บทที่ 22 ใคร?
เมื่อเดินถึงโรงจอดรถ ลู่เฉิงเหวินก็เกาหัวแกรก ๆ ในสมองมีแต่เครื่องหมายคำถาม
ในโรงรถของตระกูล รถส่วนใหญ่เป็ของพ่อ มีรถแวน รถซีดาน และรถเอ็มพีวีเป็หลัก
เขาเองก็จอดรถสปอร์ตสองคันไว้ที่นี่เช่นกัน
ในความทรงจำของเขา ภายในนิยายเื่นี้ เขามีโรงเก็บรถแยกออกมาต่างหาก แต่ไม่ได้อยู่ในคฤหาสน์หลังนี้เท่านั้น
ที่นี่รถของเขามีเพียงแค่สองคัน และเป็รถสปอร์ตทั้งคู่
จ้าวกังวิ่งมาหา “คุณชายครับ วันนี้ขับคันไหนครับ?”
ลู่เฉิงเหวินลูบคาง ชี้ไปที่รถคันหนึ่ง “ไปเอากุญแจรถคันนี้มา”
จ้าวกังนิ่งอึ้ง “คุณชาย นี่เป็รถของนายท่านนะครับ”
“แค่รถคันเดียว ฉันขับหน่อยไม่เป็ไรหรอกน่า”
“เออ แต่ว่ารถคันนี้...”
“มีอะไร?”
“ไม่สมฐานะคุณชายนะครับ!”
รถคันนั้นเป็รถหรูดูเรียบง่าย มองจากภายนอกไม่โดดเด่นเลยสักนิด ทว่าราคาแพงจนแทบกระเป๋าฉีก
“คันนี้แหละ”
เหลิ่งชิงชิวเองก็คาดไม่ถึงเช่นกันว่าความรู้สึกที่เคยมีต่อลู่เฉิงเหวินจะเปลี่ยนไป
เื่ที่เกิดใน่สองวันที่ผ่านมา ทำให้เธอรู้สึกราวกับว่าตัวเองไม่เคยรู้จักผู้ชายคนนี้
ลู่เฉิงเหวินในอดีต เธออยู่ด้วยแค่สามนาทีก็รู้สึกไม่ดีจะแย่อยู่แล้ว เพียงเห็นหน้าเขาแค่แวบเดียวก็ทนแทบไม่ไหว จนถึงขั้นที่ว่าได้ยินแค่ชื่อของเขา เธอก็ไม่มีแม้แต่อารมณ์จะกินข้าว
ทว่าวันนี้ เธอกลับอ้อนวอนขอให้เขาไปส่งที่บริษัท
เพียงแค่โทรศัพท์ครั้งเดียว ก็จะมีคนมารับเธอแล้วแท้ ๆ
แต่เหลิ่งชิงชิวกลับไม่ยอมโทร ทั้งยังรอให้ลู่ก่วงหงงัดเอาไม้กวาดอาญาสิทธิ์ออกมาไล่ลู่เฉิงเหวินให้ไปส่งตน
ประการที่หนึ่ง เป็เพราะเธอไม่ได้รู้สึกรังเกียจลู่เฉิงเหวินเหมือนก่อนอีกแล้ว ในจุดนี้ ถึงตอนนี้เธอเองก็ยังไม่รู้ตัว
หญิงสาวเพียงรู้สึกว่า ตาลู่เฉิงเหวินนี่ก็ดูน่ารักดีเหมือนกัน
ประการที่สอง เป็เพราะในตัวลู่เฉิงเหวินมีปริศนาอยู่มากมายที่ตนเองอยากจะถามให้รู้ชัด ๆ
เมื่อเข้าไปนั่งในรถด้านหลังคนขับ เหลิ่งชิงชิวก็มองดูทิวทัศน์นอกหน้าตาที่ผ่านไปอย่างสงบ ในสมองครุ่นคิดอยู่ว่าจะเริ่มต้นพูดกับลู่เฉิงเหวินอย่างไรดี
ลู่เฉิงเหวินมองอีกฝ่ายผ่านกระจกส่องหลังอยู่บ่อย ๆ พร้อมร้องชื่นชมในใจ
‘เธอนี่สวยจริง ๆ ทำไมถึงได้สวยขนาดนี้กันนะ? ในโลกนี้มีผู้หญิงที่สวยได้ขนาดนี้จริง ๆ เหรอ? เป็ตุ๊กตารึเปล่า?’
เหลิ่งชิงชิวรู้ตัวเองว่าตนสวย ั้แ่เล็กจนโตมีแต่คนชมว่าเธอสวย และยังมีคนชมแทบทุกวัน ดังนั้นหญิงสาวจึงค่อนข้างชินชาต่อคำชื่นชมแบบนี้ ทั้งยังรู้สึกเบื่อซะด้วยซ้ำ
แต่เมื่อมีคนมาชื่นชมความงดงามของเธอจากใจจริง ทั้งยังชื่นชมถึงขนาดนี้ หลงใหลถึงเพียงนี้ ชื่นชอบในตัวเธอเช่นนี้ มันทำให้เธอรู้สึกปลื้มใจและภูมิใจเป็อย่างมาก
หญิงสาวอมยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัว
‘อืม ต้องคิดหาวิธีทำให้เธออยู่ห่าง ๆ ฉันโดยเร็วที่สุด ไม่รู้ทำไมยิ่งพยายามออกห่างก็ยิ่งอยู่ใกล้กันซะได้? ตอนนี้ถึงขั้นมาแข่งดื่มกับฉัน แล้วมานอนในบ้านของฉัน บทละครห่วยแตกอะไรขนาดนี้!’
รอยยิ้มของเหลิ่งชิงชิวเลือนหายไป พร้อมมองไปที่ลู่เฉิงเหวิน “ทำไมอยู่ดี ๆ คุณถึงไม่ชอบหน้าฉัน?”
ลู่เฉิงเหวินสะดุ้ง “เปล่า! ผมจะไม่ชอบหน้าคุณได้ยังไง? ผมชอบคุณมากแค่ไหน คนทั่วทั้งเมืองเสวี่ยต่างก็รู้ ฮ่า ๆ ๆ ๆ ๆ แค่ก ๆ!! ไม่ใช่... เปล่าเลย ผมก็แค่...เอ่อ”
คำตอบแบบปากไม่ตรงกับใจของลู่เฉิงเหวินทำให้เหลิ่งชิงชิวยิ่งรู้สึกเสียใจ
ผู้ชายคนนี้คอยตามจีบเธออยู่ทุกวันอย่างไม่ลดละเป็เวลาถึงสามปี แต่พอถึงบทจะตัดเยื่อใยก็ตัดเยื่อใยจนไม่มีเหลือ ไม่แม้แต่จะหันกลับมามอง และยังอยากจะให้เธอหายสาบสูญไปจากโลกนี้ซะด้วยซ้ำไป
ความรู้สึกที่กลับตาลปัตรเช่นนี้ทำให้เหลิ่งชิงชิวรู้สึกรับไม่ได้อย่างแรง
เมื่อก่อนเธอรู้สึกว่าลู่เฉิงเหวินเป็เหมือนก้อนขี้หมา แต่... ตอนนี้ ไม่รู้ว่าเพราะเหตุใด ในใจตนกลับรู้สึกว้าวุ่น ราวกับกำลังจะสูญเสียของสำคัญบางอย่างไป
มันช่างช้ำใจจริง ๆ!
เหลิ่งชิงชิวมองดูทิวทัศน์นอกหน้าต่าง และพยายามควบคุมสติ “ชอบคนอื่นแล้วใช่ไหม? เพราะแบบนั้นเลยไม่ชอบฉันแล้ว?”
“ฮะ?” ลู่เฉิงเหวินผงะ พลันตอบ “ใช่”
เหลิ่งชิงชิวใมาก เธอคาดไม่ถึงเช่นกันว่าตนเองจะใและโกรธถึงเพียงนี้
“ใคร?”
“แหม จะใครได้ล่ะ”
“ใคร”
“สำคัญด้วยเหรอ?”
“สำคัญสิ”
เหลิ่งชิงชิว “ฉันต้องรู้ว่าใครกันที่เอาชนะฉันได้ และกลายเป็คนในดวงใจของคุณ”
ลู่เฉิงเหวินจอดรถชิดริมถนน
เขารู้สึกว่าตอนนี้เป็โอกาสอันดีที่จะพูดเปิดอก
“ชิงชิว ผมขอถามคุณข้อหนึ่ง คุณอยากจะแต่งงานรึเปล่า?”
“ไม่อยาก”
“คุณชอบผมรึเปล่า?”
“ไม่ชอบ”
“ถ้างั้นคุณเกลียดผมรึเปล่า?”
“เกลียดมาก”
“เท่านี้ก็จบเื่!”
ลู่เฉิงเหวินพูด “คุณไม่อยากแต่งงาน คุณไม่ได้ชอบผม และทั้งเกลียดทั้งไม่ชอบขี้หน้าผมมาก แล้วเราสองคนจะแต่งงานกันเพื่ออะไรล่ะ? เรากลับไปบอกพ่อกับแม่ว่าไม่เห็นด้วยที่จะหมั้น คุณไปบอกพ่อกับแม่คุณว่าผมไม่เห็นด้วย และผมก็จะบอกพ่อกับแม่ผมเหมือนกันว่าผมนี่แหละที่ไม่เห็นด้วย เท่านี้ทุกอย่างก็จะจบลงอย่างสวยงาม!”
“แต่ฉันอยากจะรู้เหตุผล”
“เหตุผลก็เพราะผมจิตใจโลเล ผมไปชอบคนอื่นแล้ว! ผู้ชายหลายใจอย่างผม เื่แบบนี้เป็เื่ปกติจะตาย!”
“ผู้หญิงคนนั้นเป็ใคร?”
ลู่เฉิงเหวินแทบจะคลั่งตาย เพราะโดนผู้หญิงซักจนอารมณ์เสีย “สำคัญด้วยรึไง?”
“สำคัญมาก”
ตอนนี้โทรศัพท์ของลู่เฉิงเหวินพลันดังขึ้น
ชายหนุ่มเห็นเบอร์แล้วก็แอบดีใจ มาได้จังหวะพอดีจริง ๆ!
เขารับสายพร้อมรอยยิ้ม “ฮัลโหล! น้องเสวี่ยเจียวจ๋า!”
สวีเสวี่ยเจียวผงะไปครู่หนึ่ง เมื่อวานยังทำท่าเบื่อหน่ายเธออยู่เลย ทำไมอยู่ ๆ วันนี้ถึงได้มาพูดหวานจนเลี่ยนแบบนี้?
สวีเสวี่ยเจียวซ้อนแผนกลับ “พี่เฉิงเหวิน เมื่อคืนคงเหนื่อยแย่เลยสินะคะ?”
“โอ๊ย แน่นอนสิคะ ก็น้องเล่นออดอ้อนออเซาะพี่ซะเหลือเกินนี่!”
“หึหึ อย่าพูดเหลวไหล ระวังฉันจะตีพี่จนตาย! วันนี้มีงานแถลงข่าว รีบมาด้วย เราต้องซ้อมกันก่อนสักรอบ”
“ได้ ได้สิคะ แต่เธอต้องใส่เครื่องแบบให้พี่ดูด้วยนะ”
“ทะลึ่งแล้ว! งานแถลงข่าวที่ไหนใส่ชุดเครื่องแบบกัน...”
เหลิ่งชิงชิวเปิดประตูลงจากรถ ก่อนจะกระแทกประตูใส่หน้าลู่เฉิงเหวินแล้วเดินจากไป