะสำเร็จวรยุทธ์พลังกายอันทรงพลังสักอย่าง
วรยุทธ์พลังกายนั้นเพิ่มพูนพลังกายอย่างมหาศาลยิ่ง
หากอัจฉริยะผู้อื่นมิอาจแผลงฤทธาเหนือเจียงผิงอันสามเท่าได้ ก็มิอาจเอาชนะเขาได้เลย
เขาจึงสามารถเร่งมาถึงชั้นสิบเอ็ดได้รวดเร็วถึงเพียงนี้
“เด็กนี่… ซ่อนคมไว้ลึกจริง ๆ”
เซี่ยชิงประหลาดใจ
ก่อนการต่อสู้เริ่มต้น นางก็พอจะเดาผลลัพธ์ได้คร่าว ๆ แล้ว
ต่อให้เกิดความผิดพลาด ก็จะไม่พลาดมากนัก อย่างมากก็สามสี่อันดับ
มีเพียงเจียงผิงอันที่นางคาดไม่ถึง
เป็นเรื่องดี ควรค่าให้ยินดี
เซี่ยชิงละสายตามามองการต่อสู้ระหว่างหม่าเหว่ยและเมิ่งจิง
เมื่อเห็นเมิ่งจิงสู้ยิบตา คู่เนตรพร่างพราวของเซี่ยชิงก็วูบไหวประกายพิกล
นางรู้จักเมิ่งจิงดี และเข้าใจว่านางเจ้าคิดเจ้าแค้นนัก
เหตุที่นางบอกเมิ่งจิงว่าจะสามารถติดต่อมารดานางได้ก็ต่อเมื่อบรรลุสิบอันดับแรกนั้น ก็เพื่อกระตุ้นจิตต่อสู้ของนาง
ผลลัพธ์ออกมาดีจริงแท้
แต่เซี่ยชิงตระหนักว่าจิตต่อสู้ของเมิ่งจิงมิได้ปะทุขึ้นอย่างสมบูรณ์
เรื่องทั้งหมดเปลี่ยนไปในคืนเทศกาลส่งเหมันต์
จิตต่อสู้ของเมิ่งจิงลุกโหมสมบูรณ์ และยามนี้นางกำลังต่อสู้กับหม่าเหว่ย ถืออีกฝ่ายเป็นศัตรูอย่างแท้จริง
ส่วนชนวนเหตุอันปลุกจิตต่อสู้ของเมิ่งจิงอย่างเต็มรูปแบบนั้น...
สายตาเซี่ยชิงมองมายังเจียงผิงอันอีกครั้ง
“ไปตายซะ! พายุอัสนี!!”
จู่ ๆ เมิ่งจิงก็แผดเสียง มือน้อยประสานหากัน
ขณะนี้ ก้อนอัสนีดวงใหญ่พลันโถมลงจากเมฆสายฟ้า
อัสนีระเบิดแปลบปลาบ ปกคลุมรัศมีหนึ่งลี้!
สีหน้าของหม่าเหว่ยพลันแปรเปลี่ยนอย่างเสียขวัญ การโจมตีเป็นวงกว้างเช่นนี้ หนีเช่นไรก็ไม่พ้น!
เขารีบใช้วิชาเหยียบสุญตาล่าถอยจากสมรภูมิ หนีไปจากชั้นที่เก้า
“ข้าขอฟ้อง! นางจะฆ่าคน! นางจะฆ่าคน! ต้องตัดสิทธิ์นางเสีย!”
หม่าเหว่ยยืนตะเบ็งเสียงบอกยอดฝีมือผู้ควบคุมดูแล ณ ตีนเขาจากชั้นสิบ
“พูดเหลวไหลอะไร ข้ามิได้ทำเสียหน่อย ข้าหมดแรงแล้ว วิชานี้ก็หามีอำนาจแข็งแกร่งไม่ มิเช่นนั้น เจ้าคงได้ตายไปแล้ว”
เมิ่งจิงปาดเหงื่อบนหน้าผาก ทรุดลงนั่งบนพื้นอันดำเกรียมจากอัสนีอย่างอ่อนแรง
“การโจมตีนี้ไม่ถึงตายจริง ๆ แค่น่ากลัวเท่านั้น หากมีอันตรายถึงชีวิต เราจึงลงมือ”
ยอดฝีมือขอบเขตวิญญาณแรกกำเนิดผู้กำกับดูแลผู้หนึ่งกล่าวเสียงเบา เขาสัมผัสอำนาจของอัสนีนี้ได้ชัดเจนว่าไม่อาจเป็นอันตรายถึงขั้นฆ่าหม่าเหว่ยได้
สีหน้าของหม่าเหว่ยบูดเบี้ยว ถูกต้มแล้ว ที่แท้ก็หลอกกัน!
หัวใจของเขาสุดแสนไม่ยินยอม แต่ก็ไร้หนทาง
โชคยังดีที่เขายังอยู่บนชั้นสิบ และสามารถถูกคัดเลือกเป็นตำแหน่งสุดท้าย
“โปรดฟื้นกำลังโดยเร็วที่สุดด้วย ข้าคิดท้าทายต่อ”
หนึ่งเสียงราบเรียบดังขึ้นเฉียบพลัน
หม่าเหว่ยมองตามเสียงไป แล้วก็ต้องเปลี่ยนสีหน้าอย่างเหลือเชื่อเมื่อเห็นเจียงผิงอันอยู่บนชั้นสิบเอ็ด
“ทำไมเจ้าจึงอยู่ที่นี่!”
แม้เขาจะสังเกตเห็นแล้วว่าเจียงผิงอันไต่อันดับขึ้นมาเรื่อย ๆ แต่ก็มิคาดว่าอีกฝ่ายจะไวได้เพียงนี้ เขามาถึงชั้นสิบเอ็ดแล้ว!
ห่างจากเขาเพียงก้าวเดียว!
“ฟื้นกำลังโดยเร็วที่สุดเถิด ข้าจะท้าทายเจ้า” เจียงผิงอันหลับตาลงอีกครั้ง
สีหน้าของหม่าเหว่ยเปลี่ยนไปมา เจียงผิงอันที่เขาเคยดูแคลนเร่งมาถึงที่นี่แล้วในเวลาครึ่งเดือน
น่ากลัวยิ่งกว่าความเร็วของเมิ่งจิง สตรีผู้นั้นอีก
เมิ่งจิงมองมายังเจียงผิงอันบนชั้นสิบเอ็ด แม้หัวใจจะตกตะลึง นางก็ยินดียิ่งกว่า
นางรู้อยู่แล้วว่าเจียงผิงอันมิได้อ่อนแอเยี่ยงองค์หญิงว่า
“วอนตาย!!”
หม่าเหว่ยซึ่งถูกเมิ่งจิงไล่มายังชั้นสิบเดือดโทสะอยู่เป็นทุนเดิม
ยามนี้ เมื่อเห็นเจียงผิงอันที่ตนดูแคลนก็คิดท้าทายตน เขาจึงยิ่งเปี่ยมโทสะ
เขาจะสั่งสอนเจ้าเด็กนี่ให้รู้ซึ้ง แม้จะฆ่าไม่ได้ ก็ยังทำให้อีกฝ่ายบาดเจ็บสาหัสได้
ยามอัจฉริยะคนอื่น ๆ บนเขาเห็นเช่นนี้ พวกเขาก็เผยความรู้สึกหลากหลาย
“ประเมินเจียงผิงอันต่ำไปเสียแล้ว มิคาดเลยว่าสองคนนี้จะสู้กัน”
“ไม่รู้เลยว่าม้ามืดเจียงผิงอันจะคว้าชัย หรือหม่าเหว่ยกันแน่ที่แข็งแกร่งกว่า”
“ข้าว่าเจียงผิงอันมีโอกาสชนะ หมัดอู๋จี๋ไร้ยางอายเกินไป เว้นแต่อีกฝ่ายจะแข็งแกร่งหรือไวกว่าเขาสามเท่า”
“ไม่ ข้าคิดว่าหม่าเหว่ยแข็งแกร่งกว่า เขาบรรลุวิชาเหยียบสุญตาและวิชากระบี่หมื่นต้นหลิว หนึ่งเป็นท่าร่างพิสดาร หนึ่งมีอำนาจทำลายล้างน่าสะพรึงกลัว หากเมิ่งจิงมิได้ตุ๋นหม่าเหว่ยจนหนีมา ศึกเมื่อครู่บนชั้นเก้าจะเป็นชัยชนะของหม่าเหว่ยแน่ ๆ”
ก่อนการต่อสู้จะเริ่มขึ้น การเริ่มคาดเดาผู้ชนะแทบจะเป็นธรรมเนียม
“องค์หญิงเพคะ เจียงผิงอันมีโอกาสชนะหรือไม่เพคะ?”
หญิงรับใช้ถามอยู่ข้างกายเซี่ยชิง นางรู้สึกว่าตนไม่อาจเข้าใจเจียงผิงอันได้อีกแล้ว
เซี่ยชิงส่ายหัว “ไม่เลย แม้จะดูชี้ขาดไปหน่อย แต่นี่แหละสัจธรรม”
“หม่าเหว่ยกับเจียงผิงอันโตมาในสภาพแวดล้อมแตกต่าง หม่าเหว่ยฝึกฝนมาแต่เล็ก มีทรัพยากรชั้นเลิศในสำนักเพียวเหมี่ยว ฝึกวรยุทธ์ชั้นยอดกับอาจารย์ระดับหัวกะทิ”
“เวลาการฝึกฝนของเจียงผิงอันสั้นเกินไป เขาอาจมีโอกาสบ้าง แต่โอกาสเหล่านี้ไม่เพียงพอลดระยะห่างระหว่างสองฝ่ายได้หรอก”
หญิงรับใช้รำพึง “น่าเสียดายนะเพคะ”
เดิมที นางมิได้ดูแคลนเจียงผิงอัน เพียงคิดว่าอีกฝ่ายไร้ความเด็ดเดี่ยวเท่านั้น
แต่เมื่อทราบว่าอีกฝ่ายแค่ซ่อนคมอดกลั้น ทัศนคติของนางต่อเจียงผิงอันก็เปลี่ยนไป
เด็กหนุ่มผู้นี้เติบโตได้จนปัจจุบันในเวลาเพียงไม่ถึงครึ่งปี น่ากลัวยิ่งนัก
เซี่ยชิงคลี่ยิ้ม “นอกจากสิบอันดับแรกครั้งนี้ ยังมีตัวสำรองอีกห้าตำแหน่ง ถึงเจียงผิงอันชนะหม่าเหว่ยมิได้ เขาก็ยังได้เป็นตัวสำรองอยู่”
“ก่อนหน้านี้ ข้ามิได้สนใจเจียงผิงอันเลย ด้วยความเยือกเย็นอดกลั้นของเขา และยังกินโอสถเทียนเสวียนพัฒนาความสามารถ หากฝึกฝนต่อไป เขาก็จะได้ผลลัพธ์ที่ดีแน่นอน”
เซี่ยชิงวางแผนว่า หากมอบทรัพยากรและบ่มเพาะเจียงผิงอันให้มากขึ้นในอนาคต ก็จะเป็นผลดีต่อต้าเซี่ยด้วยเช่นกัน
เมิ่งจิงลงจากชั้นเก้า มาอยู่ตรงหน้าเจียงผิงอัน
“เจ้าท่อนไม้ อย่าท้าทายเลย ข้าสั่งสอนเขาแทนเจ้าแล้ว ยามนี้เขากำลังโมโห และน่าจะพานมาลงกับเจ้าได้นะ”
เมิ่งจิงมิคาดว่าอีกฝ่ายจะมาถึงที่นี่ เมื่อได้ยินเขาพูดว่าจะจัดการกับหม่าเหว่ยเอง นางก็คิดไปว่าอีกฝ่ายจะเตรียมการลอบจู่โจม
ปรากฏว่าเจียงผิงอันแข็งแกร่งจริง ๆ
แต่นางเพิ่งประมือกับหม่าเหว่ยตรง ๆ มา และทราบดีว่าหม่าเหว่ยทรงพลังนัก
หากมิใช่เพราะนางลงมือหลอกเมื่อครู่แล้วทำให้หม่าเหว่ยขวัญเสียหนีกระเจิงได้ นางคงมิใช่คู่มือของหม่าเหว่ยหากวัดพลังต่อสู้จริง ๆ
“ข้าต้องการติดสิบอันดับแรก” เจียงผิงอันกล่าวเสียงขรึม
เจียงผิงอันโมโหกับการกระทำของหม่าเหว่ยจริง ๆ และแม้ไร้อีกฝ่าย เขาก็ยังต้องติดสิบอันดับแรก
มิเพียงเท่านั้น เขายังต้องติดสิบอันดับแรกของการแข่งขันประลองร้อยเมืองด้วย
เมิ่งจิงอ้าปากคิดเกลี้ยกล่อม แต่เมื่อนึกถึงอุปนิสัยของเจียงผิงอันแล้ว สุดท้ายนางก็มิได้รั้ง
“ทำเท่าที่ทำได้ อย่าให้เขารังแกนะ หากเอาชนะไม่ได้ ก็รีบหนีไปเสีย จะได้ไม่บาดเจ็บร้ายแรง”
“อืม”
เจียงผิงอันตอบกลับเรียบ ๆ
ขณะนั้นเอง เสียงเย้ยหยันอย่างโหดร้ายของหม่าเหว่ยก็ดังมาจากชั้นสิบ “ข้า ปู่เจ้าผู้นี้ฟื้นตัวเสร็จแล้ว รีบมาท้าทายสิ!”