Thinking of 6
“พร้อมแล้ว ไปกันเลย!!”
วันหยุดในวันเทศกาลสงกรานต์ทำให้ฉันกับเพื่อนตื่นเต้นอย่างบอกไม่ถูก เราจะได้เที่ยวได้เล่นน้ำกันเพื่อผ่อนคลายหลังจากที่เรียนมาอย่างหนักใน่ต้นเทอม เราออกจากคอนโดตอนตีสี่โดยแวะรับฟางและอรุณตอนนี้เจ็ดโมงเช้าเรายังไม่ขยับไปไหนเลย รถติดจ๊ะแม่!!
“ตื่นเถิดชาวไทยอย่ามัวหลับไหล...” อรุณจู่ ๆ ก็แหกปากร้องเพลง ฉันที่หลับอยู่ก็สะดุ้งใตื่น ฝุ่นหัวเราะลั่นเมื่อเห็นฉันใเสียงร้องเพลงของอรุณ ฟางงัวเงียขึ้นมาไม่ต่างจากฉันเท่าไหร่
“ใกล้ถึงยัง” ฉันเอ่ยถามฝุ่น
“ใกล้อะไรล่ะ ดูก่อนว่าเรายังติดอยู่ที่เดิม” ฝุ่นตอบอย่างอารมณ์ดี ไม่มีวี่แววหงุดหงิดอะไรเลยที่ต้องมาติดอยู่บนรถหลายชั่วโมง
“อ้าวเหรอ อรุณเปิดคอนเสิร์ตเลย” ฉันบอกเพื่อน จากนั้นในรถเราก็เต็มไปด้วยเสียงเพลงและเสียงร้องเพลงของฉันและอรุณ ผ่านไปอีกสองชั่วโมงเราเริ่มหมดพลังงาน อรุณไลฟ์สดในอินสตราแกรมส่วนฉันนั่งเปื่อยไปกับเบาะรถ ดีหน่อยที่ฟางมีอาหารติดมาด้วยและฉันเองก็หอบหิ้วขนมติดมือมาด้วย เลยยังพอมีอะไรทานกันอยู่
“ฝุ่นหิวไหม?” หันไปถามฝุ่นที่กำลังตั้งใจขับรถถึงแม้จะเหมือนเต่าคลานก็ตาม แต่เพราะรถเยอะจึงต้องระมัดระวังเป็พิเศษ
“นิดหน่อย แกะแซนวิชมากินหน่อย” เมื่อฝุ่นขอมาฉันก็จัดให้ รอกระทั่งฝุ่นทานเสร็จก็คุยเล่นกับเพื่อนไปพราง เหมือนด้านหน้าจะมีอุบัติเหตุเลยล่ะ แต่เราทุกคนไม่ได้ทักอะไรยังคุยเล่นเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น คุยกันไปสักพักอรุณและฟางก็หลับ ฉันที่กำลังจะเคลิ้มหลับก็สะดุ้งตื่นเพราะโทรศัพท์ในมือสั่นถี่ ๆ พร้อมกับเบอร์ที่ไม่ได้บันทึกไว้โทรเข้ามา
“ค่ะ”
(อยู่ไหนครับ?) เสียงนี้ เสียงคุณยูเหรอ
“ใครคะ?”
(พี่เอง)
“กล้าเรียกว่าพี่อีกเนอะคนเรา” ฉันแกล้งแซวกลับ
(หึหึ ดื้อเอ๊ย แล้วตกลงไปไหนครับ)
“ไปเที่ยวกับเพื่อน”
(เที่ยวไหน ทำไมไม่บอกพี่ก่อน) ก็แล้วทำไมต้องบอก? งงนะเนี่ย
“สระบุรี ไปเล่นสงกรานต์บ้านเพื่อน”
(มีใครไปบ้าง ฝุ่นไปด้วยใช่ไหม)
“ใช่ค่ะ มีเยอะอยู่คุณโทรมามีอะไรหรือเปล่า” ฉันถามกลับ ตาก็ลอบมองคนเป็พี่ชาย ที่ตอนนี้ก็ยังนิ่งเหมือนเดิม
(จะชวนไปทานข้าว)
“อ่า ไม่สะดวกค่ะ”
(รู้แล้วครับ แล้วจะกลับวันไหน)
“หลังสงกรานต์ค่ะ”
(นาน) อีกฝ่ายว่าเบา ๆ
“อ้าว ก็มาเที่ยวกับเพื่อนอ่ะ อยู่เป็เดือนก็ได้นี่”
(อันนี้เกินไปครับ) อีกฝ่ายหัวเราะน้อย ๆ ฉันหลุดยิ้มบาง ๆ ก่อนจะหุบยิ้มลงเมื่อฝุ่นกระแอมไอแซว
“วางแล้วนะ”
(ถึงแล้วโทรมาบอกด้วย) ทำไมต้องโทร ฉันไม่โทรหรอก
(เข้าใจไหมครับ)
“ค่า”
“พี่ยูเหรอ” ฝุ่นถามขึ้นเมื่อฉันวางสายได้สักพัก
“ใช่ แปลก ๆ ดี”
“หึหึ ค่อย ๆ คุยกันไปไม่ต้องรีบหรอก” ฝุ่นเอ่ยเป็นัย ๆ ฉันที่ไม่คิดอะไรมากกับประโยคนั้นเลยตั้งใจจะปล่อยผ่าน ขับรถมาได้สักพักอรุณก็ตื่นและแน่นอนว่าตื่นมาก็แหกปากร้องเพลงลั่นรถ ใช้เวลาไม่นานก็ใกล้ถึงบ้านอรุณ ที่เป็ไร่องุ่น ฉันตื่นเต้นอย่างมากเมื่อถึงบ้านเราก็ไหว้ทักทายผู้ใหญ่ เป็พ่อและแม่ของอรุณนั่นแหละ เราแยกห้องนอนกัน ฉันนอนกับฟางฝุ่นนอนคนเดียวแล้วก็อรุณนอนห้องตัวเอง วันนี้เรามาถึง่สาย ๆ เมื่อเก็บของเสร็จก็ลงไปทานมื้อเช้ารวบยอดกับมื้อเที่ยงที่ห้องครัว บ้านอรุณหลังใหญ่มาก ๆ เลยล่ะ ตกแต่งสวยงาม รอบ ๆ ร่มรื่นไปด้วยต้นไม้ บ้านที่ตั้งอยู่เนินเขาทำให้มองเห็นทิวทัศน์รอบ ๆ ได้อย่างดี ติดอย่างเดียวนี่มันหน้าร้อนฉันคงไม่มีอารมณ์ไปยืนดูความสวยงามของธรรมชาติในตอนนี้หรอกนะ
เมื่อทานข้าวเสร็จพ่อกับแม่อรุณก็ชวนไปทำบุญที่วัดในหมู่บ้าน วันนี้เป็วันสงกรานต์วันแรกที่วัดเลยมีงานประเพณีดั้งเดิม ซึ่งเราเปลี่ยนเป็เสื้อสีขาวและสวมกางเกงยีนกันอ้อ ฝุ่นนะที่สวมกางเกงยีน ส่วนเราสาว ๆ สวมผ้าถุงที่เป็ผ้าไหมสีสวยคลุมเข่า พ่อกับแม่ของอรุณก็สวมเสื้อสีขาวเหมือนกัน
“ถ่ายรูปกันก่อน ๆ ” ฉันชวนเพื่อน เราทั้งหมดจึงยืนถ่ายรูปที่หน้าบ้านโดยมีพ่อและแม่ของอรุณร่วมเฟรมด้วย คนที่ถ่ายให้ก็เป็คนงานของที่นี่แหละ พักอยู่ท้ายไร่ลุงแกเป็คนขับรถของครอบครัวอรุณ แต่เหมือนอยู่กันแบบพี่น้องมากกว่าเ้านายกับลูกน้องนะ พวกเขาสามารถคุยหยอกล้อกันได้อย่างเป็กันเองอบอุ่นดีจัง
“สวยแล้ว ๆ ” ฉันตอบพร้อมกับเอ่ยขอบคุณคุณลุงที่ช่วยถ่ายรูปให้ ระหว่างที่เรานั่งรถตู้ไปที่วัด ฉันก็จัดการอัพรูปลงโซเชียลทั้งอินสตราแกรมและเฟซบุ๊ก
“เดี๋ยวแม่จะพาไปถวายสังฆทานก่อนนะลูก มีร่วมทำบุญประจำปีของที่วัดด้วย” แม่ผิงเอ่ยบอก
“ระวังเปียกนะลูก เด็ก ๆ น่าจะเล่นน้ำกัน”
“เอาถุงซิปใสไปใส่โทรศัพท์กับกระเป๋าสตางค์นะ” พ่ออินส่งถุงพลาสติกใส ๆ ที่เอาไว้ใส่โทรศัพท์มาให้เราทุกคน
“เตรียมพร้อมมากเลยค่ะพ่อ” ฉันเอ่ยแซวพร้อมกับหัวเราะ พ่อเองก็หัวเราะ
“ไม่ใช่อะไรหรอก เมื่อวานเด็กแถวไร่เล่นน้ำกันก่อนสาดใส่พ่อเขาโทรศัพท์เลยพัง พ่อเลยแค้นไปเหมาซื้อถุงใส่โทรศัพท์มา”
“พ่อ ๆ หนูกับเพื่อนน่ะ จะตั้งถังน้ำหน้าไร่ได้ไหมอ่ะ” อรุณเอ่ยเรียกพ่อ คำแทนตัวนั้นช่างน่ารักเหลือเกิน
“ได้สิลูก เดี๋ยวพ่อให้คนงานมาเตรียมไว้ให้ จะดื่มกันด้วยใช่ไหม”
“จ้าพ่อ”
“เมาแล้วอย่าไปแซวหนุ่มไร่ตรงข้ามนะ” พ่ออินเอ่ยแซวลูกตัวเอง ก็นะ อรุณมันแอบรักหนุ่มไร่ตรงข้ามมาตั้งนาน อันนี้แม่เผาให้ฟังเองเลยล่ะ
“พ่ออ่า”
“ฮา ๆ ๆ นี่ก็ไปแซวลูก ไป ๆ ถึงวัดแล้ว”
แม่พิงชวนลงจากรถ เราหิ้วของที่จะถวายพระเดินตามพ่ออินและแม่ผิงไปกระทั่งถึงศาลา เราทำตามขั้นตอนโดยมีทั้งมัคนายกและพ่ออินคอยแนะนำเราอย่างใจเย็น เมื่อทำบุญถวายสังฆทานบนศาลาเสร็จเราก็ขยับไปไหว้พระพุทธรูปที่ตั้งอยู่บนศาลา เสร็จจากนั้นก็ลงมาข้างล่างมีงานเล็ก ๆ เป็สอยดาวแล้วก็มีตักไข่ ไม่รู้เรียกถูกหรือเปล่านะ แบบมีไข่พลาสติกกลมลอยอยู่ในน้ำให้เราใช้ที่ตักขึ้นมาแล้วเปิดดูว่าเราได้อะไรประมาณนั้นน่ะ
“เดี๋ยวพ่อกับแม่จะอยู่ช่วยงานที่นี่ก่อนนะลูก ที่ไร่พ่อให้คนเตรียมสถานที่ให้แล้วล่ะ”
“จ๊ะพ่อ”
“อย่าเมามาก เดี๋ยวบ่าย ๆ พ่อกลับนะลูก” เกือบบ่ายเรากลับมาที่ไร่ หน้าไร่มีถังน้ำแล้วน้ำถูกเปิดไว้จนเต็ม มีแคร่มีเสื่อปูที่เนินเล็ก ๆ มีถังน้ำแข็งขนมแล้วก็เครื่องดื่มต่าง ๆ ที่ขาดไม่ได้เลยคือลำโพงที่ถูกจัดขึ้นอย่างอลังการ มีลูกพี่ลูกน้องของอรุณมาร่วมด้วยเป็วัยใกล้ ๆ กับพวกฉันนี่แหละ เด็ก ๆ ก็เล่นอีกจุดหนึ่งใกล้ ๆ กันมีผู้ใหญ่คอยดูแล และฝั่งตรงข้ามเป็กลุ่มวัยรุ่นเช่นเดียวกันเรา อายุน่าจะไล่เลี่ยกัน อรุณพอมองฝั่งตรงข้ามก็เขินอายม้วนต้วนไปหมด
“โอ๊ย ๆ ๆ เขินอะไรขนาดนั้น” ฝุ่นเอ่ยแซว ฉันหลุดขำน้อย ๆ ก่อนจะเดินไปส่องดูน้ำในถังที่ถูกเปิดจนเต็ม พร้อมสาดน้ำแล้ว!!!
“อย่ามาแซวนะ! เปิดเพลงเลย เปิดดัง ๆ ให้กลับฝั่งนั้น”
“เปิดกลบความเขินอ่ะดิ” ฟางแซว ทำให้อรุณวิ่งมาตักน้ำไปราดฟางทั้งตัว อีกฝ่ายพอถูกราดน้ำก็กรี๊ดลั่นวิ่งมาตักน้ำในถังไปราดคืน ฉันเดินกลับไปนั่งข้าง ๆ ฝุ่นที่กำลังเทเครื่องดื่มใส่แก้วพร้อมกับโทรศัพท์ที่มีสายเรียกเข้ามา วีดีโอคอลอีกแล้ว ว่างหรือไงกัน
“หึหึ” ฝุ่นโน้มหน้าเข้ามาดูหน้าจอ พอเห็นว่าเป็ใครก็หัวเราะในคออย่างสนุกทันที
“โอ๊ย! เจ็บ ไม่ต้องมาตีเลย ไปรับได้แล้ว” ฝุ่นโวยวาย ฉันตีลงบนต้นแขนฝุ่นแรง ๆ อีกทีก่อนจะเดินไปนั่งที่ใต้ต้นไม้ที่เป็ชิงช้าแขวนไว้ ร่มรื่นดีจัง
(ทำอะไรอยู่ ถึงหรือยังทำไมไม่โทรมา) ทันทีที่สัญญาณเชื่อมต่อปลายสายก็รัวคำถามมาทันที
“ถึงแล้ว ถึงตอนสาย ๆ อ่ะแล้วก็ไปวัดทำบุญ ตอนนี้กลับมาที่บ้านแล้วกำลังจะเล่นน้ำ” คนที่เหมือนกำลังเช็คเอกสารเอ่ยถามต่อ พร้อมกับเงยหน้ามองฉัน เขาอยู่ในเสื้อเชิ้ตสีขาว เหมือนเขากำลังนั่งทำงานอยู่เลยล่ะ
(แล้วทานข้าวหรือยัง?)
“ทานแล้วค่ะ อยู่ไหนเหรอ?”
(ทำงานอยู่ครับ) ทำงานในวันหยุดสงกรานต์เนี่ยนะ
“ไม่หยุดล่ะ สงสารคุณเลขากับคุณการ์ด”
(ก็ไม่มีที่ให้ไปนี่นา) บอกมาแบบนั้นอีกฝ่ายก็มองฉันด้วยสายตาวิบวับ อะไรกัน มองแบบนั้นทำไมไม่เข้าใจ
“ก็พักอยู่บ้านไงคะ”
(เฮ้อ พูดขนาดนี้แล้วนะดื้อ ชวนพี่สิ ชวนพี่ไปด้วยสิเล่นสงกรานต์น่ะ)
===========
กรี้ดดดด อยากอยากเล่นสงกรานต์กับแฟนเด็กก็ไม่บอก ฮื่อ เขินไปหมดแล้วกับมุกหยอดของป๋า