第 三十四章
เสียงตะโกนโหวกเหวกเรียกให้เหล่าสมุนของจื่อหลงพุ่งตัวออกมาด้านนอกทันทีที่ได้ยินเสียงนั่น ภาพที่พวกเขามองเห็นคือท่านประมุขที่มักจะสะอาดอ้านตลอดเวลาบัดนี้เสื้อผ้าเปรอะเปื้อนไปด้วยสีแดงจากเลือดกลิ่นคาวโชยมาเป็นครั้ง ในอ้อมแขนมีร่างบางคุ้นตานอนระทวยอยู่ตามมาด้วยปู้เฉินที่มิค่อยได้เปิดปากพูดในสภาพที่หาแตกต่างกันเท่าใดนัก
"เกิดสิ่งใดขึ้นขอรับ หรือท่านประมุขบาดเจ็บ"น้ำเสียงของหัวหน้าหน่วยตระหนกมิใช่น้อย
"มิใช่ข้า ไปตามท่านหมอมา คุณชายฟ่านได้รับบาดเจ็บ"
"ขอรับ"หัวหน้าหน่วยประสานมือรับคำสั่งทันที จากนั้นพยักหน้าให้ลูกน้องรีบเร่งไปตามท่านหมอมาร่างสูงหนาอุ้มฟ่านเสวียนดิ่งไปยังห้องพักของตนเองทันที ค่อยบรรจงวางร่างบางลงบนเตียงอย่างระมัดระวัง
"เจ้าเจ็บมากหรือไม่"
"ไม่เป็นไรมากยาที่เจ้าใส่ให้ช่วยข้าได้เยอะทีเดียว"ฟ่านเสวียนส่ายหน้าเล็กน้อยอดนิ่วหน้ามิได้เขามิใช่เนื้อเหล็กที่โดนฟันแล้วจะได้ไม่รู้สึกสิ่งใด ต่อให้ยาที่ได้มาช่วยได้มิใช่ว่าไม่รู้สึกเจ็บเลย
"เอาเถอะข้าให้คนตามหมอมาแล้วเจ้าอดทนรอสักหน่อยประเดี๋ยวก็ดีขึ้น"จื่อหลงก้มประทับริมฝีปากหนาลงหน้าผากขาวมนเพื่อปลอบโยนจากนั้นก็ช่วยถอดเสื้อตัวนอกออกเหลือเพียงเสื้อตัวในสีขาว มีปู้เฉินยืนช่วยเหลืออยู่ด้านข้างมือหนาที่เข่นฆ่าผู้คนมาทั้งชีวิตบัดนี้ทั้งเชื่องช้าอ่อนโยนระแวดระวังเกรงอีกฝ่ายจะบาดเจ็บไปมากกว่านี้
"อย่าคิดมากข้าไม่ได้เป็นอะไรมาก"
"เหลวไหลเจ้าผู้เป็นถึงภรรยาข้าเหตุใดแล้วสามีเช่นข้าถึงจะเป็นห่วงเจ้าไม่ได้เล่า เอาล่ะๆ เราอย่ามาเถียงกันถึงเรื่องนี้เลย ปู้เฉินเจ้าไปจัดเนื้อตัวของเจ้าให้เรียบร้อยแล้วตามไห่เปียวมาคอยดูแลเสี่ยวเสวียนด้วย"
"แต่ว่า..."ปู้เฉินนั้นบอกสาเหตุไม่ได้ว่าเพราะเหตุใดจึงเกิดหวาดระแวงคนที่ชื่อไห่เปียวขึ้นมาทั้งที่พระอาจารย์ได้เป็นผู้มีจดหมายมาถึงแล้วแท้ๆ
"ไปเถอะข้าคงจะระแวงไปเสียทุกคนไม่ได้อีกทั้งคราวนี้ท่านอาจารย์เป็นผู้ส่งเขามาคงไม่เกิดเรื่องใด"
"ขอรับ"ปู้เฉินรีบไปจัดการเนื้อตัวและเสื้อผ้าของตัวเองจนหมดจดก่อนจะเดินไปยังห้องพักของไห่เปียว
มือขาวนวลเรียวงามค่อยๆปล่อยบานหน้าต่างให้หุบกลับมาปิดสนิทด้วยความเบามือ จากเสียงเอะอะด้านนอกทำให้เขาค่อยๆแง้มหน้าต่างออกช้าๆพยายามมิให้เกิดซุ่มเสียงเฝ้ามองภาพเหตุการณ์ภายนอกด้วยสายตาที่อ่านไม่ออกว่าคิดสิ่งใดอยู่กันแน่ จากนั้นเมื่อเสียงเอะอะห่างไปแล้วเขาจึงค่อยปิดมันลงด้วยความระมัดระวังเดินถอยห่างจากหน้าต่าง มือข้างหนึ่งกอดอกอีกข้างยกขึ้นใช้ปลายนิ้วเคาะคางตัวเองเป็นจังหวะสีหน้าครุ่นคิด
"หรือแผนการข้าจะผิดพลาด เฮ้อน่าเสียดาย แต่เอาเถอะแผนอื่นก็ยังมีอีกอย่างตัวข้าเองก็มิได้เร่งรีบเสียหน่อย"เขาแย้มริมฝีปากยิ้มบางๆ เสียงฝีเท้ามั่นคงที่เดินมาถึงหน้าห้องทำให้เขาสำรวจตัวเองว่าพบสิ่งพิรุธตรงไหนหรือไม่ก่อนจะรับมือกับคนที่กำลังจะเดินมาถึง
"ไห่เปียว"
"ขอรับ"
"ทำสิ่งใดอยู่"
"ข้ากำลังจะออกไปด้านนอกขอรับได้ยินเสียงเอะอะเกรงว่าโรงเตี้ยมจะเกิดเรื่องขึ้น"
"ไม่สายไปหน่อยหรือ"ปู้เฉินหามีความเกรงใจไม่ใช้ขาถีบประตูห้องเข้ามาทันทีที่เอ่ยจบ
"ท่านหมายความเช่นไร"ไห่เปียวทำสีหน้าไม่เข้าใจ
"เจ้าได้ยินเสียงดังปานนั้นเหตุใดจึงไม่คิดจะออกไป"
"ข้าเพียงแค่กลัวจะออกไปสร้างภาระให้กับเหล่าพี่น้องจึงรั้งรอที่นี่ชั่วครู่
"อ่อ"ปู้เฉินหรี่ตาเหยี่ยวจ้องมองใบหน้างดงามนั่นนิ่งๆก่อนจะถอนหายใจ
"นายท่านเรียกเจ้ารีบออกไปเถอะ"
"เรียกหรือขอรับข้าต้องตระเตรียมสิ่งใดหรือไม่"ปู้เฉินใบหน้าดำมืดขึ้นทันที
"ตระเตรียมรึ เจ้ายังจะต้องเตรียมสิ่งใดอีก"ปู้เฉินกวาดตาขึ้นลงมองตั้งแต่เส้นผมที่มัดเกล้าเอาไว้ครึ่งศรีษะอีกครึ่งปล่อยสยายลงจนถึงบั้นเอว ชุดที่สวมใส่เป็นสีน้ำเงินอ่อนเกือบขาวไล่สีงดงามหาใช่ชุดในสังกัดไม่
"ข้ามิได้หมายความเช่นนั้น ข้าหมายความว่าต้องเตรียมยาหรืออะไรเช่นนั้นต่างหาก"คราวนี้ปู้เฉินพุ่งตัวเข้ามาใกล้จับข้อมือขาวเอาไว้แน่น
"รู้ได้อย่างไรว่ามีคนบาดเจ็บ"ปู้เฉินเสียงกร้าว ไห่เปียวใบหน้าซีดสลด
"ข้าได้ยินเสียงก็มันดังขนาดนี้มีหรือข้าจะไม่ได้ยิน"ปู้เฉินกัดกรามกรอด
"หึ ข้าอยากจะเตือนเจ้าเอาไว้สักอย่าง เจ้าพึ่งจะผ่านวสันต์สารทมาไม่กี่มากน้อย ต่างกับข้าและนายท่านที่ล้วนผ่านเป็นผ่านตายมามากมาย อย่าคิดว่าพวกข้าจะโง่เขลาจนเดาทางเจ้าไม่ออก เอาเถอะจะว่าข้าหวาดระแวงเกินเหตุก็แล้วแต่เจ้า แต่เจ้าอย่าคิดว่าจะรอดพ้นสายตาของนายท่านไปได้ อย่าประมาทเชียวล่ะ"ปู้เฉินสะบัดมือนั้นออกด้วยท่าทีรังเกียจ
"ตามข้ามา"ปู้เฉินจ้ำเท้าเดินดุ่มไปยังห้องพักของจื่อหลง
"มาแล้วขอรับนายท่าน"
"เบาเสียงปู้เฉินเสี่ยวเสวียนพึ่งจะหลับไป เข้ามาเถอะ"ปู้เฉินลดฝีเท้าลงปรายหางตาไปมองไห่เปียวเตือนด้วยสายตา ก่อนจะสืบเท้าเข้ามาช้าๆชะโงกมองฟ่านเสวียนแล้วหดคอกลับ
"เป็นอะไรมากหรือไม่ขอรับ"
"ไม่มากท่านหมอเหยียนมาดูแล้ว"
"อ่อเช่นนั้นก็เบาใจ"
"อืมใช่ ข้าเบาใจ แต่ก็อดโทษตัวเองไม่ได้ที่ดูแลเขาไม่ดี"จื่อหลงยกมือขาวซีดขึ้นมาแนบแก้มตัวเอง สายตาจ้องไปยังใบหน้าขาวด้วยแววตาระทมทุกข์
"ท่านดูแลเต็มที่แล้วขอรับ ตอนนี้ท่านหมอมาดูแล้วอาการของคุณชายฟ่านไม่น่าเป็นห่วงกว่าจะตื่นคงใช้เวลาหลายชั่วยาม เราไปจัดการเรื่องของสำนักเราก่อนดีหรือไม่ขอรับอีกทั้งเรื่องของคุณหนูเล็กก็ยังเป็นปัญหา"
"อืม ข้าเองก็คิดเช่นนั้น ไห่เปียว ข้าให้เจ้าดูแลเสี่ยวเสวียนดูแลเขาให้ดีล่ะ คงอีกนานกว่าจะตื่น หากเขาตื่นก่อนเจ้าก็ให้คนไปเรียกท่านหมอเหยียนมาดูอาการ"
"ขอรับ จริงสิข้าคิดว่าท่านยังไม่ได้พักผ่อนอย่างน้อยดื่มชาร้อนๆสักถ้วยหรือไม่ก็น้ำแกงรองท้องดีหรือไม่ขอรับ ข้าสั่งคนเอาไว้แล้ว"
"เอาแค่ชาก็พอข้าต้องรีบไป"
"ขอรับ"ไห่เปียวก้มหัวรับคำ เดินไปที่โต๊ะชา รินชาร้อนควันกรุ่นใส่จอกส่งให้ป๔้เฉินก่อน ส่วนตัวเองรินอีกจอกเดินไปยังจื่อหลง
"นี่ของท่านขอรับ"ปู้เฉินรับจอกชามาด้วยวิทยายุทธตนเองหาอ่อนด้อยเรื่องยาพิษย่อมต้องตรวจเจอโดยง่ายอยู่แล้ว เมื่อเขามองแล้วว่าปลอดภัยก็เอ่ยปากบอกจื่อหลง
"รีบดื่มขณะยังร้อนเถอะขอรับ"
"อืม"จื่อหลงเองหาได้หวาดระแวงเช่นปู้เฉินเพียงแค่เขามัวแต่หันไปมองใบหน้าที่หลับตาพริ้มด้วยความเป็นห่วง ยกจอกชาขึ้นดื่มตามไปด้วย
"ไปจัดเตรียมน้ำให้ข้าอาบหน่อยเถอะ"ปู้เฉินยกสองนิ้วใส่ปากพ่นลมออกมาเป็นสัญญาณเสียงพักเดียวมีถังน้ำขนาดใหญ่มาวางไว้หลังฉากพับมีสาวใช้อีกสี่ห้าคนเดินเรียงมาเทน้ำร้อนลงถัง ปู้เฉินเดินไปสำรวจก่อนจะเดินมาส่งผ้าขาวผืนใหญ่ให้จื่อหลง
"เรียบร้อยแล้วขอรับ"ทั้งคู่เดินหายไปยังหลังฉากพับทิ้งให้ไห่เปียวเดินตรงไปที่ฟ่านเสวียนนอนอยู่ ขยับตัวเองนั่งลงข้างๆสำรวจไปทั่วร่าง ใบหน้างดงามหลับตานิ่งพ่นลมหายใจแผ่วอกกระเพื่อมเป็นจังหวะสื่อให้เห็นว่าเจ้าตัวหลับสนิทแท้จริง มืองามประสานกันโดยจื่อหลงเป็นผู้จัดวางอยู่เหนือเอวเสื้อขาวบางจนเห็นจุดสีชมพูเรื่อสองจุดเลือนลาง กางเกงสีขาวถูกขาเรียวยาวสวมใส่จัดเคียงกันราวกับตะเกียบ แววตาของไห่เปียวแปลกไปเล็กน้อยแทบจะสังเกตุไม่เห็น เสียงสวบสาบและเสียงน้ำกระเพื่อมจ่องแจ๋มทำให้ไห่เปียวหักเหความสนใจไปยังทิศนั้น
"ด้านหลังของท่าน"เสียงปู้เฉินเอ่ยขึ้นเบาๆ
"ไม่เป็นไรมากหรอกแต่เผลอไปเลยโดนสะกิดเท่านั้น"จื่อหลงหลับตานิ่งปล่อยให้ไอร้อนของน้ำช่วยผ่อนคลายกล้ามเนื้อบวมช้ำจากการปะทะ ปู้เฉินใช้ผ้าผืนเล็กค่อยเช็ดถูแผ่นหลังให้เบาๆ
"ขอรับ"ปู้เฉินไม่เอ่ยอะไรออกมามากมายให้คนด้านนอกฉากพับเดาทางได้เด็ดขาด ไห่เปียวส่ายหน้าไปมาช้ากับความหวาดระแวงของปู้เฉิน ไม่นานนักเสียงน้ำดังซ่าใหญ่ทำให้รู้ว่าจื่อหลงขึ้นจากถังแล้ว
"ไห่เปียว"
"ขอรับ"ไห่เปียวรีบตอบขำเรียกของจื่อหลงทันที
"เจ้ายืนคิดสิ่งใดอยู่"ไห่เปียวสะดุ้งเมื่อเห็นใบหน้าคมก้มลงมองสบตาเขา
"ข้า..ข้า"จื่อหลงไม่ต้องการคำตอบเพียงแต่สั่งสั้นๆ
"ดูแลเขาให้ดี มีสิ่งใดเกิดขึ้นให้คนไปตามท่านหมอเหยียนได้เลยเขาพักอยู่เรือนด้านหลัง เจ้าไม่ต้องห่วงความปลอดภัยคนของเราเดินยามตลอดเวลา เข้าใจหรือไม่"
"ขอรับ"ปู้เฉินเงยหน้าจากการมองมือตนเองคลุมผ้าคลุมสีดำลงบนไหล่หนาของจื่อหลงสบตาเรียวรูปหงส์ของไห่เปียวด้วยอาการจับผิดแต่ไม่พูดสิ่งใด เมื่อทุกอย่างเรียบร้อยจื่อหลงสาวเท้าเดินเข้าไปยกมือขาวขึ้นประทับจูบอีกครั้ง
"หลับรอข้าไปก่อนนะรอเสร็จงานแล้วจะกลับมาอุ่นเตียงให้เจ้า"จื่อหลงบอกเบาๆ ไห่เปียวมองท่าทางเช่นนั้นด้วยสายตาไม่บ่งบอกว่าคิดสิ่งใด หากแต่พวงแก้มใสซับสีระเรื่อ
"หึ!"ปู้เฉินพ่นลมออกจมูกเมื่อเห็นท่าทางนั้น
"ฝันหวานเกินไปแล้ว"สิ้นเสียงจื่อหลงหันกลับมามองด้วยท่าทีสงสัย ปู้เฉินเองไม่เอ่ยสิ่งใดต่ออีกรอให้จื่อหลงพร้อมทั้งคู่จึงเดินจากมา ไห่เปียวรอจนทุกอย่างเงียบสงบจึงสืบเท้าก้าวไปหยุดที่เตียง
"จุ๊จุ๊ นี่หรือฟ่านเสวียน ท่านเสนาบดีจากเมืองหลวง ถึงเป็นบุรุษกลับงดงามสมคำร่ำลือ เอาเถอะข้ากับท่านแม้มิได้สนิทสนมกันมากแต่ข้าจะยอมยกท่านเป็นพี่ใหญ่ก็แล้วกัน แต่ว่า....เมื่อถึงยามนั้นข้าจะทนเห็นท่านเกะกะสายตาได้หรือไม่นั้นเป็นเรื่องที่บอกยากจริงๆ จริงสิ ข้ามีเรื่องอยากจะกล่าวกับท่านเรื่องหนึ่ง ท่านคิดว่าท่านประมุขจะหลงมัวเมาแต่กับท่านเท่านั้นจริงๆน่ะหรือ ท่านดูนี่สิ"ไห่เปียวล้วงเข้าไปในแขนเสื้อขอบกว้างของเขาล้วงเอาขวดยาสีขาวขวดเล็กเท่าความยาวของนิ้วโป้งขึ้นมาแกว่งไปมา
"รู้หรือไม่นี่คือสิ่งใด อืม..ข้าคิดว่าท่านเองคงไม่รู้แน่ๆ มันคือยาลุ่มหลง ถูกแล้วยานี่น่ะ ต่อให้เป็นหมอเทวดาก็ไม่สามารถรับรู้ได้ว่ามันถูกใส่ลงไปยานี้น่ะมันไม่ออกฤทธิ์ทีเดียวหรอกนะมันจำเป็นต้องใช้เวลาขาถึงไม่รีบร้อนอย่างไรเล่า จะว่าไปแล้วเมื่อกี้ข้าใส่ลงไปให้ท่านประมุขด้วยนะ เจ้าปู้เฉินนั่นทำตัวราวกับนกขี้หวาดระแวง ข้าไม่ถือสาเขาหรอกยังไงเขาก็คอยปกป้องท่านประมุขให้ปลอดภัยกลับมา ยานี่น่ะมันจะทำให้เขาเชื่อฟังข้าแต่โดยดี อ้อจริงสิถ้าใช้ในปริมาณที่เกินกว่าเชื่อฟัง ตรงนี้ของเขา..."ไห่เปียวใช้นิ้วชี้เรียวงามจิ้มลงเหนือเนินท้องน้อยของฟ่านเสวียนแรงๆ
"ก็เชื่อฟังข้าด้วยนะ ดังนั้นเมื่อถึงเวลาข้าจะทนเห็นท่านผ่านไปมาได้หรือไม่นะ เอาแบบนี้ดีกว่าเมื่อถึงตอนนั้นข้าจะคิดดูอีกที อ้อ ท่าอาจารย์เองก็ได้รับยานี้เช่นกันเขาถึงเชื่องกับข้านักหนา เรื่อวงนี้คงต้องขอบคุณท่านพ่อที่หาตัวช่วยดีๆเช่นนี้มาให้ ตระกูลของท่านกำลังจะหายไปจากบันทึกของเหล่าขุนนางแล้วรู้หรือเปล่า"ไห่เปียวหัวเราะเบาๆ เกบขวดยาใส่กลับไปยังที่เดิมหากแต่เสียงกริ๋งกระทบกันเบาๆของขวดกระเบื้องสองขวดทำให้ไห่เปียวตาลุกวาบขึ้น
"จริงสิข้ายังมีสิ่งนี้นี่นา"ไห่เปียวกลับหยิบขวดสีชาดขนาดเท่ากับขวดสีขาวเมื่อครู่ขึ้นมาชูขึ้นเหนือใบหน้าตนเอง
"โอ๋!ข้าลืมมันไปได้อย่างไรกันนะ ท่านโชคดีหรือโชคร้ายกันแน่หืมฟ่านเสวียน"
#ลืมกันไปแล้วหรือยังหนอ มาแบบขาดๆหายๆภารกิจรัดตัวจริงๆค่ะไรท์เลิกงานกลับมาก็หมดแรงตื่นมาก็เช้าอีกวันแล้ว กว่าจะปรับตัวได้น่าจะอีกประมาณเดือนหนึ่งเต็มๆ ฝืนลุกมาแต่งไม่ไหวจริงๆขอโทษแฟนเพจที่ติดตามนิยายของไรท์ด้วยนะคะ จะพยายามกลับมาทำหน้าที่ให้ความบรรเทิงให้ไวที่สุดค่ะ วันนี้มีโอกาสได้หยุดจึงรีบมาปั่นก่อนเลย และจะพยายามแต่งเอาไว้ล่วงหน้าหลายๆตอนเพื่อจะได้มาลงอัพเดทให้ต่อเนื่องนะคะ