สราญรัตน์เดินทางเพื่อไปคัดเลือกถ่ายแบบโฆษณารังนกพร้อมกับเพื่อนนางแบบอีก 5 คน หญิงสาวทั้งหกพร้อมกับผู้จัดการส่วนตัวพากันเดินขึ้นไปบนเรือสำราญ โดยพวกเธอจะต้องไปโชว์เดินแบบและโพสต์ท่าเพื่อให้เจ้าของสินค้าเป็นผู้เลือกด้วยตัวเอง
พอถึงเวลานัดหมาย ทุกคนแต่งตัวเสร็จเรียบร้อย ก็เริ่มดำเนินการคัดเลือก
นางแบบทุกคนเดินบนเวทีทีละคน และโพสต์ท่าเพื่อให้ช่างภาพถ่ายรูป พอทุกคนโชว์จนครบทุกคน ก็พากันเดินเข้าไปในห้องเพื่อรอผลการตัดสินจากกรรมการ อาจเป็นเพราะแสงจากสปอร์ตไลท์จึงทำให้เหล่านางแบบไม่รู้เลยว่ากรรมการมีใครบ้าง
ระหว่างที่สาวทั้งหกนั่งรออยู่ในห้องรับรองอยู่นั้น สักพักเหล่ากรรมการรวมถึงเจ้าของรังนกก็ปรากฏตัว พิธีกรจึงแนะนำทีละท่านให้นางแบบรู้จัก
พอผู้ชายไว้หนวดเคราร่างกายกำยำถูกแนะนำว่าคือนายหัวอาทิตย์ เจ้าของบริษัทดังกล่าว
รัตน์ก็ตกใจมากที่เธอได้เจอผู้ชายเลวคนนี้อีกครั้ง เธอไม่ยอมเก็บอาการ แสดงความไม่พอใจโดยการลุกขึ้นยืนและเดินออกไปจากห้องรับรองอย่างไม่สนใจใคร
“รัตน์ จะไปไหนน่ะ” อันน่า เพื่อนนางแบบคนหนึ่งถาม
“ช่างเธอเถอะครับ เอาเป็นว่าผมขอเลือกจากคนที่เหลือก็แล้วกัน งั้นผมขอเลือกลลิตภัทรให้เป็นนางแบบถ่ายโฆษณาให้ผม” นายหัวอาทิตย์ประกาศเปลี่ยนคนใหม่ เพราะความจริงในตอนแรกกรรมการและเขาตั้งใจจะเลือกสราญรัตน์
ลลิตดีใจมากเธอเลยสวมกอดนางแบบคนอื่นๆ ด้วยความดีใจ แล้วเดินเข้าไปขอบคุณนายหัว
“ขอบคุณมากนะคะ ที่ยอมให้โอกาสดิฉัน”
“มันเป็นเพราะความสามารถของคุณครับ งั้นเชิญคุย concept ของงานโฆษณากับผู้ช่วยผมไปก่อนนะครับ ผมขอตัวก่อน” นายหัวรีบตัดบท
นายหัวรีบออกจากห้องเพื่อตามหารัตน์ เขาต้องการที่จะคุยกับรัตน์ให้รู้เรื่อง พอเห็นตัวรัตน์ เขาก็รีบจับแขนแล้วดึงให้เธอหันมา
“ปล่อยนะคะ ฉันไม่ต้องการเห็นหน้าคุณ” รัตน์แสดงทีท่ารังเกียจแบบไม่เก็บอาการ
“คุณนี่ไม่เป็นมืออาชีพเลยนะครับ แยกเรื่องงานและเรื่องส่วนตัวไม่ออกแบบนี้” นายหัวตั้งใจว่า
“ค่ะ ฉันยอมทำงานด้วยความสบายใจยังดีกว่าต้องมาทนเห็นหน้าคนอย่างคุณ” รัตน์ส่งสายตาโกรธแค้น
“แต่จะว่าไปมันก็ดีแล้วนะครับ ในเมื่อคุณคิดว่าผมเป็นสามีคุณ ผมเองก็ไม่อยากให้ภรรยาไปทำงานถ่ายแบบเหมือนกัน ผมเองก็แอบหวงคุณอยู่นะ” นายหัวแกล้งพูด
รัตน์ตบหน้าฝ่ายชายอย่างแรง “ฉันไม่ใช่ภรรยาคุณ และเลิกยุ่งเกี่ยวกับฉันอีก”
ตอนแรกนายหัวกะว่าจะอธิบาย แต่พอโดนตบก็โมโห ก็เลยคิดแกล้งเธอต่อ ดังนั้นเขาก็เลยดึงนางแบบสาวเข้ามาจูบ
“อื้อ อ่อยอ๊ะ” (อื้อ ปล่อยนะ)
สองคนจูบอยู่นาน จนรัตน์ยอมหยุดดิ้น สักพักเมื่อฝ่ายชายรู้สึกถึงคราบน้ำตาก็เลยยอมปล่อย
รัตน์ผลักฝ่ายชายโดยแรง และตบเขาอีกครั้ง “คุณไม่มีสิทธิ์ทำร้ายผู้หญิงแบบนี้นะคะ คุณยังเป็นลูกผู้ชายหรือเปล่า” แล้วรัตน์ก็วิ่งหนีไป
“เดี๋ยวก่อนสิครับรัตน์ ผมก็แค่…” นายหัวทำได้เพียงมองฝ่ายหญิงวิ่งหนีไป และพึมพำว่า “ผมขอโทษ ผมกะว่าจะอธิบายเรื่องราวทั้งหมดให้คุณฟัง แต่ดูเหมือนคุณจะรังเกียจผมมาก ไม่ยอมฟังคำพูดของผมเลย”
****************************
รัตน์วิ่งไปบนดาดฟ้า พร้อมกับรีบปาดน้ำตา เธอพึมพำว่า “ฉันทำกรรมอะไรไว้ ทำไมถึงต้องเจอคุณอีก”
“คุณน้าร้องไห้ทำไมคะ”
รัตน์สะดุ้งเมื่อได้ยินเสียงเด็กผู้หญิง เธอตั้งสติแล้วถามกลับว่า “และหนูล่ะคะ ทำไมถึงมาอยู่บนนี้ พ่อแม่หนูไปไหน ทำไมปล่อยหนูไว้คนเดียว”
“แม่หนูตายแล้ว ส่วนพ่อก็งานยุ่งค่ะ แถมจะหาแม่เลี้ยงใหม่ให้หนูอีก หนูไม่อยากมีแม่เลี้ยง ไม่มีใครแทนที่แม่หนูได้”
รัตน์เดินเข้าไปกอดเด็กน้อย “ไม่เอาค่ะ ไม่ร้องนะคะ หนูชื่ออะไรเอ่ย”
“หนูชื่อสตาร์ค่ะ”
“ค่ะหนูสตาร์ รู้มั้ยว่าหนูโชคดีกว่าน้าตั้งเยอะ”
“ทำไมคะ”
“พ่อแม่น้าเสียชีวิตทั้งคู่ แต่หนูยังมีพ่อที่รักหนูมากนะคะ”
“ไม่จริง พ่อสนใจแต่น้าแซนดี้ นางแบบชื่อดังคนนั้น หนูไม่อยากให้น้าแซนดี้เป็นแม่เลี้ยงหนู”
“ทำไมล่ะคะ แซนดี้เขาเองก็รักเด็กจะตายไป”
“เขาทำดีกับหนูต่อหน้าพ่อเท่านั้น ลับหลังก็บอกให้หนูไปที่อื่น อย่าไปขัดขวางเวลาที่ทั้งสองสวีทกัน”
“บางทีถ้าแซนดี้เป็นแม่หนูแล้ว เธอต้องดีกับหนูแน่ๆ ค่ะ”
“เลิกพูดถึงน้าแซนดี้เถอะนะคะ”
“ก็ได้ค่ะ แล้วตอนนี้หนูดูอะไรอยู่ ขอน้าดูด้วยได้มั้ย” รัตน์เห็นเด็กน้อยจ้องมือถือ
“แมวที่หนูเลี้ยงไว้ มันชื่อเมฆหมอก แต่เสียดายมันตายไปแล้ว เลยทำให้หนูเหงามาก หนูคิดถึงมันมากเลยค่ะ” เด็กน้อยโชว์รูปแมวให้ดู
“ไหนดูซิ เจ้าเมฆหมอก เป็นแมวสีเทาลายสลิด ดูน่ารักจังเลยนะคะ”
“คุณน้าก็เลี้ยงแมวหรอคะ”
“เปล่า เพื่อนน้าเลี้ยง มันชื่อคิริว เป็นแมวสีน้ำตาลพันธุ์เปอร์เซียค่ะ” รัตน์เปิดมือถือโชว์ให้เด็กดูบ้าง
“โห น่ารักจังเลย หนูอยากอุ้มบ้างจังเลยค่ะ”
“เอาไว้กลับกรุงเทพฯ น้าจะพาไปเล่นกับคิริวนะคะ”
“สัญญานะคะ ว่าจะพาสตาร์ไป”
“แน่นอน ตอนนี้พวกเราไปทานข้าวดีกว่า ได้เวลาแล้วนะคะ” รัตน์มองดูนาฬิกาจากในมือถือ
รัตน์จึงจูงมือเด็กหญิงสตาร์ลงจากดาดฟ้าของเรือ แล้วเข้าไปในโรงอาหาร พอไปถึงประตูทางเข้า เธอก็เจอชายที่เธอเกลียดควงกับแซนดี้ จนเธอนึกในใจว่า “อย่าบอกนะว่านายหัวอาทิตย์เป็นพ่อของสตาร์”
“ไปไหนมาลูก ลูกไม่ควรไปกับคนแปลกหน้านะครับ” นายหัวทักลูกสาว
“น้ารัตน์ ไม่ใช่คนแปลกหน้านะคะ หนูเห็นเธอเดินแบบในงานพ่อด้วย” สตาร์กล่าว
“ฉันขอโทษค่ะ ฉันไม่รู้ว่าสตาร์เป็นลูกคุณ งั้นฉันขอตัวก่อน” รัตน์ปล่อยมือเด็กน้อยแล้วรีบเดินจากไป
“เดี๋ยวค่ะ น้ารัตน์ ไหนว่าน้าหิวไงคะ” สตาร์สงสัย
“น้าอิ่มกะทันหันค่ะ น้าไปก่อนนะคนดี” รัตน์ลูบหัวเด็กและเดินจากไปอย่างรวดเร็ว
“เดี๋ยวสิ เดินหนีนายหัวแบบนี้มันเสียมารยาทรู้มั้ย” แซนดี้ว่าเพื่อน
“ไม่เป็นไรแซนดี้” นายหัวดึงมือแซนดี้ออก แล้วเปลี่ยนมาจูงลูกแทน
แซนดี้รู้สึกเจ็บใจ แต่ต้องเก็บอาการไว้
นายหัวเปลี่ยนมาเป็นอุ้มลูกสาวและพาไปเลือกอาหารบุฟเฟ่ต์ พอทานอาหารเสร็จก็พาลูกไปฝากไว้กับผู้ช่วยของเขา
“พ่อจะไปไหนคะ” สตาร์สงสัย
“พ่อขอเคลียร์งานแป๊ปนึงนะลูก เดี๋ยวพ่อกลับมา อยู่เล่นกับอาสมชายและอาแพรวาไปก่อนนะ” นายหัวจับแก้มเด็กน้อย
“ค่ะพ่อ”
“ฝากลูกฉันด้วยนะสมชาย แพรวา” นายหัวสั่งการ
“ครับ/ค่ะ” ทั้งสองรับคำพร้อมกัน
****************************
ก๊อกๆ ก๊อกๆ
รัตน์ที่นอนหลับไปก่อนหน้านี้ งัวเงียมาเปิดประตู พอเห็นว่าเป็นคู่อริ ก็รีบปิดทันที
แต่มีหรือที่แรงผู้หญิงจะสู้แรงผู้ชายได้
นายหัวรีบผลักประตูจนฝ่ายหญิงล้มไปกองกับพื้น พร้อมกับรีบล็อคประตู
“คุณต้องการอะไร ออกไปเดี๋ยวนี้นะ” รัตน์พยายามลุกขึ้นยืน
“ผมก็แค่นำอาหารมาให้คุณ เห็นลูกผมบอกว่าคุณยังไม่ทานอะไรเลย” นายหัวยกถุงข้าวพร้อมกับภาชนะให้เธอดู
“ฉันไม่กิน” รัตน์รีบตีฝ่ายชายให้ออกไปจากห้องนอนของเธอ
นายหัวหมดความอดทนจึงจับหญิงสาวล็อคตัว พร้อมกับนำผ้ามามัดมือมัดเท้ารัตน์จนแน่น
“ปล่อยฉันนะ ไม่งั้น ฉันตะโกนเรียกให้คนช่วยจริงๆ ด้วย”
นายหัวจึงนำผ้ามารัดปากรัตน์ พร้อมกับว่า “ขอบคุณที่เตือนนะครับ”
“อื้อ…”
“เอาล่ะ เงียบได้ซะที ตอนนี้ถึงเวลาฟังผมได้แล้วนะคุณรัตน์ ตอนที่อยู่โรงแรมวันนั้น ผมไม่ได้ข่มขืนคุณ ผมเป็นฝ่ายไปช่วยคุณต่างหาก คนที่ทำร้ายคุณคือเสี่ยชัยวัฒน์ ส่วนตัวผมก็แค่บังเอิญเห็นและรีบเข้าไปช่วยคุณเท่านั้น ไม่เชื่อก็ดูคลิปกล้องวงจรปิดของโรงแรมนี่สิ นี่ไง เห็นมั้ยคนที่ประคองคุณขึ้นไปบนห้องก็คือเสียชัยวัฒน์ ซึ่งในตอนนั้นผมกำลังติดต่อกับแฟรงเรื่องธุรกิจอยู่ และที่ผมได้เข้าไปในห้องนั้นก็เพราะอยู่ดีๆ มีแมวมาจากไหนไม่รู้มันมาคาบแฟลชไดร์ฟของผม และวิ่งไปที่ห้อง 302 ผมต้องการรักษาข้อมูลก็เลยต้องรีบวิ่งตามมัน จนกระทั่งได้ตามมันเข้าในห้องของเสี่ย ในตอนนั้นเสี่ยได้ปลดเสื้อผ้าคุณออกหมดแล้ว ผมจดจำคุณและเสี่ยได้ ก็เลยขู่ว่าจะบอกภรรยาของเสี่ย เขาเลยยอมหนีจากไป แต่คุณฟื้นมาตอนที่ตัวการตัวจริงไม่อยู่แล้ว เห็นมั้ยล่ะว่าผมเป็นแพะรับบาป”
รัตน์ได้เข้าใจเรื่องราวทั้งหมดแล้ว และเธอก็อายมาก อีกทั้งยังไปปรักปรำผู้มีพระคุณอีก ก็เลยพยักหน้าเพื่อแสดงให้เห็นว่าเธอเข้าใจแล้ว
นายหัวเลยแก้ผ้าที่รัดปากและแกะผ้าที่มัดแขนขาฝ่ายหญิงออก
“ฉันขอโทษค่ะ นายหัว ฉันเข้าใจผิดเอง”
“เอาละครับ คุณทานอาหารเถอะ ผมขอตัวก่อน”
รัตน์ทำได้แต่เดินตามไปส่งอย่างรู้สึกผิด
“ผมเองก็ขอโทษที่แกล้งคุณไปแบบนั้น ผมพยายามที่จะอธิบาย แต่คุณไม่ยอมฟังผมเลย”
“ยังไงก็ขอบคุณนะคะที่คุณช่วยฉันไว้”
นายหัวพยักหน้าแล้วเปิดประตูห้องหญิงสาวออก ท่ามกลางสายตาของแซนดี้ที่แอบดูอยู่
แซนดี้คิดอย่างเครียดแค้นว่า “นางงูพิษ ที่แท้เธอก็แย่งนายหัวไปจากฉัน”
****************************
รัตน์รู้สึกสบายใจขึ้นที่ได้รู้ความจริงทั้งหมด เธอก็เลยคิดเสียดายที่ไม่ได้งานถ่ายแบบโฆษณา ต้องเดินหนีออกมาอย่างกับเด็กๆ แบบนี้ เธอจึงจะจำเหตุการณ์นี้ไว้เป็นประสบการณ์
ตกกลางคืนรัตน์ได้เข้าร่วมงานเลี้ยงที่พนักงานในเรือได้จัดให้กับนักท่องเที่ยวทุกคน รัตน์หิวมากเลยเอาแต่ทานของหวาน สักพักเธอก็เห็นคนหน้าคุ้นๆ และในใจคิดว่า “นั่นมันพ่อค้าขายต้นว่านซับแร่นี่ ทำไมถึงอยู่ที่นี่” รัตน์จึงแอบเดินตามชายดังกล่าวไป
ชายคนนั้นกำลังจะเดินกลับเข้าห้องพักของตัวเอง พอรู้ตัวว่ามีคนตาม เลยตะโกนเสียงดุว่า “ใครน่ะ ตามมาทำไม”
รัตน์เห็นชายคนนั้นชักปืน เธอก็เลยวิ่งหนี แต่ทว่าเพราะเธอสวมชุดราตรี เลยวิ่งลำบาก และแล้วเธอก็เห็นทางรอด ในตอนนั้นมันไม่มีเวลาคิด รัตน์มองเห็นนายหัวกำลังจะเปิดประตูเข้าห้องตัวเอง เธอก็เลยเข้าไปกอดชายหนุ่ม และเพื่อไม่ให้พ่อค้าจำเธอได้ เธอก็เลยจำต้องจูบกับนายหัว
นายหัวตกใจมากก็จริงที่อยู่ดีๆ มีผู้หญิงมาจูบกับเขา แต่พอเขาเห็นว่าเป็นสราญรัตน์ เขากลับพอใจและจูบเธอตอบอย่างอ่อนโยน
พ่อค้าพันธุ์ไม้มองเห็นไม่ชัดว่าคนที่ตามเขาเป็นใคร พอเห็นคนจูบกันอยู่หน้าห้อง เขาก็เลยคิดในใจว่า “ทำไมไม่ทำกันในห้องดีๆ ไม่อายผีสางเทวดาบ้างเลยรึไง”
พอรัตน์เห็นพ่อค้าไปแล้ว เธอก็เลยจะผลักฝ่ายชายออกแต่ไร้ผลเพราะเขายังคงกอดเธอไว้
“อื้อ…”
นายหัวเกิดอารมณ์จนยั้งไม่อยู่แล้ว เขาก็เลยอุ้มหญิงสาวเข้าไปในห้อง
“ปล่อยนะคะ ที่ฉันทำลงไป ก็แค่หลบคนเท่านั้น” รัตน์พยายามดิ้น
นายหัวสามารถล็อคประตูในขณะที่ยังอุ้มหญิงสาวอยู่
“คุณเป็นคนอ่อยผมเอง คุณต้องรับผิดชอบ” นายหัววางหญิงสาวบนเตียงพร้อมกับจูบพรมไปทั่วใบหน้าและลำคอ
“อย่านะคะ”
สักพักเขาก็จูบปากโดยไม่ยอมปล่อยให้หญิงสาวค้านอีกต่อไป
ด้วยความเป็นพ่อหม้ายมากประสบการณ์ เขาจึงสามารถทำให้ฝ่ายหญิงโอนอ่อนผ่อนตามจนกลายเป็นยินยอมพร้อมใจ และแล้วทั้งสองก็ถึงสวรรค์พร้อมกัน
ร่างสองร่างนอนแนบสนิทแทบจะเป็นเนื้อเดียวกัน ฝ่ายชายโอบกอดหญิงสาวที่เพิ่งสูญเสียพรหมจรรย์ไปอย่างแนบแน่น เขาคิดในใจว่า “คุณเป็นของผมแล้วนะสราญรัตน์”
รัตน์ที่นอนร้องไห้กลับเจ็บใจตัวเองที่กลายเป็นฝ่ายยินยอม
นายหัวหอมแก้มที่เปียกด้วยคราบน้ำตานั้น เขาปาดน้ำตาให้ พร้อมกับว่า “อย่าร้องสิครับ ต้องโทษที่คุณเป็นฝ่ายรุกเข้ามาจูบผมก่อนนะ”
“ฉันก็แค่จะหลบคนเท่านั้น” รัตน์พยายามแก้ตัว
“เขาเป็นใครงั้นหรอ” นายหัวขมวดคิ้ว
“คุณไม่รู้จักหรอกค่ะ”
“แล้วมันมายุ่งเกี่ยวกับคุณหรือเปล่า” นายหัวแสดงความเป็นเจ้าของ
“เปล่าค่ะ ฉันเจอเขาแค่ครั้งเดียว เขาเคยขายต้นไม้ที่มีพิษให้ลุงฉันค่ะ”
นายหัวยิ้มแล้วกล่าวว่า “ผมจะรับผิดชอบแต่งงานกับคุณให้เร็วที่สุดนะครับ”
“คุณควรถามลูกสาวคุณบ้างนะคะ ว่าเธอต้องการแม่เลี้ยงหรือเปล่า” รัตน์นึกถึงสตาร์
“ผมเห็นคุณกับลูกก็เข้ากันได้ดีนี่ครับ”
“ฉันจะกลับห้องแล้วค่ะ” รัตน์รีบตัดบท
“เสื้อผ้าขาดลุ่ยแบบนี้จะไปยังไง”
“เอ่อ คือ…”
“เอากุญแจมา เดี๋ยวผมไปหยิบเสื้อผ้าคุณมาให้”
“แต่ฉันกลัวมีคนเห็น”
“คนเห็นสิดี พวกเขาจะได้รู้ว่าคุณเป็นของผมแล้ว”
“บ้าสิคะ”
“อะ ถ้าคุณกังวล ผมจะแอบเข้าไปก็แล้วกัน”
รัตน์ที่นอนใต้ผ้าห่มอุ่น เธอมองฝ่ายชายลุกขึ้นแต่งตัวและออกจากห้องด้วยอาการเขินอาย ในวันนี้เธอได้รู้แล้วว่าครั้งแรกมันเป็นยังไง ความรู้สึกผิดที่เคยปรักปรำฝ่ายชายก็มลายหายไป กลายเป็นความเจ็บใจที่ฝ่ายชายไม่ยอมระงับอารมณ์ แล้วใช้ชั้นเชิงมาทำให้เธอหลงมัวเมาและกลายเป็นฝ่ายยินยอมแบบนี้
ช่วงเวลาสายๆ นายหัวไม่ยอมเปิดโอกาสให้รัตน์ได้ทันตั้งตัว เขาไปเคาะประตูพาเธอไปที่โรงอาหารด้วยกัน
รัตน์แสดงทีท่าขัดขืน เมื่อนายหัวจะพาเธอขึ้นไปบนเวที
“ไม่เอานะคะ คุณจะประกาศแบบนี้ไม่ได้”
“ผมไม่ยอมให้คุณได้ผมแล้วทิ้งหรอกรัตน์” แล้วนายหัวก็จับไมค์ประกาศ “วันนี้เป็นวันดีที่ผมจะประกาศว่า สราญรัตน์ นางแบบชื่อดังคนนี้เป็นว่าที่ภรรยาผม พวกเราจะแต่งงานกันให้เร็วที่สุดครับ”
เสียงฮือฮาดังอยู่เซ็งแซ่ บ้างก็มีเสียงตะโกน “ขอแสดงความยินดีด้วยครับ/ค่ะ”
แต่เสียงประกาศนั้นทำให้เด็กหญิงสตาร์และแซนดี้ไม่พอใจอย่างมาก จนถึงขั้นพากันเดินออกไปข้างนอก เพราะไม่อยากได้ยินอะไรต่ออีกแล้ว
แซนดี้รู้สึกเจ็บใจที่ไม่สามารถจับนายหัวได้สำเร็จ แต่พอเธอเห็นเด็กหญิงสตาร์วิ่งหนีออกมาด้วย เธอก็เลยตามไปยุยง
“เป็นไงคะ หนูสตาร์ ในที่สุดผู้หญิงคนนั้นก็เข้าหาหนูเพื่อจับคุณพ่อ เขาไม่ได้รักหนูจริงหรอก” แซนดี้ได้โอกาสยุยง
“แต่น้ารัตน์ก็ยังใจดีกว่าน้าแซนดี้นะคะ”
“แล้วไงคะ สุดท้ายน้ารัตน์ก็แย่งความรักไปจากหนูอยู่ดี” แซนดี้พูดจบ ก็หัวเราะอย่างสะใจแล้วเดินจากไป
รัตน์ซึ่งเห็นหนูสตาร์วิ่งหนีออกมาก็เลยวิ่งตามหา พอเจอตัวก็รีบเดินเข้าไปกอด
เด็กหญิงสตาร์รีบผลักว่าที่แม่เลี้ยงออกไป “ออกไป อย่ามากอดหนู”
“หยุดเดี๋ยวนี้นะ สตาร์ หนูไม่ควรผลักแม่เลี้ยงแบบนั้น” นายหัวรู้สึกเป็นห่วงทั้งรัตน์และลูกเลยตามมาเช่นกัน
“หนูเกลียดน้ารัตน์ น้าเข้าหาหนูเพื่อจับพ่อนี่คะ” สตาร์ฟ้อง
“หยุดพูดแบบนี้นะ สตาร์” นายหัวดุ
“ไม่ หนูจะพูด หนูเกลียดแม่เลี้ยง หนูเกลียดพ่อ” สตาร์ตะโกนพร้อมกับร้องไห้สะอึกสะอื้น
นายหัวเผลอตบหน้าลูกสาวจนหน้าหัน
สตาร์ตกใจและเอามือมาจับที่แก้ม
รัตน์จะเข้าไปปลอบ แต่ถูกเด็กน้อยผลักออกและวิ่งหนีไป
“พ่อขอโทษ ฟังพ่อก่อนนะสตาร์” นายหัวจะวิ่งตามไปอธิบาย
รัตน์เข้าไปจับแขนนายหัว พร้อมกับบอกว่า “ขอรัตน์ไปพูดกับสตาร์เองนะคะ”
“ฝากด้วยนะรัตน์ ผมไม่ได้เจตนาทำร้ายลูกจริงๆ” นายหัวรู้สึกผิด
รัตน์เดินไปที่ดาดฟ้าซึ่งเป็นสถานที่ที่เด็กน้อยชอบไป เธอกะว่าจะไปคุยให้รู้เรื่อง แต่ทว่าพอเดินไปถึง ก็เห็นเด็กน้อยตัวแค่นี้กำลังปีนราวของเรือและกำลังจะกระโดดเพื่อฆ่าตัวตาย
รัตน์ไวเท่าความคิด เธอรีบวิ่งไปฉุดรั้งเด็กน้อยไว้ “อย่านะ สตาร์ อย่าทำแบบนี้”
“ปล่อยหนู หนูเกลียดพ่อ พ่อไม่รักหนูแล้ว ฮือ ฮือ”
“พ่อเขาไม่ได้ตั้งใจ พ่อเขารักหนูจริงๆ ขึ้นมาก่อนเถอะนะสตาร์”
รัตน์ฉุดเด็กน้อยขึ้นมาสุดแรง จนสามารถดึงเด็กขึ้นมาบนพื้นของดาดฟ้าได้อย่างปลอดภัย
“มาช่วยหนูไว้ทำไม ถ้าไม่มีหนู คุณก็จะได้ใช้ชีวิตอยู่กับพ่ออย่างมีความสุขไงคะ” สตาร์ผลักรัตน์ออก
“เอาล่ะ น้ายอมแพ้แล้ว หากน้าเลิกยุ่งเกี่ยวกับพ่อหนู สาบานได้มั้ยว่าจะไม่คิดสั้นฆ่าตัวตายอีก รู้มั้ย ว่าการฆ่าตัวตายถือว่าเป็นบาปหนักมาก โบราณว่าคนฆ่าตายอาจได้รับกรรมทำให้เขาคิดฆ่าตัวตายไปอีก 500 ชาติ ไม่เพียงเท่านั้นการฆ่าตัวตายยังถือว่าเป็นการอกตัญญูต่อพ่อแม่ รู้มั้ย ว่าพวกท่านให้กำเนิดเลือดเนื้อเชื้อไขและเลี้ยงดูลูกอย่างทะนุถนอมมากแค่ไหน ดังนั้นการฆ่าตัวตายของลูกจึงสร้างความช้ำใจต่อพ่อแม่หนักมากนะ หนูสตาร์” รัตน์อธิบาย
“จริงหรอคะ ที่น้ารัตน์จะเลิกยุ่งกับพ่อ” สตาร์ยอมสงบใจ
“น้าพูดคำไหนคำนั้น และจะพิสูจน์ให้ดูค่ะ”
“ก็ได้ค่ะ หนูสาบานว่าจะไม่คิดฆ่าตัวตายอีก” สตาร์ชูสามนิ้ว
รัตน์กอดเด็กน้อย ก่อนที่จะลุกขึ้นยืนเพื่อเดินไปหานายหัว โดยมีเด็กหญิงค่อยๆ เดินตามไปดูเหตุการณ์
นายหัวรีบเข้าไปกอดลูกสาวด้วยความเป็นห่วง “พ่อขอโทษลูก พ่อไม่ได้ตั้งใจทำร้ายหนูเลยนะ”
“ไม่เป็นไรค่ะพ่อ” สตาร์กอดพ่อตอบ
“เอ่อ คุณอาทิตย์ ฉันมีเรื่องจะพูดกับคุณค่ะ” รัตน์ขัดจังหวะ
อาทิตย์จึงฝากลูกไว้กับผู้ช่วย แล้วเดินตามรัตน์ไปที่ห้องโถง
“มีอะไรงั้นหรอครับ ที่รัก” อาทิตย์สงสัย
“เรื่องระหว่างเรา ขอให้จบเท่านี้เถอะค่ะ” รัตน์ยอมตัดใจ
“หมายความว่ายังไง” นายหัวพูดเสียงแข็ง
“ฉันรักในอาชีพนางแบบค่ะ หากฉันแต่งงาน งานก็หดหาย ดังนั้นฉันขอเลือกงานดีกว่า ส่วนเรื่องวันนั้นก็ขอให้เป็น one night only ไปเถอะค่ะ” รัตน์แกล้งพูด
“แต่ผมรักคุณนะรัตน์ ผมคิดจริงจังกับคุณ อย่าทิ้งผมและลูกไปเลยนะครับ” นายหัวพยายามขอร้อง
“ฉันไม่เคยรักคุณ และขอยืนยันคำเดิมค่ะ” รัตน์บังคับตัวเองไม่ให้ร้องไห้
นายหัวเข้าไปกอดหญิงสาวจากด้านหลัง และว่า “ผมไม่เชื่อ”
รัตน์ตัดใจแกะมือนายหัวออกแล้วเดินจากไปอย่างไร้เยื่อใย
ทำให้นายหัวเจ็บช้ำยิ่งนัก เขาเองก็ไม่เคยคิดว่าจะมีหญิงคนไหนแทนที่แม่ของสตาร์จนได้มาเจอกับสราญรัตน์
สตาร์ที่หนีผู้ช่วยแล้วแอบดูอยู่ ก็รู้สึกดีใจที่น้ารัตน์ยอมทำตามคำพูด
เนื่องจากเรือสำราญมีกำหนดขึ้นฝั่งอีกสามวัน ทำให้รัตน์จำต้องอดทนอยู่บนเรือโดยคอยหลบหน้านายหัวอยู่ตลอดเวลา
และแล้วสวรรค์ก็ไม่เป็นใจ จึงมีเหตุการณ์ที่เธอได้เดินไปเผชิญหน้านายหัวโดยบังเอิญ
รัตน์ตกใจเลยรีบหันหลังกลับทันที และกำลังจะรีบเดินหนี
นายหัวเลยเดินไปดักหน้าพร้อมกับพูดว่า “คุณไม่จำเป็นต้องหลบหน้าผมแล้ว ผมเข้าใจแล้ว ตั้งแต่นี้ต่อไป ผมจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับคุณอีก” แล้วนายหัวก็เป็นฝ่ายเดินหนีรัตน์ไปเอง
รัตน์กลับยิ่งรู้สึกเจ็บช้ำและมีน้ำตาคลอ เธอพึมพำเบาๆ “ขอโทษค่ะคุณอาทิตย์ เพื่อความสุขของสตาร์นะคะ”
****************************
เด็กหญิงสตาร์รู้สึกสมใจที่พ่อกับน้ารัตน์ไม่ได้ยุ่งเกี่ยวกันแล้วก็จริง แต่ทว่าเธอกลับรับรู้ความรู้สึกของพ่อได้ เธอเห็นพ่อเอาแต่ทำงานท่าเดียว วันๆ ไม่กินข้าว และแม้จะเข้ามาเล่นกับเธอบ้าง แต่เธอก็ดูออกว่าพ่อรู้สึกซึมเศร้ามากเพียงใด
“เอ่อ พ่อคะ ตอนนี้พ่อไม่ได้รักแม่และหนูแล้วหรอคะ” สตาร์คิดว่าพ่อรักน้ารัตน์มากกว่าตัวสตาร์
“พ่อยังคงรักแม่และลูกเสมอลูก”
“แต่พ่อก็รักน้ารัตน์ด้วยใช่มั้ย”
“พ่อยอมรับว่าใช่ แต่ต่อไปนี้พ่อจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับผู้หญิงคนนั้นอีกแล้ว ลูกไม่ต้องเป็นห่วง”
สตาร์ก็อยากยิ้มที่ตนเป็นฝ่ายชนะสามารถขัดขวางไม่ให้พ่อคบกับน้ารัตน์ได้ แต่เธอกลับทุกข์ใจที่เห็นพ่อไม่ยิ้มแย้มแจ่มใสเหมือนแต่ก่อน “เอ่อ ยังไงพ่อก็ทานข้าวบ้างนะคะ”
นายหัวลูบหัวเด็กน้อยอย่างเอ็นดู “ครับ คุณลูก”
เช้าวันรุ่งขึ้น สตาร์ไปเดินเล่นก็เจอน้ารัตน์โดยบังเอิญ แต่ทว่าพอน้ารัตน์เห็นเธอก็เอาแต่เดินหนี จนกระทั่งสตาร์ต้องวิ่งไปดักหน้า
“มีอะไรกับน้าหรอคะ สตาร์”
“น้ารักพ่อหนูมั้ยคะ” สตาร์ถามตามตรง
“เลิกพูดเรื่องนี้เถอะ น้าไม่ได้ยุ่งเกี่ยวกับพ่อหนูแล้วไงคะ”
“เอ่อ คือ เอ่อ….” สตาร์พูดไม่ออก
“มีอะไรหรือเปล่า สตาร์” รัตน์สงสัย
“เมื่อคืนพ่อหนูเอาแต่ทานเหล้าจนแฮ้ง ตื่นเช้ามาก็เลยไม่สบายค่ะ หนูไม่รู้จะทำยังไงดี”
“จริงหรอ สตาร์” รัตน์ตกใจ
“จริงค่ะ น้ารัตน์ช่วยหนูด้วยนะคะ” สตาร์จับมือน้ารัตน์เพื่อขอความช่วยเหลือ
รัตน์จึงวิ่งนำหน้าเด็กไปที่ห้องนายหัว พร้อมกับเคาะประตูดังลั่น
ก๊อกๆ ก๊อกๆ ก๊อกๆ “คุณอาทิตย์ คุณเป็นยังไงบ้างคะ” รัตน์พยายามเปิดประตู แต่พบว่าประตูมันล็อค
รัตน์ตั้งใจว่าจะหันไปหาเด็กน้อย เพื่อขอกุญแจเปิดประตูและเข้าไปดูอาการ แต่ทว่ากลับเจอชายร่างกำยำ ยืนมองเธออยู่
“คุณอาทิตย์ นี่คุณเป็นยังไงบ้างคะ อาการไข้ดีขึ้นแล้วหรอคะ” รัตน์รีบแตะหน้าผากฝ่ายชายอย่างเป็นห่วง
“ผมไม่ได้เป็นอะไรนี่ครับ” นายหัวทำหน้างง
“อ้าวก็ สตาร์ บอกว่า” รัตน์มองหาเด็กน้อยก็หาไม่เจอ เลยคิดว่าบางทีเธออาจโดนเด็กแกล้ง “เอ่อ ในเมื่อคุณสบายดี งั้นฉันขอตัวค่ะ”
อาทิตย์กอดหญิงสาวจากด้านหลังพร้อมกับว่า “ผมดีใจนะที่คุณเป็นห่วงผมมากขนาดนี้”
รัตน์พยายามแกะมือออกแต่ก็ไร้ผล “ฉันทำไปเพราะมนุษยธรรมค่ะ สตาร์เป็นคนขอให้ฉันช่วย”
“จริงหรอครับ” นายหัวยิ้มแล้วก็หอมแก้มหญิงสาวด้วยความคิดถึง
“ปล่อยนะคะ” รัตน์หน้าแดงด้วยความเขิน
ชายหนุ่มไขกุญแจเปิดประตู แล้วอุ้มหญิงสาวเข้าไปอย่างง่ายดาย
“คุณบ้าไปแล้วหรอคะ อย่าทำแบบนี้นะคะ”
อาทิตย์กระทำไป เพราะเขาเห็นเด็กหญิงสตาร์แอบอยู่และชูนิ้ว OK จากนั้นก็วิ่งหนีเข้าห้องตัวเอง ดังนั้นนั่นจึงแสดงว่าเด็กน้อยยอมรับแม่เลี้ยงอย่างรัตน์แล้ว
และแล้วทั้งสองก็ไม่อาจฝืนความรู้สึกที่มีต่อกันได้ ทำให้บทบรรเลงเพลงรักเกิดขึ้นอย่างง่ายดายและเป็นเวลายาวนาน ทำให้ทั้งสองอ่อนเพลีย นอนกอดกันจนถึงเย็นของวันนั้น
“ผมยอมเสียงานเสียการเพราะคุณเลยนะรัตน์” นายหัวลูบแก้มหญิงสาว
“คุณนั่นแหละที่ไม่ยอมถนอมฉันบ้างเลย”
“แต่งงานกับผมนะครับ” นายหัวจับมือหญิงสาวมาจูบ
“เล่นขอกันตรงนี้เลยหรอคะ”
“ผมกลัวคุณหนีผมและลูกไปอีก”
รัตน์แอบยิ้มและพยักหน้ารับคำทำให้ฝ่ายชายดีใจ เลยหอมแก้มทั้งสองข้างฟอดใหญ่
“คุณน่ะ พอได้แล้วค่ะ ฉันหิวข้าวแล้ว”
“งั้นไปอาบน้ำด้วยกันนะครับ”
กลายเป็นว่าทั้งสองตกลงคบกันและวางแผนที่จะแต่งงานกันเร็วๆ นี้
****************************
ตั้งแต่นั้นมา นายหัวก็ควงรัตน์ไปทุกที่เป็นการประกาศว่ารัตน์คือว่าที่นายหญิงคนใหม่ของบริษัทค้ารังนก ไม่เพียงเท่านั้นรัตน์ก็คอยดูแลเด็กหญิงสตาร์ราวกับลูกในไส้ก็ไม่ปาน ทำให้สตาร์ได้รับความอบอุ่นจากแม่รัตน์ และไม่รู้สึกน้อยใจพ่ออีกต่อไป
ตอนนี้รัตน์อยู่ในห้องนอนกับสตาร์เพื่อสอนออกแบบเสื้อผ้า
“หนูวาดรูปสวยมากเลยค่ะ พัฒนาอีกหน่อย เป็นนักออกแบบเสื้อผ้าได้เลยนะเนี่ย”
“หนูอยากสวยเหมือนแม่รัตน์ค่ะ”
“แน่นอนค่ะ กลับไปที่กรุงเทพฯ แม่จะแปลงโฉมให้ดีมั้ย” ที่บ้านรัตน์มีเครื่องสำอางค์และเสื้อผ้าสมัยเด็กของเธอ
“สองแม่ลูกทำอะไรกัน ได้เวลากินข้าวแล้วรู้มั้ย” นายหัวเปิดประตูเข้ามาดู
“หนูยังวาดรูปไม่เสร็จเลยค่ะพ่อ” สตาร์ยังอยากวาดรูปต่อ
“ถ้าอยากสวยต้องรักษาสุขภาพ ทานข้าวตรงเวลาด้วยนะคะคนดี” รัตน์จับมือเด็กให้หยุดวาดก่อน
“ค่ะ แม่รัตน์” สตาร์ยอมเชื่อฟัง
“รู้สึกเป็นหมาหัวเน่ายังไงก็ไม่รู้ ลูกเชื่อฟังแต่แม่” นายหัวแกล้งพูด
“โธ่ พ่อ มาๆ หนูขอกอดหน่อย” สตาร์เข้าไปกอดพ่อ
รัตน์ยิ้มให้กับสองพ่อลูกที่กำลังหยอกล้อกัน เธอคิดในใจว่า “แค่มาเรือสำราญไม่นาน นี่ฉันกลายเป็นแม่คนแล้วงั้นหรอ”
****************************
วันถัดมา ก่อนถึงวันที่เรือเทียบฝั่ง รัตน์ตื่นก่อนว่าที่สามี เธอแอบรู้สึกผิดที่ชิงสุกก่อนห่าม กลายเป็นว่าเธออยู่ก่อนแต่ง เมื่อนายหัวยังไม่ตื่น เธอก็เลยแอบอาบน้ำแต่งตัวและออกไปเดินเล่นคนเดียว แต่ทว่าก็เกิดเรื่องจนได้เมื่อหญิงสาวได้เผชิญหน้ากับแซนดี้
“มีความสุขมากใช่มั้ย ที่แย่งคนรักฉันไปน่ะ” แซนดี้รู้สึกเจ็บแค้น
“แซนดี้! ฉันไม่ได้แย่ง แต่เขาไม่ได้รักเธอต่างหาก” รัตน์กล่าวตามความเป็นจริง
“อ๋อ คิดว่าเขารักเธอมากงั้นสิ เดี๋ยวเขาเบื่อเธอเมื่อไหร่ เขาก็ทิ้งเธอ เหมือนที่เขาเคยทิ้งฉันไงล่ะ” แซนดี้กล่าวทั้งๆ ที่ตัวเธอกับนายหัวไม่เคยคบกัน
“ฉันไม่รู้หรอกว่าอนาคตจะเป็นแบบนั้นหรือเปล่า ให้เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์ก็แล้วกัน” รัตน์รู้สึกเหนื่อยถ้าต้องมาระแวงกัน
แซนดี้เจ็บแค้นที่เพื่อนนางแบบแย่งผู้ชายรวยๆ ที่เธอจ้องจับมานานแล้วไป ก็เลยเดินเข้าไปตบรัตน์จนหน้าหัน
รัตน์เอามือจับแก้ม แต่พอเห็นแซนดี้ยังไม่ยอมหยุด เธอก็เลยตั้งหลัก แล้วรีบจับข้อมือเพื่อนเพื่อให้หยุดกระทำ “ตั้งสติหน่อยสิ แซนดี้ ถึงตบฉันแบบนี้ นายหัวก็ไม่กลับไปหาเธอหรอก”
คราวนี้แซนดี้ถึงขั้นดึงผม และกำลังจะตบรัตน์อีก แต่นายหัวรีบวิ่งมาดึงตัวแซนดี้ออก และผลักนางแบบสาวออกไป โชคดีที่ผู้ช่วยที่ชื่อสมชายรับแซนดี้ไว้ได้ ทำให้หญิงสาวไม่ล้มไปกองกับพื้น
นายหัวเข้าไปประคองรัตน์และสำรวจร่องรอยฟกช้ำ “เป็นอย่างไรบ้างรัตน์ เจ็บมากมั้ย” จากนั้นก็หันไปหานางแบบสาว พร้อมกับว่า “ผมจะเอาเรื่องคุณให้ถึงที่สุด ฐานทำร้ายร่างกายว่าที่ภรรยาผม”
“หยุดเถอะค่ะ รัตน์ไม่อยากเป็นข่าว”
“แหมออดอ้อนเก่งจังนะนังรัตน์ ระวังตัวไว้ให้ดีก็แล้วกัน ครั้งหน้าอาจไม่ใช่แค่ตบ” แซนดี้ลุกขึ้นยืนและผลักผู้ช่วย จากนั้นก็วิ่งหนีไป
“ทำไมผู้หญิงคนนี้ร้ายแบบนี้” นายหัวบ่น
“ก็คุณกับเธอเคยคบกันนี่คะ” รัตน์แอบหึง
“ผมไม่ได้มีอะไรกับเธอ ที่ผ่านมามีแต่เธอเข้าหาผมเพื่อผลประโยชน์ทั้งนั้น และตอนนี้ผมก็รักคุณคนเดียว คุณต้องเชื่อผมนะรัตน์” นายหัวจับมือหญิงสาวให้แตะที่อกเขา
“รัตน์คงบอกตอนนี้ไม่ได้ว่าจะเชื่อใจคุณ ขอให้เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์ก็แล้วกันค่ะ”
นายหัวเป็นห่วงว่าที่ภรรยากลัวถูกแซนดี้ทำร้ายอีก เลยสั่งให้บอดี้การ์ดแอบคุ้มครองทุกฝีก้าว
จนกระทั่งตกเย็น บอดี้การ์ดแยกย้ายกันกลับ เมื่อเห็นสามคนพ่อแม่ลูกอยู่ด้วยกันในห้องของนายหัว
วันนี้นายหัวดีดกีตาร์ให้รัตน์และลูกฟัง ทำให้เด็กหญิงสตาร์อยากเรียนดีดกีตาร์บ้าง ดังนั้นนายหัวจึงช่วยสอนพื้นฐานให้สตาร์
รัตน์เห็นพ่อลูกมีสมาธิจดจ่อกับการเล่นดนตรี เธอก็เลยขออาสาเดินไปหยิบขนมที่โรงอาหารมาให้
แต่ทว่าผ่านไปหนึ่งชั่วโมงแล้ว รัตน์ก็ยังไม่กลับมาจนผิดสังเกต
“แม่รัตน์เป็นอะไรไปหรือเปล่าคะพ่อ” สตาร์รู้สึกเป็นห่วง
“นั่นสิลูก ขอพ่อไปดูก่อนนะ” นายหัววางกีตาร์ลงและกำลังจะลุกขึ้นยืนเพื่อเดินออกไปข้างนอก
สักพักก็มีเสียงเคาะประตู
นายหัวดีใจเลยไปเปิดต้อนรับ แต่ทว่ากลับเป็นเจ้าหน้าที่บนเรือ
“มีอะไรหรือเปล่าครับ” นายหัวสงสัย
“นายหัวครับ นางแบบที่ชื่อสราญรัตน์ถูกผู้ร้ายฟาดศีรษะและผลักเธอจนตกลงทะเล โชคดีที่มีพนักงานในเรือเห็นและกระโดดลงไปช่วย ตอนนี้เธอมีอาการสาหัสมากครับ ทางเราได้ติดต่อเฮลิคอปเตอร์เพื่อรีบนำเธอส่งโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดให้แล้ว”
“ขอบคุณครับ ผมจะรีบไปดูเธอเดี๋ยวนี้” นายหัวจึงพาสตาร์ไปดูอาการของรัตน์
ผู้คนในเรือพากันมุงดูหญิงสาวที่นอนเปียกโชก สลบไสลไม่ได้สติ แต่มีเจ้าหน้าที่พยาบาลช่วยกันปฐมพยาบาลเบื้องต้น
เด็กน้อยรีบวิ่งเข้าไปดูอาการของว่าที่แม่เลี้ยง “ฮือ ฮือ แม่รัตน์อย่าทิ้งสตาร์ไปนะคะ หนูรับรองจะไม่ดื้อไม่ซนอีก”
นายหัวกอดลูกรักเพื่อปลอบโยน ส่วนมืออีกข้างคอยจับมือหญิงในดวงใจ ซึ่งในขณะนี้รัตน์ยังไม่ฟื้น “ตื่นเถอะรัตน์ อย่าทิ้งผมกับลูกไป ผมขอร้องล่ะรัตน์”
สักพักเฮลิคอปเตอร์พร้อมกับบุรุษพยาบาลก็มาถึง พวกเขาช่วยยกตัวผู้บาดเจ็บเพื่อพาไปรักษาต่อที่โรงพยาบาลในจังหวัด
นายหัวจะตามไป แต่ว่าเนื้อที่เฮลิคอปเตอร์ไม่เพียงพอ เขาเลยจำต้องรอเรือเทียบท่าในวันพรุ่งนี้ค่อยรีบตามไปดูอาการของรัตน์
สตาร์ยังคงกอดพ่อร้องไห้ นายหัวจึงอุ้มแล้วปลอบ “เดี๋ยวแม่รัตน์ก็หายครับ”
“หนูกลัวค่ะพ่อ หนูกลัวแม่รัตน์จะทิ้งพวกเราไปอีกคน”
สักพักนายหัวก็ฉุกคิดได้ถึงตัวคนร้าย ดังนั้นเขาจึงอุ้มลูกไปฝากไว้กับแพรวา
“ผมฝากลูกก่อนนะครับแพรวา”
“พ่อจะไปไหนคะ” สตาร์สงสัย
นายหัวคุกเข่าลูบหัวลูก แล้วบอกว่า “พ่อจะรีบไปจับตัวคนร้ายที่ทำร้ายแม่รัตน์ไงครับ”
“พ่อต้องจับมันให้ได้นะคะ” สตาร์เจ็บแค้นแทน
นายหัวเดินไปให้เบาะแสกับเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยเพื่อเป็นข้อมูลสำหรับรายงานให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ต่อมาเจ้าหน้าที่ก็นำทีมไปพบแซนดี้เพื่อสอบปากคำเบื้องต้น
“พวกคุณมีอะไรไม่ทราบคะ” แซนดี้สงสัย
“เธอลอบทำร้ายรัตน์ใช่มั้ย แซนดี้” นายหัวโกรธแค้น
“รัตน์โดนทำร้ายงั้นหรอคะ ก็สมควรอยู่หรอก” นางแบบแอบสะใจ
นายหัวโมโหเลยใช้มือข้างเดียวบีบคอนางแบบ จนแซนดี้ต้องรีบแกะมือนายหัวออก
“ฉันจะเอาเรื่องให้ถึงที่สุด” นายหัวกล่าวอย่างเอาเรื่อง
“ฉันไม่ได้ทำเสียหน่อย รัตน์คงจะมีศัตรูเยอะสิท่า หรือไม่ ก็อาจเป็นฝีมือลูกสาวคุณก็ได้นะคะ” แซนดี้ให้ความเห็น
“ลูกสาวฉันไม่ได้มีจิตใจโหดเหี้ยมเหมือนเธอหรอก แซนดี้”
“ฉันบริสุทธิ์ใจ ฉันไม่ได้ทำ” แซนดี้ให้การปฏิเสธ
“งั้นพวกเราคงต้องสอบปากคำคุณก่อน ช่วงเวลาหกโมงเย็นถึงสองทุ่มคุณไปอยู่ที่ไหน และทำอะไร” เจ้าหน้าที่คนหนึ่งสอบถาม
“ฉันก็นอนอยู่ในห้องน่ะสิคะ” แซนดี้ตอบ
“แสดงว่าคุณไม่มีพยานบุคคล” นายหัวพูดแทรก
“แต่คุณก็ไม่มีหลักฐานว่าฉันเป็นคนทำเช่นกันนะคะ” แซนดี้แย้ง
“ผมต้องหาหลักฐานเอาผิดคุณให้จงได้” นายหัวแอบเจ็บใจที่ไม่มีหลักฐาน
“งั้นฉันขอตัวนะคะ” แซนดี้ยักคิ้วให้นายหัวแล้วเดินจากไป
ตอนนี้แซนดี้เป็นเพียงผู้ต้องสงสัยเท่านั้น ยังไม่มีหลักฐานเอาผิดเธอ
พอเรือสำราญเทียบท่า นายหัวรีบเดินทางไปที่โรงพยาบาลเพื่อรอฟังอาการของรัตน์
****************************
ณ โรงแรมแห่งหนึ่งในจังหวัดเชียงใหม่
ภัทรตกใจตื่นในตอนเช้า และพึมพำว่า “ทำไมถึงฝันร้ายแบบนี้ เกิดอะไรขึ้นกับรัตน์หรือเปล่านะ”