ยามสายของวันรุ่งขึ้น...ทว่าวันนี้อากาศยังขมุกขมัวด้วยก้อนเมฆ
ฟู่หลิงเฉินทำตามสัญญาที่ให้ไว้ชายหนุ่มพาหม่าฉางซิ่วและบุตรชายมาเดินเที่ยวในตลาดกลางเมืองร้านแรกที่หญิงสาวจากบ้านสกุลหม่าสนใจให้เขาพาเข้าไปนั้นคือร้านขายผ้าชื่อดังของเมืองเหยาอันผ้าทอเนื้อดีสีสันงดงามเด่นด้วยลายปักประณีตหลากหลายสำรับล้วนถูกยกมาให้นางได้เลือกชมจนกว่าคุณหนูฉางซิ่วจะพอใจนางเพียงพยักหน้าฟู่หลิงเฉินก็ยินยอมจ่ายมือหนักสำหรับผ้าทุกสำรับที่แขกคนสำคัญของมารดาเขา้า
“เฮ้อ...” ฟู่เจียนจื่อทำสีหน้าเบื่อหน่ายกับเวลาที่สูญไปในร้านขายผ้า
“คุณชาย” จินป๋ายไช่แตะที่ข้อศอกของเด็กชาย “อยากกินขนมไหมเ้าคะป๋ายไช่จะวานหวังจงไปหาซื้อมาให้”
“อยากกินสิ”
อะไรก็ได้เอามาให้เขาเถอะ ยามนี้ขอแค่ได้เคี้ยวฟางข้าวเขาก็คงจะมีความสุขมากกว่ามานั่งรอบิดาเขาพาน้าฉางซิ่วเลือกซื้อผ้าเป็ไหนๆนั่นก็จะเอา...นี่ก็จะเอา หนึ่งปีจะตัดใส่ได้ครบหรือไม่หนอ
จินป๋ายไช่ควักเงินออกจากถุงผ้าของนางนางสั่งความกับหวังจงให้ข้ามไปซื้อขนมถั่วทอดที่ตั้งร้านอยู่ฝั่งตรงข้ามเยื้องๆร้านขายผ้าแห่งนี้ นางมองขนมร้านนั้นมาชั่วครู่แล้ว คนเข้าไปซื้อไม่ขาด คงจะอร่อย แถมคนทำก็มองแล้วท่าทางสะอาดสะอ้านคุณชายน้อยกินเข้าไปคงจะไม่เสาะท้องเป็แน่
ออกจากร้านไปไม่นานนักหวังจงก็ได้ขนมถั่วทอดอุ่นๆ มาสองชิ้น
ฟู่หลิงเฉินปรายตามองลูกชายและพี่เลี้ยงสาวซึ่งนั่งอยู่ที่โต๊ะรับรองของร้านเป็พักๆวันนี้จินป๋ายไช่สวมชุดสีเหลืองอมส้มดูสดใสตัดกับวันฟ้าหม่น แม้นางได้เลื่อนขั้นไม่ต้องแต่งชุดสาวใช้บ้านสกุลฟู่แต่เท่าที่สังเกต เสื้อผ้าของนางก็ล้วนวนเวียนอยู่ไม่กี่ชุดผ้าที่ได้รับจากมารดาเขา นางก็แบ่งส่งกลับไปบ้านญาติๆ ส่วนผ้าเหลือพับนางก็เอามาตัดเย็บจนมันเข้ากันได้เป็ชุดใหม่อีกชุด เสื้อผ้าผมเผ้าของนางนั้นสะอาดน่ารักชวนมองแต่นางไม่นึกอยากจะแต่งตัวสวยงามเฉิดฉายสารพัดชุดอย่างพี่เลี้ยงเด็กหรือสาวใช้บ้านอื่นเลยหรือไรใช่ว่าสกุลฟู่ห้ามปรามนางเสียเมื่อไร
“นายท่านสนใจผ้าชิ้นไหนเป็พิเศษอีกไหมขอรับนอกจากผ้าสำหรับตัดชุดสตรีแล้ว ข้ายังมีผ้าสำหรับตัดชุดผู้ชายด้วยนะขอรับสำหรับบุตรชายของท่านก็มีเหมือนกัน” เถ้าแก่ร้านผ้าเสนอขายสินค้าของเขา
“อีกสักวันสองวันแม่ของข้าคงจะมาเลือกดูอีกครั้งหากท่านมีลายหรือผ้าสีใหม่ๆ อยากจะแนะนำก็เตรียมไว้เถิด ท่านแม่ไม่ค่อยจะได้ออกจากบ้านมาที่ไกลๆนัก หนนี้คงอยากจะได้ผ้าสวยฝีมือทองดงามจากร้านท่านไปเป็ของฝากมากโขอยู่”
เถ้าแก่ร้านขายผ้ายิ้มจนตาหยีเขาก้มตัวโค้งคำนับเล็กน้อยยินดีกับคำชมและเม็ดเงินที่กำลังจะได้เพิ่มในอนาคตอันใกล้
“ผ้าผืนนี้...” ฟู่หลิงเฉินสะดุดตากับผ้าสีฟ้าอ่อนมีลายสานเป็เส้นเล็กๆขึ้นริ้วนูนตลอดผืน
“อ้อ...ผืนนี้ทอนานแล้วขอรับ”เขาดึงผ้าพับที่อยู่ด้านล่างสุดขึ้นมาก่อนจะคลี่ออกให้ชายหนุ่มดูประมาณศอกหนึ่ง“พอโดนแสงแบบนี้จึงจะเห็นลายชัด”
“ข้าก็เห็นเช่นนั้น”
“เหลือเพียงพับเดียวลายทอเป็เอกลักษณ์ แนวนี้มีไม่กี่คนที่ทอกัน ผิวัันุ่มเส้นด้ายละเอียดเพราะเป็ฝ้ายพันธุ์ดี ข้ารับซื้อมาจากหญิงชราทอผ้าฝีมือดีคนหนึ่งบ้านนางอยู่นอกเมือง แต่น่าเสียดายว่านางนั้นได้เสียชีวิตไปแล้วไม่มีใครรับ่ต่อจากนางจำนวนผ้าที่เหลือถ้าเอาไปผสมกับผ้าชิ้นอื่นถึงจะตัดเป็ชุดใหม่ได้ขอรับ”
“...ผ้าผืนนี้สวยทีเดียวนะพี่หลิงเฉิน”หม่าฉางซิ่วที่เสร็จสิ้นจากการเลือกผ้าพับสุดท้ายส่งให้ผู้ช่วยของร้านผ้านำไปห่อเดินเข้ามาร่วมวงสนทนา นางยื่นมือลูบไปบนผืนผ้า
“นุ่มเชียวข้าก็มัวแต่สนใจพวกผ้าแพร ผ้าไหมลืมไปเลยว่าผ้าที่ทอจากฝ้ายผืนนี้ก็สวยไม่น้อยไปกว่ากันเลย” หญิงสาวทาบผืนผ้าลงบนหลังมือที่โผล่พ้นออกจากชายแขนเสื้อ
ปรกติฟู่หลิงเฉินเป็คนเก็บอารมณ์หากแต่หนนี้เขากลับลืมตัวเผยความรู้สึกออกมาให้ฝ่ายตรงข้ามได้เห็นชั่วแวบเดียวเท่านั้นที่หม่าฉางซิ่วสังเกตเห็นความไม่พอใจปรากฏในดวงตาว่าที่สามีของนาง
หรือเขาตั้งใจจะซื้อให้คนอื่น...
“น่าเสียดายที่ข้าซื้อผ้าไปมากแล้วผืนนี้พี่หลิงเฉินคงตั้งใจจะซื้อเป็ของฝากผู้อื่นกระมัง” นางถามเขาพร้อมกับรอยยิ้มแม้รู้สึกพอใจผ้าผืนนี้ ทว่าไม่ได้อยากตัดใส่เอง เพียงแค่คิดว่ามันสวย และของสวยๆทุกอย่างในร้านนางมีสิทธิ์เลือกซื้อก่อน แต่ยามนี้นางยินดีถอยหนึ่งก้าว
“พี่้าจะมอบผ้าผืนนี้ตอบแทนแก่คนผู้หนึ่งยังมีผ้าสวยๆ ร้านอื่นรอให้เ้าเลือกซื้อ ให้พี่พาเ้าไปเลือกซื้อเถอะ”
“ขอบคุณพี่หลิงเฉิน”หม่าฉางซิ่วยิ้มอย่างเอียงอาย ชมชอบที่เขาเอาใจนาง
“เถ้าแก่ห่อผ้าผืนนี้แยกต่างหากให้ข้าด้วย” ฟู่หลิงเฉินสั่ง ชายหนุ่มจ่ายเงินเมื่อตรวจรายการสินค้าเสร็จเรียบร้อยเขาทิ้งคนงานไว้สองคนเพื่อรอยกพับผ้าทั้งหมดกลับไปบ้านพัก
เมื่อทั้งหมดออกจากร้านขายผ้าแล้วก็มุ่งตรงไปยังร้านขายเครื่องหอมและเครื่องแต่งหน้าที่ตั้งถัดไปอีกถนนมื้อเที่ยงฟู่หลิงเฉินจะพา หม่าฉางซิ่วและบุตรชายไปกินข้าวที่โรงเตี๊ยมเป็อาหารแบบเดียวกับที่สั่งให้พ่อครัวทำแล้วส่งไปที่บ้านพักสำหรับมารดาเขากับฟูเหรินหม่า
ตามรายทางฟู่เจียนจื่ออยากจะได้สิ่งใดไม่ว่าจะเป็ของเล่นท้องถิ่น ขนมหน้าตาแปลกๆ บิดาของเขาก็ยินดีซื้อให้ชายหนุ่มรู้ถึงความเบื่อหน่ายของบุตรชายเป็อย่างดี เพราะนานครั้งที่เขาจะตามใจเด็กชายแบบนี้ได้เห็นรอยยิ้มและเสียงหัวเราะหลังจากเด็กน้อยทำหน้าบูดบึ้งเป็พักๆเขาก็ดีใจมากแล้ว
“ท่านพ่อๆ” ฟู่เจียนจื่อดึงที่ชายแขนเสื้อของบิดา
ฟู่หลิงเฉินก้มเอวลงเพื่อฟังเสียงกระซิบของบุตรชาย
“ลูกไม่อยากจะเข้าไปขอไปนั่งกินขนมที่ร้านฝั่งโน้นกับป๋ายไช่ได้หรือไม่ขอรับ” ชายหนุ่มมองตามนิ้วเล็กๆ
ถนนฝั่งตรงข้ามมีเพิงขนาดเล็กเปิดขายขนมหวานและน้ำชาอยู่ใกล้กันนั้นมีแผงขายของอีกสามสี่แผง เขาพยักหน้าอนุญาตตามความ้าของเด็กน้อย
เมื่อปลีกตัวออกมาเพียงลำพังแล้วจินป๋ายไช่สั่งน้ำชาและขนมมาอย่างละสองถ้วยเล็กสำหรับนางกับคุณชายน้อยพวกนางยังต้องเผื่อท้องไว้กินข้าวอีก ก่อนจะเดินข้ามถนนมานายท่านได้บังคับยื่นถุงเงินให้นางจำนวนหนึ่งนางตาโตเมื่อเขาบอกว่าอยากได้อะไรก็เลือกซื้อเอา จำนวนเงินที่ได้รับนั้นมากอยู่นางขอบคุณน้ำใจของเขา แต่ถึงอย่างนั้นแล้วก็ไม่กล้าจะใช้นอกเหนือจากการจ่ายค่าขนมและน้ำชา
หลังกินเสร็จและจ่ายเงินเป็ที่เรียบร้อยแล้วฟู่เจียนจื่อก็ลุกไปสำรวจแผงขายของที่อยู่ติดๆ กัน
“เ้าไม่อยากได้ของพวกนี้บ้างหรือ”เขาถามเพราะสงสัย ชี้นิ้วไปที่กระจกอันเล็กแป้งทาหน้าที่อัดอยู่ในตลับไม้ และชาดสีแดงสดที่วางเรียงรายอยู่ในกล่องนอกนั้นก็ยังมีของใช้กระจุ๋มกระจิ๋ม ของประดับผม ด้ายถักสีสวยๆเขาไม่ค่อยจะเห็นพี่เลี้ยงสาวนำสิ่งของพวกนี้ขึ้นมาใช้ปรุงแต่งเรือนกายเท่าใดนัก
เพราะสำหรับความคิดและสายตาของฟู่เจียนจื่นนั้นจินป๋ายไช่ค่อนข้างทำตัวจืดชืด เมื่อเทียบกับคุณหนูฉางซิ่วที่ประโคมใส่ทุกอย่างเมื่อมองแล้วเขาแสบตาเพราะความวูบวาบของเครื่องประดับและชุดที่ปักดิ้นทองของนาง!
“ป๋ายไช่มีกระจกอยู่แล้วเ้าค่ะส่วนแป้งและชาดนั้น บ่าวคิดว่าไม่จำเป็ บ่าวไม่ได้ออกไปไหนนี่เ้าคะ”
“ถึงไม่ได้ไปไหนก็เอามานั่งส่องๆ ดูความงามของตัวเองไง” เด็กน้อยนึกถึงคุณหนูบ้านหม่าเวลานั่งเล่นในสวนสาวใช้ก็ยังยื่นกระจกให้นางส่องออกบ่อยไป
“ป๋ายไช่มีความงามให้ส่องเสียที่ไหนกันเล่าเ้าคะ”หญิงสาววัยสิบหกหัวเราะเสียงสดใส
“เ้าก็สวยดีออก”เด็กชายชมด้วยความจริงใจ
จินป๋ายไช่ยิ้มแก้มแดง