ตอนที่ 57
ใช้ไปแล้ว
“คราวนี้เมืองของเราเป็นหนี้พวกเจ้าแล้ว”หลังจากขับไล่แก๊งหมีใหญ่ออกไปได้เหล่าทหารของเมืองการ์กันและผู้เล่นที่กวีเรียกตัวมาก็รวมตัวกันจัดการแก๊งดาวแดงที่ยังเหลืออยู่จนหมดอย่างง่ายดายเพราะแต่เดิมพวกเขาก็ไม่คิดจะต่อต้านอยู่แล้วหลังจากต่อสู้กันตามบทบาทแก๊งดาวแดงก็โดนสังหารทั้งหมดโดยมีทหารของเมืองการ์กันเป็นผู้คว้าชัยร่วมกับสมาชิกเรดของกวีที่มีตราทหารอยู่ที่แขนเสื้อทั้งหมด
“คราวนี้เป็นเพราะพวกเราร่วมมือกันต่างหาก”กวียิ้มรับก่อนจะยื่นมือไปให้นายทหารผู้ที่ยามนี้เป็นหัวหน้าเหล่าทหารเมืองการ์กันท่ามกลางสายตาของชาวเมือง
“แต่พวกข้าก็ยังติดหนี้เจ้าอยู่ดี”นายทหารตอบก่อนจะจับมือกับกวีอย่างซึ้งใจนานมากแล้วที่ในเมืองไม่เหลือผู้เล่นตัวสีแดงอีกเลยแถมทหารที่ส่งไปแจ้งเมืองหลวงก็ยังเดินทางออกจากเมืองได้อย่างปลอดภัยเท่านี้ขอเพียงรอเจ้าเมืองคนใหม่ถูกแต่งตั้งและส่งทหารมาช่วยหนุนเมืองการ์กันก็จะกลับมาสงบสุขอีกครั้ง
แปะ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ
ท่ามกลางภาพการจับมือระหว่างกวีและหัวหน้าทหารเมืองการ์กันเหล่าทหารลูกน้องสมาชิกเรดและชาวเมืองที่ได้เห็นต่างปรบมือประสานกันอย่างต่อเนื่องยามนี้ภายในสายตาของเหล่าชาวเมืองและทหารเมืองการ์กันกวีคือผู้ช่วยเหลือและปลดปล่อยเมืองการ์กันออกจากสภาพเลวร้ายที่ถูกแก๊งทั้งหลายปกครองและ....แน่นอนกวียังสามารถผ่านเควสที่หัวหน้าทหารมอบให้และได้ชื่อเสียงของเมืองเพิ่มขึ้นแถมเพราะกวีสามารถปกป้องเมืองต่อหน้าชาวเมืองได้อย่างงดงามกวียังได้ชื่อเสียงต่อเมืองการ์กันเพิ่มเติมอีกไม่น้อย รวม ๆกันแล้วตอนนี้กวีมีค่าชื่อเสียงของเมืองการ์กันขึ้นไปถึง88 หน่วยเลยทีเดียว
“ข้าคงให้อะไรตอบแทนเจ้าได้ไม่มากแต่หลังจากแต่งตั้งเจ้าเมืองแล้วข้าจะรายงานเรื่องของเจ้าให้เจ้าเมืองคนใหม่ทราบและจะเสนอให้ท่านมอบรางวัลให้พวกเจ้า”หัวหน้าทหารว่าพลางยิ้มออกมาด้วยท่าทีอ่อนโยนขึ้นมากสำหรับเขาตอนนี้ไม่ได้มองกวีเหมือนมองผู้เล่นคนอื่น ๆอีกต่อไปแล้ว
“แล้วผมจะรอ”กวีตอบก่อนจะมองไปยังเหล่าสมาชิกกิลด์ที่ตนเรียกมาระหว่างต่อสู้ก่อนหน้านี้ไม่มีเวลาจัดการได้แต่ชวนทุกคนเข้าเรดและสู้ในฐานะผู้ช่วยเหลือเมืองเท่านั้นตอนนี้ก็คงถึงเวลาต้องคุยกันแล้ว
.
.
“พี่กวี ไม่ได้พบกันนานเลยนะครับ”เหล่าสมาชิกเก่าของกิลด์สุริยันจันทราพากันเข้ามาหากวีด้วยท่าทีดีใจแม้จะผ่านไปแล้ว 5ปีแต่สมาชิกกิลด์ของกิลด์สุริยันจันทราจำนวนมากก็ยังรอการกลับมาของกวีเช่นเดียวกับสมาชิกหลักคนอื่นๆ เพราะแบบนี้นี่เองทำให้คนที่รู้จักเรื่องของกวีต่างยังให้ความเกรงใจกวีอยู่เพราะทันทีที่กวีกลับมาก็มีคนพร้อมเข้าร่วมโดยทันทีจำนวนมากแถมสมาชิกเก่าของกิลด์สุริยันจันทราแต่ละคนต่างก็เป็นคนมีฝีมือทั้งนั้น
“ขอบใจมากที่มาช่วยท่าทางทุกคนจะเก่งขึ้นนะ”กวียิ้มออกมาด้วยท่าทียินดีก่อนจะมองไปยังผู้เล่นเกือบ 30คนที่วาร์ปมาช่วยกวีทันทีหลังจากกวีเรียกตัวน่าเสียดายที่พวกนาตาลีไม่ได้มาด้วยเพราะกำลังลุยดันเจี้ยนอยู่
“ขอบคุณครับ....ว่าแต่พี่กวี”พอได้รับคำชมเหล่าสมาชิกกิลด์ก็มีท่าทีดีใจกันไม่น้อยแต่พอได้อยู่ต่อหน้ากวีแล้วมันก็อดที่จะถามไม่ได้
“พี่จะสร้างกิลด์อีกหรือเปล่าครับพวกเราอยากจะเข้ากิลด์ของพี่กันมาก ๆเลยนะครับ”ชายคนหน้าถามด้วยท่าทีเกรงใจแต่พวกเขาก็อยากรู้จริง ๆว่ากวีจะสร้างกิลด์ขึ้นมาใหม่หรือเปล่า
“ไม่ใช่แค่สร้างกิลด์หรอกแต่ผมจะเอาชื่อกิลด์สุริยันจันทรากลับขึ้นไปอยู่บนจุดสูงสุดเหมือนเดิมด้วย”กวีตอบด้วยท่าทีมั่นใจแต่ทว่า....เหล่าสมาชิกกิลด์กลับมองหน้ากันไปมาด้วยท่าทีลำบากใจ
“พี่เมฆพี่ยังไม่ได้บอกพี่กวีงั้นเหรอ”ลูกกิลด์คนหนึ่งถามพลางมองไปทางเมฆเหมือนจะโยนปัญหาตรงนี้ไปให้เมฆจัดการเสียอย่างนั้น
“เรื่องนั้น...”เมฆที่มีท่าทีนิ่งอยู่ตลอดได้ยินก็ทำหน้าลำบากใจออกมาทันทีจะว่าไงดีล่ะมันเป็นเรื่องที่พูดยากนี่นา
“มีอะไรงั้นเหรอ”กวีขมวดคิ้วด้วยท่าทีสงสัยปกติเมฆไม่เก็บความลับกับเขานี่นาทำไมคราวนี้ถึงไม่ยอมพูดเหมือนเป็นเรื่องไม่ดีเสียอย่างนั้น
“กวี...ชื่อกิลด์สุริยันจันทราน่าจะมีคนใช้ไปแล้วล่ะ”เมฆตอบพลางยิ้มเจื่อนๆออกมา
“ใช้ไปแล้วใครใช้งั้นเหรอ”กวีถามพลางขมวดคิ้วด้วยท่าทีสงสัย ปกติกวีจะเข้าไปบุกเบิกเกมใหม่ ๆร่วมกับเพื่อนๆเสมอและด้วยความเร็วในการเก็บเลเวลหรือหาไอเทมทำให้โอกาสที่กวีจะสร้างกิลด์ได้ก่อนชาวบ้านเป็นเรื่องแทบจะปกติและชื่อกิลด์ สุริยันจันทรา ของกวีก็ไม่มีใครกล้าเอาไปใช้หรอกเพราะหากมีคนจำผิดอาจจะโดนเล่นงานแทนก็ได้
“ไอ้เจ้าเหน่งนะสิ....เจ้านั่นมันเอาชื่อกิลด์สุริยันจันทราไปตั้งเป็นชื่อกิลด์รองของมัน”เมฆตอบด้วยท่าทีลำบากใจเหน่ง เป็นหัวหน้ากิลด์คนหนึ่งที่อยู่ในกลุ่มพันธมิตรเดียวกับกิลด์อัศวินนภาเสียดฟ้า และ หัตถ์อสูรกิลด์เหล่านี้ร่วมมือกันต่อต้านกิลด์ของกวีมาตลอดจนกระทั่งกวีหายตัวไปไม่นึกเลยเหน่งจะแค้นขนาดเอาชื่อกิลด์สุริยันจันทราไปสร้างกิลด์เด็กแบบนั้น
“ไอ้เจ้านั่น”กวีกุมขมับด้วยท่าทีปวดหัวไม่นึกเลยว่าหัวกิลด์ใหญ่จะทำนิสัยเป็นเด็กแบบนี้แต่ชื่อกิลด์โดนเอาไปใช้แล้วก็ช่วยไม่ได้งั้นก็ต้องตั้งชื่อใหม่สินะ
“คงต้องสั่งสอนเจ้านั่นสักหน่อยแล้วแต่ก่อนอื่นพวกเราต้องเก็บเลเวลกันให้ถึงห้าสิบเสียก่อน”กวีถอนหายใจออกมาก่อนจะเปิดหน้าต่างตัวละครของตนขึ้นมาดูการสร้างกิลด์จะต้องมีเลเวล 50 เป็นอย่างน้อย ตอนนี้กวียังขาดอยู่อีกนิดหน่อย
“พี่กวี ถ้าจะเก็บเลเวลพวกเราช่วยได้นะครับ”ลูกกิลด์ตรงหน้ากวีเสนอตัวช่วยเหลือทันทีการพาผู้เล่นเลเวลน้อยเก็บเลเวลอย่างรวดเร็วนั้นสามารถทำได้ไม่ยากขอเพียงพวกเขาพากวีไปด้วยก็สามารถเลื่อนเลเวลเข้า 50 ได้ในพริบตา
“ไม่เป็นไรผมมีที่ที่เล็งเอาไว้แล้ว”กวีตอบก่อนจะมองไปทางเจที่ยืนอยู่ด้านหลังตอนนี้พวกเจต่างมองกันไปมาด้วยท่าทีประหลาดใจ คนพวกนี้กวีเรียกมากะทันหันแสดงว่าแต่ละคนต้องใช้วาร์ปเดินทางมาแน่ ๆ คนพวกนี้ไม่ใช่ผู้เล่นชนชั้นธรรมดาแต่กลับยอมเชื่อฟังคำสั่งกวีอย่างว่าง่ายเรื่องแบบนี้พวกเจแม้จะอยากชินแต่ก็ไม่ชินเสียที
.
.
“พี่กวี.....”หลังจากจัดการเรื่องการนัดหมายกับสมาชิกในกิลด์เสร็จกวีก็พาปาร์ตี้ของตนเองมายังดันเจี้ยนแห่งหนึ่งที่อยู่ทางตะวันออกของเมืองการ์กันที่นี่เป็นถ้ำขนาดใหญ่ที่ส่งกลิ่นอายน่าสยดสยองออกมาอย่างเห็นได้ชัดแถมที่หน้าถ้ำยังมีป้ายเขียนเอาไว้อีกต่างหาก
“ที่ที่พี่จะเก็บเลเวลคือที่นี่เหรอ”มีนถามพลางมองภาพตรงหน้าด้วยท่าทีอึ้งๆ ป้ายที่เขียนคำว่า ถ้ำผีดิบ ถูกสลักเอาไว้เบื้องหน้าอย่างเด่นชัดไม่มีทางอ่านผิดไปได้แน่ ๆ แถมบรรยากาศทางเข้าดันเจี้ยนยังเห็นได้ชัด ๆเลยว่าเป็นสถานที่แบบไหน
“ใช่ ที่นี่มีมอนสเตอร์ผีดิบอยู่เยอะเลยอาจจะยากสักหน่อยแต่ได้ค่าประสบการณ์ดีแน่ ๆ”กวียิ้มด้วยท่าทีมั่นใจแต่มีนที่อยู่ด้านหลังกลับมีท่าทีไม่อยากจะเข้าเสียเท่าไร
“พี่มีนกลัวผีเหรอคะ”ไอช่าถามพลางหันไปมองมีนด้วยท่าทีเป็นห่วงมีนเพิ่งเคยเล่นเกมเสมือนจริงอาจจะไม่ชินเหมือนกับคนอื่น แต่ในเกมมันก็ต้องมีมอนสเตอร์รูปแบบผีอยู่แล้ว
“ก็มัน......”มีนทำหน้าลำบากใจออกมาก่อนจะมองไปทางกวีเหมือนจะขอความเห็นใจ
“ที่นี่เป็นที่ที่ดีมากพวกเรารีบเข้าไปกันเถอะ”กวียิ้มด้วยท่าทีใจดีแต่กลับไม่สนท่าทีกลัว ๆของมีนเลยสักนิดพอเห็นกวีทำท่าจะเดินเข้าไปแล้วมีนก็ได้แต่ฝืนเดินตามไปอย่างช่วยไม่ได้จะให้แยกทางกันเพราะกลัวผีได้ยังไงกัน
“ชั้นหนึ่งไม่ค่อยมีอะไรมากมีแค่ผีดิบทั่วไปเลเวลสี่สิบพวกมันช้าแล้วก็นิ่มมากคงผ่านไปชั้นสองได้ไม่ยาก”เมฆพูดพลางชักดาบออกมาถือเตรียมพร้อมเอาไว้ถ้ำผีดิบแห่งนี้อยู่ใกล้กับเมืองการ์กันก็จริงแต่ใกล้กับอีกเมืองมากกว่าทำให้มีผู้เล่นธรรมดาจากเมืองอื่นๆมาเก็บเลเวลกันไม่น้อย ภายในถ้ำชั้นแรกเลยมีผู้เล่นเดินกันเต็มไปหมดแทบจะไม่มีอะไรให้พวกกวีทำเลย
“มีน.....ทำไมมาเดินใกล้แบบนี้ล่ะ”กวีถามพลางเหล่มองมีนที่เข้ามายืนด้านหลังตนเองไม่ห่างเสียอย่างนั้นปกติมีนเป็นสายต่อสู้ระยะประชิดต้องยืนล้ำหน้ากวีไปนิดหน่อยถึงจะถูก
“เปล่าค่ะ.....”มีนตอบพลางส่ายหน้าช้าๆ แต่สายตาก็ยังเหลือบไปมองเหล่าผีดิบที่กำลังต่อสู้กับปาร์ตี้อื่นไม่วางตาภาพร่างมนุษย์ผิวซีดเซียวและมีรอยแผลที่ไร้เลือดไหลออกมานั้นดูน่ากลัวไม่น้อยเลยมันเหมือนได้เข้าไปอยู่ในหนังซอมบี้อย่างไงอย่างงั้นเลย
“แบบนี้จะไหวเหรอครับพี่กวี”เจถามพลางมองไปทางมีนด้วยท่าทีเป็นห่วงแม้ปากจะบอกว่าไม่มีอะไร แต่เธอกลัวอยู่ไม่ใช่หรือไง
“ถ้ามัวแต่กลัวแบบนี้ก็ทำหน้าที่ไม่ได้ไม่ใช่หรือไง”เมฆพูดพลางมองมาทางมีนด้วยท่าทีดุๆ หากคู่ต่อสู้เป็นพวกผีดิบแล้วจะสู้ไม่ได้เลยงั้นหรือ
“ขอโทษค่ะ”มีนตอบพลางก้มหน้าลงเล็กน้อยถึงจะเข้าใจว่ามอนสเตอร์พวกนี้เป็นแค่สิ่งจำลองขึ้นมาก็เถอะแต่ความสมจริงของเกมสมัยนี้มันน่ากลัวมากจริง ๆนะ...
“อย่าเพิ่งเป็นห่วงคนอื่นเลยตอนนี้เจต้องเป็นคนที่ทำใจเอาไว้มากที่สุดนะ”กวีหัวเราะออกมาก่อนจะยิงเวทมนตร์เข้าใส่ผีดิบที่เกิดขึ้นมาตรงหน้า
“เอ๋ทำไมล่ะครับ”เจเลิกคิ้วด้วยท่าทีสงสัยก่อนจะถือโล่เดินเข้าไปรับการโจมตีของผีดิบอย่างง่ายดาย
“เป้าหมายของเราอยู่ลึกลงไปที่ชั้นสี่ที่นั่นมอนสเตอร์โจมตีแรงสุด ๆเลยล่ะ”กวียิ้มออกมาเหมือนกำลังแกล้งเจอยู่ไม่มีผิดสถานที่แห่งนี้เป็นสถานที่ยอดนิยมในการเก็บเลเวลทำให้หาข้อมูลได้ไม่ยากมอนสเตอร์ที่อาศัยอยู่ที่ชั้น 4 นั้นเป็นผีดิบที่มีร่างกายเป็นนักรบมาก่อนพวกมันเป็นทหารเกราะโลหะที่ภายในกลายเป็นผีดิบไปแล้ว นอกจากจะแข็งแกร่งเพราะมีชุดเกราะปกคลุมแต่ยังโจมตีได้รุนแรงจนผู้เล่นส่วนใหญ่ไม่อยากเข้าไปในชั้น 4 กันเท่าไร
“พี่ว่าไงนะ”เจเบิกตากว้างด้วยท่าทีอึ้งๆ นึกว่าจะมาเก็บเลเวลที่ชั้น 2 อย่างที่คนอื่น ๆนิยมเสียอีก