ตอนที่หกสิบแปด Bard and Dancer
แปร๋น แปร๋น
จิ๊บจิ๊บ
ฮ่า ตึง
นอกจากเสียงนกร้อง มูมักแล้วพี่กล้ามก็ยังตบอกกระทืบพื้นด้วย
สมกับเป็นนางเอกที่สามารถร้องเพลงเชื่อมจิตใจของทุกผู้คนหยุดสงครามได้อ๊ะ นั่นมันคนละอนิเมะนี่นะ แค่ใช้นักพากษ์คนเดียวกัน
แต่ในเกมส์ก็ใกล้เคียงที่ใช้เพลงให้กำลังใจกองทหารของฝ่ายตนเองนั่นล่ะนั่นทำให้ผมบอกว่า มีเธอกับกริฟกาเรี่ยนที่ทำให้กองทัพถึงขั้นบ้าเลือดตีไม่แตก unbreakable ได้
อืม แปลกใจนิดหน่อยที่กว่าจะได้ความสามารถนี้มาก็ช่วงท้ายๆแล้วหรือเพราะว่าผมจับเธอมาเป็นทาส ทำให้เธอ min-max ทักษะการยั่วยวนค่าเสน่ห์ได้มากกว่าเดิมเพราไม่ต้องเสียเวลาไปเรียนอย่างอื่นตามต้นฉบับ?
“เพราะรักของฉันผูกพันทุกฤดูกาล----“แปร๋น
มูมักและพี่กล้ามพยายามร้องเป็นลูกคู่
“บุฮิ บุฮิ บุฮิ”
เฮ้ยเสียงหัวเราะของผมกลายเป็นตัวให้จังหวะพวกนี้ไปแล้ว
พี่กล้ามและเหล่ามูมักลูกน้องของผมคอยมาอยู่ข้างๆเริ่มเป็นลูกคู่ประสานเสียงให้
“Fee Fi Fo Fum ฟี ไฟ โฟ ฟัมเมื่อมีสาวน้อยร้องเพลงเต้นรำดยุกอูลริกจะมาหา”
ผมใช้ Commandร่วมเปล่งเสียงร้องเพลงร่วมด้วยแบบแนวตัวร้ายออกโรงในเพลงประกอบอนิเมชั่น
ตึง ตึง ตึง แปร๋นโอ๊ะพี่กล้ามร้องเพลงให้จังหวะน่ากลัวได้ด้วย
“ข้าได้กลิ่นของหญิงสาวไม่ว่าพวกเจ้าอยู่ที่ไหน ข้าจักต้องได้ลิ้มรสของพวกเจ้า”
บุฮิ บุฮิ บุฮิ
เสียงหัวเราะของผมสะท้อนก้องไปทั่วบริเวณ
ขณะที่ผมกำลังเคลิ้มๆว่าร้องเพลงด้วยกันก็ได้ฟะค่าเสียหายจ่ายที่หลังก็ได้
แต่มาเรียละทิ้งการร้องเพลงไปกระโดดเหยียบหัวมูมักแขนพี่กล้ามและลอยบนอากาศ เฮ้ย นั่นมันท่าของนักดนตรี Bard แดนเซอร์ Dancer นักเต้นนี่หว่าที่ลอยได้ประมาณห้าช่อง
ในโลกความจริงมันใช้กันอย่างนี้หรือนี่?
มาเรียลอยมาตรงอ้อมกอดของผมด้วยแรงวิ่งที่รวดเร็วกระโดดได้ไกลกว่าเดิมเพราะพลังเพิ่มมากขึ้นและทักษะของนักดนตรีทอย่างการเหาะลอยตัวห้าช่องที่เธอสามารถทำได้อย่างรวดเร็วสมกับเป็นนางเอก
“ว้ายโดนจับได้แล้วค่ะ” มาเรียกล่าวตอนมาอยู่ในอ้อมแขนของผมและยื่นหน้าจะมาจูบ
ผมเลยจูบเธอไปท่ามกลางการแซวของพี่กล้ามและมูมักที่พ่นน้ำเป็นวงออกจากปาก
น้ำลายจากปากของมูมัก ลอยเป็นรูปหัวใจลอยขึ้นบนท้องฟ้า
“มีความสุขจังเลยค่ะนายท่าน”
ผมรู้สึกเขินๆที่โดนมูมักแซวแต่ก็กล่าวไปว่า
“ข้าก็มีความสุขเหมือนกันแต่เจ้ามีพรสวรรค์ทางการเต้นรำข้าจะให้เจ้ารับหน้าที่ร้องเพลงให้กำลังใจข้านับจากนี้ต่อไปและเจ้าไม่ชอบการยกอิฐใช่ไหมต่อไปนี้เจ้าฝึกไปทางการร้องเพลงและการเต้นแทน” “ค่ะนายท่าน”มาเรียกอดและจูบผมอีกครั้ง เธอคิดว่าได้ทำอะไรที่สมกับเป็นทาสคนโปรดเสียที
การออกแรงดูไม่น่าใช่หน้าที่ของทาสสาวเสียเท่าไร
การร้องเพลงเต้นรำสร้างความสำราญต่างหากถึงจะเหมาะสมกับหน้าที่ของทาส
ส่วนดยุกอูลริกกลับคิดว่าเขาพยายามจะสร้างความสมดุลระหว่างการ Min—Max ค่าสถานะกับความพอใจของมาเรีย
ว่าสายนักดนตรีนักเต้นก็ไม่ได้เลวร้ายอะไรออกเป็นสายการบัฟพลังที่มีกระบวนท่าแปลกๆอย่างการเหาะได้ห้าช่อง
การบัฟกองทัพก็เป็นอะไรที่มีคุณค่ามากเหมือนกันขึ้นอยู่กับสถานการณ์และสามารถแก้คำสาปด้วยในสายนักดนตรีได้ด้วยล่ะ
แถมทางเทคนิคนักดนตรีคือสายที่ร่ายเร็วมากที่สุดหรือร่ายได้ถี่ที่สุดหากให้เวลาพวกเขาบัฟตนเองมากพอผมไม่รู้ว่าโลกความจริงจะมีขีดจำกัดมากแค่ไหนก็คงได้แต่ทำลองดูก่อนเท่านั้นว่าจะสามารถปรับมาใช้ในการสู้จริงได้เท่าไรนั่นเอง