เหนือพิภพ สยบสวรรค์ (ภาค 1 เหนือพิภพ)

    ตอนที่ 46 ระดับก่อเกิด

    ตอนที่ 46 ระดับก่อเกิด

     

    ที่เจิ้งฟู่เรียกตงควงให้มาพบก็เพราะว่าเขาต้องการให้ตกควงนำชิ้นส่วนของสัตว์อสูรไปขายที่ตลาดใกล้ๆนี้โดยการนำเนื้อและหนังมันไปขายก่อนส่วนเครื่องในนั้นเขาค่อยเอาไปขายทีหลัง.........


    เนื้อของสัตว์อสูรที่เขาเก็บมานั้นหนักกว่าสองร้อยชั่งทีเดียว (1ชั่ง = 500 กรัม หรือครึ่งกิโล) ซึ่งถือได้ว่าเยอะพอสมควรแต่เขาให้ตงควงนั้นนำไปขายเพียงแค่ครึ่งเดียวส่วนขนและหนังของมันเจิ้งฟู่แบ่งเพียงส่วนเดียวเท่านั้นเพราะว่าหนังและขนของมันดูท่าจะมีมูลค่ามากกว่าเนื้อ......


    เวลาผ่านเลยไปในที่สุดตงควงก็กลับมาพร้อมกับเงินจำนวนหนึ่ง....


    ตงควง: นายน้อยเนื้อของอสูรที่นำไปขายนั้นได้ราคาทั้งหมดหนึ่งหมื่นเหรียญผลึกอสูรขอรับ!!


    หนึ่งหมื่นเหรียญผลึกอสูร!!


    *ราคาของมันสูงทีเดียวนี่เพียงแค่ครึ่งเดียวเองนะเนี่ย*


    ตงควง: แต่ส่วนหนังของมันข้าได้ไปสำรวจดูแล้วไม่มีร้านไหนพอจะรับซื้อมันได้เลย!!


    "มันขายไม่ได้ราคาอย่างนั้นหรอ?"


    ตงควง: ป่าวขอรับแต่วาทุกคนต่างก็พูดเป็นเสียงเดียวกันว่าราคาของมันสูงเกินไปไม่สามารถจ่ายได้พวกเขาแนะนำให้ไปที่เมืองอินทรีหรือไม่ก็เมืองสายธารขอรับ!!


    "อย่างนั้นหรอกหรอ อืมไม่เป็นไรขอบคุณท่านมาก"


    เจิ้งฟู่รับถึงเงินจากตงควงมาจากนั้นเขาก็แยกเงินจำนวนหนึ่งออกมาและโยนมันกลับไปให้ตงควง....


    "นี่สำหรับท่าน"


    หมับ!!


    เมื่อตงควงรับถุงมาเขาเปิดดูข้างในทันทีและก็พบว่าข้างในถุงมีเงินอยู่จำนวนสี่พันเหรียญผลึกอสูรอยู่ข้างในนั้นสีหน้าของมันถึงกับตกตะลึงและมองไปที่เจิ้งฟู่และมันก็ทำท่าจะคืนให้....


    "อย่าได้คิดมากเลยท่านเองก็เหนื่อยเหมือนกันรับมันไปเถอะท่านสมควรที่จะได้รับมัน!!"


    ตงควง: ขอบคุณนายน้อยมากขอรับ!!


    ตงควงประสานมือของมันโค้งคำนับเจิ้งฟู่ด้วยความนอบน้อมจากนั้นสักครู่มันก็ทำท่าลังเลเหมือนต้องการจะพูดอะไรบางอย่างแต่ก็ไม่กล่าวพูดออกไปเมื่อเจิ้งฟู่เห็นดังนั้นเขาจึงเอ่ยถามขึ้น....


    "ท่านมีอะไรอย่างนั้นหรอ?"


    อ๊ะ!!


    ตงควง: นายน้อยคือว่าข้าอยากจะขออนุญาตท่านกลับไปไหว้หลุมศพของพ่อแม่ข้านะ!!?


    ไหว้หลุมศพพ่อแม่!!?


    "ได้สิเรื่องนี้ไม่เห็นต้องทำท่าลำบากเลยเรื่องแบบนี้ข้าไม่ห้ามท่านหรอกท่านจะไปกี่วันหละ?"


    ตงควง: สักสองสามวันขอรับ!!


    "อืม!! ท่าเช่นนั้นก็เดินทางปล่อยภัยหละ"


    เจิ้งฟู่พูดพร้อมกับยิ้มให้อย่างอบอุ่นเขาเข้าใจดีทุกคนต่างก็มีพ่อแม่ด้วยกันทั้งนั้นการกลับไปกราบไหว้ถือว่าเป็นเรื่องที่ดี.....


    ตงควง: ขอบคุณนายน้อยมากข้าจะรีบไปรีบกลับขอรับนายน้อยโปรดระวังตัวด้วย....!!


    อือ!!


    หลังจากนั้นตงควงก็เดินออกไปด้วยความดีใจมันรู้สึกซาบซึ้งใจอย่างมากในปีก่อนๆมันแทบจะไม่มีโอกาสได้ไปไหว้หลุมศพพ่อแม่เลย.....


    เมื่อตงควงจากไปแล้วเจิ้งฟู่ก็กลับไปที่ห้องของเขาตอนนี้เขามีเงินอยู่หมื่นกว่าเหรียญผลึกอสูรแล้วถ้าเขานำเนื้ออสูรไปขายเพิ่มเขาก็จะได้อีกหนึ่งหมื่นและยังไม่รวมกับชิ้นส่วนอื่นๆที่เขายังไม่ได้ขายไปเพียงแค่คิดเจิ้งฟู่ก็ยิ้มจนปากไม่หุบแล้ว....


    *การล่าเป็นการหาเงินได้ไวยิ่งนักแต่ตัวเราตอนนี้คงออกล่าคนเดียวไม่ได้แน่ถ้าเจออย่างไอ้ตัวเมื่อวานเราคงตายแหงแก๋อย่างแน่นอนดังนั้นเราต้องรีบเพิ่มระดับพลังให้เร็วที่สุด*


    เมื่อคิดได้ดังนั้นเจิ้งฟู่ก็ทำการบ่มเพาะพลังของเขาทันทีการที่จะทะลวงผ่านระดับพื้นฐานเข้าสู่ระดับก่อเกิดนั้นยากยิ่งนักและถ้ายิ่งระดับสูงขึ้นมันก็ยิ่งยากขึ้นไปอีก......


    เจิ้งฟู่นั่งในท่าขัดสมาธิภายในห้องของเขาจู่ๆก็มีออร่าแปลกๆห่อหุ้มร่างกายของเขาเอาไว้ทำให้ร่างกายเดียวร้อนเดียวหยาววูบๆวาบๆไปทั้งตัวเขา......


    ก่อนที่เขาจะนั่งสมาธิบ่มเพาะพลังนั้นเขาได้นำหินพลังซีระดับต่ำจำนวนสิบก้อนวางไว้ที่ด้านหน้าของเขาเพื่อทดสอบเรื่องที่เขาคาใจอยู่อีกครั้งและตอนนี้เมื่อเขาสัมผัสถึงความร้อนและความหนาวเย็นที่เกิดขึ้นตามร่างกายเขาได้นั้นจู่ๆเขาก็จมดิ่งไปในห่วงมิติที่เขาพบเจอห่อนหน้านี้อีกครั้ง.....


    "เรามาอยู่ที่นี้อีกแล้ว แสดงว่าการที่จะเข้ามาสู่มิตินี้ได้เราต้องตั้งสมาธิจนถึงขั้นหนึ่งก่อนเพื่อให้มันดูดซับพลังจากหินพลังซีพวกนั้นสินะ"


    เจิ้งฟู่พยายามมองไปรอบด้วยความสงสัยว่ามิตินี้เกิดขึ้นได้ยังไงและทำไมถึงเกิดขึ้นได้เขาจำไม่ได้เลยว่าเขาเคยมีของวิเศษใดๆเพราะจากโลกก่อนหน้าของเขานั้นเขาได้อ่านหนังสือที่มีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นกับตัวละครได้มันต้องมีของวิเศษช่วยแต่ตัวเขาในตอนนี้ไม่ได้มีอะไรเลยแล้วเขาเข้ามาที่นี้ได้ยังไงความคิดมากมายต่างเกิดขึ้นในหัวของเขา......


    "พลังซีในมิตินี้ช่างหนาแน่นยิ่งนักมันมากกว่าข้างนอกถึงสิบเท่าเลยก็ว่าได้เราสัมผัสได้ถึงกระแสพลังที่ไหลเวียนอยู่รอบนี้เพียงแต่ยืนเฉยๆพลังของเราก็เพิ่มขึ้นแล้ว"


    เจิ้งฟู่ไม่รอช้าเขาเริ่มนั่งลงและดูดซับพลังซีในมิตินี้ทันทีเพียงแคเขาเริ่มต้นดูดซับพลังซีขอบเขตพลังในตัวเขามันถูกเติมเต็มอย่างรวดเร็ว....


    ระดับพื้นฐานขั้นเก้าชั้นกลาง!!


    ขั้นเก้าชั้นสูง!!!


    และทันใดนั้นเองขอบเขตพลังของเขาก็เกิดการปั่นป่วนขึ้นมันก่อรูปร่างเป็นแสงสว่างอ่อนๆสีแดงและมันก็เริ่มที่จะชัดขึ้นชัดขึ้นเรื่อยๆๆ.....


    บู้มมมมมมม!!!


    และทันใดนั้นเองมันก็เกิดเสียงกระหึ่มขึ้นภายในร่างกายของเขาคาบของเหลวสีดำไหลซึมออกตามผิวหนังเต็มไปหมด......


    ฟู้วววว!!


    "ในที่สุดเราก็สามารถทะลวงสู้ระดับก่อเกิดขั้นหนึ่งได้แล้ว"


    และในขณะที่เขากำลังดีใจอยู่นั้นจู่ๆแสงสีเขียวก็ค่อยๆสว่างขึ้นสว่างขึ้นและมันก็เกิดเสียงกระหึ่มขึ้นอีกครั้ง....


    บู้มมมมม!!


    ระดับก่อเกิดขั้นสอง!!


    ไม่เพียงแค่พลังของเขาจะเพิ่มมากขึ้นร่างกายของเขาเองก็เกิดการเปลี่ยนแปลงเช่นกันเส้นชีพจรบางเส้นที่มีขนาดเล็กของเขามันเกิดการขยายตัวจนเท่ากับเส้นชีพจรอื่นๆแล้ว.....


    กล้ามเนื้อของเขาเองก็ขยายใหญ่ขึ้นแข็งแกร่งขึ้นและที่มีอีกอย่างที่เปลี่ยนไปโดยที่เขานั้นไม่รู้เลยก็คือเส้นผมของเจิ้งฟู่นั้นค่อยๆยาวขึ้นและเงาขึ้น......


    วู้บบบบบบ!!


    ในขณะที่เจิ้งฟู่กำลังดีใจอยู่นั้นมวนพลังซีในมิติก็ค่อยๆหายไปช้าและภาพทุกอย่างก็เริ่มเปลี่ยนไปทำให้เขากลับมายังมิติเดิมของเขา.......


    เจิ้งฟู่ค่อยๆลืมตาขึ้นช้าๆเขาก็พบว่าคาบของเหลวสีดำเปื้อนเต็มพื้นไปหมดรวมทั้งผมของเขาที่ยาวจนถึงหลังของเขาเลยเมื่อสำรวจตัวเองรีบร้อยแล้วเจิ้งฟู่ก็รีบมองไปที่หินพลังซีทั้งสิบก้อนทันที.....


    อ่ะ!!


    หินพลังซีทั้งสิบก้อนที่ว่างอยู่ด้านหน้าของเขานั้นตอนนี้พวกมันกลายเป็นเพียงแค่ก้อนหินป่าวๆแล้วแต่เจิ้งฟู่ก็ไม่เสียใจเลยกับการที่เสียหินทั้งสิบก้อนไปเพราะว่าเขานั้นได้ทะลวงเข้าสู่ระดับก่อเกิดแล้วแถมยังอยู่ขั้นสองด้วย.....


    "เยี่ยมจริงๆ ถ้าเรามีหินพลังซีมากกว่านี้ก็คงดีเพียงแค่สิบก้อนก็เลื่อนได้ถึงสองขั้นแนะ"


    เจิ้งฟู่ค่อยๆลุกขึ้นช้าๆแต่จู่ๆเขาก็รู้สึกชาไปหมดทั้งตัวเลยเจิ้งฟู่เลยล้มลงนั่งที่พื้นและทำหน้างงสงสัยก่อนจะขัดสมาธิอีกครั้งเพื่อปรับสมดุลของร่างกายเขาเพราะเขาเลื่อนระดับกะทันหันเลยทำให้ร่างกายปรับตัวไม่ทันกับพลังระดับใหม่ของเขา.....


    ฟู้ววววว!!


    เพียงไม่นานเจิ้งฟู่ก็รู้สึกดีขึ้นเขาค่อยๆลุกขึ้นอีกครั้งและก็พบว่าตัวเองนั้นเบาขึ้นมากไม่ชาอีกแล้วและที่หน้าตกใจก็คือเขาสัมผัสได้ถึงเส้นชีพจรที่พิการของเขามันได้รับการแก้ไขแล้วและมันก็ทำให้พลังของเขาหมุนเวียนดีขึ้น.....


    เอี๊ยดดด!!!


    ลูกเจิ้ง!!


    เมื่อเขาเปิดประตูออกมาเจิ้งฟู่ก็พบกับแม่ของเขาที่ยืนรออยู่และเมื่อหันไปด้านข้างก็มีคงซือยืนอยู่ทั้งสองนั้นต่างทำหน้าไม่สบายใจและเมื่อเขาเปิดออกมาถ่างหลิงนางรีบกระโดนเข้าไปกอดเจิ้งฟู่ทันที.....


    "เกิดอะไรขึ้นอย่างนั้นหรอท่านแม่ทำไมพวกท่านถึงทำหน้าแบบนั้นกัน?"


    ถ่างหลิง: นี่ลูกไม่รู้หรอ?


    รู้?


    คงซือ: ลูกอยู่ในห้องมาสองวันแล้วแม่ของเจ้าเลยเป็นห่วงยังไงหละ!!



    สองวัน!!


    ถ่างหลิง: ใช่พวกเราสองคนเห็นลูกนั่งขัดสมาธิอยู่จึงไม่ได้รบกวนแต่นี้ก็ผ่านไปสองวันแล้วแม่เลยคิดว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นกับเจ้าแม่กำลังจะเข้าไปอยู่พอดีเลยแต่เจ้าก็เปิดออกมาก่อน.....


    เจิ้งฟู่เองก็ตกใจเช่นกันเพราะปกติแล้วตอนที่เขาอยู่ในมิตินั้นเวลาภายนอกจะช้ากว่าภายในสิแต่นี้มันกลับต่างกันเขารู้สึกว่าภายในมิติที่เขาอยู่นั้นพึ่งผ่านไปแค่นิดเดียวเอง......


    *เราจะบอกเรื่องมิติลึกลับให้ท่านพ่อท่านแม่รู้ไม่ได้*


    "ข้าไม่ได้เป็นอะไรหรอกครับท่านแม่ ท่านก็เห็นแล้วนิ....เห็นไหมข้าไม่ได้เป็นอะไร"


    เจิ้งฟู่พูดพร้อมกับกระโดดไปมาเหมือนเด็กๆทั่วไปเมื่อถ่างหลิงเห็นแบบนั้นสีหน้าของนางก็ดีขึ้นและยิ้มออกมา........


    ถ่างหลิง: ทีหลังอย่าทำให้แม่เป็นห่วงอีกนะลูก!!?


    ขอรับท่านแม่!!


    ต้องแต่เจิ้งฟู่เดินออกมาคงซือไม่ค่อยได้พูดอะไรที่เป็นแบบนั้นเพราะว่ามันกำลังตกใจในระดับพลังของเจิ้งฟู่อยู่มันยังไม่ได้ขัดจังหวะถ่างหลิงเพราะว่านางเป็นห่วงลูกอยู่แต่เมื่อนางเงียบลงคงซือจึงเปิดปากขึ้น.......


    คงซือ:ลูกเจิ้งนี้เจ้าสามารถทะลวงผ่านระดับก่อเกิดได้แล้วอย่างนั้นหรอ?


    เจิ้งฟู่เมื่อได้ยินคำถามของคงซือเขาหันมาหามันจากนั้นก็ยิ้มให้เล็กน้อยก่อนจะพยักหัวเบาๆ.....


    "ครับท่านพ่อข้าเข้าสู่ระดับก่อเกิดแล้ว" เจิ้งฟู่ตอบพร้อมกับยิ้มด้วยสายตาบ๊อแบ๊วของเขาบวกกับผมที่ยาวสลวยของเขายิ่งทำให้เขาน่ารักขึ้นไปอีก......


    ถ่างหลิงเองก็พึ่งสังเกตได้ว่าผมของเขานั้นยาวขึ้นตัวสูงขึ้นและที่สำคัญเขาดูแข็งแกร่งขึ้นมากเลยด้วยออร่าที่แผ่ออกมาจากตัวเขา.....


    คงซือ: เยี่ยมมากลูกพ่อ เจ้าทำได้ดีมากเมื่อเจ้าถึงระดับก่อเกิดแล้วเจ้าก็มีสิทธิในการฝึกวิชาตัวเบาแล้ว เจ้าจะไป......


    "ไม่หละท่านพ่อ ข้ามีวิชาตัวของข้าอยู่แล้ว!!"


    คงซือถึงกับคิ้วกระตุกและตกใจอย่างมากเมื่อได้ยินเจิ้งฟู่พูดแบบนั้นในหัวของมันนั้นโล่งไปหมดเลยมันไม่รู้ว่ากำลังเกิดอะไรขึ้นกับมันอยู่เหมือนกับมันกำลังฝันอยู่เลยแต่ติดตรงที่มันเป็นความจริง.....


    คงซือ: เมื่อกี่ลูกว่ายังไงนะ?


    "ท่านแม่ข้าหิวข้าวแล้ว เราไปกินข้าวกันเถอะ"


    จ่ะ!!


    เจิ้งฟู่เรียบเปลี่ยนเรื่องทันทีและปล่อยคงซือทิ้งไว้ให้จมอยู่กับความคิดถึงคำพูดของเขาตรงนั้น......


    ดะ ดะ เดี่ยวก่อนลูกเจิ้ง!!


    "อะไรอีกท่านพ่อ ข้าหิวแล้วนะ ท่านแม่ดูท่านพ่อสิ!!"


    ถ่างหลิง: ท่านพี่อย่าพึ่งถามลูกสิ ลูกหินแล้วนะ!!


    คงซือ: แต่ว่า......


    ถ่างหลิง: ถ้าไม่หยุดก็ไม่ต้องกินขาวเลย!! (สกิลเมีย!!)


    คร๊าบบบบบบ!!


    คงซือมีสีหน้าเศร้าและผิดหวังทันทีถึงอยู่ภายนอกเขาจะเก่งหรือเป็นเสื้อร้ายแค่ไหนแต่เมื่ออยู่ในบ้านเขากลับกลายเป็นแมวที่ดูเชื่องๆเท่านั้น........


    ส่วนเจิ้งฟู่เมื่อเห็นแบบนั้นเขาเองก็อดที่จะหัวเราะไม่ได้เขาเคยเห็นเรื่องราวแบบนี้มามากแล้วในโลกกันและในโลกนี้มันก็ไม่ต่างกันพยาเสื้อเจอพยาเมียก็ต้องยอมแพ้อยู่ดี.......


    *พรุ่งนี้พี่ตงควงก็กลับมาแล้วเราชวนเขาออกไปล่าอีกรอบดีกว่าเพราะตอนนี้เราก็อยู่ระดับก่อเกิดแล้วน่าจะไม่มีปัญหาเท่าที่ควร*


    ระยะห่างของระดับพื้นฐานและระดับก่อเกิดนั้นมีความแตกต่างกันอย่างมากเลยเพราะระดับพื้นฐานนั้นจะเน้นไปทางด้านร่างกายมากกว่าส่วนระดับก่อเกิดนั้นเป็นจุดเริ่มต้นของการก่อรูปของพลังซีและฝึกฝนให้เป็นเซียน......

    คล้ายกับเรื่องเหนือพิภพ สยบสวรรค์ (ภาค 1 เหนือพิภพ) ที่คุณอ่าน