TheFirstOne เซียนกระบี่โลกวิวัฒน์

    ตอนที่ 193 ตายตกดุจใบไม้ร่วง

    ตอนที่ 193 ตายตกดุจใบไม้ร่วง


    *****ไม่อนุญาตให้นำนิยายไปดัดแปลงหรือเผยแพร่ช่องทางอื่นทุกกรณีนะครับ***** 






    โลกเพลิงสีเงินคือการดำรงอยู่ของวิถีโลกเทียม


    วิถีโลกเทียมนั้นคือวิถีหนึ่งซึ่งแตกแขนงออกมาได้อย่างหลากหลาย และมีคุณสมบัติของโลกแตกต่างกันไป 


    หากจะพิจารณาจากอบิสต่างๆ ที่ถูกสร้างขึ้น ไม่แน่ว่ามันอาจจะมาจากผู้บ่มเพาะวิถีโลกเทียมคนหนึ่งก็เป็นได้


    โลกเทียมของอีวาคือโลกลวงตา ฉุดรั้งลงวิญญาณเข้าสู่โลกแล้วสร้างภาพลวงตาอันร้ายกาจดับสังหารศัตรู ส่วนโลกเพลิงสีเงินของเฟิร์สนั้นกลับเป็นโลกแห่งเปลวเพลิง เปลวเพลิงที่เป็นสีเงิน


    หากวิญญาณถูกเหนี่ยวนำฉุดรั้งให้ดึงจมจ่อมลงมา วิญญาณเหล่านั้นก็จะถูกเปลวเพลิงสีเงินแผดเผาจนดับสิ้นภายใต้เปลวเพลิง


    หนทางเดียวที่จะรอดไปจากโลกเพลิงสีเงินนี้ได้ คือห้ามจมจ่อมเข้าไปในโลกนั้น หากสามารถฝืนต้านได้วิญญาณของพวกเขาก็จะปลอดภัย


    นอกจากโลกเทียมทั้งสองแล้วก็ยังมีโลกเทียมอื่นๆ อีกมากมาย อย่างเช่นฝุ่นสีเงินซึ่งเป็นสิ่งมีชีวิตหลากโลกา แม้ว่าเขาจะไม่ได้บ่มเพาะวิถีโลกเทียมไปจนถึงขีดสุด แต่เขาก็เคยบ่มเพาะโลกเทียมที่เสมือนเป็นโลกกระจกสะท้อนกับโลกอีกฝั่งหนึ่งเพื่อให้ตนเองหลบหลีกจากการโจมตีได้


    เพราะเหตุนี้วิถีโลกเทียมจึงเป็นวิถีที่ลึกลับและยากที่จะบ่มเพาะเข้าถึงจนถึงขีดสุดได้ ว่ากันว่าแม้แต่มวลหมู่สิ่งมีชีวิตหลากโลกาก็ไม่มีใครที่สามารถบ่มเพาะเป็นสิ่งมีชีวิตหลากโลกาในสายโลกเทียมได้


    แม้จะมีสิ่งมีชีวิตหลากโลกาที่สามารถใช้โลกเทียมได้ แต่มันก็เป็นหนึ่งในความสามารถเล็กน้อยเท่านั้น ไม่ได้ทะลวงจนถึงขีดสุด แม้ว่าจะมีผู้คนจำนวนไม่น้อยที่ต้องการจะเข้าถึงก็ตาม


    เวลานี้เด็กหนุ่มผมเงินได้สำแดงพลังโลกเทียมกับมอนสเตอร์หนึ่งร้อยกว่าตัวที่เขาเผชิญหน้า


    ด้วยความแข็งแกร่งทางด้านวิญญาณที่มีพลังรบในระดับแรงค์ SS ทันทีที่โลกเทียมร่อนลงไปในวิญญาณของพวกมัน มอนสเตอร์หลายตัวก็จมจ่อมเข้าไปในโลกเพลิงสีเงินในทันที


    วินาทีที่วิญญาณถูกดึงเข้าไปในโลกเพลิงสีเงิน เปลวเพลิงสีเงินก็จะเผาผลาญวิญญาณเหล่านั้นจนดับดิ้น และในทุกๆ การสังหารของเฟิร์สไม่ว่าจะสังหารด้วยวิธีการใด วิถีของโลกเพลิงสีเงินภายในวิญญาณจะสูบดวงวิญญาณเหล่านั้นมาหล่อเลี้ยงวิถีโลกเทียมแห่งนี้


    หากจะกล่าวได้ว่าการบ่มเพาะวิถีโลกเทียมของเฟิร์สนั้นไม่ต่างไปจากบ่มเพาะวิถีวิญญาณของเผ่าปีศาจก็ไม่เกินไปนัก


    โลกเพลิงสีเงินเผาผลาญวิญญาณของมอนสเตอร์เหล่านี้จนตายตกไปแทบจะทันที


    แม้จะมีบางตัวที่สามารถรักษาชีวิตของมันได้ โดยที่วิญญาณไม่ถูกจมจ่อมฉุกดึงเข้าไปในโลกเพลิงสีเงิน แต่พลังรบของมันกลับลดต่ำจนน่าตกใจ เพราะพวกมันต้องใช้พลังจำนวนมหาศาลเพื่อต่อต้านพลังโลกเทียมของเฟิร์ส


    จนทำให้พวกมันที่เหลือในตอนนี้มีพลังรบเหลืออยู่เพียงแค่หนึ่งในสิบเท่านั้น!


    เฟิร์สนั้นยังสงบนิ่ง เขายกแขนขวาขึ้นแล้วกดดัชนีจิ้มอากาศไปด้านหน้า 


    ซูมมมมมมมม


    กระบี่นับไม่ถ้วนพุ่งทะลุอากาศและกวาดผ่านร่างของมอนสเตอร์เหล่านี้ได้อย่างง่ายดาย


    ไม่นานมอนสเตอร์จำนวนร้อยกว่าตัวก็ตายตกจนหมดเรียบ


    ในตอนนี้ภาพเบื้องหน้าของทุกคนล้วนทำให้ตกตะลึงจนอ้าปากค้าง


    เด็กหนุ่มผมสีเงินหันกลับมาด้วยใบหน้าที่สงบนิ่งและเอ่ยว่า “พวกคุณไม่ต้องการแกนสปีริตแล้วอย่างนั้นหรอ?”


    คำพูดของเด็กหนุ่มได้ปลุกพวกเขาให้ตื่นจากภวังค์


    มันแทบจะไม่น่าเชื่อเลยว่าทั้งหมดนี้เป็นเรื่องจริง


    “จะ ... จัดการหมดแล้ว เขาสามารถจัดการมอนสเตอร์เกือบสองร้อยตัวด้วยตัวคนเดียว”


    “นี่เขาใช้เวลาผ่านไปเท่าไหร่กัน? เพียงแค่ครู่เดียวมอนสเตอร์เหล่านั้นก็ตายไปหมดแล้ว”


    พวกเขาอดที่จะวิจารณ์ออกมาไม่ได้ แม้พวกเขาจะรู้ว่าแรงค์ SSS นั้นแข็งแกร่ง แต่ก็ไม่คิดว่าเด็กหนุ่มจะแข็งแกร่งขนาดนี้


    เพียงแค่เผชิญหน้าก็ร่วงหล่นราวกับใบไม้ 


    เพียงแค่ชี้นิ้วออกไปก็ตายตกไร้ทางต้าน


    นี่มันพลังอะไรกัน ไม่ว่าพวกเขาจะคิดวิเคราะห์ยังไงก็ไม่สามารถคิดมันได้ออก


    สิ่งที่เด็กหนุ่มทำนั้นอยู่นอกเหนือจินตนาการของพวกเขาไปทั้งหมด


    “รีบไปเก็บแกนสปีริตเร็วเข้า”


    แล้วตอนนั้นเองก็มีเวเนเตอร์คนหนึ่งเอ่ยเตือนสติพวกเขา เมื่อเห็นว่าร่างอันไร้วิญญาณของมอนสเตอร์เหล่านั้นได้ปลิดปลิวไปตามสายลมดุจใบไม้ร่วง


    ทว่าด้วยความสามารถของเวเนเตอร์แรงค์ SS ยี่สิบกว่าคน การเก็บเกี่ยวมอนสเตอร์ร้อยกว่าตัวจึงเป็นไปได้อย่างรวดเร็ว


    หลังจากเก็บเกี่ยวแกนสปีริตทั้งหมดแล้ว พวกเขาก็มารวมตัวกันเบื้องหน้าเด็กหนุ่มผมสีเงิน


    ตอนนี้พวกเขามองเด็กหนุ่มด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ทั้งยำเกรงทั้งชื่นชม และมีอีกหลากหลายความรู้สึกที่พวกเขาไม่สามารถเข้าใจได้


    ใบหน้าของเด็กหนุ่มยังคงเรียบนิ่ง เขาเอ่ยออกมาว่า “พวกคุณยังคงช้าเกินไป หวังว่าต่อไปพวกคุณจะทำได้ดีกว่านี้”


    นี่คือคำพูดที่เด็กหนุ่มตำหนิพวกเขาออกมาตรงๆ แต่ทว่าในตอนนี้ก็ไม่มีใครเอ่ยคัดค้าน และไม่ความกล้าพอที่จะโต้แย้งกับเด็กหนุ่มด้วย


    เพียงแค่เผชิญหน้าก็ร่วงหล่นดุจใบไม้ร่วง ตัวตนแบบนี้พวกเขายังกล้าที่จะทำให้ขุ่นเคืองได้อีกหรอ?


    หลังจากพูดจบเด็กหนุ่มก็หันหลังกลับและมุ่งหน้าออกเดินทางในทันที


    พวกเขาเหล่านั้นไม่กล้าที่จะรอช้า แม้แต่ผู้การภูวินก็รีบปฏิบัติตามเช่นเดียวกัน


    ภาพลักษณ์ของเด็กหนุ่มในตอนนี้ได้กลายเป็นผู้นำของกลุ่มอย่างแท้จริง


    หลังจากนั้นเมื่อกลุ่มของพวกเขาเผชิญหน้ากับมอนสเตอร์ พวกเขาก็จะพบกับภาพเหตุการณ์แบบเดิมซ้ำๆ 


    มอนสเตอร์เหล่านี้ร่วงหล่นและตายตกไปดั่งใบไม้ร่วง


    เหล่าผู้คนที่ติดตามเฟิร์สต่างรู้สึกยินดีปรีดาเป็นอย่างมาก นอกจากที่พวกเขาไม่ต้องเผชิญกับอันตรายแล้ว พวกเขายังได้เก็บเกี่ยวแกนสปีริตอย่างสุขสำราญ


    ไม่ว่าพวกเขาจะเคลื่อนผ่านไปที่ใด เหล่ามอนสเตอร์ก็ตายตกไปตรงหน้าทั้งสิ้น


    “นี่เขายังเป็นคนอยู่อีกหรอ?”


    “พลังจิตของเขาแข็งแกร่งขนาดนี้ คาดได้ว่าอาจจะไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าผู้ใช้พลังจิตในร้อยอันดับแรกเลยทีเดียว”


    “ไม่รู้ว่ากลุ่มอื่นๆ จะมีความเร็วในการกวาดล้างระดับนี้ไหม? แรงค์ SSS ของพวกเขาจะมีความสามารถเท่าเทียมกับเฟิร์สวันหรือไม่?”


    ผู้คนในกลุ่มเริ่มถ่ายทอดเสียงสนทนาพูดคุยกัน


    แม้แต่ผู้การภาวินและคนของเขาเองก็ยังอดที่จะรู้สึกเย็นวาบไม่ได้เมื่อคิดถึงตอนที่พวกเขาเคยท้าทายต่อสู้กับเด็กหนุ่มคนนี้


    ‘พลังที่เขาแสดงออกมาในตอนนั้นคงไม่ใช่ทั้งหมดของเขาจริงๆ และฉันเองก็ไม่รู้ว่าสิ่งที่เขาทำตรงหน้านี้จะใช่พลังทั้งหมดของเขาหรือไม่? นี่นิวโฮปของพวกเขาไปเก็บสัตว์ประหลาดแบบนี้มาได้ยังไงกันเนี้ย การแลกเปลี่ยนข้อตกลงในครั้งนั้นถือว่าคุ้มค่าเป็นอย่างมาก พวกเราจะต้องคำนึงเป็นอย่างมากในการใช้งานเขา จะต้องไม่ทำให้โควต้าห้าครั้งนั้นต้องเสียเปล่า’ ผู้การภาวินลอบคิดในใจ


    ซึ่งไม่ใช่แค่ผู้การภาวินเท่านั้นที่มีความคิดแบบนี้ แต่เป็นระดับสูงของนิวโฮปทั้งหมดล้วนคิดแบบนี้เช่นกัน แม้แต่ทางฝั่งของนิวโฮปพม่าเองก็ยังสนใจในตัวเด็กหนุ่ม และแน่นอนว่าเขารู้เรื่องที่นิวโฮปทำสัญญากับเด็กหนุ่ม 


    อย่างไรก็ตามนิวโฮปทุกที่นั้นคือองค์กรเดียวกัน พวกเขานั้นมาจากนิวโฮปเฟเดอร์ชั่น สัญญาที่ทำไว้กับเฟิร์สไม่ได้ผูกมัดไว้กับนิวโฮปประเทศไทยเพียงที่เดียว แต่มันหมายถึงศูนย์ใหญ่ของนิวโฮป นิวโฮปเฟเดอร์ชั่นนั่นเอง


    กลุ่มของเฟิร์สกวาดผ่านมอนสเตอร์ด้วยความเร็วที่น่าตกตะลึง


    เฟิร์สเองก็รู้สึกอิ่มเอมเป็นอย่างมากที่ได้ลิ้มรสวิญญาณมอนสเตอร์มากมาย จนทำให้โลกเพลิงสีเงินของเขามีการพัฒนาขึ้น แม้ว่ามันจะยังไม่ถึงระดับที่ต้องการก็ตาม


    ‘โลกมิติอบิสแห่งนี้กว้างใหญ่เป็นอย่างมาก พลังโลกเทียมของฉันก็เป็นที่น่าพึงพอใจ หากพัฒนาไปอีกขั้นหนึ่ง มิคาดว่าอาจจะจัดการมอนสเตอร์ทั้งหมดได้โดยไม่หลงเหลือตัวใดตัวหนึ่งไว้’


    ทว่า 


    เมื่อพวกเขาเดินทางไปอีกระยะหนึ่งกลับได้ยินเสียงดังโครมครามแว่วมา


    เสียงนี้ย่อมเป็นเสียงของการต่อสู้แน่นอน และมันยังออกมาด้วยระยะทางที่ไกลมาก


    “กลุ่มของใครกันกำลังต่อสู้กันข้างหน้านี้?”


    “นี่พวกเราเดินทางได้เร็วเกินไปจนไปชนรอบกับกลุ่มอื่นแล้วใช่ไหม?”


    ผู้คนต่างคาดเดาสถานการณ์ไปต่างๆ นานา


    ทว่าเด็กหนุ่มผมสีเงินกลับกวาดจิตสัมผัสของตนเองออกไป ที่ครอบคลุมไปมากกว่าร้อยไมล์ นั่นจึงทำให้เขาเห็นภาพการต่อสู้ข้างหน้าได้อย่างชัดเจน


    “หืม ... ไม่ใช่กลุ่มใดกลุ่มหนึ่งแต่เป็นทั้งสองกลุ่มอย่างนั้นหรอ? พวกเขากำลังปะทะกับราชามอนสเตอร์”

    คล้ายกับเรื่องTheFirstOne เซียนกระบี่โลกวิวัฒน์ ที่คุณอ่าน