บทที่ 9 ความน้อยใจ
หนานลี่นอนแน่นิ่งอยู่บนพื้นราวกับไร้ลมหายใจ จนกระทั่งตะวันตกดิน จันทราลอยเด่นขึ้นเหนือศีรษะ แม้รองเท้าสีขาวปรากฏขึ้นในหางตานางก็ยังคงนอนนิ่ง
"ยังโกรธอยู่หรือ" เสียงที่ใสราวกับน้ำแข็งดังขึ้นเหนือศีรษะ น้ำเสียงแฝงไปด้วยความจนใจ
หนานลี่ได้ยินดังนั้นก็ค่อยๆเงยหน้าขึ้นมองด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความคับข้องใจ ทุกความรู้สึกมันเขียนอยู่ในดวงตาของนางแล้ว
เป่ยิอินมองหนานลี่ที่เป็เช่นนั้น หัวใจก็รู้สึกเ็ปอย่างบอกไม่ถูก
อย่างไรก็ตาม ความรู้สึกแปลกๆนี้หายไปอย่างรวดเร็ว เขานั่งลงพลิกมือขวาของหนานลี่ เห็นาแที่เต็มไปด้วยเื มีเศษถ้วยปักอยู่หลายชิ้น แววตาของเป่ยิอินเ็าลงทันที
"เ้าาเ็ได้อย่างไร"
หนานลี่เบือนหน้าหนี ดึงมือกลับอย่างดื้อรั้น แต่เป่ยิอินแข็งแรงกว่านาง แม้ออกแรงทั้งหมดที่มี แต่พยายามเท่าไหร่ก็ดึงมือที่าเ็กลับมาไม่ได้
ช่างเถอะ เขาอยากจับก็จับไป ว่าแต่ท่านมองาแที่เต็มไปด้วยเืแล้วไม่เกิดความรู้สึกรังเกียจหน่อยหรือ
"เ้าได้รับาเ็ได้อย่างไร" เมื่อเห็นหนานลี่ไม่ตอบ เป่ยิอินจึงถามอีกครั้ง
หนานลี่รู้สึกน้อยใจจึงส่งเสียงในลำคอ แล้วพูดว่า "โดนเศษถ้วยบาดเ้าค่ะ"
นางโกรธเขาจึงไม่ยอมรักษาาแ ปล่อยให้มันหายเอง
"เหตุใดถึงซุ่มซ่ามเช่นนี้" เป่ยิอินขมวดคิ้วแน่น ยิ่งเห็นรอยฟกช้ำบนหลังมือของหนานลี่ เขาก็ยิ่งโกรธ
กลิ่นอายที่เขาแผ่ออกมา มันทำให้หนานลี่กดดันเล็กน้อย
นางระบายลมหายใจแล้วพูดว่า "หากข้าบอกว่ามือของข้าเป็แบบนี้เพราะศิษย์น้องหญิงของท่าน ท่านจะเชื่อหรือไม่เ้าคะ" พูดจบก็ยักไหล่อย่างจนใจ "ในใจของท่าน ศิษย์น้องหญิงเป็คนอ่อนโยนใจดี ไม่มีทางทำร้ายคนอื่นลับหลังหรอก ท่านต้องเข้าข้างนางแน่ๆ..."
อย่างไรก็ตาม เป่ยิอินกลับทำสีหน้าจริงจัง "ข้าเชื่อ" พูดจบก็จูงมือหนานลี่เดินออกไป
หนานลี่กระพริบตาปริบๆ เขาบอกว่าเชื่อนางหรือ? รู้สึกดีใจนิดหน่อยแฮะ ความน้อยใจเมื่อครู่ค่อยๆมลายหายไป
หนานลี่ "พวกเราจะไปไหนหรือเ้าคะ"
เป่ยิอินตอบโดยไม่หันกลับมามอง "ไปทายา"
....
นี่เป็ครั้งแรกที่หนานลี่ได้เข้ามาในห้องของเป่ยิอิน ห้องของเขาสะอาดเรียบง่าย มีกระถางดอกปี่อั้นสีม่วงอ่อนวางอยู่ตรงหน้าต่าง คอยส่งกลิ่นหอมอ่อนๆ
"อาจจะเจ็บสักหน่อย อดทนเอานะ" เสียงเรียบเฉยของเป่ยิอินดังขึ้นข้างๆหู
หนานลี่ค่อยรู้สึกตัว มือของนางยังคงถูกเป่ยิอินจับอยู่ ตอนนี้เขากำลังใช้แหนบคีบเศษถ้วยออกจากแผลอย่างระมัดระวังด้วยสีหน้าจริงจัง
หนานลี่คิดในใจ : พระเอกรู้สึกผิดกับข้าหรือไง
ระบบ "โฮสต์ข้าว่าท่านแย่งบทของนางเอกแล้ว!"
หนานลี่ "..."
หนานลี่มองฝ่ามือที่ถูกพันจนหนาเตอะก็อดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมา ใบหน้าบิดเบี้ยวเล็กน้อย "ขอบพระคุณเ้าค่ะ!"
เป่ยิอินลุกขึ้นยืน พูดด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบว่า "พรุ่งนี้ข้าต้องออกไปข้างนอก ในเมื่อมือของเ้าได้รับาเ็ เช่นนั้นก็ไปกับข้าด้วยก็แล้วกัน"
หนานลี่เงยหน้าขึ้น มองดวงตาสีดำขลับของเป่ยิอิน พยักหน้าตอบรับด้วยรอยยิ้ม "เ้าค่ะ!"
"ศิษย์พี่ ท่านจะพาปีศาจน้อยนั่นไปด้วยหรือเ้าคะ" เสียงอันขมขื่นของสุ่ยเซียนดังขึ้นที่หน้าประตู คาดว่านางคงเห็นหนานลี่ถูกพาเข้ามา จึงแอบลอบฟัง พอได้ยินว่าหนานลี่จะออกไปกับศิษย์พี่ จึงผลักเปิดประตูเข้ามา
เป่ยิอินคล้ายล่วงรู้แต่แรกแล้ว เขาไม่ได้ใ เพียงผงกหัวยืนยันด้วยสีหน้าเรียบเฉย "ข้าจะออกไปหาสมุนไพรแก้พิษให้เ้า นางเป็ปีศาจบุปผา รอบรู้เื่พืชพรรณเป็อย่างดี พานางไปด้วยจะได้ทำอะไรสะดวกขึ้น ศิษย์น้องอยากได้อะไรเป็พิเศษหรือไม่"
ใบหน้าของสุ่ยเซียนซีดเผือดแล้วก็แดงก่ำ ก่อนจะก้มหน้าลงแล้วส่ายหัว "ไม่...ไม่มีเ้าค่ะ ขอให้ศิษย์พี่เดินทางปลอดภัยเ้าค่ะ"
สุ่ยเซียนทำตัวเรียบร้อยเช่นนี้ หนานลี่ถึงกับเลิกคิ้วขึ้น นางเอกนี่มันขี้ขลาดจริงๆหรือว่าข้าจะช่วยเ้าสักหน่อยดี? ในฐานะคนยุคโลกาวินาศ ข้าไม่ชอบความอ้อมค้อมของคนโบราณเอาเสียเลย
ดังนั้น "หนานลี่จิตอาสา" จึงเดินไปข้างหลังสุ่ยเซียน แล้วผลักนางเบาๆ ร่างของสุ่ยเซียนจึงเซไปซบอกเป่ยิอิน
หนานลี่ยิ้มหวาน ยกมือข้างหนึ่งสยายผมแล้วก็รีบวิ่งหนี และไม่รู้ว่านางหูฝาดหรือเปล่า ที่ได้ยินเสียงกัดฟันดังมาจากข้างหลัง
...
หนานลี่วิ่งเล่นบนหิมะอย่างสนุกสนาน ตอนอยู่ในยุคโลกาวินาศ มลพิษในอากาศร้ายแรง พื้นดินก็มืดครึ้ม ไม่เห็นหิมะสวยๆแบบนี้ นางจึงตักหิมะเข้าปาก รสชาติเย็นสดชื่น อร่อยกว่าไอศกรีมที่นางเคยกินเสียอีก
หนานลี่เลียริมฝีปากด้วยความเสียดาย เอื้อมมือไปเด็ดดอกเหมยบนกิ่งไม้ที่มีหิมะปกคลุมอยู่ ก็ได้ยินเสียงฝีเท้าดังขึ้นข้างหลัง นางจึงพูดด้วยรอยยิ้มว่า "ไม่ต้องขอบคุณข้าหรอก แค่เื่เล็กน้อยเท่านั้น"
"อ้อ เื่เล็กน้อยของเ้าคือผลักศิษย์น้องข้าแบบนั้นหรือ"
หนานลี่ใจหายวูบ นี่มาเอาเื่นางหรือไง? หรือว่าทั้งสองคนยังไม่ได้รักกัน? แต่ไม่น่าเป็แบบนี้สิ สุ่ยเซียนเอ๋ย นี่ตกลงเ้าได้บทนางเอกจริงๆใช่หรือไม่?