เนตรมารสะท้านฟ้า (จบแล้ว)

    ตอนที่ 149 ผลัดเนื้อเปลี่ยนกระดูก


    ตอนที่ 149


    ผลัดเนื้อเปลี่ยนกระดูก


                   


                    เหตุผลที่โอสถทองคำเสียหายกองนี้ไม่ได้ถูกทำลาย เพราะเซียนเฒ่าประหลาดนั้นกำลังอยู่ในช่วงปรุงกลั่นโอสถทองคำเพราะต้องการทะลวงจากลมปราณเชื่องฟ้าดินขั้นกลางไปสู่ขั้นปลายพอดี ทำให้เมื่อการปรุงโอสถล้มเหลวมันก็จะนำตัวยาที่ล้มเหลวนั้นมาศึกษา ก่อนจะหาวิธีปรับปรุงเพื่อใช้ในการปรุงโอสถครั้งต่อไป


     


                    เสวี่ยหมิงไม่ลังเลที่จะเก็บโอสถทองคำเสียหายนั้นใส่ลงไปในแหวน ก่อนที่จะกระโดดขึ้นไปดูที่ด้านบนเตาหลอมแต่เมื่อไม่สามารถเปิดฝาของเตาหลอมได้ เสวี่ยหมิงจึงตัดใจทิ้งเตาหลอมดาราเอาไว้เช่นนั้น แล้วรีบหาทางหลบหนีออกไปจากที่นี่


     


                    แต่จนแล้วจนรอดเสวี่ยหมิงก็หาทางออกจากอาศรมภูติเร้นไม่เจอ ได้แต่เดินวนไปมาอยู่หลายรอบจนสุดท้ายถอดใจหาสถานที่หลบซ่อนตัวทำการกลั่นโอสถทองคำทั้งเก้าเม็ด โดยการขุดหลุมลึกวางกระถางกลั่นวิญญาณเอาไว้แล้วตัวเองก็หลบเข้าไปซ่อนตัวภายในก่อนจะปิดฝาลงขังตัวเองเอาไว้ หมายว่าไม่มีใครหาเจอก่อนจะลงมือกลั่นโอสถทองคำ รวมถึงฝึกฝนเคล็ดบ่มเพาะกายาแห่งพระเจ้าขั้นที่สองต่อไป


     


                    เนื่องจากโอสถทองคำมีพลังในการแตกระเบิดของลมปราณที่รุนแรงกว่าโอสถหยินหยางหลายร้อยเท่า ทำให้เสวี่ยหมิงไม่อาจดูดกลืนเข้าไปในเวลาอันสั้น ทำให้กว่าที่เสวี่ยหมิงจะดูดกลืนโอสถทองคำเม็ดแรกหมดสิ้นก็กินเวลาไปอีกกว่าหนึ่งเดือน แต่ดูเหมือนว่าโอสถทองคำเม็ดเดียวจะไม่เพียงพอทำให้เสวี่ยหมิงต้องใช้โอสถทองคำเม็ดสุดท้ายที่เพิ่งกลั่นได้ต่อเนื่องในทันที และอีกเพียงแค่สองสัปดาห์ต่อมาระหว่างที่กำลังใกล้ถึงจุดอิ่มตัวของลมปราณในการเสริมสร้างกระดูกของตัวเอง ก็ปรากฏเสียงดังลั่นขึ้นทั่วร่างของเสวี่ยหมิง กระดูกเก่าของเสวี่ยหมิงพลันแตกสลายออกพร้อม ๆ กัน ก่อนที่เส้นสายสีทองที่ฝังแน่นอยู่ในแกนกระดูกจะค่อย ๆ ขยายออกและซ่อมสร้างกระดูกชิ้นใหม่ขึ้นจากแกนพลังงานสีทอง ซึ่งเป็นผลมาจากโอสถทองคำที่เสวี่ยหมิงดูดกลืนเข้าไปนั่นเอง


     


                    แม้ขั้นตอนการดูดกลืนโอสถทองคำตามเคล็ดวิชาบ่มเพาะกายาแห่งพระเจ้าขั้นที่ 2 จะเสร็จสิ้นตามที่เสวี่ยหมิงต้องการ แต่ดูเหมือนร่างกายของเสวี่ยหมิงนั้นจะยังไม่หยุดเปลี่ยนแปลง เพราะว่าลมปราณมังกรเหมันต์นั้นมีส่วนเกี่ยวข้องโดยตรงกับไขกระดูด ซึ่งหัวใจสำคัญนั้นอยู่ที่บริเวณไขสันหลังเมื่อไขสันหลังของเสวี่ยหมิงกำเนิดใหม่แถมยังเป็นไขสันหลังที่อัดแน่นไปด้วยพลังของธาตุทอง ซึ่งถือเป็นธาตุที่ก่อเกิดธาตุน้ำซึ่งพอดีเสริมพลังของปราณมังกรเหมันต์ขึ้นไปอีก เมื่อพลังลมปราณใหม่ที่ขับดันออกจากไขสันหลังวิ่งพล่านไปตามเส้นชีพจรลมปราณ ปรากฏแสงสีทองจากพลังหลงเหลือของโอสถทองคำฉาบไล้ไปตามทั่วทั้งร่างของเสวี่ยหมิง ทำให้ผิวหนังที่อ่อนโทรมจากการฟื้นฟูร่างกายด้วยลมปราณมังกรเหมันต์ก่อนหน้าหลุดลอกออกไป ก่อเกิดเป็นผิวพรรณใหม่ที่อ่อนเยาว์เปล่งออร่าแห่งมังกรสว่างวาบขึ้นหนึ่งครา ก่อนที่แสงสีทองนั้นจะถูกดึงดูดกลับเข้าสู่ร่างของเสวี่ยหมิง


     


                    ซึ่งปรากฏการณ์ดังกล่าวที่เกิดขึ้นนั้นหมายความว่าเสวี่ยหมิงนั้นได้สำเร็จเคล็ดวิชาลมปราณมังกรเหมันต์ขั้นที่ 4 โดยสมบูรณ์แล้วนั่นเอง เมื่อร่างกายใหม่ถูกปรับปรุงความจุในการสะสมลมปราณก็หนาแน่นขึ้นกว่าเก่าจนแม้แต่พลังหลงเหลืออีกเกือบหนึ่งในสามของโอสถทองคำยังทำได้เพียงแค่ช่วยให้เสวี่ยหมิงไปหยุดอยู่ที่สุดปลายของลมปราณแรกธรรมชาติขั้นกลางเท่านั้น


     


                    ...พลังนี่มันอะไรกัน


     


                    เสวี่ยหมิงทดลองใช้ออกด้วยพลังปราณมังกรเหมันต์ผลักฝ่ามือขึ้นกระแทกกับฝากระถางกลั่นวิญญาณ ปรากฏเสียงดัง...ตึง เสาน้ำแข็งพลันพวยพุ่งออกจากมือของเสวี่ยหมิงผลักกระแทกฝากระถางกลั่นวิญญาณทะลุชั้นพื้นดินขึ้นไปยังเบื้องบน ก่อเกิดเป็นเสาน้ำแข็งสูงขึ้นเหนือพื้นไปอีกเกือบสามวา และเมื่อเสวี่ยหมิงกระแทกฝ่ามืออีกครั้ง พร้อมทะยานร่างขึ้นสู่ผิวดิน น้ำแข็งทั้งหมดก็แตกสลายกลายเป็นม่านลมปราณเย็นเยือกลี้ลับแผ่กระจายออกไป


     


                    ...ไม่น่าเชื่อพลังของลมปราณมังกรเหมันต์ช่างน่าตระหนกยิ่งนัก


     


                    ที่เสวี่ยหมิงจะตกใจกับพลังลมปราณมังกรเหมันต์ก็ไม่แปลก เพราะแต่เดิมเสวี่ยหมิงนั้นฝึกฝนแต่เคล็ดวิชาลมปราณตระกูลหย่งมาโดยตลอด ซึ่งผลของการฝึกฝนเพียงช่วยให้ร่างกายสามารถเพิ่มพูน ดึงดูด และกักเก็บลมปราณเอาไว้ได้เท่านั้น แต่ไม่ได้มีส่วนช่วยในการเพิ่มพลังฝีมือ หรือผลพิเศษอื่น ๆ ซึ่งลมปราณตั้งแต่ระดับขั้นมนุษย์ขึ้นไปล้วนมีผลเสริมอื่น ๆ ตามแต่ระดับขั้นที่ฝึกฝนได้เช่น ผิดกับเคล็ดวิชาลมปราณมังกรเทวะที่มีทั้งสิ้นสามขั้น หากผู้ใดฝึกจนถึงขั้นที่สามจะช่วยเพิ่มพละกำลังทางกายภาพให้อีกหนึ่งเท่าตัว รวมถึงทุกการโจมตีจะแฝงพลังปราณมังกรซึ่งช่วยเพิ่มอำนาจในการทำลายล้างของกระบวนท่าขึ้นไปอีก ส่วนอีกวิชาที่มีระดับขั้นสูงส่งกว่าคือเคล็ดวิชาลมปราณหงส์อัคคีซึ่งจัดอยู่ในระดับปฐพีขั้นกลางนั้น มีการแบ่งออกเป็น 5 ขั้น ซึ่งแต่ละขั้นไม่เพียงช่วยในเรื่องของการฝึกฝนดึงดูดลมปราณธรรมชาติให้ไวขึ้น แต่ยังสามารถช่วยก่อเส้นชีพจรธาตุ(สำหรับผู้ที่ฝึกฝนในช่วงของการทะลวงผ่านจากระดับพื้นฐานลมปราณไปสู่ลมปราณแรกธรรมชาติ) รวมถึงยังช่วยเพิ่มพลังในการโจมตี เพิ่มความไวของท่าร่าง และความสามารถในการรักษาและขจัดพิษ แถมหากฝึกฝนจนถึงขั้นที่ 3 ยังมีทักษะพิเศษเพิ่มเติมก็คือท่วงท่าที่มี่จวงใช้...อัคคีฟื้นร่างนั่นเอง


     


                    แต่เคล็ดวิชาที่ยกขึ้นมาทั้งสองก็ยังเป็นแค่เคล็ดวิชาของสำนักมาตรฐานแม้จะสูงส่งกว่าสำนักทั่วไป แต่ก็ยังไม่อาจเทียบเท่ากับเคล็ดวิชาของดินแดนศักดิ์สิทธิ์ทั้งสี่ที่ต่างก็ถือครองเคล็ดวิชาระดับตำนานเอาไว้ ซึ่งเคล็ดวิชาลมปราณมังกรเหมันต์นั่นก็ถือเป็นเคล็ดวิชาระดับตำนานเช่นกันดังนั้นอานุภาพของมันจึงแตกต่างจาก เคล็ดวิชาลมปราณสกุลหย่งราวฟ้ากับเหวจนเสวี่ยหมิงตื่นตกใจ


     


                    ซึ่งพลังที่เสวี่ยหมิงสัมผัสนั้นเป็นเพียงขั้นต้นของเคล็ดวิชาเท่านั้น โดยเคล็ดวิชาลมปราณมังกรเหมันต์นั้นมีด้วยกันทั้งหมด10 ขั้น 4 ระดับ ระดับต้นคือขั้นที่ 1 ถึง 4 จะเป็นการดึงดูดพลังปราณเหมันต์และก่อเกิดพลังมังกรให้หลอมรวมเข้ากับเส้นชีพจรลมปราณของผู้ฝึกฝน ต่อมาคือระดับกลางที่นับตั้งแต่ขั้นที่ 5 ถึง 7 ซึ่งเป็นขอบขั้นที่เพิ่มพูนพลังมังกรและธาตุเหมันต์ให้สูงล้ำ และเพิ่มประสิทธิภาพของผู้ฝึกฝนในทุกด้านทั้งทางกายภาพและความหนาแน่นของลมปราณ ส่วนในขั้นสูงนั้นจะมีเพียงสองขั้นคือ 8 และ 9 ซึ่งถือเป็นระดับที่ผู้ฝึกฝนจะมีพลังลมปราณและความดุดันเทียบเท่ากับมังกรเต็มวัย แถมด้วยทักษะพิเศษของมังกรติดตัวมาด้วย ส่วนในขั้นสุดท้ายนั้นไม่มีบันทึกไว้เป็นของขั้นสมบูรณ์ของพลังแห่งเคล็ดวิชาลมปราณมังกรเหมันต์ ซึ่งมีเพียงเสวี่ยหมิงที่ได้รับถ่ายทอดจากต้าหลงเหมันต์โดยตรงเท่านั้นที่รับรู้เคล็ดวิชาในส่วนสุดท้ายนี้ ส่วนตำราเคล็ดวิชาลมปราณมังกรเหมันต์ที่ตกทอดมาก็ไม่มีขอบขั้นที่ 10 นี้บันทึกอยู่


     


                    ภายหลังจากที่ทดสอบพลังของตนเองจนพอใจแล้ว เสวี่ยหมิงก็มาคิดวิธีหาทางออกจากอาศรมภูติเร้นอีกครั้ง แต่จนแล้วจนรอดก็ยังไม่สามารถหาหนทางออกจากที่นี่ได้ ทำให้คิดย้อนไปถึงบุคคลอีกผู้หนึ่งที่ยังคงอยู่ในอาศรมภูติเร้นแห่งนี้ ซึ่งในตอนแรกเสวี่ยหมิงคิดว่าเป็นบุคคลเดียวกับที่จับตัวเขามา จึงได้หลีกเลี่ยงที่จะเข้าใกล้กระท่อมหลังนั้นมาโดยตลอด แต่แล้วกลับปรากฏว่านับตั้งแต่วันที่เสวี่ยหมิงหลุดรอดออกมาจากกระถางกลั่ววิญญาณจนมาถึงบัดนี้ บุคคลนั้นก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะเคลื่อนไหวไปจากจุดเดิม ทำให้เสวี่ยหมิงเกิดความสงสัยขึ้นและคาดเดาว่าคนผู้นี้อาจจะถูกจับตัวมาขังไว้เช่นเดียวกับเสวี่ยหมิง เมื่อตัดสินใจจะไปพิสูจน์ดูสองเท้าก็ลอยพ้นพื้นทะยานตรงไปยังกระท่อมหลังน้อยที่อยู่ไกลออกไป


    คล้ายกับเรื่องเนตรมารสะท้านฟ้า (จบแล้ว) ที่คุณอ่าน

    มหาพิภพ เทพมังกรสยบราชัน

    มหาพิภพ เทพมังกรสยบราชัน

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.40M 2022
    จงเรียกข้าว่าจอมราชัน

    จงเรียกข้าว่าจอมราชัน

    นิยาย แฟนตาซี
    146K 253
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    (The Eternal God) ผ่าชะตาสวรรค์ สยบสิ้นสรรพสิ่ง

    (The Eternal God) ผ่าชะตาสวรรค์ สยบสิ้นสรรพสิ่ง

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    279K 178
    เกิดใหม่ครั้งนี้ จะสร้างประเทศที่ดีได้ไหมนะ ?

    เกิดใหม่ครั้งนี้ จะสร้างประเทศที่ดีได้ไหมนะ ?

    นิยาย แฟนตาซี
    106K 139
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    God of Holy Aqua Martial (เทวยุทธ์วิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์)

    God of Holy Aqua Martial (เทวยุทธ์วิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    146K 311
    ความโกรธแค้นของชูร่า

    ความโกรธแค้นของชูร่า

    นิยาย เกมออนไลน์
    2.39M 852
    เทพยุทธ์แห่งใต้หล้า [แปลจบแล้ว]

    เทพยุทธ์แห่งใต้หล้า [แปลจบแล้ว]

    นิยาย แฟนตาซี
    7.72M 2500
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405