จ้าวห่าวหลินเดินกลับมาบ้านทอดสายตามองบ้านทรุดโทรม คำพูดของพวกเฉินหยางยังวนเวียนอยู่ในหัวของเขาแม้ว่าความสัมพันธ์ของเขากับหลี่เจี่ยหลิงเป็ความสัมพันธ์แบบต่างฝ่ายต่างได้ผลประโยชน์
แต่พอมองอีกแง่มุมตอนนี้เขาก็กำลังขายร่างกายตัวเองแลกกับการถอนพิษ นี่มัน....
แม้ว่าเขาจะเป็คนที่มีมุมมองของคนยุคใหม่ก็ยังรู้สึกย่ำแย่
จ้าวห่าวหลินนั่งลงบนแคร่ทอดสายตามองบ้านเก่าทรุดโทรม
ชุนเชียงมักจะทำความสะอาดบ้านทุกเช้าทำให้บ้านไม่ได้ดูสกปรกรกร้างแต่ตัวบ้านก็ยังให้กลิ่นอายของความเก่าและร้างมานานออกมาตัวบ้านค่อนข้างกว้างสำหรับอยู่สามคน ตัวเรือนมีจุดที่ทรุดโทรมหลายแห่ง
หลังคาผนังหลายส่วนต้องได้รับการซ่อมแซมบำรุงและทำความสะอาดครั้งใหญ่ลานบ้านด้านหน้ามีข้าวของวางระเกะระกะ หญ้าขึ้นรกเป็บางส่วน บางส่วนก็โดนถางไปบ้างแล้วคอกม้าก็...
เฮ้อ....ยังไม่รวมรั้วไม้ที่บางส่วนชำรุดพุพังแทบจะป้องกันโจรไม่ได้แล้วเรียกได้ว่ามีรั้วไม้เพื่อกั้นอาณาเขตบ้านเสียยังดีกว่าต่อให้คล้องแม่กุญแจก็ไม่มีโจรคนไหนสนใจแม่กุญแจหรอกมั้ง
ยังไม่นับรวมข้าวของเครื่องใช้หลายชิ้นภายในบ้านที่ค่อนข้างเก่าทรุดโทรมไม่ได้รับการใช้งานมาเป็เวลานาน
เขานึกย้อนกลับไปตอนที่ได้ไปเกิดในศตวรรษที่ยี่สิบเอ็ด
ตัวเขาได้เกิดในตระกูลมหาเศรษฐีอันดับแปดแดนัเป็คุณชายสูงส่ง ครอบครัวอบอุ่นร่างกายแข็งแรงแตกต่างกับโลกใบนี้ทำให้เขาหลงระเริงไปกับความสุขความมั่งคั่งของครอบครัวจนเสียนิสัยสุดท้ายพ่อของเขาในโลกนั้นก็ตัดสินใจส่งเขาไปอยู่กับตาที่ภาคใต้ของไทย
นิสัยของตาค่อนข้างหยาบกระด้างไร้ความอ่อนโยนจริงจังหนักแน่นและให้ความสำคัญกับความเป็สุภาพบุรุษ ไม่รังแกและให้เกียรติสตรีสิ่งที่ตารับไม่ได้ที่สุดคือการมีภรรยาหลายคน หลอกลวงหรือนอกใจภรรยา
ด้วยนิสัยของตาแกมักจะชอบอาศัยอยู่ในป่าเขาอย่างเรียบง่ายกับเหล่าสหาย ไม่ชอบใช้เทคโนโลยีดังนั้นข้าวของเครื่องใช้ส่วนใหญ่จึงเป็สิ่งประดิษฐ์ที่สร้างขึ้นมาเองเลียนแบบกับของโบราณต่างๆ
ชีวิตทั้งสองชาติของเขามีคนคอยดูแลรับใช้ตลอดการที่ไปอยู่ในป่าเขากับตาอย่างเรียบง่ายเป็เื่ที่ยากมากสำหรับเขาในตอนนั้นไม่เพียงแค่ใช้ชีวิตแบบชาวชนบท ทำสิ่งต่าง ๆ เองบางครั้งหากทำผิดก็จะถูกจับไปปล่อยเกาะให้เอาชีวิตรอดด้วยตัวเองอีกด้วย
ถึงอย่างนั้นก็ต้องขอบคุณตาหากไม่ได้รับการสั่งสอนจากท่านเขาเชื่อว่าตอนนี้ตัวเองคงจะยังเป็คุณชายไม่ได้เื่คนหนึ่งที่ทำอะไรไม่เป็สักอย่างต่อให้ได้มีโอกาสย้อนกลับมาที่นี่อีกครั้งก็คงเป็ได้แค่คุณชายไร้ประโยชน์อยู่ดี
หลี่เจี่ยหลิงซื้อชุดให้เขาสี่ชุดเป็ผ้าฝ้ายละเอียดสามชุดสำหรับใส่ออกไปข้างนอกและผ้าฝ้ายหยาบอีกหนึ่งชุดสำหรับทำงานที่ต้องใช้แรงและต้องเปื้อนเพราะผ้าฝ้ายหยาบจะมีความทนทานกว่า เขาจึงไปเปลี่ยนเป็ชุดผ้าฝ้ายหยาบ
บ้านหลังนี้สร้างขึ้นด้วยดินการซ่อมแซมไม่ได้ยากมากนักเพียงแค่อุดด้วยดินเหนียวรอให้แห้งดินเหนียวก็จะแห้งอุดรอยรั่วตามจุดต่างๆ นับว่าเป็การซ่อมแซมชั่วคราว
ดินเหนียวสามารถขุดหาได้ตามลำธารมีลำธารอยู่แห่งเดียวในหมู่บ้าน เป็ลำธารสายเล็กที่ไหลมาจากเขากู่จี้ชาวบ้านทั้งหมู่บ้านล้วนไปตักน้ำ และซักผ้ากันที่นั่นส่วนอีกแห่งเป็บนเขาหลังบ้าน เป็ลำธารขนาดเล็กแต่น้ำค่อนข้างขุ่น ส่วนใหญ่ชุนเชียงกับหลินซื่อจะไปตักมาใช้รดน้ำผักต้นไม้
เหตุผลที่ลำธารเล็กบนเขาขุ่นก็เพราะที่นั่นมีดินเหนียวผสมอยู่จำนวนไม่น้อย
จ้าวห่าวหลินเดินไปหยิบตะกร้าสานไม้ไผ่ที่ชุนเชียงใช้เก็บของป่าบนเขาขึ้นสะพายหลังและเดินไปหยิบเสียมที่ลานหลังบ้านใส่ตะกร้า เดินขึ้นเขาตามเสียงลำธารไป
จำได้ว่าชุนเชียงเคยพูดว่าอยู่ไม่ไกลนักประมาณสี่ลี้
ทางขึ้นเขาลาดชันและเดินค่อนข้างยากหากเป็ตอนที่ร่างกายแข็งแรงย่อมไม่ใช่เื่ยากสำหรับจ้าวห่าวหลินแต่ตอนนี้เขาย้อนกลับมายังโลกเดิมพร้อมกับร่างกายที่อ่อนแออีกครั้ง
บางครั้งเขาเองก็ปรับตัวไม่ทันคิดว่าตัวเองยังแข็งแรงเหมือนเมื่อก่อนพอเดินขึ้นเขามาจนถึงลำธารสายเล็กที่ชุนเชียงบอก แผ่นหลังเขาก็ชุ่มไปด้วยเหงื่อแล้วเขาต้องหยุดเพื่อปรับลมหายใจตัวเองให้ทัน
ร่างกายนี้จะแย่เกินไปแล้วเฮ้อ....หวังว่าหลี่เจี่ยหลิงจะถอนพิษบ้านี่ออกไปได้จริง ๆ สักที
จ้าวห่าวหลินมองน้ำสีขุ่นต่อให้กระหายแค่ไหนเขาก็มีความยับยั้งชั่งใจไม่กินน้ำเข้าไป รอบหน้าคงต้องพกถุงใส่น้ำขึ้นมาด้วยเสียแล้ว
จ้าวห่าวหลินพักหายใจชั่วครู่ก่อนจะเริ่มใช้เสียมขุดดินเหนียวร่างกายของเขาตอนนี้ยังไม่แข็งแรงนัก แบกได้มากสุดก็แค่หนึ่งในสามของตะกร้าต้องขนอยู่ประมาณสามรอบจึงจะได้หนึ่งตะกร้าเต็ม จ้าวห่าวหลินขนดินเหนียวจนถึงยามอู่จึงจะได้ดินเหนียวในปริมาณที่้า
หลินซื่อเข้ามาในบ้านเห็นสภาพจ้าวห่าวหลินที่ตัวเปื้อนไปด้วยดินโคลนเหงื่อโทรมกายก็ใ “เสี่ยวหลินเกิดอะไรขึ้น ทำไมสภาพเป็เช่นนี้ไปได้เล่า”
จ้าวห่าวหลินวางตะกร้าดินเหนียวลงใช้ต้นแขนปาดเหงื่อยิ้มส่งให้หลินซื่อ
“ข้าเห็นว่าบ้านหลังนี้มีรอยรั่วหลายจุดคิดว่าก่อนถึงหน้าฝน ควรจะซ่อมให้เรียบร้อยก่อนดีกว่าเลยขึ้นเขาไปขุดดินเหนียวนะขอรับ”
หลินซื่อมองบ้านเก่าหลังนี้มองเห็นรอยทรุดโทรมหลายจุด พลันถอนหายใจ ตอนที่หลี่เจี่ยหลิงมาถึงหมู่บ้านนี้บ้านหลังนี้นับว่าดีที่สุดในหมู่บ้านแล้ว เพียงแต่บ้านที่ไร้คนมานานย่อมทรุดโทรมตามเวลา
“รอพี่ใหญ่เฉินของเ้ากลับมาข้าจะให้พี่ใหญ่เฉินช่วยเ้า”หลินซื่อเห็นสภาพของจ้าวห่าวหลินก็อดเอ็นดูไม่ได้ “เ้าเพิ่งจะหายดีไม่นานอย่าได้ทำงานหนักจนป่วยไข้เลย เดี๋ยวท่านหมอจะเป็ห่วงเอา”
“ไม่เป็ไรขอรับเื่แค่นี้เองข้าทำได้” จ้าวห่าวหลินยิ้มแย้มสดใสส่งให้หลินซื่อ
หลินซื่อถอนหายใจนางเองก็ได้ยินข่าวลือในหมู่บ้านเกี่ยวกับเ้าหนุ่มนี่เหมือนกันแต่นางเองก็เหมือนเฉินเหลียงสามีของนางที่เชื่อว่าเด็กหนุ่มคนนี้ไม่ใช่คนไม่ดีอะไร ยิ่งได้เห็นท่าทางแข็งขันตอนนี้ของเขาก็ยิ่งคิดว่าข่าวลือพวกนั้นช่างไร้สาระนัก
ลองได้ชิมอาหารที่เ้าหนุ่มกินสักมื้อสองมื้อสิพวกเ้าจะได้รู้ว่าเ้าหนุ่มนี่มีดีกว่าหน้าตานึกถึงหัวกระต่ายผัดหมาล่าที่เ้าหนุ่มทำให้นางกับสามีกินคราวก่อนก็น้ำลายไหล
“เดี๋ยวข้าจะต้มน้ำให้เ้าเช็ดเนื้อเช็ดตัวเสียหน่อยอย่ายืนตากลมทั้งเหงื่อเช่นนี้เลย เดี๋ยวก็ไม่สบาย”หลินซื่อดันตัวจ้าวห่าวหลินเข้าบ้าน ส่วนตัวเองก็รีบเข้าครัวไปต้มน้ำ
ไม่นานหลินซื่อก็เอาน้ำร้อนผสมกับน้ำเย็นส่งให้จ้าวห่าวหลินที่ห้องนอนอ่างหนึ่งให้เขาได้เช็ดหน้าเช็ดตัวให้สดชื่นส่วนตัวเองก็กลับเข้าครัวเตรียมทำอาหารมื้อกลางวันให้กับจ้าวห่าวหลิน
เฉินเหลียงกลับมาจากบ้านหัวหน้าหมู่บ้านพร้อมข้าวของที่หลินซื่อให้ไปซื้อในหมู่บ้านมองเห็นควันลอยออกมาจากบ้านสกุลหลี่ ก็รู้ได้ทันทีว่าตอนนี้เป็เวลาที่หลินซื่อทำอาหารมื้อกลางวันให้เสี่ยวหลินเขาเอาข้าวของเข้าไปเก็บในบ้าน หยิบกระดูกหมูที่เลาะไว้เมื่อคืนวานติดมือไปบ้านสกุลหลี่
จ้าวห่าวหลินออกมาเห็นพี่ใหญ่เฉินก็ยิ้มทักทาย“พี่ใหญ่เฉิน ทำธุระให้พี่สะใภ้เสร็จแล้วหรือ”
“อืมเมื่อวานข้าจับหมูป่าได้ ฝากเ้าเฉินจ้านไปขายในเมืองเมื่อเช้า เหลือกระดูกพวกนี้กับเครื่องในจำได้ว่าเ้าอยากกินเลยเอาติดมือมาด้วย”
หลินซื่อได้ยินเสียงสามีก็ออกมาจากห้องครัวเห็นกระดูกหมูกับเครื่องในในตะกร้าก็รีบรับเข้าไปในครัว
กระดูกหมูส่วนใหญ่แล้วพวกพ่อค้าขายหมูในตลาดจะเลาะเนื้อไปจนหมดอย่างมากก็แค่ต้มกินน้ำแกงขาย สองชั่งแค่อีแปะเดียวยังไม่ต้องพูดถึงเครื่องในหมูที่ไม่มีใครกิน ถูกทิ้งไม่มีใครเหลียวแลด้วยซ้ำนางไม่รู้ว่าจ้าวห่าวหลินจะเอาของพวกนี้ไม่ทำอะไร
จ้าวห่าวหลินเห็นสีหน้าของหลินซื่อก็เข้าใจ“พี่สะใภ้ วันนี้ให้ข้าจัดการเองเถอะ ท่านแค่นึ่งหมั่นโถวให้ข้าหน่อยก็พอ”
เฉินเหลียงมองหน้าจ้าวห่าวหลิน“เ้าจะทำเครื่องในพวกนี้ได้หรือ เ้าพวกนี้ทั้งเหม็นทั้งคาว ไม่มีใครเขากินหรอก”
“เชื่อข้าข้าสัญญาว่าท่านจะอร่อยเสียจนเผลอเคี้ยวลิ้นตัวเอง”จ้าวห่าวหลินยกตะกร้าเครื่องในขึ้น แต่มันหนักจนแทบหน้าทิ่ม เฉินเหลียงหัวเราะยกตะกร้าขึ้นมาแทน
ทั้งสองพากันไปยังลานหลังบ้านเพื่อจัดการวัตถุดิบ ในสวนมีหัวไชเท้าและหูหลัวปัว[1] เขาล้างขัดกระดูกจนสะอาดแล้วให้เฉินเหลียงสับเป็ท่อน ๆ
ปกติแล้วเครื่องในหมูหากจะกำจัดกลิ่นคาวจะต้องใช้เกลือและแป้งจำนวนมากแต่จ้าวห่าวหลินใช้ขี้เถ้าในห้องครัวล้างทำความสะอาดแทน
เขาใช้ขี้เถ้าถูไส้หมูครั้งแล้วครั้งเล่านำน้ำสกปรกไปเทตรงพุ่มไม้เตี้ยอีกฝั่งหนึ่ง แล้วตกน้ำมาครึ่งถาดล้างต่อไปหลังจากทำไปมาอยู่สี่ห้าครั้ง กลับนอกกลับในก็หยิบขึ้นมาดมใกล้ ๆปรากฏว่ากลิ่นจางลงไปมากแล้ว
จากนั้นก็เอาเครื่องในส่วนอื่นมาล้างด้วยขี้เถ้าเช่นกันก่อนจะถูด้วยเกลือเล็กน้อยเพื่อดับกลิ่นคาวจนเครื่องในสะอาดก็ยกเข้าไปในห้องครัว
เขาส่งเครื่องในให้เฉินเหลียงช่วยหั่นเป็ชิ้นตามที่้า
หลินซื่อกำลังนวดแป้งเตรียมนิ่งหมั่นโถววันนี้จ้าวห่าวหลินแสดงฝีมือทำอาหาร นางจึงนึ่งหมั่นโถวเผื่อตัวเองกับสามีด้วย
ห้องครัวมีเตาไฟสองเตาสามารถหุงข้าวไปพร้อมกับทำกับข้าวได้ตอนนี้หม้อใบหนึ่งกำลังต้มน้ำเตรียมนึ่งหมั่นโถวลูกใหญ่จ้าวห่าวหลินจึงใช้อีกเตาหนึ่งแทน
จ้าวห่าวหลินเอากระทะใบใหญ่ตั้งเตาใส่น้ำมันหมูลงไปใส่น้ำตาลลงไปในน้ำมัน ตามด้วยเครื่องในหมูที่หั่นเตรียมไว้แล้วลงไป
ในโลกนี้เครื่องปรุงทุกอย่างล้วนมีหมดแทบไม่ต่างกับโลกอนาคตเพียงแต่คุณภาพไม่ดีพออย่างเช่นน้ำตาลของที่นี่ค่อนข้างสีเหลืองเข้ม ความบริสุทธิ์ไม่พอ ความหวานน้อยลง
จะทำพะโล้จะต้องใช้ซีอี๊วและน้ำตาลทำให้เนื้อพะโล้มีสีสันเมื่อเครื่องในหมูเปลี่ยนสีแล้วจึงใส่เครื่องเทศที่เตรียมไว้ก่อนหน้านี้เขาได้ค้นเครื่องสมุนไพรของหลี่เจี่ยหลิงทำเป็เครื่องพะโล้เอาไว้ตอนนี้จึงนำมาโยนใส่ลงไปในกระทะ เติมเหล้าเหลืองและเกลือลงไป
กลิ่นเหล้าโชยเข้าจมูกจากนั้นก็เติมน้ำใช้ไฟแรงต้มเป็เวลาครึ่งชั่วยามเพื่อให้รสชาติของเครื่องเทศเข้าเนื้อรอน้ำเดือดก็คอยตกฟองออก
รอจนหมั่นโถวนึ่งจนเสร็จแล้วก็ใช้น้ำเดิมที่นึ่งหมั่นโถวเพื่อประหยัดเวลา ทุบกระเทียมใส่ลงไปพร้อมกับพริกไทยใส่เกลือ น้ำตาล ใส่กระดูกหมูที่หั่นท่อนลงไป คอยตักฟองออก ใส่หัวไชเท้าหูหลัวปัวที่หั่นไว้ลงไป
รอให้น้ำแกงขาวข้นก็ปรุงรสด้วยซีอิ๊วน้ำตาลและเกลืออีกเล็กน้อย ต้มต่ออีกประมาณสองเค่อ[2] ก็ตักใส่ชามโรยด้วยต้นหอมซอยกับพริกไทยเล็กน้อย
กลิ่นความอร่อยโชยออกมาทำให้สองสามีภรรยายืดคออย่างรอคอยหลังจากได้กินไก่ตุ๋นโสมกับหัวกระต่ายผัดหมาล่ามาแล้วความคาดหวังที่มีต่อเครื่องในก็มากขึ้นตามไปด้วย
จ้าวห่าวหลินเป็คนพูดน้อยจนแทบไม่พูดแต่เวลาทำงานจะสงบจริงจังหลังจากที่อยู่ด้วยกันสักระยะพวกเขาก็รู้ว่าเวลาเ้าหนุ่มกำลังทำอาหารอย่าได้ไปยุ่งวุ่นวายเด็ดขาดไม่อย่างนั้นอาจจะไม่ได้กินของอร่อย
ไม่นานอาหารทั้งสองก็เสร็จจ้าวห่าวหลินตักน้ำแกงกระดูกหมูกับพะโล้เครื่องในใส่ชามใบใหญ่หลินซื่อกับเฉินเหลียงที่รออยู่ก็รีบเข้าไปคว้าชามคนละไปไปจัดวางบนโต๊ะแปดเซียนในห้องโถงกลางแทบจะทันที
จ้าวห่าวหลินหัวเราะทำน้ำจิ้มสำหรับพะโล้อย่างง่าย ๆ ตำพริกใส่น้ำส้มสายชูน้ำตาลและเกลือนิดหน่อยเดินตามออกไป
“กินกันเถอะ”เฉินเหลียงคว้าหมั่นโถวเข้ามือกลืนน้ำลาย คีบกระดูกหมูใส่จานกระดูกหมูที่ถูกหั่นแล้วมองเห็นไขมันในกระดูกดิ้นไปมาอยู่ข้างใน เมื่อสูดเข้าปากความมันนุ่มลื่นเข้ากันได้ดีกับน้ำแกงสดชื่น
คีบพะโล้เครื่องในขึ้นมาเข้าปากอย่างไม่รีรอเครื่องในพวกนี้อร่อยยิ่ง ไม่มีกลิ่นเหม็นอย่างที่ควรอีกทั้งยังได้กลิ่นสมุนไพรหอม ๆ ที่ถูกตุ๋นจนเข้าเนื้อแต่ละส่วนให้รสชาติและััต่างกัน เคี้ยวเพลินยิ่งนัก
ทั้งสองสามีภรรยากินกันอย่างสนุกสนาน
“พวกท่านลองจิ้มกับน้ำจิ้มนี้ดู”จ้าวห่าวหลินดันถ้วนน้ำจิ้มออกไป
เฉินเหลียงคีบปอดหมูขึ้นมาจิ้มน้ำจิ้มรสชาติเผ็ดเปรี้ยวตัดกับรสชาติดังเดิม รู้สึกอร่อยมากขึ้น
ทุกคนต่างกินอาหารกันจดหมดเกลี้ยงเติมอีกสองสามรอบ หากไม่ใช่ว่าตั้งใจเก็บไว้ให้สองสาวกินเป็มื้อเย็นสองสามีเฉินเหลียงคงไม่เกรงใจตักเพิ่มอีก พวกเขากินอิ่มจนแทบจะลุกขึ้นไม่ได้
“เฮ้อ...ฝีมือการทำอาหารของเสี่ยวหลินช่างน่ากลัวจริง ๆดูสิข้าไม่อาจยั้งใจได้จนเป็เช่นนี้ไปเสียแล้ว”หลินซื่อเอ่ยอย่างตัดพ้อมองท้องน้อยที่ยื่นออกมา
สามีของนางเป็นายพรานมีหรือที่จะขาดเนื้อสัตว์แต่นี่เป็ครั้งแรกที่นางกินมากขนาดนี้ รู้สึกขายหน้าขึ้นมาเสียแล้ว
เฉินเหลียงไม่ได้คิดอะไรมากหัวเราะออกมาอย่างสุขใจ “อร่อยจริงๆ หากเอาไปขายในเมืองคงจะขายได้ไม่น้อย”
หลินซื่อคิดว่าเป็ความคิดที่ดีเครื่องในหมูเดิมทีเป็ของที่คนขายเนื้อต้องทิ้งอยู่แล้วหากจะซื้อมาทำพะโล้เครื่องในก็ใช้เงินซื้อไม่กี่อีแปะเท่านั้นนี่ไม่เท่ากับต้นทุนต่ำกำไรสูงหรอกหรือ
จ้าวห่าวหลินยิ้มทายาทมหาเศรษฐีเช่นเขาต้องไปขายพะโล้เครื่องใน?
หลินซื่อมองหน้าจ้าวห่าวหลินก็รู้ความคิดอีกฝ่ายก็ถอนหายใจเสียดายก่อนจะนึกอะไรขึ้นได้ “สามี วันนี้เสี่ยวหลินไปขนดินเหนียวจากบนเขามาตั้งใจจะซ่อมบ้าน พี่ไปช่วยเสี่ยวหลินหน่อยเถิด”
เฉินเหลียงเลิกคิ้วมองจ้าวห่าวหลินก่อนจะยิ้มตบไหล่“ทำไมเ้าไม่บอกข้าก่อนเล่า ไปกันเดี๋ยวข้าช่วยเ้าเอง”
เฉินเหลียงรู้สึกว่าตัวเองกินเข้าไปเยอะจะได้ออกไปเดินย่อยหน่อย หลินซื่อพยักหน้ายิ้มแย้มให้จ้าวห่าวหลิน ก่อนจะลุกขึ้นคว้าถ้วยชามเข้าห้องครัวไปจัดการ
จ้าวห่าวหลินกับเฉินเหลียงออกไปเดินย่อยอาหารที่ลานบ้านสักพักหลินซื่อก็นำถ้วยยามาส่งให้จ้าวห่าวหลิน เมื่อชายหนุ่มดื่มจนหมดนางก็นำกลับไปล้างในห้องครัวก่อนจะกลับเรือนตัวเองไป
จ้าวห่าวหลินกับเฉินเหลียงช่วยกันผสมดินเหนียวกับฟางข้าวก่อนจะนำไปโปะตามรอยรั่ว ใช้ไม้ฉาบให้เรียบยามโหย่วหลี่เจี่ยหลิงกับชุนเชียงกลับมาถึงบ้านก็เห็นเฉินหลียงกำลังปีนลงจากหลังคาบ้านพอดี
หลินซื่อกำลังนั่งกัดเมล็ดแตงมองสองหนุ่มซ่อมบ้านเห็นสองสาวกลับมาก็ยิ้มส่งให้“กลับมาแล้วหรือ เดี๋ยวข้าไปยกน้ำร้อนมาให้”
หลี่เจี่ยหลิงมองจ้าวห่าวหลินที่กำลังจับบันไดไม้ไผ่ให้เฉินเหลียงด้วยความสงสัย"เกิดอะไรขึ้นหรือเ้าคะ พี่สะใภ้หลิน”
“วันนี้เสี่ยวหลินไปขนดินเหนียวจากบนเขากลับมาบอกว่ากังวลว่า่หน้าฝนน้ำจะท่วมบ้านนะสิ พี่เฉินของเ้าเลยมาช่วยเสี่ยวหลินใช่แล้วเมื่อกลางวันเสี่ยวหลินทำอาหารเอาไว้ เดี๋ยวข้าอุ่นพร้อมกันเลย”
พูดจบหลินซื่อก็กลับเข้าไปในบ้านเฉินเหลียงก็ลงจากหลังคามาเห็นสองสาวก็ส่งยิ้มให้หลี่เจี่ยหลิง “ท่านหมอกลับมาแล้วหรือ”
“เ้าค่ะ”หลี่เจี่ยหลิงมองจ้าวห่าวหลิน
เฉินเหลียงเห็นสายตาของหลี่เจี่ยหลิงก็ยิ้ม“เฮ้อ เห็นตัวเล็กบอบบางแบบนี้ ไม่คิดเลยว่าจะอึดไม่น้อย ฮ่าๆๆ เป็ข้าที่ดูถูกเสี่ยวหลินแล้ว”
“ข้าไม่ได้ทำอะไรมากเป็พี่ใหญ่เฉินต่างหากที่ช่วย ไม่อย่างนั้นตอนนี้คงยังไม่เสร็จ”
“เ้าจะเกรงใจไปทำไมรอวันมะรืน ดินเหนียวพวกนี้แห้งก็ใช้ได้แล้ว หวังว่าจะไม่มีฝนตกลงมาก่อน”ไม่อย่างนั้นที่ทำกันมาก็คงเสียเปล่าเฉินเหลียงเห็นหลี่เจี่ยหลิงมองจ้าวห่าวหลินก็ไม่อยากอยู่เป็ก้าง“ข้าไปล้างมือก่อน ไปกันเถอะนางหนูชุนเชียง พาข้าไปล้างมือ”
หลี่เจี่ยหลิงมองจ้าวห่าวหลิน“เ้ามีอะไรให้ข้าแปลกใจได้อยู่เรื่อย”
จ้าวห่าวหลินยิ้ม“ถึงอย่างไรข้าก็เป็สามีของเ้า” ชายหนุ่มนิ่งไปครู่หนึ่งก่อนเอ่ยต่อ “ก็ควรจะทำอะไรบ้างไม่ใช่หรืออย่างไง?”
“ด้วยการซ่อมบ้าน?”หลี่เจี่ยหลิงเลิกคิ้วถามหยอกล้อความจริงแล้วนางก็ไม่ได้สนใจนักว่าจ้าวห่าวหลินจะทำอะไร และไม่ได้คาดหวังนักพอได้รู้จักก็รู้สึกว่าชายหนุ่มผู้นี้น่าค้นหาไม่น้อย
ภายนอกดูเป็คุณชายสูงส่งทำอะไรไม่เป็แต่กลับทำอาหาร ซ่อมบ้านได้ นางไม่รู้เลยว่าวันพรุ่งนี้นางจะค้นพบอะไรในตัวเขาอีก ช่างเป็เื่ที่น่าสนใจยิ่งนัก
จ้าวห่าวหลินโน้มตัวเข้าไปใกล้“ทำไม หลงเสน่ห์ข้าแล้วหรือ”
หลี่เจี่ยหลิงรู้สึกสนใจในคำพูดนี้ของเขา“หากข้าหลงเสน่ห์สามีตัวเอง จะเป็ไรไปเล่า”
จ้าวห่าวหลินสะอึกนั่นสิ...ก็ไม่ผิด เขาถอยตัวเองเว้นระยะห่าง อึกอักไม่รู้จะตอบกลับอย่างไงผู้หญิงคนนี้ช่างไม่รู้จักเล่นตามเกมเอาเสียเลย
“ตัวเ้าเปื้อนไปด้วยดินและเหงื่อไปล้างตัวล้างมือสักหน่อยก่อนเถิด เดี๋ยวก่อนนอนข้าจะให้ชุนเชียงต้มน้ำให้เ้าอาบ”
จ้าวห่าวหลินขมวดคิ้ว“จะให้ข้าไปอาบที่ไหน?”
หลี่เจี่ยหลิงยิ้มหลอกล้อ“แน่นอนว่าเป็ห้องของเรา” นิ้วเรียวเชยคางชายหนุ่มขึ้น “ทำไม เ้าเขินอายข้า”
จ้าวห่าวหลินคิดดูแล้วขนาดนางยังกล้าอาบน้ำเปลี่ยนชุดต่อหน้าเขาโต่งๆเขาที่เป็ชายชาตรีจะเขินอายได้อย่างไร สะบัดหน้าออกจากนิ้วเรียว
“เช่นนั้นรบกวนชุนเชียงแล้ว”พูดจบก็รีบสับเท้าเข้าไปในบ้านเหตุใดข้าถึงได้รู้สึกว่าตัวเองโดนหยอกเย้าอยู่เรื่อยเลยเล่า ข้า...เป็ชายนะ
หลี่เจี่ยหลิงเห็นท่าทางเขินอายของชายหนุ่มก็หัวเราะ
วันนี้ทั้งสองบ้านก็ยังคงกินมื้อเย็นด้วยกันอย่างมีความสุขหลี่เจี่ยหลิงกับชุนเชียงได้กินพะโล้เครื่องในหมูกับน้ำแกงกระดูกหมูครั้งแรกก็รู้สึกชอบอย่างมากไม่นานแกงหม้อใหญ่สองหม้อก็หมดลง
หลินซื่อพยุงเฉินเหลียงที่กินมากจนท้องโตกลับบ้านไปด้วยความอับอาย
ชุนเชียงเก็บกวาดจานชามไปล้างในห้องครัวก่อนจะเตรียมน้ำให้จ้าวห่าวหลินอาบในห้องของหลี่เจี่ยหลิงก่อนจะถอยไปด้วยแววตากรุ่มกริ่มหยอกล้อหลี่เจี่ยหลิง
่นี้ท่านเขยกำลังอยู่ใน่พักฟื้นไม่อาจทำหน้าที่สามีได้ยิ่งเห็นทั้งสองคนห่างเหินก็ยิ่งทำให้ชุนเชียงกังวลใจแทนพอเห็นว่าวันนี้ท่านเขยยอมอาบน้ำเปลือยกายต่อหน้าหลี่เจี่ยหลิงแล้วก็คาดเดาว่าความสัมพันธ์ของทั้งคู่น่าจะดีขึ้น
จ้าวห่าวหลินมองดูหลี่เจี่ยหลิงนั่งอยู่บนเตียงเตามองเขาอยู่ก็ถอนหายใจหนักรู้สึกเหมือนหญิงสาวที่โดนอาเสี่ยเรียกเข้าห้องอย่างไรอย่างนั้น
“เ้าไม่มีอะไรทำอย่างนั้นหรือ?”จ้าวห่าวหลินอดที่จะถามไม่ได้ มานั่งมองข้านี่เ้าว่างเหรอ?
“ให้ข้าช่วยไหม?”หลี่เจี่ยหลิงเท้าคางมองชายหนุ่ม “หากไม่รีบเดี๋ยวน้ำก็เย็นก่อนหรอก
จ้าวห่าวหลิน“....” ข้ารู้สึกว่าความสัมพันธ์ของเรามันสลับกัน
จ้าวห่าวหลินแสร้งทำเป็ไม่เห็นหลี่เจี่ยหลิงในห้องรีบเปลื้องผ้าออก ตอนนี้แผลของเขายังโดนน้ำไม่ได้จึงไม่อาจใช้อ่างอาบน้ำได้ได้แค่เช็ดตัวเท่านั้น ไม่ว่าอย่างไรก็ต้องเปลือยกายให้หลี่เจี่ยหลิงมองอยู่ดี
หลี่เจี่ยหลิงมองแผ่นหลังเปลือยเปล่าของชายหนุ่มนางไม่ได้คิดอะไรมาก อย่างไรเสียก็เคยผ่านราตรียามค่ำคืนด้วยกันมาแล้ว
แต่พอมองาแของชายหนุ่มบนแผ่นหลังนางเม้มปากลุกขึ้นไปแย่งผ้าจากมือของจ้าวห่าวหลินมาชุบน้ำเช็ดตัวให้ชายหนุ่มแทน
“หากให้เ้าอาบเอง เดี๋ยวแผลก็โดนน้ำพอดี หากแผลโดนน้ำจะหายช้าข้าจะอาบให้เ้าเอง”
จ้าวห่าวหลินไม่พูดอะไรเพียงแค่ยืนให้หญิงสาวเช็ดตัวให้นิ่งหากบอกว่าไม่หวั่นไหวก็ไม่ใช่ชายชาตรีแล้ว เขารู้สึกว่าตอนนี้์กำลังทดสอบเขาอยู่หรือไม่
หลี่เจี่ยหลิงเช็ดตัวให้ชายหนุ่มสังเกตเห็น‘อาวุธ’ พร้อมใช้งานของเขาก็หัวเราะ รีบส่งผ้าคืนให้ชายหนุ่ม “เ้าเช็ดด้านหน้าเองก็แล้วกัน”
จ้าวห่าวหลินหันหลังหนีเข้ากำแพงผู้หญิงคนนี้...น่ารำคาญนัก
---------------------------------------
[1] หูหลัวปัวคือแครอต
[2] เค่อ เท่ากับ 15นาที