หลังจากเรียกคืนพลังปราณเย่เฉินก็วิ่งกลับเข้าไปในห้อง
เขาวิ่งมาตรงหน้าเตียงอีกครั้ง จากนั้นก็หยิบน้ำเต้าม่วงทองมาไว้ในอ้อมแขน แล้วก็ลูบมันไม่หยุด
“ของวิเศษเป็นของวิเศษจริงๆ”
เย่เฉินฉีกยิ้มแทบถึงใบหูพึมพำกับตัวเองว่าหนึ่งพันกว่าหินวิญญาณที่จ่ายไปในวันนั้นช่างคุ้มค่าจริงๆ
เขาคิดไว้แล้วว่าในกระดองเต่าโบราณนี้จะต้องมีเคล็ดวิชาลับซ่อนเร้นอยู่น้ำเต้าม่วงทองสามารถตรวจจับเรื่องนี้ได้มันจึงกลืนกระดองเต่าเข้าไปทำให้สามารถกลั่นเอาเคล็ดวิชาลับที่อยู่ภายในออกมาได้
“เจ้าเป็นของวิเศษอะไรกันแน่นึกไม่ถึงเลยว่าจะมีความสามารถเช่นนี้ด้วย”
เย่เฉินจับน้ำเต้าม่วงทองเอาไว้ยิ่งมองก็ยิ่งชื่นชอบ ยิ่งนึกก็ยิ่งมีความสุข
น้ำเต้าม่วงทองนี้ไม่เพียงแต่สามารถดูดกลืนพลังปราณวิญญาณฟ้าดินได้และกลายเป็นพลังงานวิญญาณเหลวได้เท่านั้นแต่มันยังสามารถจะตรวจจับพลังลึกลับของสิ่งที่ไม่รู้จักได้อีกด้วยเย่เฉินจึงยิ่งรู้สึกได้ว่าน้ำเต้าม่วงทองนี้จะต้องมีที่มาที่ไปอันน่ามหัศจรรย์
“ทำไมข้าจึงรู้สึกเหมือนกำลังได้โชคก้อนใหญ่เลยทีเดียว”
เย่เฉินลูบคางตนเอง“อัคคีเที่ยงแท้ของข้าสามารถรับรู้ได้ว่าอะไรคือของวิเศษส่วนน้ำเต้าม่วงทองก็ยังสามารถตรวจจับพลังลึกลับของบรรดาของวิเศษได้อีกช่างเป็นโชคก้อนใหญ่จริงๆ”
เมื่อคิดเช่นนี้ขึ้นมาในใจเย่เฉินก็หยิบไข่มุกวิญญาณที่ดูไม่ธรรมดาชิ้นหนึ่งออกมาจากถุงเก็บของจากนั้นจึงยัดมันเข้าไปในน้ำเต้าม่วงทองเพื่อจะดูว่าน้ำเต้าม่วงทองจะสามารถตรวจจับอะไรได้จากไข่มุกวิญญาณ
ฮึบ!
เมื่อไข่มุกวิญญาณเม็ดหนึ่งถูกยัดเข้าไปน้ำเต้าม่วงทองก็ส่งเสียงขึ้นมา จากนั้นจึงอาเจียนเอาไข่มุกวิญญาณออกมา
“ดูเหมือนจะเป็นแค่ไข่มุกวิญญาณธรรมดา”
เย่เฉินส่งเสียงพึมพำอย่างเคร่งขรึมจากนั้นจึงหยิบมีดสั้นออกมาเล่มหนึ่งแล้วยัดเข้าไปในน้ำเต้าม่วงทอง
ผลที่ได้ไม่ต่างจากครั้งแรกน้ำเต้าม่วงทองอาเจียนออกมาทันที
“ชิ้นนี้ก็ไม่มี”
หลังจากเก็บมีดสั้นแล้วเย่เฉินก็หยิบสิ่งของออกมาทีละชิ้น บ้างก็เป็นหยกวิญญาณ บ้างก็เป็นอาวุธวิญญาณลองดูทีละชิ้นๆ
ในที่สุดเย่เฉินก็ยัดขวดหยกขนาดเล็กที่มีแสงเปล่งประกายเข้าไปด้านใน
แคร็ก!
ทันใดนั้นน้ำเต้าม่วงทองก็จัดการบดขวดหยกเล็กๆ นั้นจนกลายเป็นเถ้าลอยจากนั้นเถ้าลอยนั้นก็ลอยออกมา
เย่เฉินตกตะลึงไปชั่วขณะ
ฮึบ!
น้ำเต้าม่วงทองสั่นขึ้นอย่างรุนแรงราวกับว่ามันกำลังต่อต้านอีกครั้ง และดูเหมือนว่ามันอยากจะพูดขึ้นอีกว่า“เจ้านี่มัน! จะลองใส่ไปดูอีกไหม”
เมื่อเห็นดังนั้นมุมปากของเย่เฉินก็กระตุกขึ้นอย่างอดไม่ได้
เขาเห็นแล้วก็เข้าใจได้น้ำเต้าม่วงทองมีความสามารถในการตรวจจับพลังลึกลับในของวิเศษแต่ก็มีเพียงของที่มันต้องการจะกลืนเข้าไปเท่านั้นเช่นเดียวกับของที่ไร้ประโยชน์พวกนั้น ที่แม้ใส่เข้าไปก็เปล่าประโยชน์
นอกจากนี้เขาก็ยังดูออก ว่าน้ำเต้าม่วงทองนี้มีจิตวิญญาณ
เขามั่นใจหากเอาของไร้ประโยชน์อะไรยัดเข้าไป ก็คงต้องถูกมันบดจนเละ
“ชิ้นเล็กแค่นี้อารมณ์ไม่เล็กเลย”
แม้ว่าปากเย่เฉินจะต่อว่าแต่ก็ยังอุ้มมันไว้ในอ้อมแขน นี่คือของวิเศษ
หลังจากรับประทานอาหารเช้าอย่างเรียบง่ายเย่เฉินจึงรีบออกจากสวนแห่งวิญญาณ
เมื่อมาถึงถ้ำที่ภูเขาด้านหลังเจ้าหมีสองก็นอนคว่ำหน้าหลับสนิทอยู่ด้านใน น้ำลายไหลย้อยลงพื้น แผ่หลากางแขนขาทั่วทั้งตัวมีแต่ไขมันมากองรวมกันเป็นหนึ่งก้อน
แคกแคก...!
เย่เฉินไอแห้งๆขึ้นมา แต่หมีสองไม่ตอบสนอง
เมื่อเห็นดังนั้นเย่เฉินจึงเตะไปที่เจ้าหมีสอง “เจ้าอ้วน ลุกขึ้นทำงานได้แล้ว”
และก็ไม่ต่างจากครั้งแรกเจ้าคนนั้นก็ยังไม่ตื่น
“เอ๊ะ?”
เย่เฉินอุทานขึ้นเบาๆ“แล้วทำไมผู้หญิงคนนั้นถึงไม่ใส่เสื้อผ้าล่ะ”
ทันทีที่พูดออกมาเจ้าหมีสองที่กำลังนอนหลับอยู่นั้น ก็ได้กระโดดลุกขึ้นมาอย่างรวดเร็ว “ที่ไหน? ที่ไหน?”
“วิธีนี้ได้ผลดีจริงๆ”อีกด้านหนึ่ง เย่เฉินก็พูดขึ้นอย่างมีความหมายลึกซึ้ง
“เจ้านี่มัน”เมื่อรู้ว่าตัวเองถูกแกล้ง เจ้าหมีสองก็จ้องมองไปยังเย่เฉินพร้อมด้วยคำสบถด่า
“อย่ามัวแต่เสียเวลาไร้สาระอยู่เลยเร็วเข้าเถอะ สมุนไพรวิญญาณเก็บมาหรือยัง พวกเรามีเวลาไม่มากนะ”
“ข้าจัดการเรียบร้อยแล้วเจ้าไม่ต้องห่วง” หมีสองสอดมืดเข้าไปในเป้ากางเกง จากนั้นหยิบเอาถุงเก็บของออกมา“ข้าต้องใช้กำลังสุดความสามารถเพื่อให้ได้มันมาเลยนะ”
เฮ้ย!
เย่เฉินไม่ได้สนใจเขาแต่เมื่อเปิดถุงเก็บของออกมา เขาก็ต้องตกตะลึง ด้านในมีสมุนไพรวิญญาณเป็นจำนวนมากมีมากกว่าครั้งก่อนถึงสามเท่า
“เจ้าเด็กคนนี้มันเยอะอะไรขนาดนี้!” สีหน้าของเย่เฉินตกใจและถอนหายใจออกมา เขาเหลือบมองไปยังเจ้าหมีสอง“เจ้าเอามามากขนาดนี้ ลุงของเจ้ายอมหรือ?”
“ไม่ยอมหรอก!”
“แล้วเจ้าไปเอามาได้อย่างไร”
“ข้าก็ได้มาจากลุงนั่นแหละ”เจ้าหมีสองคัดจมูก “ข้าก็แค่เพิ่มอะไรบางอย่างเข้าไปในอาหารของพวกเขา”
“เพิ่มอะไรบางอย่าง?” เย่เฉินเลิกคิ้ว “เพิ่มอะไร”
“เหอฮวนซาน”
ทันทีที่ได้ยินคำนี้เย่เฉินก็นิ่งแล้วกระตุกยิ้มขึ้นอย่างอดไม่ได้ จนต้องยกนิ้วให้กับเจ้าหมีสอง“เก่งมาก”
หลังจากเหตุการณ์นั้นผ่านไปทั้งสองก็เริ่มอีกครั้ง
เย่เฉินยังคงเป็นตัวหลักในการกลั่นส่วนหมีสองนั้นก็กำลังยุ่งอยู่กับการเป็นผู้ช่วยอยู่ด้านข้าง
ในไม่ช้ากลิ่นหอมสดชื่นของตัวยาก็คละคลุ้งไปทั่วทั้งถ้ำ
เย่เฉินไม่อาจปล่อยให้กลิ่นยาฤทธิ์แรงเช่นนี้ต้องสิ้นเปลืองไปอย่างเปล่าประโยชน์ตั้งแต่เริ่มกลั่นน้ำยาวิญญาณหยก เขาก็ได้นำน้ำเต้าม่วงทองออกมา พลังของกลิ่นหอมเหล่านั้นถูกน้ำเต้าม่วงทองดูดเข้าไปจนหมด
“นี่มันของวิเศษอะไรกันสามารถดูดกลืนพลังวิญญาณได้เองด้วย” เจ้าหมีสองนั่งยอง ตาเล็กๆ คู่นั้นก็กลอกไปมา
“อย่ามัวแต่ดูมาช่วยกันเถอะ”
เป็นเพราะเย่เฉินมีความชำนาญในการกลั่นน้ำยาวิญญาณหยกมากขึ้นเรื่อยๆครั้งนี้จึงใช้เวลาเพียงสามวันในการกลั่นน้ำยาวิญญาณหยกที่มีจำนวนมากกว่าครั้งก่อนถึงสามเท่า
ในตอนกลางคืนทั้งสองคนนอนคว่ำหน้าเหมือนหมูตาย เป็นเวลาหลายวันที่พวกเขากลั่นกันอย่างบ้าคลั่งทั้งสองจึงเหนื่อยตัวแทบขาด
“พรุ่งนี้ออกเดินทางเริ่มจากไปที่หอหมื่นสมบัติก่อนเพื่อไปหาสิ่งของอะไรที่จะพอเป็นประโยชน์ได้เข้าใจไหม!”เจ้าหมีสองเก็บขวดน้ำยาวิญญาณหยกยัดใส่ถุงเก็บของ พลางกำชับเย่เฉิน
“สิ่งของที่มีประโยชน์หรือ?” เย่เฉินมองมาทันที ถามขึ้นอย่างไม่แน่ใจ “เจ้าหมายถึง...”
“คาถาวิญญาณสวรรค์คาถาวิถีสวรรค์ และคาถาอสุนีสวรรค์!”
เมื่อได้ยินชื่อนี้ดวงตาของเย่เฉินก็เปล่งประกาย
สามยอดคาถาแห่งสำนักเหิงเยว่คาถาวิญญาณสวรรค์ คาถาวิถีสวรรค์ และคาถาอสุนีสวรรค์
คาถาวิญญาณสวรรค์เป็นคาถาด้านการผนึกพลัง สามารถกักพลังปราณของผู้ฝึกตนได้ในระยะเวลาสั้นๆ
คาถาวิถีสวรรค์เป็นคาถาด้านการหลบหลีก สามารถเพิ่มความเร็วให้กับผู้ใช้งานได้ทันที
คาถาอสุนีสวรรค์เป็นคาถาด้านการโจมตี มีฤทธิ์ที่ทรงพลังจนสามารถระเบิดภูเขาได้ทั้งลูก
สามยอดคาถาแห่งสำนักเหิงเยว่แต่ละคาถามีข้อดีของตนเอง และสอดประสานซึ่งกันและกัน และยังมีผลที่คาดไม่ถึงจัดอยู่ในระดับที่มีค่า และเป็นที่น่าประหลาดใจ
“หอหมื่นสมบัติมีคาถาพวกนี้ขายด้วยหรือ”เย่เฉินถามพลางมองไปยังหมีสอง
“ขายขายแน่นอน คาถาวิญญาณสวรรค์ราคาหนึ่งหมื่นหินวิญญาณคาถาวิถีสวรรค์ราคาสามหมื่นหินวิญญาณ ดังนั้นคาถาอสุนีสวรรค์ก็น่าจะราคาเก้าหมื่นหินวิญญาณ แต่คาถาอสุนีสวรรค์มีฤทธิ์ที่ทรงพลังจึงห้ามใช้ที่สำนักเหิงเยว่แต่สามารถใช้งานข้างนอกได้”
“บ้าเอ๊ยให้ตายสิ ใครจะไปซื้อได้” เย่เฉินอดไม่ได้ที่จะแอบกลืนน้ำลาย
“สำนักเหิงเยว่มีผู้มีฝีมือดีที่ซ่อนเร้นตัวอยู่มากมายมีหลายคนที่มาจากตระกูลฝึกตน และร่ำรวยมาก”
เย่เฉินก็คิดเช่นนั้นเมื่อวานนี้ เขายังพบหินวิญญาณจำนวนมากถึงสามหมื่นหินวิญญาณในถุงเก็บของของฉีเฮ่าบรรดาศิษย์ของสำนักตระกูลฝึกตนที่ยังซ่อนเร้นตัวอยู่ ก็จะต้องร่ำรวยมากเช่นกัน
“แม้ว่าคาถาพวกนี้จะมีราคาแพงแต่กลับใช้งานได้จริง” เจ้าหมีสองกล่าว “นี่คือของที่ต้องเตรียมก่อนจะออกไปด้านนอกจะได้เอาไว้ช่วยชีวิตเมื่อถึงยามคับขัน ข้าให้ความสำคัญกับชีวิตมากกว่าหินวิญญาณ”
คำพูดนี้ดูสมเหตุสมผล
เย่เฉินเห็นด้วยกับความคิดของหมีสองไม่ว่าจะมีหินวิญญาณมากมายขนาดไหน หากไม่มีชีวิตแล้วก็ไม่เหลืออะไรอีกเลย
เขาจึงตัดสินใจว่าจะแอบไปหอหมื่นสมบัติเสียก่อนสักครั้งก่อนจะไปตลาดมืดอเวจีหากไม่สามารถซื้อคาถาอสุนีสวรรค์มาได้แค่คาถาวิญญาณสวรรค์และคาถาวิถีสวรรค์ก็น่าจะเพียงพอ
ในเวลากลางคืนทั้งสองคนจึงออกมาจากภูเขาด้านหลัง
หมีสองตรงไปยังสวนสมุนไพรวิญญาณส่วนเย่เฉินนั้นก็มุ่งหน้าไปยังหอหมื่นสมบัติ