เช้าวันใหม่ณ มหาวิทยาลัยวินเทอร์ฟอล
ในเวลานี้สายตานับหลายร้อยคู่ของคนในมหาวิทยาลัยวินเทอร์ฟอลกำลังจดจ้องไปที่ร่างของเด็กหนุ่มหน้าตาหล่อเหลาท่าทางสมาร์ตดูดีั้แ่หัวจรดเท้าและแต่งตัวด้วยชุดนักศึกษาของมหาวิทยาลัยสปริงตันคนหนึ่งด้วยความแปลกใจว่าคนจากมหาวิทยาลัยสปริงตันที่ขึ้นชื่อเื่ความถือตัวนั้นมาทำอะไรที่มหาวิทยาลัยแห่งนี้
เพราะโดยปกติแล้วคนจากมหาวิทยาลัยนั้นชอบดูถูกมหาวิทยาลัยอื่นและชอบมองว่านักศึกษาจากมหาวิทยาลัยอื่นนั้นโง่เขลาไม่ควรค่าต่อการเสวนาด้วยจะตายไป ดังนั้นการที่คนจากมหาวิทยาลัยนั้นมาปรากฏตัวที่นี่จึงเป็เื่ที่แปลกยิ่งกว่าปลาบินได้สงสัยวันนี้พระอาทิตย์คงจะขึ้นทางทิศตะวันตกเสียแล้วกระมัง
แม็กเวลเมินเฉยต่อสายตาที่มองมาด้วยความอยากรู้อยากเห็นเ่าั้เ้าตัวยังคงใจจดใจจ่อกับการเดินมุ่งหน้าไปยังคณะการออกแบบแฟชั่นร่วมสมัยตามทางที่เขาถามมาจากรปภ.ตรงทางเข้าของมาวิทยาลัยด้วยความเร่งรีบภายในใจของเขาหวังเป็อย่างยิ่งว่าจะได้เจอเร็นที่นั่น
แต่แล้วก็ต้องผิดหวังเมื่อมาถึงที่คณะแล้วไม่เจอเร็นและพอสอบถามกับคนในคณะก็ได้คำตอบที่ตรงกันว่าเร็นไม่ได้มาเรียนเดือนนึงเต็มๆ แล้ว รวมถึงไม่มีใครที่นี่เคยเจอเร็นอีกเลยั้แ่วันที่เร็นไม่มาเข้าเรียนพร้อมทั้งบอกให้เขาไปถามจากอาจารย์ที่ปรึกษาแทน
สิ่งที่แม็กเวลััได้จากเพื่อนร่วมคณะของเร็นคือทุกคนดูไม่ชอบเร็นเอามากๆคนพวกนั้นชักสีหน้าใส่เขาทันทีที่เขาถามเกี่ยวกับเร็น ซึ่งต่างจากตอนแรกที่ทุกคนทำตาเป็ประกายเมื่อได้เห็นหน้าของเขาแต่ตอนนี้เขาไม่มีเวลาที่จะมานั่งคิดเื่นี้ในตอนนี้การหาคำตอบว่าเร็นไปอยู่ที่ไหนและวางแผนที่จะทำอะไรกันแน่นั้นเป็สิ่งที่สำคัญที่สุด
“เร็นลาออกไปั้แ่เดือนที่แล้วแล้วล่ะ”
“ห้ะ!ว่ายังไงนะครับ เขาลาออกไปแล้ว! เขาลาออกไปไหนไปทำอะไร เขาได้บอกเอาไว้หรือเปล่าครับ”
แม็กเวลพูดออกมาด้วยความใหลังจากได้ยินคำตอบจากอาจารย์ที่ปรึกษาว่าเร็นได้ลาออกไปแล้ว
“เขาไม่ได้บอกถึงขนาดนั้นหรอกบอกแค่ว่าไม่ชอบทางนี้เลยไม่อยากฝืนเรียนต่อ เห้อ!พูดแล้วก็เสียดายคนเก่งๆ แบบเขานะ นานๆทีที่มหาวิทยาลัยนี้จะมีคนที่มีแววด้านการออกแบบโผล่ออกมาสักคน น่าเสียดายจริงๆแต่ผมเชื่อนะว่าคนแบบเขาไม่ว่าจะเลือกเดินทางไหนมันต้องไปได้สวยแน่นอนเขาเป็หนึ่งในคนที่มีศักยภาพมากที่สุดที่ผมเคยเจอเลยแหละ เขามักจะมีไอเดียดีดีในการสร้างสรรค์ผลงานใหม่ๆออกมาอยู่เสมอๆ ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมคะแนนสอบที่เขาทำได้ก่อนหน้านี้มักจะออกมาไม่ดีอยู่บ่อยครั้งทั้งๆ ที่เป็คนที่เก่งขนาดนั้นแท้ๆ ”
“งั้นเหรอครับ”
“ใช่แล้วล่ะว่าแต่คุณบอกว่าคุณเป็น้องชายของเขาใช่ไหม เขาไม่ได้บอกคุณมาก่อนเหรอว่าเขาจะลาออกจากมหาวิทยาลัย”
แม็กเวลชะงักไปทันทีที่ได้ยินคำถามแทงใจจากอาจารย์แมนดี้
“เปล่าครับเขาไม่ต้องบอก ถ้าอย่างนั้นวันนี้ผมต้องขอตัวก่อน ต้องขอโทษที่มารบกวนด้วยนะครับ”
แม็กเวลรีบพูดตัดบทพร้อมกับบอกลาอาจารย์แมนดี้ก่อนจะพาตัวเองออกมาจากห้องพักอาจารย์ทันทีเพราะเขาไม่้าให้เื่ที่เร็นหนีออกจากบ้านไปแพร่งพรายไปยังบุคคลภายนอก
‘เขาไปอยู่ที่ไหนนะ’
แม็กเวลยืนครุ่นคิดอย่างเคร่งเครียดกับข้อมูลที่เขาพึ่งจะได้รับมา เขาไม่เคยคิดมาก่อนว่าเร็นจะลาออกไปกลางคันแบบนี้เพราะทุกคนในบ้านต่างรู้กันดีว่าพี่ชายของเขาคนนี้้าจะเอาอกเอาใจแม่เป็ที่สุดและสาเหตุหลักๆ ที่เร็นเข้าเรียนคณะนี้ก็เพราะอยากจะเอาใจคุณนายเอมิลี่ ใครจะไปคาดคิดว่าวันหนึ่งเร็นจะลาออกไปเสียดื้อๆแบบนี้
ณคฤหาสน์ตระกูลเรย์มิงตัน
“ทุกอย่างก็เป็ไปตามที่ผมได้บอกไปนั่นแหละครับพี่เร็นลาออกจากมหาวิทยาลัยไปได้เดือนนึงแล้ว และไม่มีใครรู้ด้วยว่าตอนนี้เขาไปอยู่ที่ไหนและทำอะไรอยู่”
แม็กเวลบอกกับสมาชิกในครอบครัวที่ตอนนี้ประกอบด้วยคุณนายเอมิลี่ เมสัน และมาร์ตี้ทันทีที่กลับมาถึงบ้านใน่เย็นของวัน
“ว่ายังไงนะ! ลาออกไปแล้ว ลาออกไปได้ยังไง ลาออกไปไหน มันชักจะไปกันใหญ่แล้วนะทำไมเด็กคนนั้นถึงทำอะไรไม่รู้จักคิดแบบนี้ ลาออกไปไม่ได้เรียนต่อแบบนี้ ต่อไปจะทำมาหากินยังไงจะเอาอะไรกิน ถ้าหวังจะมาเกาะครอบครัวกินไปตลอดชีวิตฉันไม่ให้หรอกนะคนของเรย์มิงตันต้องพึ่งพาตัวเองได้ทุกคน”
“คุณแม่ใจเย็นๆ ก่อนนะครับ ผมว่าเื่นี้มันต้องมีอะไรมากกว่านั้น ทุกคนก็รู้ดีหนิครับว่าเร็นเลือกเรียนคณะนี้เพราะ้าจะเอาใจคุณแม่ต่อให้ก่อนหน้านี้เขาทำตัวต่อต้านพวกเรายังไง เขาก็ไม่เคยขาดเรียนนานเกินหนึ่งสัปดาห์สักครั้งแต่คราวนี้ถึงขั้นลาออกไปผมว่ามันแปลกเกินไป มันต้องมีเบื้องลึกเื้ัอะไรอยู่แน่ๆครับ”
เมสันพูดแสดงความคิดเห็นของตัวเองออกมาเพื่อยับยั้งอารมณ์ที่เริ่มจะปะทุของคุณนายเอมิลี่ให้เย็นลง
“เห็นด้วยกับพี่เมสันครับมันแทบจะเป็ไปไม่ได้เลยที่พี่เร็นจะลาออกไปเองแบบนี้มันต้องมีอะไรมากกว่านั้นแน่ๆ”
แม็กเวลรีบพูดขึ้นเพื่อสนับสนุนความคิดของเมสันทันที
“ถ้าอย่างนั้นมันเป็เพราะอะไรกันล่ะ! เด็กคนนั้นออกจากบ้านไปเดือนนึงไม่พอ ยังจะลาออกจากมหาวิทยาลัยไปอีกถ้าคนนอกรู้เื่นี้เข้าตระกูลเราจะไม่กลายเป็ตัวตลกให้คนอื่นเขาพากันไปพูดลับหลังกันเหรอ ที่มีคนในครอบครัวเราทำตัวแบบนี้แค่ลำพังเด็กคนนั้นสอบเข้ามหาวิทยาลัยสปริงตันไม่ได้แม่ก็ไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนแล้ว! ไม่รู้ล่ะ! เมสัน แม็กเวล ลูกต้องไปพาเด็กคนนั้นกลับมาให้ได้ก่อนที่คนนอกจะรู้เื่นี้!”
“ได้ครับคุณแม่”
เมสันรีบตอบรับคุณนายเอมิลี่เพราะกลัวเธอจะเครียดจนเป็ลมล้มพับลงไปอีก
ส่วนแม็กเวลที่นั่งอยู่ข้างๆเมสันนั้นได้นั่งเงียบด้วยความรู้สึกไม่พอใจที่เกิดขึ้นภายในใจจากคำพูดของคุณนายเอมิลี่เพราะเธอพูดเหมือนกับว่าเธอไม่ได้เป็ห่วงเร็นที่เป็ลูกแท้ๆ ของเธอเลย ไม่ได้สนใจด้วยซ้ำว่าเร็นจะเป็ยังไงไปอยู่ที่ไหน ใช้ชีวิตยังไง สิ่งที่เธอห่วงที่สุดในตอนนี้คือชื่อเสียงของตระกูล
และมาร์ตี้ที่นั่งติดกับคุณนายเอมิลี่ได้แต่นั่งเงียบมองภาพคนในครอบครัวพูดถึงเื่ของเร็นด้วยความรู้สึกเหมือนกับว่าเขาเป็ส่วนเกินเพราะโดยปกติแล้วหัวข้อการสนทนาของคนภายในบ้านล้วนต้องเกี่ยวข้องกับเขาแทบทุกครั้งแต่ั้แ่ตอนที่เร็นหายไปตัว หัวข้อการสนทนาและความสนใจของทุกคนได้เบี่ยงเบนไปหาเร็นแทบจะทั้งหมดเขาไม่ชอบความรู้สึกของการเป็ส่วนเกินแบบนี้เลย
ณบ้านของเร็น
เด็กหนุ่มร่างโปร่งบางเ้าของใบหน้าหล่อสวยที่ไม่รู้ตัวว่าตอนนี้ตัวเองกำลังตกเป็หัวข้อสนทนาของคนบ้านนั้นกำลังนั่งอ่านหนังสือเกี่ยวกับวิธีการทำน้ำหอมที่พึ่งจะสั่งซื้อทางออนไลน์มาอยู่ในห้องนั่งเล่นอย่างจริงจังเพราะวันที่เปิดรับสมัครนักศึกษาใหม่ของมหาวิทยาลัยเอเวอร์ไลท์นั้นใกล้เข้ามาเรื่อยๆแล้ว
รวมถึงตอนนี้ดอกไม้และต้นไม้ที่เร็นปลูกเอาไว้นั้นเริ่มที่จะเติบโตขึ้นมากันหมดแล้วคาดว่าอีกไม่นานคงจะสามารถเอามาทดลองทำเป็หัวน้ำหอมได้
นอกจากนี้เร็นยังได้ทำการออกแบบห้องแล็บสำหรับทำน้ำหอมเอาไว้แล้วบางส่วนเด็กหนุ่มวางแผนที่จะจ้างช่างมาดัดแปลงห้องที่ยังว่างอยู่ตรงชั้นหนึ่งของบ้านให้กลายเป็ห้องแล็บในอาทิตย์ก่อนหน้าที่จะไปสมัครเรียน
เรียกได้ว่าทุกอย่างในชีวิตเร็นในตอนนี้เริ่มที่จะลงตัวมากขึ้นแผนที่วางเอาไว้ก็ค่อยๆ ที่จะเป็รูปเป็ร่างและเริ่มที่จะทำสำเร็จไปเป็ลำดับขั้นทำให้่นี้เด็กหนุ่มมีความสุขมาก อารมณ์ดียิ้มแทบจะทั้งวัน
สำหรับสิ่งใหม่ๆที่มีเพิ่มเติมเข้ามาในชีวิตเร็น่นี้คงจะเป็การที่เขาได้มีโอกาสรู้จักกับคนในหมู่บ้านมากขึ้นด้วยเพราะ่นี้เด็กหนุ่มชอบไปนั่งพักผ่อนที่สวนกลางหมู่บ้านอยู่บ่อยๆ จึงได้พบปะพูดคุยกับคนในหมู่บ้านคนอื่นๆอยู่บ่อยครั้ง และด้วยความที่หมู่บ้านแห่งนี้เป็หมู่บ้านที่มีระดับประมาณหนึ่ง ดังนั้นคนในหมู่บ้านนี้ย่อมเป็คนที่มีระดับตามไปด้วยซึ่งส่วนมากจะเป็คนที่เป็เ้าของกิจการ คนที่มีตำแหน่งสูงๆ ในองค์กรต่างๆ รวมถึงคนที่เป็อินฟลูเอนเซอร์ที่มีชื่อเสียงในแต่ละวงการไม่ว่าจะเป็วงการบันเทิงวงการอาหาร วงการบิวตี้ และวงการอื่นๆ อีกมากมาย
ทำให้เมื่อวันก่อนเร็นจึงได้มีโอกาสรู้จักกับเ้าของโรงงานผลิตแพคเกจจิ้งสำหรับสินค้าประเภทต่างๆรวมไปถึงสินค้าประเภทขวดด้วย อีกฝ่ายเสนอที่จะผลิตขวดน้ำหอมในราคาส่วนลดให้กับเร็นหลังจากที่เด็กหนุ่มได้พูดคุยแลกเปลี่ยนว่าในอนาคตเขาจะทำแบรนด์น้ำหอมและเครื่องหอมเป็ของตัวเอง
นอกจากเ้าของโรงงานผลิตแพคเกจจิ้งสินค้าประเภทต่างๆแล้ว เร็นยังได้มีโอกาสรู้จักกับอินฟลูเอนเซอร์ที่มีชื่อเสียงอีกหลายคนและหลังจากที่พูดคุยแลกเปลี่ยนกัน ทุกคนพูดเป็เสียงเดียวกันว่าถ้าแบรนด์น้ำหอมของเขาวางขายในตลาดเมื่อไหร่พวกเขาจะช่วยโปรโมทให้
เรียกได้ว่าในตอนนี้สวนกลางหมู่บ้านได้กลายเป็สถานที่ที่ทำให้เด็กหนุ่มได้รู้จักกับกลุ่มคนใหม่ๆรวมถึงเป็สถานที่ที่เอาไว้แลกเปลี่ยนคอนเนคชั่นทางธุรกิจไปในเวลาเดียวกันอีกด้วย
ซึ่งแต่แรกเดิมทีตัวเร็นนั้นเป็คนที่ไม่อยากจะมีปฏิสัมพันธ์หรือสนิทสนมกับใครง่ายๆด้วยเพราะประสบการณ์ที่เคยเจอในอดีต ดังนั้นใน่แรกๆ ตัวเขาจึงหลีกเลี่ยงที่จะพูดคุยกับคนในหมู่บ้านคนอื่นๆได้แต่ถามคำตอบคำตอนที่คนอื่นๆ มาชวนคุยด้วย
แต่หลังจากที่ได้พบเจอกันบ่อยครั้งขึ้นเด็กหนุ่มก็ััได้ว่าทุกคนในหมู่บ้านอยากที่จะรู้จักและพูดคุยกับเขาอย่างจริงใจนั่นจึงกลายเป็จุดเปลี่ยนให้เขาเริ่มกล้าที่จะพูดคุย และกล้าที่จะแลกเปลี่ยนเื่ราวต่างๆกับคนอื่นๆ มากขึ้น ซึ่งนั่นนับว่าเป็การตัดสินใจที่ดีมากทีเดียว
ปิ๊งป่อง! ปิ๊งป่อง! ปิ๊งป่อง! ปิ๊งป่อง!
เสียงกดกระดิ่งหน้าบ้านดังขึ้นดึงความสนใจเร็นที่กำลังตั้งหน้าตั้งตาอ่านหนังสือให้วางหนังสือลงแล้วออกไปดูว่ามีใครมาหาเขาใน่สายของวันแบบนี้
“สวัสดีตอนบ่ายจ้าน้องเร็นพี่เอาน้ำหอมที่พี่พึ่งจะได้มาจากงานที่พี่ถูกเชิญไปร่วมเปิดตัวสินค้าใหม่ในวันนี้มาให้หวังว่าจะช่วยให้หนูคิดค้นไอเดียใหม่ๆ สำหรับการทำน้ำหอมออกมาได้นะจ๊ะ”
อินฟลูเอนเซอร์สาวสวยเอ่ยทักทายอย่างเป็มิตรเมื่อเห็นเด็กหนุ่มร่างสูงโปร่งที่เธอเอ็นดูเป็อย่างมากเดินเข้ามาหาเธอก่อนที่จะยื่นถุงน้ำหอมที่เธอพึ่งจะได้รับมาในวันนี้ไปให้
“ขอบคุณครับพี่กราเซีย”
เร็นพูดขอบคุณพี่สาวคนสวยที่เขาพึ่งจะรู้จักเมื่อสองวันก่อนเธอเป็อินฟลูเอนเซอร์ในวงการบิวตี้ที่มีชื่อเสียงระดับประเทศรวมถึงเป็หนึ่งในคนที่สัญญากับเขาว่าถ้าเขาน้ำหอมของเขาวางขายในตลาดเมื่อไหร่จะช่วยโปรโมทให้
“ยินดีจ๊ะแล้วนี่ทำอะไรอยู่เหรอ”
“ผมกำลังศึกษาวิธีการทำน้ำหอมน่ะครับพอดีใกล้ถึงเวลาที่ผมจะต้องไปสมัครเรียนและเริ่มเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยใหม่แล้วเลยอย่างเตรียมตัวเองให้พร้อมมากที่สุดก่อนที่ถึงเวลานั้นครับ”
“โอ้!ขยันจริงๆเลยน้าว่าที่นักปรุงน้ำหอมชื่อดังของพี่”
“พี่กราเซียก็พูดเกินไปครับ”
เร็นตอบกลับอย่างเขินอายเพราะไม่ชินกับการโดนเยินยอจากคนอื่นแบบนี้
“ไม่เกินไปหรอกจ่ะพี่ไม่เคยมองคนพลาด เอาล่ะ พี่ไม่รบกวนเวลาของเราแล้ว เอาไว้เจอกันใหม่นะจ๊ะ”
“ได้ครับขอบคุณอีกครั้งนะครับพี่กราเซีย”
หลังจากบอกลาพี่สาวคนสวยเป็ที่เรียบร้อยเร็นก็เดินกลับเข้าไปในบ้านพร้อมกับถุงน้ำหอมแบรนด์ดังที่พึ่งได้รับมาพร้อมกับคิดในใจว่า
‘ก้อนแห่งความโชคร้ายได้เคลื่อนออกจากดวงชะตาของเราแล้วจริงๆ ด้วยสินะ ชาตินี้เราถึงได้มีโอกาสที่ได้รู้จักกับคนดีดีแบบพี่กราเซียและคนอื่นๆในหมู่บ้านแบบนี้’
----------------------------------------
่ไรท์เตอร์ทอล์ค : บ้านนั้นคือวุ่นวายกันไปเลิกจริงๆเลยนะ อะไรกันเนี่ย หัวจะปวดด!
และในที่สุดน้องเร็นลูกแม่ก็ได้รู้จักคนดีดีมีคุณภาพสักทีนะหลังจากเจอแต่กับพวกกลุ่มคนบ้ามาตลอด 5555