จุติเทพยุทธ์จอมราชัน 【จบ】

    เล่มที่ 6 ตอนที่ 151 หนังเหนียว

            ท่ามกลางความรุนแรงของการต่อสู้เย่เฉินหลับตาลงอย่างแผ่วเบา

            ทันใดนั้นฝีเท้าของเขาก็เริ่มเปลี่ยนไปและค่อยๆ ช้าลงเล็กน้อยแต่ในทุกย่างก้าวล้วนแต่มีรัศมีที่อธิบายไม่ได้แผ่ซ่านออกมา

            พัฟ!

            พัฟ!

            พัฟ!

            เงาร่างจิ้งจอกสีเลือดยังคงโบยบินอยู่บาดแผลบนร่างกายของเขายิ่งมากขึ้นเรื่อยๆแต่ดูเหมือนเขาจะไม่รู้ตัวและไม่ได้สนใจอะไรจิตใจทั้งหมดของเขาจมดิ่งอยู่ในอารมณ์ที่ลึกลับ แม้ว่าเขายังคงถูกยับยั้งด้วยกำไลเงาจันทร์เจ็ดดาราแต่กลับรู้สึกว่าร่างของตนเองพลิ้วไหวเบาๆ ราวกับสายลมหอบหนึ่งที่พัดผ่าน

            ในไม่ช้าฝีเท้าของเขาก็เริ่มเร็วขึ้น แม้ว่ามันจะดูสับสนวุ่นวาย แต่ก็แปลกมาก ทุกๆย่างก้าวดูเหมือนจะยิ่งทอดยาวไปไกล ภาพเงาติดตาสีทองที่อยู่ด้านหลังของเขาไม่สามารถบอกได้เลยว่าร่างไหนคือร่างของเขากันแน่

            ไม่รู้ว่าความเร็วของจิ้งจอกสายลมในสายตาของเขาเริ่มช้าลงตั้งแต่เมื่อไรและในตอนนี้ใบหน้าที่แท้จริงของจิ้งจอกสายลมในสายตาของเขาก็เริ่มมีความชัดเจนมากขึ้น

            โฮก!

            โฮก!

            จิ้งจอกสายลมที่บินโฉบไปมาเริ่มหงุดหงิดเล็กน้อยเย่เฉินที่อยู่ในสายตาของพวกมันมีการเปลี่ยนแปลงท่าร่างไปอย่างแปลกประหลาดเมื่อมองแล้วดูเหมือนเขาจะช้าลง แต่เมื่อพวกมันรีบพุ่งเข้าไปเย่เฉินก็สามารถหลบหลีกได้ตลอดเวลา

            “ความสามารถในการรับรู้ของเจ้าเด็กคนนี้ช่างน่ากลัวยิ่งนัก”

            บนสุดขอบเมฆรอยยิ้มของฉู่ซวนเอ๋อร์ก็แฝงไปด้วยความประหลาดใจมากมาย

            “ดูเหมือนว่าความทุกข์ทรมานเมื่อเก้าวันก่อนจะไม่สูญเปล่า” ฉู่ซวนเอ๋อร์ยิ้มอย่างนุ่มนวล

            โฮก!

            โฮก!

            พวกจิ้งจอกสายลมที่อยู่ด้านล่างก็ยิ่งดูหงุดหงิด

            ในทางตรงกันข้ามเย่เฉินกลับยิ่งสงบมากขึ้น แม้ว่าเขาจะยังคงได้รับบาดเจ็บแต่ก็เห็นได้ชัดว่าเขาก็ค่อยๆ ตามทันความเร็วของจิ้งจอกสายลมในตอนนี้เขาเหมือนสายลมที่หายไปมาไร้ร่องรอย

            ไม่รู้ว่าเมื่อไรเขายกแขนขึ้นเล็กน้อยพลังปราณของทะเลลมปราณก็เพิ่มขึ้นอย่างรุนแรงและได้ถ่ายเทลงไปยังฝ่ามือจากนั้นก็เกิดเป็นประกายสายฟ้าระหว่างนิ้วมือ

            อสุนีบาต!

            เสียงตะโกนของเขาดังกึกก้องจากนั้นก็ใช้ฝ่ามืออสุนีบาตโจมตีออกไป

            โฮก!

            จากนั้นจิ้งจอกสายลมที่บินอยู่ในแนวทแยงตัวหนึ่งก็ถูกฝ่ามือของเขาฟาดออกไปอย่างแรง

            แต่ในตอนนี้เย่เฉินก็ค่อยๆ ลืมตาขึ้นและพูดพึมพำ “วิถีของความเร็วมันช่างลึกลับจริงๆ”

            เขารู้ดีแม้ว่าความเร็วของเขาจะเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดแต่ความเร็วก็ไม่มีที่สิ้นสุด สิ่งที่เขาชื่นชมมาตลอดมันเป็นเพียงส่วนเล็กๆเท่านั้น หากต้องการไปให้ไกลมากกว่านี้เขายังคงต้องผ่านการต่อสู้และทดสอบอย่างโชกโชนอีกหลายปี

            “การฝึกความเร็วหยุดเพียงแค่นี้” ฉู่ซวนเอ๋อร์ที่อยู่บนก้อนเมฆเริ่มเคลื่อนไหว และโบกมือม้วนตัวเย่เฉินออกไป

            ยังคงเป็นถ้ำแห่งเดิมที่ฉู่ซวนเอ๋อร์ปล่อยเย่เฉินลงเจ้าหนุ่มคนนี้ก็ยังคงลูบคางของตนเองด้วยสีหน้าครุ่นคิด

            ฉู่ซวนเอ๋อร์ไม่ได้รบกวนเขาและนำเม็ดยาวิญญาณยัดเข้าไปในปากของเขาจากนั้นหยิบถังไม้ขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วยน้ำยาวิญญาณออกมาและโยนเย่เฉินเข้าไปในนั้นเพื่อช่วยรักษาอาการบาดเจ็บของเขา

            ไม่รู้ว่าเมื่อใดเย่เฉินก็กลับมามีสติอย่างรวดเร็ว

            “อาจารย์ไม่ง่ายเลยที่ข้าจะได้พบกับความรู้สึกเช่นนั้น ท่านก็ดึงข้ากลับมาแล้วหรือ?” เย่เฉินที่อยู่ในถังไม้โผล่ศีรษะที่เปียกโชกไปหมดออกมาและมองไปที่ฉู่ซวนเอ๋อร์ซึ่งกำลังนั่งขัดสมาธิอยู่อย่างสงสัย

            “ในเมื่อรู้เหตุผลแล้ววันหลังก็ไตร่ตรองให้ดี”ฉู่ซวนเอ๋อร์พูดจบและยืนขึ้นพร้อมกับยื่นมือดึงเย่เฉินออกมาจากถังไม้“วิชาฝึกกายปีศาจ บทต่อไป เริ่มได้”

            “ทำไม…เร็วอะไรขนาดนี้ ข้ายังไม่หายดีเป็นปกติเลยนะ?”

            “หนังเหนียวอย่างเจ้าเจ็บเป็นด้วยหรือ?” ฉู่ซวนเอ๋อร์ไม่สนใจ และดึงเย่เฉินออกจากถ้ำอย่างดื้อรั้น

            เมื่อเป็นเช่นนี้เย่เฉินจึงถูกฉู่ซวนเอ๋อร์หิ้วขึ้นไปเหมือนลูกไก่ถูกหิ้วปีกและมุ่งตรงไปยังส่วนลึกของผืนป่าอสูร

            ในไม่ช้าฉู่ซวนเอ๋อร์ก็หยุดลงที่ผืนป่าแห่งหนึ่งซึ่งเต็มไปด้วยกลิ่นคาวเลือด

            ทันทีที่เขาถูกวางลงเย่เฉินก็เห็นสัตว์ขนาดใหญ่มหึมาอยู่ในป่าด้านล่างมันดูเหมือนภูเขาลูกเล็กลูกหนึ่งที่มีศีรษะขนาดใหญ่ ดวงตามีสีแดงเลือดและบนแผ่นหลังก็เต็มไปด้วยเกล็ด มีหางที่ใหญ่และแข็งแรง นอกจากนี้ยังมีหนามแหลมคมเหมือนมีดเหล็กที่ส่องสว่างออกมา

            “กิ้ง…กิ้งก่าผลึกน้ำแข็ง” เย่เฉินดูเหมือนจะจำสัตว์อสูรตัวนี้ได้และประเมินสัตว์อสูรชนิดนี้ มันมีความดุร้าย ผิวหนาเปรียบได้กับขั้นพลังหยางของผู้ฝึกตน และมีความแข็งแกร่งมากกว่าจิ้งจอกสายลมขั้นพลังหยางระดับทั่วไปไม่สามารถทำลายกลป้องกันของมันได้

            ในใจของเย่เฉินมีลางสังหรณ์ไม่ดีต่อไปอย่าบอกนะว่าฉู่ซวนเอ๋อร์จะปล่อยให้เขาไปสู้รบกับกิ้งก่าผลึกน้ำแข็ง

            “กิ้งก่าผลึกน้ำแข็งจะใช้พละกำลังของเจ้าในการฝึกพลังปีศาจ” ฉู่ซวนเอ๋อร์ยิ้ม

            เย่เฉินกระตุกมุมปากและอดไม่ได้ที่จะมองไปทางฉู่ซวนเอ๋อร์ “ข้าว่านะอาจารย์ ก่อนหน้านี้ก็เฟิงอิ่งต่อมาก็เจอกับจิ้งจอกสายลม ครั้งนี้ก็เป็นกิ้งก่าผลึกน้ำแข็งอีกและจะให้ข้ารู้สึกอย่างไรในเมื่อท่านไม่ได้มองข้าในฐานะผู้ใหญ่ ท่านฝึกฝนข้าแบบนี้ไม่ช้าก็เร็วข้าก็อาจจะถูกท่านเล่นงานตายเสียก่อน”

            “เจ้านี่ก็แปลกข้าจะฝึกเจ้าแบบธรรมดาๆ ได้อย่างไรกัน” ฉู่ซวนเอ๋อร์ยักไหล่อย่างไม่เห็นด้วย

            “ข้าอยากกลับบ้าน”

            “ฝันไปเถอะ”ฉู่ซวนเอ๋อร์ยกเท้าและเตะเย่เฉินลงไป

            ทันทีที่เย่เฉินร่วงลงไปกิ้งก่าผลึกน้ำแข็งตัวขนาดมหึมาก็มองเห็นเขา

            โฮก!

            ทันใดนั้นเสียงคำรามที่ดังลั่นจนหนวกหูของกิ้งก่าผลึกน้ำแข็งก็ดังขึ้นเสียงคำรามนั่นน่าเกรงขาม ต้นไม้โบราณถูกโค่นล้มลง ก้อนหินก็พังถล่มลงมาทำให้เย่เฉินที่อยู่ตรงนั้นถึงกับสะดุ้งกับเสียงคำรามที่ดังสนั่นจนหูทั้งสองข้างมีเลือดไหลออกมา

            “ไม่ใช่ความดุร้ายธรรมดา”เย่เฉินถอยหลังออกไปอย่างกระอักกระอ่วนใจ

            โฮก!

            กิ้งก่าผลึกน้ำแข็งบดร่างอันใหญ่มโหฬารของมันจนพื้นดินสั่นสะท้านมันอ้าปากและพุ่งตรงเข้าหาเย่เฉินเหมือนกระแสน้ำแข็งเย็นเยือกที่กำลังพุ่งมาปะทะกับเย่เฉินก้อนหินขนาดใหญ่และต้นไม้โบราณที่อยู่ทั่วทุกหนแห่งต่างถูกกลบหายไปดอกไม้ใบหญ้าต่างถูกแช่แข็งจนเป็นเกล็ดน้ำแข็งแผ่นดินก็กลายเป็นน้ำแข็งอย่างรวดเร็ว

            “อัคคีเทวะจงปรากฏ”เมื่อเห็นเช่นนี้เย่เฉินกดดันอยู่ในใจจนทำให้อัคคีเทวะในทะเลลมปราณพุ่งพรวดออกมาปกป้องร่างกายของตนเองจากนั้นเขาก็ถอยหลังออกไปอย่างรวดเร็ว

            “เจ้ามีอัคคีเทวะด้วยหรือ?” ฉู่ซวนเอ๋อร์ที่นั่งอยู่บนก้อนเมฆก็ลุกขึ้นยืนทันทีจ้องมองเย่เฉินด้วยความงุนงง ดวงตาที่งดงามเต็มไปด้วยความตกตะลึงการแสดงออกเช่นนี้เพราะนางไม่คาดคิดมาก่อนว่าเย่เฉินจะมีอัคคีเทวะติดตัว

            “ข้ามีมานานแล้ว!” เย่เฉินผงะและชำเลืองมองไปที่ฉู่ซวนเอ๋อร์อย่างประหลาดใจ“ท่านไม่รู้หรือ?”

            “เจ้าแน่ใจหรือว่าเจ้าเคยบอกข้ามาก่อน?” ฉู่ซวนเอ๋อร์มองไปที่เย่เฉินอย่างไม่สบอารมณ์

            “ข้าคิดว่าผู้อาวุโสสวีฝูได้บอกกับท่านแล้ว?”

            ฉู่ซวนเอ๋อร์ไม่ได้พูดอะไรได้แต่ขยี้คิ้วของตนเองอย่างดุเดือดจริงๆ แล้วสวีฝูไม่ได้บอกกับนาง สวีฝูคงคิดว่าเย่เฉินได้บอกไปแล้วเรื่องทั้งหมดนี้ สวีฝูและเย่เฉินต่างคิดว่าอีกฝ่ายได้บอกไปแล้วจึงไม่มีใครได้พูดออกไป จนถึงตอนนี้นางก็ยังไม่รู้อะไรเลย

            “เจ้าหนุ่มคนนี้มีอัคคีเทวะไม่ต้องพูดเรื่องที่เขายังเป็นนักปรุงยาด้วยแล้ว” ฉู่ซวนเอ๋อร์ดูเหมือนจะเข้าใจอะไรบางอย่างขึ้นมา

            “มิน่าล่ะศิษย์พี่สวีฝูถึงให้ความสำคัญกับเย่เฉินและไม่เสียดายที่จะให้ศิษย์รักศิษย์หวงของตนเองเป็นคู่ครองกับเย่เฉินผู้ที่อยู่เพียงแค่ขั้นรวมพลัง”

            “ไม่แปลกใจเลยที่เขาสามารถฝึกเคล็ดวิชาลับการหลอมกายทรหดได้”

            เมื่อพูดถึงตรงนี้ฉู่ซวนเอ๋อร์ก็มองไปทางเย่เฉินที่อยู่ด้านล่างอย่างเงียบๆด้วยใบหน้าที่ไม่สบอารมณ์ “เอาล่ะเจ้าหนุ่ม เป็นอาจารย์ฝึกฝนให้เจ้ามาก็นานมากแล้วยังไม่เคยเห็นอัคคีเทวะของเจ้าปรากฏออกมาเลย เจ้าจะทนไปได้ถึงไหนกัน!”

            โฮก!

            กิ้งก่าผลึกน้ำแข็งที่อยู่ด้านล่างได้เผยพละกำลังอันยิ่งใหญ่ออกมาพลังผลึกน้ำแข็งนั้นก็ได้ซัดสาดจนท่วมทับเย่เฉิน

            “มีอัคคีเทวะไม่มีวันตาย” ฉู่ซวนเอ๋อร์เหลือบมองไป และนั่งขัดสมาธิลง

            แน่นอนว่าทันทีที่นางนั่งลงทะเลที่ซัดสาดของพลังผลึกน้ำแข็งนั้นก็แตกออกเป็นช่องและเย่เฉินก็พุ่งออกมาจากช่องว่างทันที

            ตูม!

            ตรงหน้าของเขากิ้งก่าผลึกน้ำแข็งที่ปกคลุมไปด้วยน้ำแข็งได้ย่ำฝ่าเท้าลงมาจากฟากฟ้าแม้ว่าจะเป็นแค่ฝ่าเท้า แต่กลับมีขนาดใหญ่กว่าตัวของเย่เฉินในสายตาเย่เฉินฝ่าเท้าของกิ้งก่าผลึกน้ำแข็งนั่นเป็นเหมือนกับก้อนหินขนาดใหญ่ก้อนหนึ่ง

            เวิง!

            ในระยะเวลาอันรวดเร็วนั้นเย่เฉินได้พลิกมือและหยิบกระบี่เทียนเชวียออกมาถือกระบี่ด้วยมือทั้งสองข้างและยกขึ้นเหนือศีรษะ

            แกร๊ง!

            กิ้งก่าผลึกน้ำแข็งได้เหยียบลงบนกระบี่เทียนเชวียและทำให้เกิดเสียงของโลหะดังกระทบกัน

            ปัง!

            เย่เฉินคุกเข่าลงบนพื้นและกิ้งก่าผลึกน้ำแข็งได้ใช้เท้าย่ำลงมาจากฟากฟ้า พร้อมน้ำหนักตัวนับหมื่นชั่งโชคดีที่ร่างกายของเขาแข็งแกร่ง หากเขาอยู่เพียงระดับขั้นรวมพลังธรรมดาทั่วไปเกรงว่าคงจะถูกมันเหยียบย่ำไปแล้ว

            “เจ้าบ้าเอ๊ย”เย่เฉินกัดฟันกรอด และหลอดเลือดดำใต้ผิวหนังที่หน้าผากของเขาก็ปูดออกมาทีละข้างอย่างเห็นได้ชัดเท้าของกิ้งก่าผลึกน้ำแข็งที่เหยียบย่ำลงมาเหมือนดั่งมีภูเขาทั้งลูกกดทับลงมาบนศีรษะกดทับเขาจนไม่สามารถจะขยับไปไหนได้ กระดูกที่อยู่ภายในร่างกายก็ส่งเสียงดังขึ้น

            “อัคคีเทวะ”เย่เฉินที่อยู่ภายใต้สถานการณ์คับขันได้เรียกอัคคีเทวะขึ้นมาอีกครั้งและครอบคลุมทั่วทั้งกระบี่เทียนเชวีย

            โฮก!

            อัคคีเทวะและผลึกน้ำแข็งเป็นสิ่งที่ขัดแย้งกันมาตั้งแต่กำเนิดทำให้ผลึกน้ำแข็งที่ฝ่าเท้าของกิ้งก่าผลึกน้ำแข็งละลายและนั่นทำให้กิ้งก่าผลึกน้ำแข็งรู้สึกปวดร้าวจนต้องยกฝ่าเท้าขึ้น

            ในระหว่างนี้เย่เฉินจึงได้หนีออกไปเจ็ดแปดจ้างพร้อมกับเสียงของการเคลื่อนไหวที่รวดเร็ว

            เวิง!

            ทันทีที่เย่เฉินหยุดฝีเท้าลงหางขนาดใหญ่อันแข็งแกร่งของกิ้งก่าผลึกน้ำแข็งก็เคลื่อนที่เข้ามา

            เย่เฉินจึงรีบยกกระบี่เทียนเชวียขึ้นมาขวางไว้ด้านหน้าเพื่อทำการสกัดกั้น

            ปัง!

            หางของกิ้งก่าผลึกน้ำแข็งได้กวัดแกว่งลงบนกระบี่เทียนเชวียและเสียงที่น่าหดหู่ก็ดังขึ้น เย่เฉินถูกหางของมันเหวี่ยงลอยออกไปไกลกว่าสิบจ้างร่างของเขากระแทกกับต้นไม้โบราณที่สูงตระหง่านสิบกว่าต้นจากนั้นก็กระทบเข้ากับก้อนหินขนาดใหญ่จนถล่มพังลงมา

            เมื่อเขาคลานออกมาจากเศษหินเศษกรวดด้วยความลำบากเย่เฉินก็กระอักเลือดออกมาหนึ่งคำ แขนทั้งสองข้างเปื้อนไปด้วยเลือดอีกทั้งกระดูกภายในร่างกายก็หักมากกว่าหนึ่งชิ้น

    คล้ายกับเรื่องจุติเทพยุทธ์จอมราชัน 【จบ】 ที่คุณอ่าน