แต่เมื่อนึกขึ้นได้ว่าที่นี่คือหอซีเซียง เขาก็ปิดปากแน่นอีกครั้ง ไม่กล้าร้องเสียงดัง
“จะปล้นกันรึ? ใครให้ความกล้าหมา ๆ ของพวกเจ้ามาปล้นองค์ชายผู้นี้กัน?”
“ตึง ตุบตับ…”
หลี่เฉิงเฟิงกระแทกศอกที่ท้องของเหล่าหนิวเข้าอย่างจัง ก่อนจะยกขาอีกข้างขึ้นเตะเป้าของอีกฝ่าย
เหล่าหนิวหน้าซีดเผือด คิดจะกรีดร้องออกมาดัง ๆ แต่ก็ไม่กล้า
เพราะที่นี่คือหอซีเซียง เป็นโรงเตี๊ยมที่เปิดโดยราชวงศ์
อย่างไรก็ตามเด็กคนนี้แข็งแกร่งเกินไปไหม? ฝีมือร้ายกาจ ทุกท่วงท่าอาจถึงตายได้
โจรทั้งสองปิดปากเงียบกริบ ด้วยไม่กล้าส่งเสียงดัง
ในความมืดมิด ดวงตาของหลี่เฉิงเฟิงสว่างวาบพลางตะคอกว่า “กล้าดียังไงปล้นเงินขององค์ชายผู้นี้? พวกเจ้าช่างกล้านักนะ!”
“อะไรนะ? องค์ องค์ชาย?”
“ติ๊ง เนื่องจากเหล่าหนิวตกตะลึง ค่าความซุกซน +5!”
“ติ๊ง เนื่องจากเป้าจื่อตกตะลึง ค่าความซุกซน +6!”
เหล่าหนิวเอ่ยว่า “เจ้าหนู อย่าพูดเป็นเล่น! เจ้าบอกว่าเจ้าเป็นองค์ชายแห่งราชวงศ์ถังงั้นรึ? มันจะเป็นไปได้อย่างไร?”
เป้าจื่อเสริม “นั่นสิ องค์ชายแห่งราชวงศ์ถังผู้สง่างามจะมาเสวยพระกระยาหารที่หอซีเซียงได้อย่างไร? มิหนำซ้ำยังไม่พาองครักษ์ติดมาด้วยเลยสักคน?”
“ฮ่า ๆ ใครบอกว่าองค์ชายออกมาข้างนอกแล้วต้องพาองครักษ์มาด้วย?”
“เปิดตาสุนัขของพวกเจ้าให้ดี องค์ชายผู้นี้คือองค์ชายแปดแห่งราชวงศ์ถัง หลี่เฉิงเฟิง! พวกเจ้ากล้าดียังไงมาปล้นข้า? เชื่อหรือไม่ว่าข้าจะสั่งตัดหัวพวกเจ้าทั้งตระกูล?”
หลี่เฉิงเฟิงหยิบจี้หยกออกมาจากอกเสื้อ
จี้หยกนี้เป็นหลี่ซื่อหมินที่มอบให้กับเขา ซึ่งด้านบนมีอักษร ‘หลี่’ ขนาดใหญ่สลักอยู่!
เมื่อแสงจันทร์สาดส่องจากนอกหน้าต่าง โจรทั้งสองก็เห็นคำว่า ‘หลี่’ บนจี้หยกที่อยู่ในมือของหลี่เฉิงเฟิง พวกเขาถึงกับตกใจจนพูดไม่ออก
เขาคือองค์ชายแห่งราชวงศ์ถังจริงหรือ?
สวรรค์ นี่พวกเขากำลังปล้นองค์ชายแห่งราชวงศ์ถังอยู่หรือ? แบบนี้ถึงมีแปดชีวิตก็ยังไม่พอตาย!
ดังนั้นทั้งสองคนจึงคุกเข่าร้องขอความเมตตาในทันที “องค์ชายแปดโปรดไว้ชีวิต องค์ชายแปดโปรดไว้ชีวิตด้วย! องค์ชายแปด เหตุใดท่านถึงเสด็จออกจากวังเพียงผู้เดียว? เหตุใดท่านไม่พาองครักษ์มาคอยปกป้องด้วยเล่า?”
“องค์ชายแปด ข้าน้อยมีตาหามีแววไม่ ล่วงเกินท่านแล้วจริง ๆ องค์ชายแปดได้โปรดไว้ชีวิตพวกเราด้วยเถอะ!”
“ไว้ชีวิตรึ? ไม่มีทาง! พวกเจ้าลักพาสตรี ข่มเหงผู้คน ก่อเรื่องอีกมากมาย แล้วข้าจะไว้ชีวิตพวกเจ้าได้อย่างไร?”
หลี่เฉิงเฟิงกล่าวด้วยความขุ่นเคือง
เหล่าหนิวเอ่ยว่า “ผิดแล้วองค์ชายแปด นี่เป็นครั้งแรกที่พวกเราทำเรื่องเช่นนี้! แต่ก่อนนั้นพวกเราเคยเป็นชาวยุทธภพ ต่อมาเหนื่อยล้าเกินกว่าจะออกท่องยุทธภพ นี่จึงเป็นเหตุผลที่พวกเราทำเช่นนี้! เดิมทีคิดว่าวันนี้จะชิงเงินได้ก้อนใหญ่ ไม่คิดว่าการปล้นในครั้งนี้จะล่วงเกินองค์ชายแปดแล้ว พวกข้าน้อยมีตาหามีแววไม่!”
“ฮึ ปากมันลิ้นลื่นจริงเชียว”
หลี่เฉิงเฟิงขมวดคิ้วแล้วเอ่ยต่อว่า “ตอนนี้ข้าขอถามพวกเจ้าอีกหนึ่งคำถาม! พี่สาวข้าองค์หญิงฉางเล่อ อยู่ที่ใด?”
“เอ่อ? นั่น…องค์หญิงฉางเล่อพี่สาวท่าน ว่ากันว่าถูกพ่อค้ามนุษย์ขายให้กับหอบุปผา แต่เป็นเรื่องจริงหรือเรื่องเท็จนั้น พวกเราก็มิทราบได้!”
“ไม่ว่าจริงหรือเท็จ วันนี้ข้าก็ต้องไปที่หอบุปผา! หากองค์หญิงฉางเล่อพี่สาวข้าเป็นอันตราย ถนนฉางอันแห่งนี้ จะเป็นที่ฝังศพของพวกเจ้า!”
หลี่เฉิงเฟิงเอ่ยอย่างดุดัน เหล่าหนิวกับเป้าจื่อตัวสั่นเทา
พวกเขาเต็มไปด้วยความหวาดกลัว
ตนเกือบปล้นองค์ชายแปดแห่งราชวงศ์ถัง มิหนำซ้ำองค์หญิงฉางเล่อแห่งราชวงศ์ถังยังถูกพ่อค้ามนุษย์ขายให้หอบุปผาอีกด้วย
หากเรื่องนี้ได้ยินไปถึงหูของหลี่ซื่อหมิน เกรงว่าถนนฉางอันคงเกิดการนองเลือดขึ้นเป็นแน่
เหล่าหนิวกับเป้าจื่อตัวสั่นเทา
หลี่เฉิงเฟิงเอ่ยว่า “ทำไมยังไม่นำทางให้ข้าเสียที? ตอนนี้ชีวิตของพวกเจ้าเป็นของข้าแล้ว อยากฆ่าพวกเจ้าก็ฆ่าได้ อยากปล่อยพวกเจ้าก็ปล่อยได้! ทำตัวให้ดีเถอะ บางทีถ้าข้าอารมณ์ดี ข้าอาจละเว้นชีวิตพวกเจ้าไปอีกสองสามวันก็ได้!”
“เอ่อ ขอรับ ๆ ๆ องค์ชายแปด ข้าน้อยจะนำทางให้เอง!”
หลังจากพูดจบ เหล่าหนิวก็ขยิบตาให้เป้าจื่อ แล้วทั้งสองก็รีบออกจากห้องของหลี่เฉิงเฟิง จากนั้นจึงพาหลี่เฉิงเฟิงเดินไปตามท้องถนนมุ่งหน้าสู่หอบุปผา
ก่อนจากไป หลี่เฉิงเฟิงก็ได้พบกับสตรีผู้ทรงเสน่ห์ฝานเมิ่งอีกครั้ง
ฝานเมิ่งถามด้วยรอยยิ้มว่า “อ๊ะ คุณชายน้อย ดึกดื่นเพียงนี้จะไปที่ไหนหรือเจ้าคะ?”
ฝานเมิ่งคิดว่าเหล่าหนิวกับเป้าจื่อเป็นลูกน้องของหลี่เฉิงเฟิง
หลี่เฉิงเฟิงจึงเอ่ยว่า “ไปหอบุปผา!”
“อันใดนะ? คุณชายน้อย ท่านบอกว่าจะไปสถานที่เช่นหอบุปผาหรือเจ้าคะ?”
ฝานเมิ่งมีสีหน้าตกใจ
หลี่เฉิงเฟิงตอบ “ใช่ มีปัญหาอะไร?”
“ไม่มีเจ้าค่ะ คุณชายทำตามใจเถอะ!”
“อืม…กลางคืนอย่าปิดประตู ข้าจะพาคนกลับมานอน”
“เอ่อ…เจ้าค่ะคุณชาย ข้าจะรอคุณชายกลับมา”
เมื่อเห็นหลี่เฉิงเฟิงเดินวางมาดออกจากหอซีเซียง ฝานเมิ่งก็อดรู้สึกมึนงงไม่ได้
เด็กคนนี้ช่างทำไปได้ ยังคิดจะไปเที่ยวเล่นที่หอบุปผาอีกหรือ?
จุ๊ ๆๆ เด็กคนนี้เงินเหลือเฟือจนไม่มีที่ไหนให้จ่ายแล้ว!
มิหนำซ้ำยังกล้าพาคนกลับมานอนอีกด้วย?
……
ในไม่ช้าภายใต้การนำทางของเหล่าหนิวกับเป้าจื่อ หลี่เฉิงเฟิงก็มาถึงหอบุปผาบนถนนฉางอัน
ยามค่ำคืนของที่นี่ยังคงสว่างไสว เสพสุขเมามาย
หลี่เฉิงเฟิงอดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้วแน่น
เหล่าหนิวกล่าวว่า “องค์ชายแปด เรายังไม่รู้ว่าสตรีคนนั้นคือองค์หญิงฉางเล่อหรือไม่ หากท่านบุกเข้าไปแบบนี้ เกรงว่าคงไม่ดีนัก?”
“ไม่ดี? หึ ผิดคนก็ยังดีกว่าปล่อยไป! พวกเจ้าคิดดูสิ หากสตรีคนนั้นเป็นพี่สาวข้าองค์หญิงฉางเล่อขึ้นมาจริง ๆ เช่นนั้นคนในหอบุปผาก็ถึงคราวตายแล้ว!”
ในคำพูดของหลี่เฉิงเฟิงมีร่องรอยของความอาฆาต
ทำให้เหล่าหนิวกับเป้าจื่อตัวสั่นเทาอย่างควบคุมไม่ได้
ตอนนี้ทั้งสองคนไม่กล้าต่อต้านหลี่เฉิงเฟิงอีกต่อไป
ประการแรกคือ หลี่เฉิงเฟิงเป็นองค์ชายแปดแห่งราชวงศ์ถัง หากบังอาจแตะต้ององค์ชาย พวกเขาก็มีโทษถึงตายอย่างไม่ต้องสงสัย!
ประการที่สองคือ พวกเขาไม่สามารถเอาชนะหลี่เฉิงเฟิงได้
อย่ามองเพียงร่างจิ๋วของหลี่เฉิงเฟิง เพราะความแข็งแกร่งของหลี่เฉิงเฟิงนั้นยอดเยี่ยมมาก
เมื่อครู่นี้เหล่าหนิวยังถูกหลี่เฉิงเฟิงเตะจนแทบมีบุตรสืบสกุลไม่ได้
เนื่องจากหลี่เฉิงเฟิงมีทักษะพลังผู้พิชิต เขาจึงไม่กลัวว่าเหล่าหนิวกับเป้าจื่อจะทรยศตน ไม่กล้าบุกจู่โจมหอบุปผาอย่างนั้นหรือ งั้นข้านี่แหละจะลงมือเอง!
ทันทีที่หลี่เฉิงเฟิงเดินเข้าไปในหอบุปผา สตรีแต่งกายเย้ายวนคนหนึ่งก็พุ่งเข้ามาหาหลี่เฉิงเฟิง
สตรีคนนั้นเอ่ยด้วยรอยยิ้มดั่งบุปผาว่า “อุ๊ย คุณชายน้อยท่านนี้ ว่างมาหอบุปผาของพวกเราแล้วหรือเจ้าคะ? มาสิ เชิญนั่งลงก่อน!”
แวบแรกที่สตรีคนนั้นเห็นหลี่เฉิงเฟิงซึ่งแต่งกายด้วยผ้าเนื้อดี นางก็รู้ทันทีว่าเขาเป็นคุณชายผู้สูงศักดิ์จากตระกูลใหญ่
นางมีนามว่าเซียวฮวา เป็นแม่เล้าของหอบุปผา
หลี่เฉิงเฟิงขมวดคิ้วเอ่ยว่า “ข้าไม่ได้มาดื่มสุรา ข้ามาตามหาคน!”
“หาคน? คุณชายน้อยมองหาใครอยู่หรือเจ้าคะ?”
“ข้ามาตามหาเด็กสาวราคาสิบเหรียญทองที่พวกเจ้าซื้อมาเมื่อวานนี้น่ะสิ!”
“หืม? เด็กสาวราคาสิบเหรียญทองหรือเจ้าคะ? ไม่มีเรื่องแบบนั้นแน่นอน คุณชายน้อย ท่านจำผิดรึเปล่า?”
“เหอะ ข้าจะจำผิดได้อย่างไร?”
หลี่เฉิงเฟิงขบเค้นฟันเบา ๆ