ท่ามกลางการทะเลาะกันของแม่และลูก ดิเรกที่แอบเฝ้าดูอยู่อาศัยจังหวะที่ทั้งสองไม่ได้ให้ความสนใจสิ่งรอบตัว เขาลอบเข้าไปหาคิมหันต์
ในวินาทีแรกที่ดิเรกเห็นว่าคนที่ธัญญ่าเรียกว่าแม่คือใคร ดิเรกก็แทบตัวนิ่งแข็งทำอะไรไม่ถูก โชคดีที่เขาแอบอยู่ในมุมมืดและไม่มีใครสังเกตเห็นเขา เขาจดจำเธอได้จากการถ่ายทอดสดการประกาศถึงการได้ตัวเจ้าหญิงของเขามา เขาจดจำได้เพราะผู้หญิงในชุดเกราะสีแดงเพลิงนี้ยืนอยู่ข้าง ๆ ธัญญ่า
ตอนนี้ดิเรกเข้าใจอย่างถ่องแท้แล้วว่าเหตุใดธัญญ่าถึงทำทุกอย่างลงไป นอกจากน้องชายฝาแฝดของเธอแล้ว ยังมีแม่ที่เป็นขุนพลล้างผลาญอีก แม่ก็คือแม่ ต่อให้เป็นสายสัมพันธ์ที่ไม่ดีต่อกันอย่างไรก็ยากที่จะตัดขาด
อย่างไรก็ตามหลังจากแอบฟังสิ่งที่ทั้งสองทะเลาะกันก็สรุปได้ใจความอย่างคร่าว ๆ ว่าธัญญ่าเองนอกจากจะพยายามช่วยน้องของเธอแล้ว แม้แต่แม่ของเธอ ธัญญ่าก็พยายามดึงกลับมาเพื่อไม่ให้ไปยุ่งกับอรุณ
ตามความเข้าใจของเขาเอง ชายที่ชื่ออรุณน่าจะหมายถึงอานนท์ แม้ว่าเขาจะเคยสงสัย แต่ตอนนี้เขาตระหนักได้แล้วว่าอรุณกับอานนท์น่าจะเป็นคนคนเดียวกัน เขาเชื่อว่าธัญญ่ากำลังทำสิ่งที่ถูกต้อง แม้เขาจะไม่พอใจนักที่เธอดึงเจ้าหญิงของเขามาเสี่ยงอันตรายเช่นนี้ แต่การไปยุ่งกับชายหนุ่มประหลาดที่ชื่ออานนท์มันเท่ากับตายไปแล้วครึ่งชีวิต อีกครึ่งชีวิตเหลือแค่เพียงเผชิญหน้าและตายไป
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าเขาอยากจะเข้าไปช่วยธัญญ่ายืนยันว่าสิ่งที่เธอพูดเป็นความจริง แต่ใช่ว่าเขาจะทำได้ สิ่งที่เขาพอจะช่วยธัญญ่าตอนนี้ได้ดีที่สุดคือการพาตัวคิมหันต์ออกไปจากที่นี่ เมื่อไม่มีคิมหันต์ ธัญญ่าก็จะได้รับการปลดเปลื้องจากภาระไปอย่างหนึ่ง ธัญญ่าจะได้ไม่ต้องพะวงที่จะต้องช่วยเหลือคิมหันต์เพราะรับปากกับปลายฝนอีกต่อไป เมื่อถึงตอนนั้นเธอจะเลือกสู้เพื่อแม่ของเธอต่อหรือจะยอมแพ้ ก็สุดแล้วแต่เธอจะเลือกแล้ว
“คุณคิมหันต์ คุณคิมหันต์” ดิเรกพยายามเรียกปลุกคิมหันต์ด้วยเสียงที่เบาที่สุดให้ตื่นจากการสลบไปเพราะอ่อนแรง
“คุณคิมหันต์ ผมดิเรกองครักษ์ของเจ้าหญิงธารารินทร์ไง จำผมได้ไหม?” เมื่อเห็นคิมหันต์ขยับ เขาพยายามอธิบายให้รวบรัดที่สุด “คุณยังพอขยับไหวไหม ผมจะรีบแก้มัดคุณเดี๋ยวนี้”
แล้วดิเรกก็เริ่มแกะทุกสิ่งที่ยังคงกักขังคิมหันต์และเชื่อมต่อเขากับปืนใหญ่ลมหายใจอสูรท่ามกลางการโต้เถียงกันของสองแม่ลูก
“ฉันบอกว่าคุณไม่มีทางเอาชนะเขาได้ คุณได้ยินบ้างไหม!” ธัญญ่าเถียงจนคอเป็นเอ็น เธอพยายามชักแม่น้ำทั้งห้ามาพูด แม่ของเธอก็ไม่คิดจะฟังเลย “คุณไม่เข้าใจหรือว่าเขาเป็นอมตะ อมตะที่แปลว่าไม่มีวันตายและจะไม่มีวันพ่ายแพ้ให้กับใครหน้าไหนทั้งนั้น”
“แกรู้ได้ยังไงถ้ายังไม่ได้ลอง” ขุนพลล้างผลาญโต้เถียง เธอคือขุนพลล้างผลาญมือขวาของจอมพล ถ้าแค่นี้เธอกลัว เธอก็ไม่สมควรเป็นขุนพลล้างผลาญอีกต่อไปแล้ว “โลกแห่งเวทมนตร์อะไรก็เป็นไปได้ แกแค่ไม่รู้จุดอ่อนของเขาเท่านั้น”
“แล้วคุณคิดว่าคุณรู้จักเขาดีกว่าฉันหรือยังไง ฉันเคยต่อสู้ร่วมกับเขามาแล้ว ต่อให้ทั้งทีมต้องตาย เขาก็จะไม่มีแม้แต่รอยขีดข่วน แม่เข้าใจคำนี้ไหม!!” ธัญญ่ายังคงพยายามอย่างดีที่สุดเพื่อให้แม่ของเธอเข้าใจสิ่งที่เธอพูด
“ท่านจอมพลย่อมต้องรู้ถึงจุดอ่อนของเขาอยู่แล้ว ไม่อย่างนั้นหมอนั่นคงไม่เอาแต่หนีและคอยหลีกเลี่ยงท่านจอมพลมาตลอดหลายปีที่ผ่านมา” ขณะที่ขุนพลล้างผลาญพูดถึงจอมพล เธอดูภาคภูมิใจเมื่อพูดถึงเขา “ท่านจอมพลน่ะแข็งแกร่งที่สุด แกน่ะเลือกข้างผิดแล้ว”
ธัญญ่ารู้สึกผิดหวัง เธอไม่รู้ว่าเหตุใดแม่ของเธอถึงรักและเทิดทูนจอมพลแห่งกองทัพศิขาขนาดนี้ แต่เธอนั้นประสบกับความจริงฝั่งอานนท์มาแล้ว เธอมั่นใจอย่างยิ่งถ้าหากอานนท์เอาจริง ต่อให้สิบจอมพลก็ไม่มีวันเอาชนะเขาได้ แล้วเหตุใดเธอถึงจะต้องยอมปล่อยแม่ของเธอไปเจอชะตากรรมแบบเดียวกันที่กำลังจะเกิดขึ้นกับจอมพลของเธอ
“ขอร้องเถอะแม่ ถ้ายังเห็นว่าฉันและธันวาเป็นลูก ช่วยฟังฉันบ้าง! หัดคิดถึงธันวาที่น่าสงสารบ้าง ได้โปรด...” ธัญญ่าขึ้นเสียง เธอพยายามขอร้องอ้อนวอนอีกครั้ง หากเธอไม่ใช่คนที่เข้มแข็งเธอคงกลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่อยู่แล้ว
“ฉันเป็นแม่ของแกนะ เพราะฉะนั้นแกสิต้องฟังฉัน! ไม่ใช่มาทำตัวเหลวไหลคิดจะหักหลังฉันและท่านจอมพลอย่างนี้”