ตอนที่ 81
เพิ่มเติม
"คุณกวี ของที่รอมาถึงแล้วค่….."นาตาลีที่เพิ่งเดินออกมาจากลิฟต์พูดพร้อมเดินเข้ามาในห้องของกวีด้วยท่าทีเหมือนเลขาไม่มีผิดแต่เมื่อเข้ามาถึงภายในห้องแล้วกลับพบว่าในห้องนี้มีเพียงมีนนั่งอยู่คนเดียว
"แล้วคุณกวีละคะ?"นาตาลีถามพลางมองไปรอบๆนอกจากมีนแล้วในห้องตอนนี้ไม่มีคนอื่นเลยแต่จากที่ถามพนักงานด้านล่างกวียังไม่ได้ออกไปไหนนี่นา
"เอ่อ….พี่กวีน่าจะอยู่ในห้องข้างหลังมั้งคะ"มีนตอบด้วยใบหน้าแดงๆแปลกๆดูแล้วไม่เป็นธรรมชาติสักเท่าไหร่แต่นาตาลีไม่ได้สนเรื่องนั้นหรอก ตอนนี้ของที่กวีรอมาถึงแล้ว
"ขอโทษที ทำให้รอเหรอ"นาตาลียังไม่ทันได้ถามอะไรต่อกวีก็เดินออกมาจากห้องด้านหลังพร้อมกับน้ำหวานที่เดินตามออกมา
"เปล่าค่ะ สายของเราส่งภาพพวกนี้มาให้ตามที่คุณกวีสั่งแล้วค่ะ"นาตาลีว่าพลางเดินเข้ามาหากวีด้วยท่าทีนิ่งๆเธอยื่นซองเอกสารมาให้กวีก่อนจะขอตัวออกไปทันที
"อะไรเหรอคะพี่กวี"น้ำหวานถามพลางมองซองเอกสารในมือของกวีด้วยท่าทีประหลาดใจกวีบอกว่ากำลังรอฝ่ายเรดซีเคลื่อนไหวอยู่ หรือว่าจะเกี่ยวข้องกับเรื่องนั้น
"รูป...หลักฐานละมั้ง"กวีตอบพลางนำรูปออกมาดูภายในมีรูปของคนกิลด์เรดซีที่กำลังเข้าไปในห้องของหัวหน้ากองทหารเจฟรวมถึงรูปของไมค์ที่เข้าไปติดต่อหัวหน้ากิลด์นกฮูกรวมถึงภาพที่กิลด์เรดซีกำลังส่งคนของตัวเองให้เข้าไปในกิลด์นกฮูกอีกด้วย
"แบบนี้ส่งเอาก็ได้นี่คะไม่เห็นต้องทำเป็นรูปมาเลย"น้ำหวานถามพลางเลิกคิ้วด้วยท่าทีสงสัย ปกติแล้วรูปพวกนี้ส่งทางจดหมายของระบบก็ได้ไม่เห็นต้องให้คุณนาตาลีเดินเอามาส่งเลย
"ก็ถ้าไม่ทำเป็นรูปก็ให้เจ้าเมืองดูไม่ได้นะสิ"กวีเก็บเอารูปทั้งหมดลงกระเป๋าก่อนจะเดินกลับไปที่โต๊ะทำงานน่าเสียดายแม้ฝั่งเรดซีจะเริ่มเคลื่อนไหวแล้วแต่ก็ยังไม่มากพอจะให้กวีเดินหมากต่ออย่างน้อยก็ต้องเจฟตัดสินใจก่อนว่าจะร่วมมือกับพวกกิลด์เรดซีหรือไม่
"มีน….เห็นว่าไปเดินเที่ยวในตลาดมาได้อะไรมาหรือเปล่า"หลังจากกวีกลับมานั่งที่โต๊ะก็เห็นมีนทำท่าทีเลิกลักเหมือนทำตัวไม่ถูกแปลกๆ
"เอ๊ะค่ะ...ได้ของมาเยอะเลย"มีนตอบด้วยท่าทีลนยิ่งกว่าเดิมเสียอีกอย่างกับเด็กโดนจับได้ว่าทำผิดเลยแต่จริงๆแล้วคนที่โดนจับได้น่าจะเป็นฝ่ายกวีมากกว่า
"ช่วงนี้คงไม่มีอะไรให้ทำไปสักพักถ้ามีนอยากจะไปเก็บเลเวลก่อนก็ได้นะ"กวีว่าพลางเปิดหน้าต่างสถานะของตนเองขึ้นมาตอนนี้เวทมนตร์ของกวีมีเพียง 6 บทเท่านั้นคือเวทมนตร์ ดินน้ำ ลม ไฟ สายฟ้า และ เวทปลุกชีพ ซึ่งถือว่าเยอะมากอยู่แล้วสำหรับคนอื่นๆแต่กวีต้องการจะเล่นอาชีพจอมปราชญ์ เวทเพียง 6บทไม่พอต่อความต้องการของอาชีพนี้ หรือก็คือหากกวีอยากเปลี่ยนอาชีพตามที่หวังก็ต้องเพิ่มสกิลอีก1 สาย
"เดี๋ยวผมจะออกไปข้างนอกหน่อย อยู่ด้วยกันอย่าทะเลาะกันล่ะ"กวีแซวสองสาวก่อนจะปิดหน้าต่างระบบไปเวทมนตร์สายอื่นๆนั้นไม่ได้มีแต่เวทมนตร์หายากเพียงอย่างเดียวยังมีเวทมนตร์ที่สามารถหาได้จากการซื้อขายด้วย ตอนนี้ศึกกำลังจะเข้ามาอย่างน้อยเตรียมตัวเพิ่มก็ยังดี
"พวกเราไม่ใช่เด็กๆสักหน่อย ไม่ทะเลาะกันหรอก"น้ำหวานได้ยินกวีแซวก็แลบลิ้นออกมาด้วยท่าทีน่ารักน่าชังดีกวีเลยได้แต่ยิ้มตอบก่อนจะขอตัวออกจากห้องไป
"น้ำหวาน…."ทันทีที่กวีเดินออกไป มีนที่บังเอิญเข้ามาผิดจังหวะนิดหน่อยก็เลยเอ่ยปากเรียกน้ำหวานขึ้นมามีนกับน้ำหวานไม่ค่อยได้สนิทกันนักเพราะปกติแล้วมีนไม่ค่อยกล้าพูดกับคนอื่นเท่าไหร่เธอเลยไม่ได้คุยกับน้ำหวานแบบเพื่อนผู้หญิงเลย
"มีอะไรเหรอ"น้ำหวานยิ้มรับก่อนจะเดินไปนั่งบนโซฟา น้ำหวานต่างกับมีนตรงที่เคยชินกับการเข้าหาคนอื่นอย่างไอช่าเองก็สนิทกันได้ในเวลาไม่นานนัก แถมน้ำหวานยังรู้สึกดีกับมีนไม่น้อยเลยเธอเป็นผู้เล่นใหม่เหมือนกัน แม้ฝีมือจะไม่ใช่ระดับผู้เล่นใหม่ก็ตามแต่เวลาเป็นเรื่องระบบเกมหรือเทคนิคต่างๆที่เมฆกับพี่วินช่วยกันสอนน้ำหวานกับมีนกลับอยู่ในพื้นฐานเดียวกันไม่ต่างกันนักน้ำหวานเลยรู้สึกดีกับมีนที่อยู่ระดับใกล้กันที่สุดมากกว่าเมื่อต้องเอาไปเทียบกับสัตว์ประหลาดคนอื่นๆ
"น้ำหวาน...กำลังคบกับพี่กวีเหรอ"อยู่ๆคำถามที่ปกติมีนไม่ได้ถามออกมาก็ถูกยิงใส่น้ำหวานเสียอย่างนั้นปกติมีนมักจะถามแต่เรื่องวิชาการต่อสู้เลยดูไม่เหมือนคนที่ถามเรื่องผู้หญิงปกติแบบนี้เท่าไหร่
"ทำไมถึงคิดแบบนั้นล่ะ"น้ำหวานถามพลางยิ้มออกมาบางๆมีนเองก็สนใจเรื่องพวกนี้เหมือนกันงั้นเหรอ
"ก็มีนเห็น...น้ำหวานกับพี่กวีสนิทกัน"มีนตอบด้วยใบหน้าแดงจัดอย่างเห็นได้ชัดก็เธอเห็นว่าทั้งสองคน สนิท… กันมากเลยนี่นา
"ไม่หรอก...ไม่ได้คบกัน"น้ำหวานตอบออกมาตามที่ตนเข้าใจถึงจะรู้สึกดีๆและใกล้ชิดกัน แต่กวีกับเธอไม่ใช่คนรักกันแม้จะพอเรียกว่าเป็นกิ๊กกันได้ แต่หากบอกว่าเป็นแฟนกันหรือเปล่าก็บอกได้เลยว่าไม่….
"เอ๊ะ แต่….."มีนกำลังจะถามเรื่องความสัมพันธ์ของกวีกับน้ำหวานแต่พอนึกถึงเรื่องความสนิทสนมของทั้งสอง มีนก็หน้าแดงขึ้นมาเสียเฉยๆ
"ไม่หรอกน้ำหวานไม่เหมาะจะเป็นแฟนพี่กวีเขาหรอก"น้ำหวานยิ้มกับท่าทีเขินๆของมีนก่อนจะจ้องมองมีนอย่างจริงจังน่าเสียดายพอได้รู้จักแล้วถึงได้รู้ว่ากวีเป็นคนสำคัญขนาดไหนแค่หลังจากนี้กวีไม่ทิ้งขว้างน้ำหวานเหมือนคนสำคัญคนอื่นๆที่ทำกับเด็กๆสาวๆที่ตนเอาไปเลี้ยงก็ถือว่าดีมากแล้ว
.
.
.
"ว่าไงเรย์…"เดินออกมาจากตึกของกิลด์บูรพาได้ไม่เท่าไหร่กวีก็ต่อสายถึงเรย์ทันที ตอนนี้กวีกำลังต้องการเวทมนตร์อีกบทสองบทเพื่อเติมเต็มความต้องการของอาชีพตอนนี้ที่สมาชิกปาร์ตี้ของกวีไม่ครบกวีคงไปล่าเอาเองไม่ได้ต่อให้หาปาร์ตี้ชั่วคราวก็คงเสียเวลาเยอะเกินไปอยู่ดีสงครามที่กำลังจะมาถึงไม่มีเวลาให้ขนาดนั้นสุดท้ายกวีเลยต้องติดต่อไปที่เรย์พ่อค้าขาประจำของกวีนั่นเอง
"สวัสดีครับคุณลูกค้า"เรย์ยังคงตอบรับกวีด้วยคำตอบเดิมไม่มีผิดเจ้าหมอนี่ท่าทางจะไม่ยอมเรียกเหมือนเดิมสินะ
"พี่อยากได้เวทมนตร์เพิ่มหน่อย มีแนะนำหรือเปล่า"กวีถามออกไปตรงๆเพราะสำหรับเรย์แล้วกวีไม่ต้องอ้อมค้อมอะไรหรอกแล้วก็ไม่ต้องอธิบายอะไรให้มากความด้วย
"คุณลูกค้ากำลังจะทำสงครามกับกิลด์นกฮูก...ถึงจะเป็นกิลด์กระจอก...อะแฮ่มกิลด์ระดับกลาง แต่การรับมือก็คงไม่ง่ายนักเวทมนตร์ธรรมดาทั่วไปคงไม่ใช่สิ่งที่คุณลูกค้ากำลังตามหาสินะครับ"เรย์ว่าพลางไล่รายชื่อข้อมูลเวทมนตร์ที่ตนเองมีตอนนี้เรย์รู้สถานการณ์ของกวีพอสมควรเลยตัดเรื่องข้อมูลเวทมนตร์ที่ต้องไปทำเควสออกไปรวมถึงเวทมนตร์ธรรมดาๆที่หาได้ตามท้องตลาดซึ่งผลของมันก็ไม่ค่อยดีนักออกไปด้วยเรียกได้ว่าคัดเลือกให้อย่างรู้ใจเลยทีเดียว
"ตอนนี้มีข่าวอยู่ครับคุณลูกค้า"หลังจากใช้เวลาสักพักเรย์ก็ตอบกลับมาด้วยท่าทีสบายๆ แม้จะไม่มีสินค้าที่กวีมองหาแต่เรย์เป็นพ่อค้าที่หาสินค้าให้ลูกค้าที่ต้องการได้เสมอ
"น่าสนใจดีนี่นา…"กวียิ้มออกมาบางๆก่อนจะรอข้อมูลจากเรย์ ก็เหมือนกับวินนั่นล่ะกวีเชื่อใจเรย์โดยไม่มีข้อกังขาใดๆข้อมูลที่เรย์ให้มานั้นถูกใจไม่ต่างจากชุดที่วินทำให้กับมือแน่นอน
"คุณนาตาลีไปอยู่กับคุณแล้วข่าวการขายเวทแรงโน้มถ่วงคงไม่จำเป็น...งั้นเวทมนตร์ไม้เป็นอย่างไรบ้างครับ"เรย์ตอบเหมือนกำลังแนะนำสินค้าปกติแต่เวทมนตร์แรงโน้มถ่วงมีคนนำออกมาขายถือเป็นข้อมูลที่กวีควรจะรู้เอาไว้ไม่ใช่แค่นาตาลีเท่านั้น มีผู้ได้เวทมนตร์แรงโน้มถ่วงคนที่ 2ไปแล้วงั้นเหรอ
"ไม้...ดูไม่ใช่เวทมนตร์หายากอย่างที่คุยเลยนะ"กวีว่าพลางยิ้มออกมาบางๆ
"คุณลูกค้าอาจจะยังไม่ทราบ เวทมนตร์ไม้ไม่มีขายตามร้านนะครับถึงจะไม่ใช่เวทมนตร์ที่น่าจับตามองแต่ก็เป็นเวทมนตร์แบบที่คุณลูกค้าชอบแน่ๆ.."เรย์ตอบออกมาด้วยท่าทีมั่นใจมากทีเดียว
"งั้นก็ได้ ขอข้อมูลเวทมนตร์ไม้ก็แล้วกัน"กวีตอบพลางยิ้มบางๆออกมาหากเรย์พูดแบบนั้นละก็กวีก็ยินดีจะเสี่ยง
"งั้นผมจะส่งข้อมูลไปแล้วก็ค่าใช้จ่ายด้วย"เรย์พูดจบก็ปิดระบบสื่อสารไปก่อนจะส่งข้อความรายละเอียดมาให้กวีอย่างรวดเร็วแน่นอนว่าบิลล์ค่าใช้จ่ายเองก็ตามมาอย่างรวดเร็วเช่นกันแม้จะเป็นคนรู้จักหรือยินดีช่วยเหลือแค่ไหน แต่เรย์ก็เป็นพ่อค้าเงินต้องมาก่อนเสมอ
"ถือซะว่าเดินเล่นก็แล้วกัน"กวีว่าพลางเปิดอ่านรายละเอียดของที่เรย์ส่งมาดูเหมือนจะมีเวทมนตร์ไม้ถูกนำมาประมูลในราคา 100,000 บาทที่เมืองเด็นโดรราคามันไม่แพงเพราะเป็นเวทมนตร์ที่ได้มาไม่ยาก แถมจากข้อมูลที่เรย์ให้มาสกิลขั้นที่ 1 – 3 เท่าที่หลุดมามีประโยชน์ค่อนข้างน้อยทีเดียว เพียงแต่กวีกลับสนใจความสามารถพิเศษของมันไม่น้อย
“งั้น...ไปเที่ยวหน่อยแล้วกัน”กวีปิดหน้าต่างข้อความก่อนจะเดินมุ่งหน้าไปยังจุดวาร์ปของเมืองการ์กันทันที
“เชิญค่ะ....”กวีเดินเข้าไปที่แท่นวาร์ปของเมืองการ์กันก่อนจะเข้าไปหาNPCหญิงที่สวมชุดจอมเวทระดับสูงที่ดูต่างจากจอมเวทปกติมาก NPCที่แท่นวาร์ปทุกคนก็สวมเครื่องแต่งกายแบบนี้เลยดูไม่แปลกกระมัง
“ไปที่เมืองเด็นโดรครับ”กวีตอบก่อนจะเดินเข้าไปในแท่นวาร์ปที่มีวงแหวนเวทสีน้ำเงินถูกเขียนเอาไว้บนพื้นการวาร์ปไปเมืองต่างๆนั้นง่ายมากแค่พริบตาเดียวก็ถูกส่งไปอีกฟากของแผ่นดินหรือคนละฝั่งของมหาสมุทรได้เลยหากในโลกความจริงมีเทคโนโลยีแบบนี้ก็คงดีไม่น้อย
แน่นอนว่าความสะดวกสบายเช่นนี้ก็ต้องแลกมาด้วยค่าใช้จ่ายราคาแพงด้วยเช่นกันในระหว่างวาร์ปเงินก็จะถูกหักออกจากกระเป๋าไปทันทีแถมยังใช้ได้แค่เงินในเกมเท่านั้นอีกด้วย
วูบ....
พริบตาเดียวร่างของกวีก็มายืนอยู่ตรงกลางลานเมืองเด็นโดรเป็นที่เรียบร้อยแล้ว