แสงแรกของอรุณรุ่งสาดส่องผ่านหน้าต่างผ้าไหมสีแดงเข้ามาในห้องหอที่ยังคงอบอวลด้วยกลิ่นกำยานและดอกไม้ หลิวเม่ยตื่นขึ้นมาบนเตียงไม้แกะสลักที่กว้างใหญ่และเย็นเฉียบ เธอััได้ถึงความว่างเปล่าข้างกาย ชุดเ้าสาวสีแดงสดถูกพับเก็บไว้ข้างเตียงอย่างเรียบร้อยราวกับไม่เคยมีพิธีวิวาห์เกิดขึ้นเมื่อคืน
ความรู้สึกโดดเดี่ยวเข้าครอบงำหัวใจของหญิงสาวผู้เพิ่งผ่านพ้นคืนแรกของการเป็ภรรยา แต่กลับไม่มีสามีอยู่เคียงข้าง เธอเป็ภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมาย แต่ยังคงเป็หญิงสาวที่บริสุทธิ์ผุดผ่อง
หลิวเม่ยนั่งขึ้นบนเตียงอย่างช้าๆ ดวงตาที่ยังคลื่นไส้จากการดื่มสุราเมื่อคืนกวาดมองไปรอบห้อง ห้องหอนี้กว้างขวางและหรูหราด้วยเฟอร์นิเจอร์ไม้จันทน์ที่แกะสลักอย่างประณีต ผนังปูด้วยผ้าไหมสีทองอ่อน และมีภาพวาดูเาและนกยูงประดับอยู่ทั่วห้อง แต่ความหรูหราเหล่านี้กลับทำให้เธอรู้สึกเหงาและหดหู่ยิ่งขึ้น
เธอลุกขึ้นจากเตียงและเดินไปยังโต๊ะเครื่องแป้งที่วางอยู่ใกล้หน้าต่าง กระจกเงาขนาดใหญ่สะท้อนใบหน้าซีดเซียวของเธอ ผมยาวดำที่ยังคงรุ่งรังจากการนอน และดวงตาที่เต็มไปด้วยความสับสน เธอจับแปรงผมขึ้นมาและเริ่มหวีผมอย่างช้าๆ พยายามจัดระเบียบความคิดของตัวเองให้เป็ระบบ
*นี่คือชีวิตใหม่ของฉัน* เธอคิดในใจ *ฉันเป็ภรรยาของหลี่จงแล้ว แม้ว่าเขาจะไม่อยู่ที่นี่ก็ตาม ฉันต้องปรับตัวให้เข้ากับบทบาทใหม่นี้*
หลิวเม่ยจัดการธุระส่วนตัวอย่างรอบคอบ เธอล้างหน้าด้วยน้ำเย็นจากอ่างเซรามิกสีขาว แปรงฟันด้วยผงสมุนไพร และทาครีมบำรุงผิวที่มีกลิ่นหอมของดอกบัว จากนั้นเธอก็เลือกชุดผ้าไหมสีฟ้าอ่อนที่เหมาะสมกับลูกสะใภ้ในจวนแม่ทัพใหญ่ ชุดนี้มีลวดลายดอกไผ่ปักด้วยด้ายทองเล็กน้อย ดูสง่างามแต่ไม่ฟุ่มเฟือย
ขณะที่เธอกำลังรัดผ้าคาดเอว เสียงเคาะประตูดังขึ้น
"ท่านหญิงคะ ข้าขออนุญาตเข้ามาเ้าค่ะ" เสียงของหญิงสูงอายุดังขึ้น
"เข้ามาได้" หลิวเม่ยตอบ
ประตูเปิดออก ฮูหยินหลี่ แม่สามีของเธอเดินเข้ามาในห้องพร้อมกับสาวใช้สองคน หญิงหนึ่งถือถาดชาและขนมหวาน อีกคนหนึ่งถือผ้าเช็ดตัวและเครื่องประทินโฉม
"ลูกสะใภ้ของข้า... ตื่นเช้าดีมาก" ฮูหยินหลี่กล่าวด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนกว่าเมื่อคืน แต่แฝงไว้ด้วยความเคร่งครัดที่ทำให้หลิวเม่ยต้องค้อมกายลงทำความเคารพอย่างนอบน้อม
"สวัสดีค่ะ ท่านแม่" หลิวเม่ยไหว้อย่างสุภาพ "ข้าหวังว่าท่านจะมีสุขภาพแข็งแรงในเช้าวันนี้"
ฮูหยินหลี่มองดูหลิวเม่ยจากหัวจรดเท้าด้วยสายตาที่พิถีพิถัน เธอสังเกตเห็นการแต่งกายที่เรียบร้อยและเหมาะสม ท่าทางที่สุภาพนอบน้อม และความพยายามของหลิวเม่ยในการปรับตัวเข้ากับบทบาทใหม่
"ดีมาก เ้าแต่งตัวได้เหมาะสมแล้ว" ฮูหยินหลี่พยักหน้าอย่างพอใจ "มานั่งลงเถอะ ข้ามีเื่สำคัญจะบอกเ้า"
ฮูหยินหลี่นั่งลงบนเก้าอี้ไม้จันทน์ที่มีเบาะหุ้มผ้าไหมสีทอง หลิวเม่ยนั่งลงบนเก้าอี้ตัวเล็กกว่าที่อยู่ตรงข้าม สาวใช้ทั้งสองรีบจัดวางชาและขนมหวานบนโต๊ะเล็กที่อยู่ระหว่างพวกเธอ
"เ้าต้องจำไว้ หลิวเม่ย จวนหลี่ของเราเป็จวนทหาร ธรรมเนียมของเราเคร่งครัดยิ่งกว่าจวนขุนนางทั่วไป" ฮูหยินหลี่เริ่มต้นด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง "ตระกูลหลี่ได้รับการยกย่องจากฝ่าามาหลายชั่วอายุคน เราเป็เสาหลักของราชอาณาจักรในด้านการทหาร ดังนั้นเกียรติและชื่อเสียงของตระกูลจึงสำคัญยิ่งกว่าชีวิต"
หลิวเม่ยฟังอย่างตั้งใจ เธอจิบชาเล็กน้อยเพื่อปกปิดความตื่นเต้นและความกังวลที่เริ่มก่อตัวขึ้นในใจ
"หน้าที่ของเ้าในตอนนี้คือการดูแลจวนนี้ให้เรียบร้อย และปรนนิบัติข้ากับท่านพ่อของเ้าให้ดีที่สุด" ฮูหยินหลี่ต่อ "เ้าต้องเรียนรู้การจัดการบ้าน การควบคุมสาวใช้ การจัดเตรียมอาหาร และการต้อนรับแขก นอกจากนี้ เ้าต้องศึกษาเื่การเงินของจวนด้วย เพราะในอนาคตเ้าจะต้องรับผิดชอบเื่เหล่านี้เมื่อข้าแก่ลง"
"เ้าค่ะ ข้าจะเรียนรู้อย่างเต็มที่" หลิวเม่ยตอบด้วยความมุ่งมั่น
ฮูหยินหลี่ยิ้มเล็กน้อย "ดีมาก แต่นั่นยังไม่ใช่เื่สำคัญที่สุด" เธอหยุดพักและมองตรงมาที่หลิวเม่ยด้วยสายตาที่จริงจัง "ข้าจะบอกเ้าเื่กฎเหล็กของจวนหลี่ ซึ่งเป็ทั้งเกียรติและพันธนาการของเ้า"
หลิวเม่ยตั้งใจฟังมากขึ้น เธอวางถ้วยชาลงและเงยหน้ามองฮูหยินหลี่อย่างตั้งใจ
"จวนหลี่ของเรามีกฎเหล็กที่สืบทอดกันมา คือ 'ไม่รับอนุภรรยา' จนกว่าบุตรชายจะอายุเกินสามสิบห้าปีและยังไม่มีทายาท" ฮูหยินหลี่กล่าวเน้นย้ำ "กฎนี้เริ่มต้นจากปู่ทวดของจงเอ๋อร์ ท่านเชื่อว่าการมีภรรยาเพียงคนเดียวจะทำให้ความรักและความผูกพันแน่นแฟ้นกว่า และจะช่วยให้ตระกูลมีความสามัคคี"
หลิวเม่ยรู้สึกประหลาดใจ ในยุคนี้ การที่ผู้ชายมีอนุภรรยาหลายคนถือเป็เื่ปกติ โดยเฉพาะสำหรับตระกูลขุนนางที่มีฐานะ การที่จวนหลี่มีกฎเช่นนี้ถือเป็เื่แปลกมาก
"จงเอ๋อร์ไปทำหน้าที่ของเขาแล้ว เ้าคือภรรยาเอกเพียงคนเดียวของเขา และเ้าต้องรักษาเกียรตินี้ไว้ให้ดีที่สุด" ฮูหยินหลี่มองตรงมาที่หลิวเม่ยด้วยสายตาที่จริงจัง "แต่นั่นหมายความว่าความรับผิดชอบในการให้กำเนิดทายาทของตระกูลหลี่จะตกอยู่บนบ่าของเ้าเพียงผู้เดียว"
คำพูดนี้ทำให้หลิวเม่ยรู้สึกโล่งใจและหนักอึ้งในเวลาเดียวกัน โล่งใจที่เธอไม่ต้องเผชิญหน้ากับการแก่งแย่งชิงดีกับอนุภรรยาคนอื่น แต่ก็หนักอึ้งที่ความรับผิดชอบทั้งหมดในการให้กำเนิดทายาทของตระกูลหลี่ตกอยู่บนบ่าของเธอเพียงผู้เดียว และที่สำคัญที่สุดคือ... เธอต้องรอคอยสามีที่อยู่ห่างไกลออกไปอย่างไม่มีกำหนด
"นอกจากนี้" ฮูหยินหลี่ต่อด้วยน้ำเสียงที่เคร่งขรึมขึ้น "เ้าต้องรู้ว่าการเป็ภรรยาของนายทหารนั้นแตกต่างจากการเป็ภรรยาของขุนนางทั่วไป เ้าต้องเข้มแข็งและอดทน สามารถจัดการจวนได้ด้วยตัวเองเมื่อสามีไม่อยู่ และต้องรู้จักรักษาเกียรติของตระกูลในทุกสถานการณ์"
หลิวเม่ยพยักหน้าอย่างเข้าใจ แม้ว่าในใจจะรู้สึกกดดันอย่างมาก
"ข้าจะสอนเ้าทีละขั้นตอน" ฮูหยินหลี่กล่าวด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนลงเล็กน้อย "วันนี้เราจะเริ่มด้วยการปรนนิบัติท่านพ่อของเ้า นี่เป็หน้าที่สำคัญที่สุดของลูกสะใภ้ในจวนหลี่"
"เ้าค่ะ ท่านแม่ ข้าจะจดจำและปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด" หลิวเม่ยตอบรับด้วยความมุ่งมั่น
หลังจากนั้น ฮูหยินหลี่ก็พาหลิวเม่ยไปยังห้องครัวเพื่อเรียนรู้การเตรียมอาหารเช้าสำหรับแม่ทัพใหญ่ ห้องครัวของจวนหลี่กว้างขวางและจัดระเบียบอย่างดี มีเตาไฟหินขนาดใหญ่ ชั้นวางเครื่องเทศและสมุนไพรมากมาย และอุปกรณ์ทำครัวที่ทำจากทองแดงและเหล็ก
"ท่านพ่อของเ้าชอบอาหารที่มีรสชาติเข้มข้นและมีคุณค่าทางโภชนาการ" ฮูหยินหลี่อธิบายขณะที่ดูหลิวเม่ยเรียนรู้การชงชาและจัดเตรียมอาหาร "เขาไม่ชอบของหวานจัด แต่ชอบของเค็มและเปรี้ยวเล็กน้อย"
หลิวเม่ยจดจำทุกรายละเอียดอย่างตั้งใจ เธอเรียนรู้การชงชาให้มีความเข้มข้นที่เหมาะสม การจัดวางอาหารบนถาดให้สวยงาม และการเดินทางจากห้องครัวไปยังห้องโถงใหญ่โดยไม่ทำให้อาหารหกหรือเย็นเกินไป
เมื่อทุกอย่างเตรียมพร้อมแล้ว ฮูหยินหลี่ก็พาหลิวเม่ยไปยังห้องโถงใหญ่เพื่อเริ่มหน้าที่แรกของลูกสะใภ้ นั่นคือการปรนนิบัติอาหารเช้าแก่แม่ทัพใหญ่หลี่เหว่ย
ห้องโถงใหญ่ของจวนหลี่ตกแต่งด้วยความงดงามและสง่าผ่าเผย เสาไม้จันทน์สูงใหญ่ค้ำจุนเพดานที่มีภาพเขียนัและนกฟีนิกซ์ ผนังประดับด้วยภาพวาดทิวทัศน์ูเาและแม่น้ำ และมีโต๊ะไม้แกะสลักขนาดใหญ่วางอยู่ตรงกลาง
แม่ทัพใหญ่หลี่เหว่ยนั่งอยู่บนเก้าอี้ประธานในชุดเสื้อคลุมผ้าไหมสีเข้มที่ดูเรียบง่ายแต่สง่างาม ใบหน้าคมเข้มของเขายังคงฉายแววเคร่งขรึมและทรงอำนาจ ดวงตาที่ลึกล้ำราวกับหุบเหวของเขากวาดมองมาที่หลิวเม่ยเพียงชั่วครู่ ก่อนจะกลับไปสนใจเอกสารที่วางอยู่บนโต๊ะ
หลิวเม่ยรู้สึกถึงแรงกดดันที่มองไม่เห็นจากร่างสูงใหญ่ของพ่อสามี เธอพยายามควบคุมมือไม่ให้สั่นขณะที่รินชาและจัดวางอาหารอย่างพิถีพิถัน
"ท่านพ่อเ้าคะ ชานี้เป็ชาที่ข้าชงเองกับมือ หวังว่าท่านจะโปรด" หลิวเม่ยกล่าวด้วยน้ำเสียงที่แ่เบาและนอบน้อม
หลี่เหว่ยไม่ตอบ เขาเพียงแต่รับถ้วยชาไปจิบเบาๆ ก่อนจะวางลง แล้วเริ่มรับประทานอาหารเช้าที่หลิวเม่ยจัดเตรียมให้
ในขณะที่หลิวเม่ยยืนอยู่ข้างๆ ฮูหยินหลี่เพื่อรอปรนนิบัติ หลี่เหว่ยก็ใช้โอกาสนี้สังเกตลูกสะใภ้ของเขาอย่างละเอียด
เขาเห็นความอ่อนโยนในท่าทางของเธอ ความใสซื่อที่ยังคงฉายชัดบนใบหน้า แม้จะผ่านคืนวิวาห์ที่ว่างเปล่ามาแล้วก็ตาม ชุดผ้าไหมสีอ่อนที่เธอสวมใส่ขับเน้นให้เห็นสัดส่วนที่งดงามและอ่อนเยาว์ของเธอ ทุกการเคลื่อนไหวของเธอเต็มไปด้วยความระมัดระวังและความเคารพ
หลี่เหว่ยรู้สึกถึงความปรารถนาที่ถูกปลุกขึ้นมาอีกครั้งเมื่อคืนก่อน มันไม่ใช่ความปรารถนาทางกายเพียงอย่างเดียว แต่เป็ความปรารถนาที่จะความบริสุทธิ์และความอ่อนโยนนี้ไว้ภายใต้เงาอำนาจของเขา
นางช่างอ่อนเยาว์และบริสุทธิ์ยิ่งนัก... จงเอ๋อร์ช่างโชคดีที่ได้นางมาเป็ภรรยา ความคิดนี้ผุดขึ้นในใจของหลี่เหว่ย แต่แล้วเขาก็ปัดมันทิ้งไปอย่างรวดเร็ว
เขารู้ดีว่าความสัมพันธ์ระหว่างเขากับหลิวเม่ยในตอนนี้คือกำแพงเหล็กแห่งธรรมเนียมและสถานะ แต่กำแพงเหล็กนี้ก็เป็สิ่งที่เขาจะใช้เป็เครื่องมือในการทำลายความสัมพันธ์นั้นในภายหลัง
"อาหารเช้าวันนี้รสชาติดี" หลี่เหว่ยกล่าวขึ้นในที่สุด เป็คำชมสั้นๆ ที่ทำให้หลิวเม่ยรู้สึกโล่งใจอย่างยิ่ง
"ขอบคุณท่านพ่อเ้าค่ะ" หลิวเม่ยตอบด้วยความดีใจที่ปกปิดไม่อยู่
หลี่เหว่ยลุกขึ้นยืน ร่างสูงใหญ่ของเขาทำให้หลิวเม่ยต้องเงยหน้ามอง เขาเดินเข้ามาใกล้เธอเล็กน้อยจนเธอได้กลิ่นอายของชุดเกราะและกลิ่นสมุนไพรจางๆ ที่ติดตัวเขามาั้แ่เมื่อคืน
"เ้าทำหน้าที่ได้ดี หลิวเม่ย" หลี่เหว่ยกล่าวด้วยน้ำเสียงที่ทุ้มต่ำและหนักแน่น "จงเอ๋อร์คงจะภูมิใจในตัวเ้า"
คำพูดนั้นเป็เหมือนการตอกย้ำสถานะของเธอในฐานะภรรยาของหลี่จง แต่สายตาที่เขามองมายังเธอในขณะนั้นกลับเต็มไปด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อนและยากจะคาดเดา มันไม่ใช่สายตาของพ่อสามีที่มองลูกสะใภ้ แต่เป็สายตาที่ประเมินและปรารถนาอย่างลึกซึ้ง
หลิวเม่ยรู้สึกร้อนผ่าวไปทั่วใบหน้า เธอรีบก้มหน้าลงเพื่อซ่อนความสับสนในดวงตาของเธอ
"ข้าจะพยายามทำหน้าที่ให้ดีที่สุดเ้าค่ะ"
หลี่เหว่ยยิ้มเล็กน้อยที่มุมปาก เป็รอยยิ้มที่มองไม่เห็นจากภายนอก แต่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่นและแผนการที่กำลังจะเริ่มต้นขึ้น
เ้าจะทำหน้าที่ได้ดีกว่าที่เ้าคิดไว้มากนัก หลิวเม่ย... และข้าจะช่วยให้เ้าได้ทำหน้าที่นั้นอย่างสมบูรณ์
เมื่อหลี่เหว่ยเดินออกไปจากห้องโถงใหญ่เพื่อไปจัดการราชการทหาร หลิวเม่ยก็ถอนหายใจออกมาอย่างเงียบๆ เธอรู้สึกว่าการใช้ชีวิตในจวนแม่ทัพใหญ่นั้นหนักอึ้งกว่าที่เธอคิดไว้มากนัก แต่เธอก็พร้อมที่จะแบกรับภาระนี้ไว้เพื่อเกียรติของตระกูลหลี่ และเพื่อรอคอยสามีของเธอ
เธอไม่รู้เลยว่า เงาอสูรได้เริ่มแผ่ขยายปกคลุมตัวเธอแล้ว และธรรมเนียมเหล็กที่เธอเพิ่งเรียนรู้ คือกรงขังที่ถูกสร้างขึ้นอย่างประณีตเพื่อกักขังเธอไว้ให้พ่อสามีของเธอได้