จุติเทพยุทธ์จอมราชัน 【จบ】

    เล่มที่ 2 ตอนที่ 43 สามยอดคาถาแห่งสำนักเหิงเยว่

            หลังจากเรียกคืนพลังปราณเย่เฉินก็วิ่งกลับเข้าไปในห้อง

            เขาวิ่งมาตรงหน้าเตียงอีกครั้ง จากนั้นก็หยิบน้ำเต้าม่วงทองมาไว้ในอ้อมแขน แล้วก็ลูบมันไม่หยุด

            “ของวิเศษเป็นของวิเศษจริงๆ”

            เย่เฉินฉีกยิ้มแทบถึงใบหูพึมพำกับตัวเองว่าหนึ่งพันกว่าหินวิญญาณที่จ่ายไปในวันนั้นช่างคุ้มค่าจริงๆ

            เขาคิดไว้แล้วว่าในกระดองเต่าโบราณนี้จะต้องมีเคล็ดวิชาลับซ่อนเร้นอยู่น้ำเต้าม่วงทองสามารถตรวจจับเรื่องนี้ได้มันจึงกลืนกระดองเต่าเข้าไปทำให้สามารถกลั่นเอาเคล็ดวิชาลับที่อยู่ภายในออกมาได้

            “เจ้าเป็นของวิเศษอะไรกันแน่นึกไม่ถึงเลยว่าจะมีความสามารถเช่นนี้ด้วย”

            เย่เฉินจับน้ำเต้าม่วงทองเอาไว้ยิ่งมองก็ยิ่งชื่นชอบ ยิ่งนึกก็ยิ่งมีความสุข

            น้ำเต้าม่วงทองนี้ไม่เพียงแต่สามารถดูดกลืนพลังปราณวิญญาณฟ้าดินได้และกลายเป็นพลังงานวิญญาณเหลวได้เท่านั้นแต่มันยังสามารถจะตรวจจับพลังลึกลับของสิ่งที่ไม่รู้จักได้อีกด้วยเย่เฉินจึงยิ่งรู้สึกได้ว่าน้ำเต้าม่วงทองนี้จะต้องมีที่มาที่ไปอันน่ามหัศจรรย์

            “ทำไมข้าจึงรู้สึกเหมือนกำลังได้โชคก้อนใหญ่เลยทีเดียว”

            เย่เฉินลูบคางตนเอง“อัคคีเที่ยงแท้ของข้าสามารถรับรู้ได้ว่าอะไรคือของวิเศษส่วนน้ำเต้าม่วงทองก็ยังสามารถตรวจจับพลังลึกลับของบรรดาของวิเศษได้อีกช่างเป็นโชคก้อนใหญ่จริงๆ”

            เมื่อคิดเช่นนี้ขึ้นมาในใจเย่เฉินก็หยิบไข่มุกวิญญาณที่ดูไม่ธรรมดาชิ้นหนึ่งออกมาจากถุงเก็บของจากนั้นจึงยัดมันเข้าไปในน้ำเต้าม่วงทองเพื่อจะดูว่าน้ำเต้าม่วงทองจะสามารถตรวจจับอะไรได้จากไข่มุกวิญญาณ

            ฮึบ!

            เมื่อไข่มุกวิญญาณเม็ดหนึ่งถูกยัดเข้าไปน้ำเต้าม่วงทองก็ส่งเสียงขึ้นมา จากนั้นจึงอาเจียนเอาไข่มุกวิญญาณออกมา

            “ดูเหมือนจะเป็นแค่ไข่มุกวิญญาณธรรมดา”

            เย่เฉินส่งเสียงพึมพำอย่างเคร่งขรึมจากนั้นจึงหยิบมีดสั้นออกมาเล่มหนึ่งแล้วยัดเข้าไปในน้ำเต้าม่วงทอง

            ผลที่ได้ไม่ต่างจากครั้งแรกน้ำเต้าม่วงทองอาเจียนออกมาทันที

            “ชิ้นนี้ก็ไม่มี”

            หลังจากเก็บมีดสั้นแล้วเย่เฉินก็หยิบสิ่งของออกมาทีละชิ้น บ้างก็เป็นหยกวิญญาณ บ้างก็เป็นอาวุธวิญญาณลองดูทีละชิ้นๆ

            ในที่สุดเย่เฉินก็ยัดขวดหยกขนาดเล็กที่มีแสงเปล่งประกายเข้าไปด้านใน

            แคร็ก!

            ทันใดนั้นน้ำเต้าม่วงทองก็จัดการบดขวดหยกเล็กๆ นั้นจนกลายเป็นเถ้าลอยจากนั้นเถ้าลอยนั้นก็ลอยออกมา

            เย่เฉินตกตะลึงไปชั่วขณะ

            ฮึบ!

            น้ำเต้าม่วงทองสั่นขึ้นอย่างรุนแรงราวกับว่ามันกำลังต่อต้านอีกครั้ง และดูเหมือนว่ามันอยากจะพูดขึ้นอีกว่า“เจ้านี่มัน! จะลองใส่ไปดูอีกไหม”

            เมื่อเห็นดังนั้นมุมปากของเย่เฉินก็กระตุกขึ้นอย่างอดไม่ได้

            เขาเห็นแล้วก็เข้าใจได้น้ำเต้าม่วงทองมีความสามารถในการตรวจจับพลังลึกลับในของวิเศษแต่ก็มีเพียงของที่มันต้องการจะกลืนเข้าไปเท่านั้นเช่นเดียวกับของที่ไร้ประโยชน์พวกนั้น ที่แม้ใส่เข้าไปก็เปล่าประโยชน์

            นอกจากนี้เขาก็ยังดูออก ว่าน้ำเต้าม่วงทองนี้มีจิตวิญญาณ

            เขามั่นใจหากเอาของไร้ประโยชน์อะไรยัดเข้าไป ก็คงต้องถูกมันบดจนเละ

            “ชิ้นเล็กแค่นี้อารมณ์ไม่เล็กเลย”

            แม้ว่าปากเย่เฉินจะต่อว่าแต่ก็ยังอุ้มมันไว้ในอ้อมแขน นี่คือของวิเศษ

            หลังจากรับประทานอาหารเช้าอย่างเรียบง่ายเย่เฉินจึงรีบออกจากสวนแห่งวิญญาณ

            เมื่อมาถึงถ้ำที่ภูเขาด้านหลังเจ้าหมีสองก็นอนคว่ำหน้าหลับสนิทอยู่ด้านใน น้ำลายไหลย้อยลงพื้น แผ่หลากางแขนขาทั่วทั้งตัวมีแต่ไขมันมากองรวมกันเป็นหนึ่งก้อน

            แคกแคก...!

            เย่เฉินไอแห้งๆขึ้นมา แต่หมีสองไม่ตอบสนอง

            เมื่อเห็นดังนั้นเย่เฉินจึงเตะไปที่เจ้าหมีสอง “เจ้าอ้วน ลุกขึ้นทำงานได้แล้ว”

            และก็ไม่ต่างจากครั้งแรกเจ้าคนนั้นก็ยังไม่ตื่น

            “เอ๊ะ?”

            เย่เฉินอุทานขึ้นเบาๆ“แล้วทำไมผู้หญิงคนนั้นถึงไม่ใส่เสื้อผ้าล่ะ”

            ทันทีที่พูดออกมาเจ้าหมีสองที่กำลังนอนหลับอยู่นั้น ก็ได้กระโดดลุกขึ้นมาอย่างรวดเร็ว “ที่ไหน? ที่ไหน?”

            “วิธีนี้ได้ผลดีจริงๆ”อีกด้านหนึ่ง เย่เฉินก็พูดขึ้นอย่างมีความหมายลึกซึ้ง

            “เจ้านี่มัน”เมื่อรู้ว่าตัวเองถูกแกล้ง เจ้าหมีสองก็จ้องมองไปยังเย่เฉินพร้อมด้วยคำสบถด่า

            “อย่ามัวแต่เสียเวลาไร้สาระอยู่เลยเร็วเข้าเถอะ สมุนไพรวิญญาณเก็บมาหรือยัง พวกเรามีเวลาไม่มากนะ”

            “ข้าจัดการเรียบร้อยแล้วเจ้าไม่ต้องห่วง” หมีสองสอดมืดเข้าไปในเป้ากางเกง จากนั้นหยิบเอาถุงเก็บของออกมา“ข้าต้องใช้กำลังสุดความสามารถเพื่อให้ได้มันมาเลยนะ”

            เฮ้ย!

            เย่เฉินไม่ได้สนใจเขาแต่เมื่อเปิดถุงเก็บของออกมา เขาก็ต้องตกตะลึง ด้านในมีสมุนไพรวิญญาณเป็นจำนวนมากมีมากกว่าครั้งก่อนถึงสามเท่า

            “เจ้าเด็กคนนี้มันเยอะอะไรขนาดนี้!” สีหน้าของเย่เฉินตกใจและถอนหายใจออกมา เขาเหลือบมองไปยังเจ้าหมีสอง“เจ้าเอามามากขนาดนี้ ลุงของเจ้ายอมหรือ?”

            “ไม่ยอมหรอก!”

            “แล้วเจ้าไปเอามาได้อย่างไร”

            “ข้าก็ได้มาจากลุงนั่นแหละ”เจ้าหมีสองคัดจมูก “ข้าก็แค่เพิ่มอะไรบางอย่างเข้าไปในอาหารของพวกเขา”

            “เพิ่มอะไรบางอย่าง?” เย่เฉินเลิกคิ้ว “เพิ่มอะไร”

            “เหอฮวนซาน”

            ทันทีที่ได้ยินคำนี้เย่เฉินก็นิ่งแล้วกระตุกยิ้มขึ้นอย่างอดไม่ได้ จนต้องยกนิ้วให้กับเจ้าหมีสอง“เก่งมาก”

            หลังจากเหตุการณ์นั้นผ่านไปทั้งสองก็เริ่มอีกครั้ง

            เย่เฉินยังคงเป็นตัวหลักในการกลั่นส่วนหมีสองนั้นก็กำลังยุ่งอยู่กับการเป็นผู้ช่วยอยู่ด้านข้าง

            ในไม่ช้ากลิ่นหอมสดชื่นของตัวยาก็คละคลุ้งไปทั่วทั้งถ้ำ

            เย่เฉินไม่อาจปล่อยให้กลิ่นยาฤทธิ์แรงเช่นนี้ต้องสิ้นเปลืองไปอย่างเปล่าประโยชน์ตั้งแต่เริ่มกลั่นน้ำยาวิญญาณหยก เขาก็ได้นำน้ำเต้าม่วงทองออกมา พลังของกลิ่นหอมเหล่านั้นถูกน้ำเต้าม่วงทองดูดเข้าไปจนหมด

            “นี่มันของวิเศษอะไรกันสามารถดูดกลืนพลังวิญญาณได้เองด้วย” เจ้าหมีสองนั่งยอง ตาเล็กๆ คู่นั้นก็กลอกไปมา

            “อย่ามัวแต่ดูมาช่วยกันเถอะ”

            เป็นเพราะเย่เฉินมีความชำนาญในการกลั่นน้ำยาวิญญาณหยกมากขึ้นเรื่อยๆครั้งนี้จึงใช้เวลาเพียงสามวันในการกลั่นน้ำยาวิญญาณหยกที่มีจำนวนมากกว่าครั้งก่อนถึงสามเท่า

            ในตอนกลางคืนทั้งสองคนนอนคว่ำหน้าเหมือนหมูตาย เป็นเวลาหลายวันที่พวกเขากลั่นกันอย่างบ้าคลั่งทั้งสองจึงเหนื่อยตัวแทบขาด

            “พรุ่งนี้ออกเดินทางเริ่มจากไปที่หอหมื่นสมบัติก่อนเพื่อไปหาสิ่งของอะไรที่จะพอเป็นประโยชน์ได้เข้าใจไหม!”เจ้าหมีสองเก็บขวดน้ำยาวิญญาณหยกยัดใส่ถุงเก็บของ พลางกำชับเย่เฉิน

            “สิ่งของที่มีประโยชน์หรือ?” เย่เฉินมองมาทันที ถามขึ้นอย่างไม่แน่ใจ “เจ้าหมายถึง...”

            “คาถาวิญญาณสวรรค์คาถาวิถีสวรรค์ และคาถาอสุนีสวรรค์!”

            เมื่อได้ยินชื่อนี้ดวงตาของเย่เฉินก็เปล่งประกาย

            สามยอดคาถาแห่งสำนักเหิงเยว่คาถาวิญญาณสวรรค์ คาถาวิถีสวรรค์ และคาถาอสุนีสวรรค์

            คาถาวิญญาณสวรรค์เป็นคาถาด้านการผนึกพลัง สามารถกักพลังปราณของผู้ฝึกตนได้ในระยะเวลาสั้นๆ

            คาถาวิถีสวรรค์เป็นคาถาด้านการหลบหลีก สามารถเพิ่มความเร็วให้กับผู้ใช้งานได้ทันที

            คาถาอสุนีสวรรค์เป็นคาถาด้านการโจมตี มีฤทธิ์ที่ทรงพลังจนสามารถระเบิดภูเขาได้ทั้งลูก

            สามยอดคาถาแห่งสำนักเหิงเยว่แต่ละคาถามีข้อดีของตนเอง และสอดประสานซึ่งกันและกัน และยังมีผลที่คาดไม่ถึงจัดอยู่ในระดับที่มีค่า และเป็นที่น่าประหลาดใจ

            “หอหมื่นสมบัติมีคาถาพวกนี้ขายด้วยหรือ”เย่เฉินถามพลางมองไปยังหมีสอง

            “ขายขายแน่นอน คาถาวิญญาณสวรรค์ราคาหนึ่งหมื่นหินวิญญาณคาถาวิถีสวรรค์ราคาสามหมื่นหินวิญญาณ ดังนั้นคาถาอสุนีสวรรค์ก็น่าจะราคาเก้าหมื่นหินวิญญาณ แต่คาถาอสุนีสวรรค์มีฤทธิ์ที่ทรงพลังจึงห้ามใช้ที่สำนักเหิงเยว่แต่สามารถใช้งานข้างนอกได้”

            “บ้าเอ๊ยให้ตายสิ ใครจะไปซื้อได้” เย่เฉินอดไม่ได้ที่จะแอบกลืนน้ำลาย

            “สำนักเหิงเยว่มีผู้มีฝีมือดีที่ซ่อนเร้นตัวอยู่มากมายมีหลายคนที่มาจากตระกูลฝึกตน และร่ำรวยมาก”

            เย่เฉินก็คิดเช่นนั้นเมื่อวานนี้ เขายังพบหินวิญญาณจำนวนมากถึงสามหมื่นหินวิญญาณในถุงเก็บของของฉีเฮ่าบรรดาศิษย์ของสำนักตระกูลฝึกตนที่ยังซ่อนเร้นตัวอยู่ ก็จะต้องร่ำรวยมากเช่นกัน

            “แม้ว่าคาถาพวกนี้จะมีราคาแพงแต่กลับใช้งานได้จริง” เจ้าหมีสองกล่าว “นี่คือของที่ต้องเตรียมก่อนจะออกไปด้านนอกจะได้เอาไว้ช่วยชีวิตเมื่อถึงยามคับขัน ข้าให้ความสำคัญกับชีวิตมากกว่าหินวิญญาณ”

            คำพูดนี้ดูสมเหตุสมผล

            เย่เฉินเห็นด้วยกับความคิดของหมีสองไม่ว่าจะมีหินวิญญาณมากมายขนาดไหน หากไม่มีชีวิตแล้วก็ไม่เหลืออะไรอีกเลย

            เขาจึงตัดสินใจว่าจะแอบไปหอหมื่นสมบัติเสียก่อนสักครั้งก่อนจะไปตลาดมืดอเวจีหากไม่สามารถซื้อคาถาอสุนีสวรรค์มาได้แค่คาถาวิญญาณสวรรค์และคาถาวิถีสวรรค์ก็น่าจะเพียงพอ

            ในเวลากลางคืนทั้งสองคนจึงออกมาจากภูเขาด้านหลัง

            หมีสองตรงไปยังสวนสมุนไพรวิญญาณส่วนเย่เฉินนั้นก็มุ่งหน้าไปยังหอหมื่นสมบัติ