นิสัยของอาจารย์อาเป็คนที่เรียกได้ว่าดีแสนดี ใจดีประหนึ่งพระแม่มารี ั้แ่กู้เลี่ยงรุ่ยฟื้นขึ้นมา ก็มีอาจารย์อาคอยบรรเลงเพลงรักษาให้ไม่เคยขาด และยังชอบนำของดีของอร่อยมาให้กู้เลี่ยงรุ่ยในยามที่ต้องกินยาขมจัดเป็กะละมัง
"อาจารย์อา ท่านมาแล้ว"กู้เลี่ยงรุ่ยขยับตัวขึ้นมานั่ง สองสามวันนี้ร่างกายเกือบหายดีหมดแล้ว อาจารย์กู้เตรียมจะให้กู้เลี่ยงรุ่ยฝึกวิชารักษาร่างกายแต่เช้า ไม่ก็จะให้นั่งสมาธิเจริญลมปราณที่กำลังก่อตัวอยู่ภายใน ยังดีที่อาจารย์อายั้งไว้ก่อนโดยให้เหตุผลเขายังไม่หายดี
อาจารย์กู้จึงพยักหน้าและไม่กล่าวอะไรอีก ทุกวันจะมาให้เห็นหน้าหนึ่งหนพร้อมผู้าุโเว่ย ที่มักจะขนถังยามาเป็รถเข็น ครั้งก่อนที่คิดว่าเป็ภาชนะใส่สมุนไพรยังถือว่าเด็กไปเลยเมื่อเทียบกับตอนนี้
จะพูดก็พูดเถอะ กู้เลี่ยงรุ่ยรู้สึกว่าอาจารย์กู้แทบจะเป็คนไร้ความรู้สึกแบบคนทั่วไปแล้ว ให้อารมณ์เหมือนพวกศาสดาที่หลุดพ้นทางโลกแล้วขุมหนึ่ง ต่างจากอาจารย์อาที่มีความอ่อนโยนและเข้าอกเข้าใจตนทุกอย่าง แสนดีที่หนึ่ง
"น้ำตาลก้อนที่เ้า้า"วันก่อนกูก็เลี่ยงรุ่ยเปรี้ยวปากอยากกินของหวานจึงพูดเปรยๆ ให้อาจารย์อาได้ยิน วันนี้ก็ได้กินเลย
"อาจารย์อา ท่านดีที่สุดเลย"
อิ่นซือเฉิงยิ้มน้อยๆ ยื่นมือจับชีพจรของกู้เลี่ยงรุ่ยที่ยื่นให้จับอย่างเต็มใจ ทั้งยังเอนกายนอนทอดอารมณ์อย่างสบายใจ
"อาจารย์อา ข้ายังไม่หายดีใช่หรือไม่"กู้เลี่ยงรุ่ยในตอนนี้ไม่อยากหายดีเลยสักนิด แต่จะเสแสร้งก็ทำไม่ได้เพราะปันน่าออกไปะโโลดเต้นตั้งสองวันเเล้ว อันที่จริงเหมือนทุกคนรู้ว่ากูก็เลี่ยงรุ่ยจงใจจะอู้แต่ก็ปล่อยๆ ไป ด้วยมีอาจารย์อาอิ่นซือเฉิงคอยให้ท้าย
"กลับกัน เ้าหายดีแล้ว ทั้งพลังปราณก็ไหลเวียนในร่างเ้าอย่างดี นับว่าคนผู้นี้ที่ช่วยเ้าเป็ยอดฝีมือโดยแท้"กล่าวด้วยใบหน้าเลื่อมใส ในขณะที่กู้เลี่ยงรุ่ยอยากจะไปผลักอกไอ้คนที่ช่วยตนไว้สักที ช่วยให้รอดก็พอ เหตุดต้องช่วยแม้กระทั่งลมปราณด้วย
พูดถึงเื่นี้แล้วก็เป็ปริศนายิ่ง แรกทีเดียวก็คิดว่าอู๋เยี่ยนเป็ผู้ช่วยเขาไว้ ที่ไหนได้ เป็ใครก็ไม่รู้ ตอนฟื้นมากู้เลี้ยงรุ่ยโดนตั้งคำถามนี้ก่อนเป็อันดับแรก ซึ่งดูเหมือนทุกคนจะใส่ใจกับเื่นี้มาก แต่เขาจำไม่ได้เช่นกัน พยายามนึกไปถึงตอนจมน้ำก็จำไม่ได้ รู้สึกได้ถึงแต่ััอุ่นๆ ที่ริมฝีปากเท่านั้น แน่นอนว่าเื่นี้กู้เลี่ยงรุ่ยไม่ได้พูดออกไป
"แต่ข้ายังรู้สึกว่าเจ็บอยู่เลย จะหายดีได้อย่างไรกัน"
อิ่นซือเฉิงส่ายหน้าน้อยๆ ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน"รุ่ยเอ๋อร์ เ้าในตอนนี้เป็เ้าสำนักแล้ว จะเกียจคร้านไม่ฝึกวิชายุทธ์ อนาคตจะลำบาก ที่จริงศิษย์พี่กังวลเื่ของเ้ามาก เมื่อเช้ายังตั้งใจมาพูดให้ข้ามาเกลี่ยกล่อมเ้า"
"อาจารย์อา ท่านก็รู้ข้าเสียความทรงจำไปบางส่วน เื่ที่เกี่ยวกับสำนักหรือวิชายุทธ์ก็ลืมแล้ว ตอนนี้ข้าไม่อยากเป็เ้าสำนัก..."
"รุ่ยเอ๋อร์ เื่พวกนี้เ้าพูดกับข้าได้ แต่พูดกับศิษย์พี่ไม่ได้ ทั้งยังไม่อาจพูดเช่นนี้ให้ผู้อื่นได้ยิน หากไม่เป็เ้าสำนักแล้ว เ้าคิดอยากจะเป็อันใด เ้าเคยบอกว่าอยากจะปกป้องประชาราษฎร์ ขจัดภัยร้าย สิ่งนี้เ้าก็ลืมด้วยหรือ"
กู้เลี่ยงรุ่ยก้มหน้า ความรู้สึกเหมือนตอนที่ต้องเผชิญหน้ากับผู้จัดการเด็กกำพร้าที่คอยถามว่าโตขึ้นอยากจะเป็อะไร ความฝันคืออะไร ทำไมถึงอยากเป็อย่างนั่นอย่างนี้ แต่ต่างกันที่อาจารย์อาไม่ได้ถามด้วยความรู้สึกคุกคามแต่เต็มไปด้วยความห่วง และกังวล
กู้เลี่ยงรุ่ยกุมมือแน่น สิ่งที่อาจารย์อาพูดมาคือปณิธานของกู้เลี่ยงรุ่ยในอดีต ตอนนี้กู้เลี่ยงรุ่ยไม่เหมือนเดิมแล้ว จะว่าเป็ความเห็นแก่ตัวหรืออะไรก็ได้ แต่ตลอดชีวิตของตนในอดีตก็ไม่เคยได้เลือกอะไรเองเลย ตอนนี้เมื่อได้โอกาสเกิดใหม่ จึงอยากจะเลือกชีวิตด้วยตนเองสักครั้ง
"ข้าแค่อยากเป็คนธรรมดา ใช้ชีวิตธรรมดา"
เสียงผลักประตูเปิดดังขึ้น หลังประตูมีร่างของอาจารย์กู้และผู้าุโเว่ย อาจื่อกับปันน่าที่เข็นรถเข็นที่มีถังใบใหญ่ และอู๋เยี่ยนที่เลิกคิ้วเล็กน้อย บรรยากาศพลันเปลี่ยนไป ผู้าุโเว่ยสั่งให้อาจื่อและปันน่าไปเที่ยวเล่นเสีย
"ศิษย์น้องซือเฉิง เ้าออกมาก่อน ข้ามีเื่จะคุยกับศิษย์ของข้า"
กู้เลี่ยงรุ่ยก้มหน้า เอามือจับชายเสื้ออาจารย์อาไว้เป็เกราะคุ้มกันพร้อมกระตุกเบาๆ ด้วยสายตาออดอ้อนให้อาจารย์อาช่วยพูดหน่อย ปกติอาจารย์กู้ไม่เรียกตนเช่นนี้ คำว่าศิษย์ของข้ามิเคยออกจากปากเขา
"ศิษย์พี่ ท่านต้องเข้าใจว่ารุ่ยเอ๋อร์ในยามนี้ไม่เหมือนเดิม การผ่านความตายมาหลายครั้งในเวลากระชันชิดมิอาจบอกได้ว่าถึงเป็ตัวข้าเองก็ทนไหว"
กู้ไฉอี้ยังยืนอยู่ที่เดิม สีหน้าไม่แสดงคลื่นแห่งอารมณ์ ก่อนที่เสียงถอนหายใจจะดังขึ้นเบาๆ หนหนึ่ง "รุ่ยเอ๋อร์ ข้ามีเื่จะคุยกับเ้า"
พอคำเรียกขานอันคุ้นเคยกลับมากู้เลี่ยงรุ่ยก็ไม่กลัวแล้วจึงปล่อยมือออกจากอาจารย์อาที่หันมาตบไหล่สองทีเป็การให้กำลังใจแล้วเดินออกไป รวมทั้งคนอื่นๆ ด้วย
แรกเริ่มเดิมทีนั้นกู้เลี่ยงรุ่ยตั้งใจว่าจะใช้ชีวิตปกติทั่วไปและไม่เกี่ยวข้องอะไรกับสำนักอีก แต่ว่าทุกอย่างพลิกผันผิดแผนไปหมด ตนถูกผู้อื่นพบตัวและก็เกือบโดนเ้าสำนักตู้สังหารถึงสองครั้งสองครา ทุกๆ ครั้งก็าเ็เจียนตายแทบม้วยมรณา ยิ่งทำให้กู้เลี่ยงรุ่ยไม่ยากเกี่ยวข้องกับเื่ราวในยุทธภพอีก แกล้งความจำเสื่อม แกล้งป่วยเพื่อจะได้ไม่ต้องฝึกวิชาอะไรทั้งนั้น ทั้งๆ ที่อาจารย์กู้เตรียมจะให้กู้เลี่ยงรุ่ยกลับมาฝึกวิชาเพื่อให้ร่างกายแข็งแรงมากขึ้นโดยเร็ว
"เหตุใดเ้าไม่ลงไปตามคำเชิญของท่านอ๋อง ศิษย์ด้านล่างส่งต่อจดหมายมาเชิญเ้าหลายครั้งหลายคราแล้ว"นับั้แ่เมื่อหนึ่งสัปดาห์ก่อนที่ให้อู๋เยี่ยนส่งจดหมายไปให้ฉีอ้ายอัน ฉีอ๋องก็ส่งจดหมายกลับมาขอพบ ครั้งแรกปฏิเสธเพราะกู้เลี่ยงรุ่ยยังไม่ฟื้น ครั้งที่สองเพราะยังไม่หายดี ครั้งที่สามก็ยังไม่ไปเนื่องจากบอกว่ายังไม่ดีขึ้น ครั้งที่สี่ก็ยังไม่ไป ด้วยเหตุผลเช่นเดิม เรียกได้ว่าตลอดหนึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมา มีจดหมายเชิญเจ็ดครั้ง กู้เลี่ยงรุ่ยปฏิเสธทั้งหมด
"อาจารย์ข้าก็บอกท่านแล้วไงว่าเขาพยายามฆ่าข้า เอากระบี่แทงข้า ทั้งยังช่วยให้เ้าสำนักตู้เอาจักรทมิฬฆ่าข้า"กู้เลี่ยงรุ่ยแทบอยากจะเต้น เื่อะไรต้องไปพบคนแบบฉีอ๋อง จ้างให้ก็ไม่ไปหรอก
"เ้ามีหรือจะสู้ฉีอ๋องไม่ได้ เป็เ้ายินยอมลงเขาไปเอง ทั้งยังให้ผู้อื่นลงมือโดยง่าย เื่นี้ต้องโทษตัวเ้าเอง"นอกจากจะไม่เข้าข้างแล้ว กู้ไฉอี้ยังรู้สึกว่าฉีอ๋องไม่ได้ตั้งใจจะสังหารศิษย์ตน แต่เื่ราวทั้งหมดก็ไม่แน่ชัด จึงไม่ขอตัดสิน
"อาจารย์ท่านเข้าข้างผู้อื่นได้อย่างไร ข้าเกือบตายเพราะเขานะ นี่ข้ายังเป็ศิษย์ท่านหรือไม่ เห็นผู้อื่นดีกว่าข้าได้อย่างไร"ถ้าไม่ติดว่าต้องคงภาพลักษณ์เ้าสำนัก กู้เลี่ยงรุ่ยจะแผดเสียงให้ดู ความคับข้องใจเต็มเปี่ยม ยังจดจำคำพูดและใบหน้าตอนนั้นที่ตกลงไปในทะเลสาบได้ดี
ฉีอ๋องคนชั่วช้า!
"รุ่ยเอ๋อร์ แล้วเ้าเคยถามหรือไม่ว่าเหตุใดฉีอ๋องถึงทำเช่นนี้ คนผู้นี้นับว่าเป็ยอดบุรุษ ั้แ่สี่ขวบก็สามารถแก้ปัญหาที่เสบาบดีจนปัญญาได้แล้ว พอห้าขวบหลังเสียบุพการีไปก็เติบโตมาเพียงลำพังกับน้องที่พึ่งคลอด ไต่เต้าจากอดีตตระกูลที่เคยร่วงโรยมาสู่ตำแหน่งท่านอ๋อง เ้าว่าคนเช่นนี้จะทำเื่โง่เขลาโดยไร้สาเหตุหรือ"
"ท่านก็รู้ว่าฉีอ๋องผู้นั้นเกลียดข้า เพราะข้ารักกับน้องสาวของเขา"พูดถึงตรงนี้แล้วก็รู้สึกเจ็บในทรวง หากว่าฉีอ๋องไม่เรียกกู้เลี่ยงรุ่ยไปพบ เ้าสำนักกู้ก็ไม่ต้องเจอประมุขมาร และเธอก็ไม่ต้องร้องไห้จนหัวใจวายตาย เห็นหรือไม่ ฉีอ๋องคือตัวเลวร้ายของแท้
"รุ่ยเอ๋อร์ เหตุใดบางอย่างเ้ากลับหลงลืมไป..."
"ก็เพราะฉีอ๋องทั้งนั้น ถ้ามิมีเขาผู้นั้นข้าจะเป็เช่นนี้หรือ จะมาถึงจุดนี้ได้อย่างไร อาจารย์ท่านไม่ต้องพูดถึงคนผู้นี้แล้ว ข้าฝึกวิชาก็ได้แต่ขอฝึกกับอู๋เยี่ยนก่อน แล้วค่อยมาฝึกกับท่าน ขอแค่ท่านไม่กล่าวถึงคนผู้นี้อีก"
"เช่นนั้นก็ได้ ตามใจเ้า"กู้ไฉอี้ไม่กล่าวอะไรอีก โดยเนื้อแท้แล้วก็เป็คนรักศิษย์มาก ทั้งยังเป็กู้เลี่ยงรุ่ยที่เลี้ยงมาแต่เด็ก อนึ่งว่าเป็บุตรคนหนึ่ง แม้จะรู้สึกว่าั้แ่ฟื้นขึ้นมากู้เลี่ยงรุ่ยจะแตกต่างไปจากเดิมมากแต่ก็อย่างที่ศิษย์น้องซือเฉิงกล่าว ในระยะเวลาสั้นๆ กู้เลี่ยงรุ่ยเกือบตายไปสามครั้ง สูญเสียวรยุทธ์และพลังปราณ ทั้งยังมีความทรงจำขาดๆ หายๆ เกิดเื่มากมายเช่นนี้เป็ผู้ใดก็ต้องเปลี่ยนไป
จึงทำเพียงวางจดหมายฉบับที่เจ็ดลงที่โต๊ะ ก่อนจะจากไป กู้เลี่ยงรุ่ยถอนหายใจพลางนั่งมองพื้นไม้เงียบๆ คนเดียว รู้สึกเหนื่อยจนอยากจะนอนแผ่หราบนเตียงและกินโค้กเย็นๆ แก้เครียด ก่อนที่เสียงเคาะประตูจะดังขึ้นหนึ่งที ไม่บอกก็รู้ว่าใคร ต้องเป็อู๋เยี่ยนแน่
"ข้าเหนื่อย ไว้พรุ่งนี้เถอะ"
ไร้เสียงตอบ มีเพียงเสียงเปิดประตูและเดินเข้ามาก่อนจะดึงตัวกู้เลี่ยงรุ่ยขึ้นจากเตียงในมือเดียว ให้หันมาประจันหน้ากันอย่างไม่มีถอย
"อู๋เยี่ยน เ้าก็รู้ว่าข้าไม่ใช่เขา ข้าทำไม่ได้"ถึงตอนนี้ก็มีแค่อู๋เยี่ยนคนเดียวที่รู้ว่ากู้เลี่ยงรุ่ยเป็ใคร ทั้งยังเป็คนที่คอยกำชับเตือนให้กู้เลี้ยงรุ่นคงคาแรคเตอร์อย่าให้ใครจับได้
อู๋เยี่ยนปล่อยมือ เดินไปจับพู่กันแล้วเขียนลงกระดาษ ใจความว่า 'ทุกอย่างที่อาจารย์ทำล้วนเพื่อเ้า หากเ้ายังไม่ยอมฝึกวิชา ในเร็วๆ นี้เ้าจะทำอย่างไร ศิษย์ทั้งหมดในสำนักล้วนต้องพึ่งเ้า'
กู้เลี่ยงรุ่ยลดเสียง"ข้าจะสละตำแหน่งให้เ้า เ้าจะต้องเป็ได้ดีกว่าข้าแน่"
ยามนั้นอู๋เยี่ยนทำหน้าเหมือนอยากฆ่าคน ตอนตวัดพู่กันยิ่งดุดัน'เ้าคิดอะไรตื้นเขิน ตำแหน่งเ้าสำนักมิใช่เ้าเป็ผู้ตัดสิน และมิใช่เ้าอยากจะสละก็สละได้ อีกอย่างเ้าให้ผู้อื่นรู้ไม่ได้ว่าเ้าเป็ใคร มิเช่นนั้นเ้าคิดว่าเ้าจะได้อยู่ต่อหรือ ถึงเวลานั้นเ้าจะต้องโดนทรมานเพราะถูกมองว่าเป็ปีศาจร้ายมาสิงเ้าสำนักกู้'
"แต่ข้าไม่ใช่ ข้ามาโดยบริสุทธิ์"เรียกว่าการที่กู้เลี่ยงรุ่ยมาถึงจุดนี้ เขาไม่รู้เห็นอะไรด้วย ไม่ได้เป็การตัดสินใจเองทั้งไม่มีสิทธิเลือกด้วย เช่นนี้แล้วจะกล่าวหาว่าตนแย่งร่างเ้าสักกู้ได้อย่างไร
'ผู้ใดจะเชื่อเ้า เ้าก็รู้คนเรากลัวสิ่งที่ตนไม่รู้ที่สุด กู้เลี่ยงรุ่ย ต่อให้เ้า้าหรือไม่แต่เ้าคือเขา หากเ้าไม่เป็เขา เ้าก็มีแค่ต้องตาย ทั้งจะตายอย่างอนาถ'
"เ้าแค่ขู่ข้า..."อู๋เยี่ยนเหมือนเหนื่อยที่จะเขียนแล้ว จึงหยิบแผ่นกระดาษออกมาจากอกเสื้อ ส่งให้กู้เลี่ยงรุ่ย
"นี่มันอะไรนะ..."กระดาษแผ่นนั้นเป็ประกาศจากสำนักคุ้มภัยพยัคเมฆผู้เื่จับสัตว์ประหลาดที่ไม่ว่าจะมองมุมไหนก็คือปันน่า ใบหน้าเด็กสาวในภาพมีรายละเอียดทุกอย่างที่กล้เคียงกับปันน่ามาก เรียกได้ว่าโผล่ออกทุกคนก็ต้องจำได้ กู้เลี่ยงรุ่ยอ่านรายละเอียดที่เขียนไว้อย่างเกินจริง และมีรางวัลสำหรับผู้ให้เบาะแสเป็เงินมากโข
'เ้าคิดว่าทำไมอาจารย์จึงขยันขยอให้เ้าฝึกวิชา หากไม่ใช่เพราะคนพวกนี้้าตัวปันน่า แต่ยังลงมือไม่ได้เพราะตำแหน่งเ้าและอาจารย์มิอาจล่วงเกิน โลกนี้มิได้ใจดีต่อผู้ใด วันไหนเ้าล้ม มีคนรอเหยียบเ้าให้จมดินเสมอ หากเ้ายังอยากให้ปันน่ารอด เ้าอ่อนแอมิได้'
สิ่งที่อู๋เยี่ยนพูดมาถูกต้องทั้งหมด กู้เลี่ยงรุ่ยคิดง่ายเกินไป การหนีตายครั้งหลังจากตู้จิ้งกงได้แสดงให้เห็นแล้วว่าผู้อ่อนแอมีแต่จะถูกบดขยี้ไว้ใต้เท้า ขนาดกู้เลี่ยงรุ่ยมีตำแหน่งเ้าสำนัก ตู้จิ้งกงยังไม่ไว้หน้า กระหายอยากได้ปันน่าจนพร้อมจะฆ่าตน กู้เลี่ยงรุ่ยเงยหน้าขึ้นมองอู๋เยี่ยน "ก็ได้ ข้าฝึกก็ได้"
อู๋เยี่ยนพยักหน้าพอใจก่อนจะหยิบกระบี่พันทิวาออกมาจากถุงเอกภพที่เหน็บอยู่ข้างเอว แล้วยื่นให้ กู้เลี่ยงรุ่ยรับมา ความรู้สึกหนักอึ้งและให้ััแปลกใหม่ ด้ามจับเรียบง่ายเหมาะมือ ปลอกกระบี่เป็สีเงินมีลายขอบเล็กน้อย กู้เลี่ยงรุ่ยเงยมองอู๋เยี่ยนเป็การบอกกล่าวว่าจะดึงกระบี่ออกมาดูแล้ว
ทว่า...กระบี่ดันดึงไม่ออก ต่อให้พยายามใช้แรงแค่ไหนก็ไม่ออก