"เจ้า เจ้า" เยี่ยหลี่ที่โดน อี้เฉินปั่นประสาท เขาคำรามออกมาอย่างบ้าคลั่ง เสียสติในฉับพลันเมื่อได้ยินคำพูดคำนั้นของอี้เฉิน คลุ้มคลั่งแบบไม่เคยเป็นมาก่อน พุ่งหายออกไปราวกับหมอกควัน ง้างดาบใหญ่ในมือฟาดใส่อี้เฉินอย่างแรงเปลวเพลิงสีดำทมิฬโพยพุ่งออกมากลืนกินโดยรอบอย่างฉับพลัน
อี้เฉินที่เหลือแขนข้างเดียวไม่อาจยกหอกตั้งรับการโจมตีไว้ได้ เขาอาศัยดวงตาที่เป็นจุดแข็งของเขาแทงไปที่ใบดาบ เพื่อเบี่ยงเบนทิศทางที่จะเข้ามาใส่ร่างเขาอย่างฉับพลัน
เสียง"ตู้ม"ดังก้อง ร่างอี้เฉินบางส่วนถูกเพลิงทมิฬเผาร่างจนแดงฉาน บางส่วนมีรอยไหม้เกรียม แต่ก็ไม่คิดถอยหนี ปะทะกันหลายสิบกระบวนท่า
เยี่ยหลี่ประหลาดใจไม่น้อย ทั้งๆ ที่อี้เฉินปกปิดดวงตาไว้กลับ สามารถโจมตีได้อย่างแม่นยำ เบี่ยงเบนการโจมตีของเขาได้หลายสิบครั้ง เขาครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อน ยกยิ้มขึ้นมา คนผู้นี้ต้องเบิกดวงตาขึ้นมาอย่างแน่นอน เขาเคยอ่านเจอในตำราเก่าแก่โบราณ คนส่วนน้อยนักที่จะเบิกดวงตาแห่งการหยั่งรู้ได้ ทำให้การเรียนรู้สิ่งต่างๆ รวดเร็วมากยิ่งขึ้น แต่ดวงตาของอี้เฉินกลับแปลกประหลาดกว่านั้นมาก จึงทำให้เขาเกิดความโลภขึ้นมา "ดวงตาเจ้าไม่เลวข้า ชักอยากได้ดวงตาคู่นั้นเสียแล้วสิ"
อี้เฉินได้ยินเขาถึงกับเบิกตากว้างหรือว่าชายผู้นี้ จะรู้ความลับของดวงตาคู่นี้ของเขา
เมี่ยนจือเอ่ยเตือน"อย่าไปสนใจคำพูดมัน มันไม่รู้อะไรหรอกเพียงเป็นแค่บันทึกเก่าแก่เรื่องดวงตาแห่งการหยั่งรู้เท่านั้น ที่ข้ารู้ดวงตาของเจ้าไม่ใช่ดวงตาแห่งการหยั่งรู้ อย่างแน่นอน"
อี้เฉินที่ได้ยินคำพูดของเมี่ยนจือทำให้เขาเบาใจขึ้นไม่น้อย ก่อนเอ่ยพูดออกมา "เจ้าจะไปรู้อะไร เข้ามาอย่าทำให้ข้า ไขว้เขว"
ทั้งสองปะทะกันอย่างบ้าคลั่ง คำรามเสียง"ฆ่า"ดังก้อง ปลดปล่อยปราณพลังออกมาอย่างไม่เก็บออมปราณพลังอีกต่อไป เยี่ยหลี่ ที่พุ่งปะทะกับอี้เฉิน ถึงตัวเขาจะได้เปรียบอย่างมาก แต่ก็ไม่อาจทำให้อี้เฉินบาดเจ็บหนักได้ ผ่านไปหลายร้อยลมหายใจเขาก็ยังไม่สามารถจบการต่อสู้กับอี้เฉินทั้งๆ ที่อี้เฉินเหลือแขนเพียงข้างเดียวเท่านั้น ถึงอี้เฉินจะหายใจหนักถี่อย่างรุนแรงก็ไม่มีทีท่าจะล้มลงแม้แต่น้อย
ดวงตาของเยี่ยหลี่ เริ่มร้อนรนขึ้นมา ยิ่งต่อสู้ยาวนานเท่าใดการโจมตีของอี้เฉินยิ่งเฉียบคมขึ้นเท่านั้น แถมการป้องกันของอี้เฉินยังเหมือนใบไม้ที่ ลู่ ลม อ่อนไปตามแรงโจมตีของเขา หากเป็นแบบนี้ต่อไป กองกำลังอื่นๆ ได้ตามมาสมทบเป็นแน่
เยี่ยหลี่สำแดง"วิชากลืนกินจันทรา" ปราณพลังถูกดูดกลืนออกไปอย่างบ้าคลั่ง ด้านหลังของเขามีดวงจันทร์สีดำสนิทก่อรูปขึ้นมารอยด้านหลังของเขาไม่ห่างตัว ปราณพลังของเขาพลุ่งพล่านอย่างรุนแรงเหมือนราวกับว่าอยู่ในยามค่ำคืนอย่างไรอย่างนั้น พลังกายาโพยพุ่งขึ้นสูงอย่างรวดเร็ว
ก่อนเขาจะตะโกนออกมาก้อง "ตายซะ"
ดาบใหญ่ในมือสั่นไหวอย่างรุนแรงดูดกลืนปราณพลังสีดำทมิฬเข้าไปอย่างบ้าคลั่ง เหมือนไม่มีวันหมดสิ้น เปลวเพลิงสีดำทมิฬท่วมท้นท้องฟ้า ง้างดาบใหญ่ในมือฟาดฟันอี้เฉินออกไปอย่างแรง ดั่งคลื่นเปลวเพลิงโหมซัดสาดเข้าใส่อี้เฉิน หมายมั่นกลืนกินร่างเขาให้มอดไหม้
อี้เฉิน ถึงกับตาเบิกกว้างอย่างไม่อยากเชื่อสายตาตัวเอง ภาพเบื้องหน้าเขาเต็มไปด้วยทะเลเพลิงทมิฬเข้ากลืนกิน เขาระเบิดปราณพลังออกมาอย่างบ้าคลั่ง สำแดง"วิชาหมื่นโลกป้องกัน"ในทันที โลกที่เต็มไปด้วยอักขระนานา ชนิด หมุนวนรอบกายาอี้เฉินเต็มกำลังหมายมั่น รับการโจมตีนั้นไว้
เสียง"ตู้ม"ดังก้อง
วิชาหมื่นโลกที่ถูกคลื่นเปลวเพลิงสีดำทมิฬผสานรวมกับปราณดาบ ถึงกับทำให้วิชาหมื่นโลกพังทลายในพริบตา ปราณดาบเพลิงทมิฬพุ่งเข้าใส่อี้เฉินอย่างฉับพลันในทันที แม้แต่เหล่าอนุชนที่อยู่รอบๆ ยังหันกลับมาดูการต่อสู้ครั้งนี้ มีหลายคนกำหมัดแน่นด้วยความหวาดกลัว หากเป็นพวกเขาโดนการโจมตีนั้นเข้าไป ร่างคงแตกดับในพริบตาเป็นแน่
อี้เฉินที่ยกหอกเลือดขึ้นมารับปราณดาบที่ผสานเพลิงทมิฬ ถึงกับลอยกระเด็นออกไปไกล หอกเลือดที่อยู่ในมือถึงกับแหลกสลาย ร่างหลายส่วนถูกเปลวเพลิงสีดำทมิฬกลืนกินไปหลายส่วนจนเห็นกระดูกสีขาวโผล่ออกมา นิ้วเท้าทั้งสองข้าง ขาข้างซ้ายเนื้อหายไปจนถึงหัวเข่า เหลือแต่เพียงโครงกระดูก แทบไม่ต่างอะไรจากซากศพ
เหล่าจอมยุทธที่อยู่รอบๆ ต่างเบิกตากว้างอ้าปากค้าง ถอยห่างจากเพลิงสีดำทมิฬโดยไว พวกเขาต่างหวาดกลัว ว่าร่างจะถูก เพลิงสีดำทมิฬกลืนกินร่างเหมือนอย่างอี้เฉิน แม้แต่ฝั่งเดียวกันยังถอยหนี หยุดดูการต่อสู้ของทั้งสองอย่างไม่วางตา ไม่มีผู้ใดกล้าเข้าไปแทรกแซงแม้แต่น้อย
กงหนาน ซีเผิง หริ่นหลัน กำหมัดแน่นจนมือมีเลือดไหลซึมออกมา แต่หากเข้าไปช่วยอี้เฉินจะกลายเป็นพวกนางที่เป็นตัวถ่วงอี้เฉินเสียเปล่าๆ พวกนางแค้นเคืองใน ความอ่อนด้อยของตัวเอง คิดจะเข้าไปช่วยแต่ก็ไร้กำลัง
อี้เฉินร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด ปลดปล่อยปราณพลังลบล้างเปลวเพลิงสีดำทมิฬออก หากปล่อยไว้ร่างเขาได้ถูกกลืนกินจนหมดแน่ ก่อนที่เขาจะยันร่างขึ้น ไม่เก็บออมปราณพลังสายฟ้าไว้อีกต่อไป หมายสำแดงเคล็ดวิชาทั้งหมดที่มีโจมตีสุดกำลัง
อี้เฉินระเบิดปราณพลังสายฟ้าออกมาอย่างบ้าคลั่ง รอบๆ กายาเต็มไปด้วยสายฟ้าสีแดงแลบแปลบปลาบ ส่องแสงพร่างพราวไปทั่ว พลังกายาพลุ่งพล่านอย่างรุนแรง แม้แต่อากาศรอบๆ ตัวเขายังบิดเบี้ยว
ฝูงชนที่ดูอยู่รอบๆ ต่างตาเบิกกว้างด้วยความตกใจ มีบางคนกำหมัดแน่น "หรือว่าชายคนนี้จะยังไม่ได้สำแดงพลังที่แท้จริง"
แม้แต่เยี่ยหลี่ยังขมวดคิ้วมุ่นด้วยความแปลกใจ ไม่คิดชายหนุ่มที่อยู่ตรงหน้ายังจะเก็บซ่อนความสามารถไว้อีก ดวงตาฉายแววหวัดหวั่นไม่น้อย เมื่อเห็นอี้เฉินพุ่งเข้ามาดั่งสายฟ้าฟาด ง้างกำปั้นที่เต็มไปด้วยปราณพลังสายฟ้า ต่อยเข้าใส่หัวของศัตรูอย่างบ้าคลั่ง
เสียง"ฆ่า"ดังเอ็ดอึง
เยี่ยหลี่ยกยิ้ม หากตัดแขนอี้เฉินอีกข้างตัวเขาก็สามารถชนะอี้เฉินได้ง่ายๆ เช่นกัน เขายกดาบใหญ่ที่ขึ้นสนิม ขึ้นมาปัดป้องหมัดของอี้เฉินไว้ เสียง"ตู้ม"ดังก้อง
เยี่ยหลี่ถอยหลังไปหลายก้าวจากหมัดของอี้เฉิน ก่อนยกดาบใหญ่ขึ้นประทับบ่า ง้างดาบใหญ่ฟาดใส่อี้เฉินที่พุ่งเข้ามาอย่างแรง หมายมั่นตัดแขนอี้เฉินให้ขาด แต่เขาประเมินความเร็วอี้เฉินต่ำเกินไป อี้เฉินเอี้ยวตัวหลบ ร่างเงาทับซ้อนออกไปด้านข้างก่อนง้างหมัดต่อยใส่ สีข้างเยี่ยหลี่อย่างแรง
เสียง"ตู้ม"ดังหนักแน่น
เยี่ยหลี่ ถึงกับตัว บิดงอ มีเสียงกระดูกซี่โครงแตกร้าว กระอักเลือดออกมาคำใหญ่ ถอยหลังไปหลายก้าว หากเขาไม่สร้างเกาะป้องกันปราณพลังคงบาดเจ็บหนักเป็นแน่ ดวงตาเขาฉายแววประหลาดใจไม่น้อย ชายหนุ่มที่อยู่ตรงหน้ามีกายาที่ไม่ธรรมดาจริงๆ
เยี่ยหลี่พูดจาเย้ยหยันอี้เฉิน "เจ้า มีเรี่ยวแรงแค่นี้งั้นหรือข้าว่าหญิงสาวภายในดินแดนข้ายังแรงเยอะกว่าเจ้าเสียอีก สำแดงพลังของเจ้าออกมาเสียหากยังเก็บซ่อนไว้เจ้าได้ตายแน่" แววตาของเยี่ยหลี่ บ้าคลั่งเป็นอย่างมาก ดวงตาแดงก่ำราวเลือด ยกมือเชิญชวนให้อี้เฉินให้เข้าไปโจมตีอย่างไม่หวาดหวั่น
อี้เฉิน สำแดง"วิชากายามังกร"ในทันที ในตอนนี้เขาไม่สามารถใช้วิชาอสูรคลั่งได้หากฝืนใช้ เป็นไปได้ที่เขาจะหมดสติ เขาจึงเลี่ยงที่จะใช้มัน พลังกายาของเขาเพิ่มพูนขึ้นมาหลายระดับในพริบตา แขนมีเกล็ดมังกรห่อหุ้มทั้งแขนไว้ ปลายนิ้วมือมีกรงเล็บงอกขึ้นมา พุ่งหายออกไปอย่างฉับพลัน ปล่อยหมัดขวาเข้าใส่ เยี่ยหลีอย่างแรง เยี่ยหลี่เองก็ตั้งมั่น ง้างดาบใหญ่ในมือฟาดฟันแขนอี้เฉินที่พุ่งเข้ามาตรงๆ
เสียง"ตู้ม"ดังก้อง กำปั้นของอี้เฉินถึงกับวัดพลังกับดาบที่ขึ้นสนิมได้อย่างสูสี แถมเปลวเพลิงสีดำทมิฬที่ตัวดาบปลดปล่อยออกมากลับไม่สามารถกัดกินแขนของอี้เฉินได้แม้แต่น้อย
ทำให้เยี่ยหลีรู้สึกประหลาดใจไม่น้อย ทั้งสองวัดพลังกันหลายลมหายใจ รอบๆ สั่นไหวอย่างรุนแรง ก่อนที่เกล็ดมังกรที่มือของอี้เฉินจะแตกร้าวเกล็ดหลุดร่วงไปหลายชิ้น ถอยร่นออกไปหลายสิบก้าว กระอักเลือดออกมาคำใหญ่ ริมฝีปากเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบเลือดสีแดงฉาน
หลายๆ คนต่างถอนหายใจ อี้เฉินคงจบเห่ แล้วอย่างแน่นอน แต่ก็ต้องยอมรับศัตรูผู้นี้ ถึงกับไล่ต้อนนายน้อยของพวกเขามาได้ ถึงขนาดนี้ก็ถือว่าไม่เลวแล้ว
....
ซีเผิงที่ต่อสู้อยู่กับนายกองเฟิงชิว อยู่ไกลๆ เห็นอี้เฉินกำลังจะเพลี่ยงพล้ำ เขารู้สึกหวั่นใจอยู่ไม่น้อย อยากคิดที่จะออกไปช่วยอี้เฉินแต่เขายังพัวพันกับการต่อสู้อยู่
นายกองเฟิงชิว ที่เห็น ซีเผิงมองออกไปด้านนอก เขาง้างหอกสีทองทิ่มแทง ซีเผิงในทันที ก่อนเอ่ยพูดจาดูถูกดูแคลนซีเผิง "เจ้าอย่าละสายตาจากศัตรู คนในบ้านเจ้าไม่สอนงั้นหรือ ส่วนไอ้หนุ่มผมขาวนั้นตายแน่ อีกไม่นานคงถูกนายกองเยี่ยหลี่ ฆ่าเป็นแน่"
"ข้าไม่คิดปล่อยเจ้าออกไปช่วยมันหรอกนะ"
ซีเผิงเอ่ยเสียบเรียบ "ข้าเชื่อมั่นในตัวน้องชายของข้า จะสามารถผ่านวิกฤตไปได้"
"เจ้าไม่ดูสภาพของมันเล่า เพียงยืนขึ้นมาได้ก็ถึงว่าปาฏิหาริย์แล้ว" ก่อนที่พวกเขาจะพุ่งปะทะกันอย่างบ้าคลั่ง คิดจบการต่อสู้ในครั้งนี้โดยไว
ซีเผิงภาวนาในใจ หวังว่าเจ้าจะทำสิ่งที่ข้าประหลาดใจได้อีกครั้ง ตั้งแต่เขาอยู่กับตัวของอี้เฉินมา อี้เฉินมักสร้างจุดเปลี่ยนเล็กๆ ในการต่อสู้อยู่เสมอ หวังว่าครั้งนี้ก็เช่นกัน