รุ่งเช้าอาอู่ไปหาอาจารย์มนตรีแล้วก็พบกลุ่มเพื่อนทั้งกลุ่มมานั่งรออาจารย์มนตรี คอยเรียกมาหยดเลือดเข้าที่ตัวดาบของแต่ละคน อาจารย์ให้ลูกศิษย์มาช่วยเกือบสิบคนสำหรับงานนี้ แล้วในที่สุด ดาบประจำของแต่ละคนก็เปล่งประกายวาววับ
แล้วพิธีกรรมสุดท้ายคือให้อาอู่เป็นคนปลุกเสก เขียนยันต์ลงบนตัวดาบให้กับทุกคน อาจารย์มนตรีก็หยิบ จงอางไฟโลหะ ตัวเล็กเท่าฝ่ามือ มาให้อาอู่
ทุกๆคน ได้แต่มองเห็นอาอู่นำเขี้ยวจงอาง แล้วท่องคาถาฝังจิตวิญญาณลงไปในตัวหุ่น จากนั้น งูจงอางไฟโลหะตัวนี้ ก็ขยายใหญ่ขึ้นพอๆ กับเจ้าเสือไฟมันแผ่แม่เบี้ยออกมาจนกว้างใหญ่ จนทุกคนเห็นแล้วอดใจสั่นด้วยความกลัวไม่ได้ เกล็ดมันเป็นโลหะแวววับ ไปทั่วมันเริ่มขยับร่างมันเลื้อยไปเลื้อยมา แล้วมาหยุดที่หน้าอาอู่ แล้วก็มาคลอเคลียที่แขนอาอู่ พออาอู่ลูบหัวมันเบาๆ มันก็หดต้วลงจนเล็กกลับเป็นหุ่นงูโลหะเท่าฝ่ามือ แล้วก็อาอู่เก็บมันไว้ในแผ่นหนังมิติจากนั้นอาอู่ก็ขอบคุณอาจารย์มนตรี แล้วก็นำดาบไปลงยันต์ให้ทุกคน อาอู่ใช้เวลาหนึ่งวันเต็มในการลงยันต์ดาบให้กับทุกคน แล้วให้ทุกคนไปทดลองใช้ดาบกันเอง
ส่วนตัวของอาอู่ออกมาเชิงเขาสมอคอน มาที่น้ำตกเพื่อฝึกวิชาดาบตัดสายน้ำ หลังจากที่ไม่ได้ฝึกมานาน อาอู่ลงน้ำไปที่น้ำตกกำลังฝึกฝนอยู่ไม่นาน
ก็มีผู้คนแอบซุ่มค่อยๆ ขยับเข้ามาใกล้ๆอาอู่ นับกองกำลังนี้ได้เกือบ 50 คน มีหน้าไม้ครบมือ พอเทียนออกจากสายน้ำตก เสียงธนูหน้าไม้ ทั้ง 50 ดอกยิงออกมาเป็นชุด ฉึก ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ อาอู่ใช้มือปล่อยพลังยันต์ตาข่ายฟ้าออกมา ลูกศรจากหน้าไม้ไม่อาจล้วนเข้าใกล้กับอาอู่ได้เลย อาอู่ปล่อยงูจงอางไฟโลหะ กับ พญาเสือไฟโลหะ
ออกมาให้มันจัดการ คนร้ายทั้ง 50 คน ส่วนตัวอาอู่กระโดดไปข้างหน้าอีกจุดหนึ่งซี่งมีหัวหน้าและลูกน้องอีก 10 คนยืนมองอยู่ไกลไกล มันทำท่านจะขยับ แต่ไม่ทันแล้วอาอูมาถึงพร้อมกับฟาดพวกมันด้วยไม้ พญางิ้วดำ เปรี้ยง เปรี้ยง ตายคาที่ไป 8 คน ที่เหลือ มันกรีดเลือดเรียกวิญญาณสัตว์ ออกมาทั้ง 3 คน
โดยมีหัวหน้า เป็นเสือโคร่งตัวใหญ่ และหมาป่าตัวใหญ่อีก 2 ตัว อาอู่ฟาดเจ้าหมาป่า 2 ตัวกระเด็นไปชนต้นไม้หักไปหลายต้น แล้วกำลังจะฟาดเจ้าเสือโคร่งตัวใหญ่แต่ว่าไม่ทันมันพุ่งเข้ามาก่อน อาอู่ถูกกระแทกจนกระเด็นตกน้ำ อาอู่รีบขึ้นจากน้ำเห็นพวกมันกำลังหลบหนี อาอู่วิ่งตามคงไม่ทันแน่ เห็นเจ้าพญาเสือไฟก็กำลังไล่ฆ่าสังหารอยู่ ก็เลยไม่เรียก จึงหยิบธนูเทพออกมา แล้วเสกมนต์ทำลายล้างเข้าไปในลูกธนูเทพ แล้วเล็งไปที่หมาป่าสองตัว แล้วปล่อยลูกธนูคาถาออกไป ลูกธนูแบ่งตัวออกเป็นสองลูก พุ่งเข้าใส่หมาป่ายักษ์ 2 ตัวที่กำลังหนีอย่างสุดชีวิต ฉึกๆ ตายคาที่
ส่วนเจ้าเสือโคร่งยักษ์กับหนีไปได้ อาอู่มองจงอางไฟยักษ์ที่กำลังกัดนักฆ่าคนสุดท้าย แล้วอาอู่ก็เรียกจงอางไฟกลับมา แล้วกระโดดขึ้นพญาเสือไฟ แล้วไล่ตามเจ้าเสือโคร่งตัวนี้ ไปอย่างเร็ว สุดท้ายมันหนีออกไปทางเมืองพิมาย อาอู่ตามมาถึงทางเข้าเมืองจึงเก็บพญาเสือไฟไว้ แล้วรีบเดินตามมันเข้าเมืองพิมายไปในทันที
ณ สำนักนักฆ่าเงาทมิฬ ที่เมืองพิมาย
“ อะไรนะ พลาด เจ้าเป็นถึงหัวหน้าหน่วย นำกำลังคน 60 คนไปฆ่าคนๆ เดียว กลับไม่สำเร็จ “ รองหัวหน้าสำนักเงาทมิฬโมโหมาก
“ ท่านรองเจ้าสำนัก คนผู้นี้มันมีสัตว์เวทย์ร้ายกาจถึงสองตัว พวกเราไม่สามารถต้านทานได้ ข้าขอแนะนำว่ายกเลิกภารกิจนี้จะดีกว่าขอรับ” หัวหน้าหน่วยเอ่ยเตือน
“ มันสังหารรองเจ้าสำนักที่ 1 และคนของเราไปแล้วถึง 360 คน ไม่เหลือแม้แต่คนเดียว เจ้าจะให้ข้าปล่อยมันไปหรือ” รองเจ้าสำนักไม่ยอมง่ายๆ
“ ถ้าเช่นนั้น คงต้องท่านรองเจ้าสำนักลงมือเองอาจจะสำเร็จ” หัวหน้าหน่วยเอ่ยแบบเกรงใจ
“ ข้ามาถึงที่นี่แล้วข้าไม่ยอมปล่อยมันไปง่ายๆ หรอก” รองเจ้าสำนัก คำรามในลำคอ ตูม ! ประตูถูกถีบเข้ามาพังทลายสิ้น เป็นอาอู่กับพญาเสือไฟนี่เอง
“ ข้าก็เช่นกัน “ อาอู่ตอบกลับไป แล้วฟาดด้วยไม้พญาคิ้วดำ โดนทั้งสองคนพร้อมกันร่างกระเด็นไปติดฝาห้อง พออาอู่จะเข้าไปซ้ำ ก็มีนักฆ่าพุ่งเข้ามาหาอาอู่อีกเกือบ 20 คน อาอู่ฟาดพวกมันจนร่างขาดกระจายไปหมด ทันใดนั้นก็มีเสือโคร่งพุ่งมาหาอาอู่ เปรี้ยงอาอู่ฟาดไปสุดแรง ร่างเสือโคร่งแหลกไปในทีเดียว จากนั้นอาอู่ ก็พุ่งเข้าไปจับรองหัวหน้าเพื่อจะเค้นหาว่าพวกมันอยู่ที่ไหนอีก แต่ช้าไปแล้ว
ร่างมันขยายใหญ่ขึ้น หัวของมันเป็นราชสีห์ นิ้วมือมีกรงเล็บยาวเฟื้อย พุ่งสะบัดใส่อาอู่ทันที เฟี้ยว อาอู่ถอยหลบออกมา แล้วฟาดไปที่หน้าสิงห์ผู้นี้หน้ามันสะบัดไปตามแรงฟาด จากนั้นมันก็พุ่งกรงเล็บเข้าอาอู่อีก แต่อาอู่ก็ฟาดมือมันจนหัก แล้วฟาดไปที่สันคอจนหัวคมำ ไปกับพื้น แล้วกระหน่ำตีจนร่างสิงห์กลายเป็นคนในสภาพสะบักสะบอม อาอู่จับหัวมันขึ้นมา แล้วเป่ามนต์สะกดใจ จากนั้นก็ถามมันทันที
“ยังมีพวกแกอีกไหมที่เมืองพิมาย”
“ มี 60 คน กำลังไปลอบสังหารราชาเมืองพิมาย” เสียงรองห้วหน้าพูดปานละเมอ
“ ใครจ้างแกมา” อาอู่ถาม
“ สำนักขอม “
“ สำนักแกอยู่ที่ไหน และมีกันกี่คน” อาอู่ถาม
“ อยู่ที่เกาะกง มีอยู่ 2 พันคน” อาอู่ถามเสร็จก็หักคอมันทิ้งทันที จากนั้นก็สังหารนักฆ่าที่นี่ไม่มีเหลือสักคนเดียว
“ พวกมันยังมีอีก 60 คน คงต้องไปจัดการให้หมด ไปกันเถอะ เจ้าเสือไฟ อย่าปล่อยให้พวกมันรอดไปได้แม้แต่คนเดียว” อาอู่เคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว พุ่งไปตามกลิ่นนักฆ่า เงาทมิฬเหล่านี้
อาอู่มายืนอยู่บนหลังคือพระราชวังเมืองพิมาย แล้วมองลงไปที่ด้านล่าง เห็นทหารถูกฆ่าตายเป็นเบือ โดยนักฆ่าเงาทมิฬ ซึ่งมีหมาป่ายักษ์ 2 ตัว และ เสือโคร่งใหญ่ไล่ล่าสังหารคนไม่หยุด และเหล่านักฆ่าก็ยิงหน้าไม้เข้าใส่ทหารตายเป็นเบือ โดยราชาพิมายถือดาบอยู่ด้านหน้าเตรียมสู้กับพวกมัน
อาอู่กระโดดลงมาพร้อมกับเจ้าพระยาเสือไฟ มายืนขวางหน้าราชาพิมาย แล้วยกมือสร้างตาข่ายฟ้า ป้องกันลูกธนู ที่กำลังยิงเข้ามายังกับห่าฝน เสร็จแล้วอาอู่ก็ปล่อยจงอางไฟออกมาจัดการกับพวกนักฆ่าเหล่านี้ จากนั้นอาอู่ก็หยิบธนูเทพออกมาแล้วเป่ามนต์ไปที่ลูกธนู แล้วยิงไปที่ หมาป่าสองตัว ฟี้ว ฟี้ว ลูกธนูแบ่งออกเป็นสองดอกแล้วพุ่งไปที่หมาป่าทั้งสอง ฉึก ฉึก ปักติดกำแพงวังตายคาที่
จากนั้นก็หยิบดาบนวโลหะเข้ามาฟันที่เสือโคร่งยักษ์ที่กำลังพุ่งเข้ามาทางราชาพิมาย ฉัวะ ร่างเสือโคร่งยักษ์ถูกผ่าออกเป็นสองส่วนทันที แล้วไม่กีอึดใจ นักฆ่าก็ถูกจงอางไฟกับเสือไฟโลหะฆ่าตายจนหมด ราชาพิมายเหล่าเชื้อพระวงศ์ล้วนแต่กตื่นตกใจเป็นที่สุด
“ ขอบน้ำใจ พ่อหนุ่มยิ่งนัก เราคือราชาแสงสิทธิ์ ราชาพิมาย พ่อหนุ่มเป็นใครเหตุใดถึงมาช่วยเราได้” ราชาพิมายเอ่ย
“ หม่อมฉันชื่อซ่งจินอู่ แค่ผ่านทางมา เห็นมีนักฆ่าจากจามปามาอยู่ในเมืองพิมาย กระหม่อมเลยสังหารมันจนหมด แล้วมันบอกว่ายังมีอีก 60 คน กำลังมาลอบสังหาร องค์ราชา กระหม่อมก็เลยมาช่วยเท่านั้นเอง “ จากนั้นอาอู่ก็เรียกสัตว์ทั้ง 2 มาเก็บเอาไว้
“เจ้าคือลูกชายของ ท่านซ่งอี้หรอกหรือ” ราชาพิมายพูดด้วยความตกใจ
“ ท่านรู้จัก พ่อหม่อมฉันด้วยหรือ”
“ รู้จักซิ เมืองของข้าเป็นเมืองการค้าที่มีสินค้าจากล้านช้าง ขอม และเวียดนามและอีสาน ล้วนต้องผ่านมาทางนี้ พวกเราค้าขายกันมานานหลายสิบปีมาแล้ว”
ราชาพิมายเหมือนได้เจอญาต แล้วก็ชวนอาอู่เข้าไปนั่งคุยที่ท้องพระโรงด้านในเหล่าเสนา ทหาร องครักษ์ เชื้อพระวงศ์ ต่างเข้ามาในท้องพระโรงกันหมดต่างสนใจมองอาอู่เป็นจุดเดียว
“ ไม่นึกเลย ซ่งอี้ จะมีลูกชายที่เป็นนักรบที่เก่งกาจขนาดนี้” ราชาพิมายเอ่ยชมอาอู่ แล้วเหลือไปมองบุตรีของตนเองที่เวลานี้ไม่รู้มากันครบแล้วหรือยัง
“ หม่อมฉันยังไม่เก่งถึงขนาดนั้น เพียงแต่ตอนนี้ยังศึกษาอยู่ที่ สำนักตักศิลาละโว้อยู่เลย” อาอู่ถ่อมตนสุดๆ
“ อะไรกัน เจ้าก็ศึกษาที่สำนักตักศิลาละโว้อีกด้วยหรือนี่” ราชาพิมายรู้สึกตื่นเต้นยิ่งนัก จนลืมเรื่องถูกลอบสังหารไปทันที อาอู่ได้แต่รับคำ
“ แต่ว่าพระองค์ไปมีเรื่องอะไรกับสำนักขอม พวกมันถึงได้จ้างคนพวกนี้มาสังหารท่าน”เมื่อฟังอาอู่พูดคำนี้ ในท้องพระโรงกลับเงียบสนิททันที ราชาพิมายถอนหายใจ
“ มันคงเป็นน้องชายของข้า ที่ละโมบ อยากได้บัลลังก์ของข้า มันไปเข้ากับพวกขอม พวกมันคงร่วมมือกัน โดยมีเมืองไชยภูมิ เข้าร่วมด้วย”ราชาพิมายพูดออกมาด้วยความคับแค้นใจ
จากนั้นก็มีม้าเร็วมาแจ้งข่าว ว่า
” ขณะนี้มีกองทัพ จากไชยภูมิ กับ พระยาศานติเข้าประชิดที่หน้าเมืองพิมายแล้ว บอกให้พวกเรายอมจำนน เปิดประตูเมืองทันที”ทหารม้าเร็วรายงาน
“ พวกมันคงนึกว่าข้าตายไปแล้ว ถึงกล้าทำเช่นนี้ ฮึ่ม! พระยาศานติ เจ้าได้เห็นดีกันแน่ พวกเจ้าไปสั่งปิดประตูเมือง พร้อมรบทันที” ราชาพิมายสั่งการทันที
“ อาอู่เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับเจ้า เจ้ากลับไปก่อนเถอะ” ราชาพิมายไม่อยากให้อาอู่เดือดร้อน
“ องค์ราชาเรื่องนี้ ให้ข้าช่วยเหลือท่านเถอะ อย่างไรท่านก็เป็นสหายกับท่านพ่อของข้า ท่านมีเรื่องจะให้ข้าหนีหายไปแบบนี้ได้อย่างไร” อาอู่ไม่ไปจะอยู่ช่วย
“ ดี ถ้าเช่นนั้นพวกเราไปดูมันที่กำแพงเมืองกัน ดูซิมันเจอหน้าข้าแล้วมันจะทำหน้าอย่างไร” ราชาพิมานเอ่ยขึ้นอย่างดีใจที่อาอู่อยู่ช่วยพอมาถึงกำแพงเมืองก็เห็นทหารกองทัพเมืองไชยภูมิ มากันเต็มไปหมด
“ พวกมันยกทัพมาทั้งหมด 7 พันคน พวกเรามีกำลังเพียง 4 พันคน น่าจะต้านได้อยู่เป็นเดือนได้อยู่พะยะค่ะ” แม่ทัพรักษาเมืองรายงาน ขณะที่ฝ่ายตรงข้ามเห็นราชาพิมายยังคงมีชิวิตอยู่ ก็ตกใจ ว่าทำไมไม่เป็นไปตามแผน แล้วที่นี้จะทำกันอย่างไร
“ ก็ต้องสู้ ไหนๆ ก็บุกมาแล้ว เข่นฆ่ามันเข้าไปกำลังเราเยอะกว่ามาก ต้องกลัวไยกัน” พระยาศานติ พูดออกมาแบบไม่กลัว
“ การตีหักเมืองแบบนี้ อย่างน้อยต้องมีไพร่พลมากกว่า 3 เท่า นี่พวกเรามีแค่ 2 เท่านั้นไม่พอแน่ เสียกำลังทหารโดยใช่เหตุ ข้าว่าพวกเราถอยทัพตั้งหลักก่อนดีกว่า” แม่ทัพเมืองไชยภูมิรีบเอ่ย
“ ข้าจะส่งนักรบเวทย์ไปฆ่าราชาก่อน หลังจากนั้นพวกเราค่อยบุกอีกที”เสียงอาจารย์ชุดขาวเอ่ยขึ้นมาอย่างเด็ดขาด
“ ทำตามที่ท่านอาจารย์สาคร ว่าก็แล้วกัน” พระศานติเห็นคล้อยตามจากนั้นก็ถอยไปตั้งทัพ ไม่ไกลจากกำแพงเมืองพิมายเท่าใดนัก
“ คืนนี้พวกมันจะส่งนักรบเวทย์มาฆ่าท่านราชาพิมาย” อาอู่พูดให้ราชาพิมายกับแม่ทัพฟัง ทั้งสองถึงกับสะดุ้งทันที