สิ่งที่อยู่ตรงหน้าของแจ๊คคือภูเขาขนาดใหญ่ที่สูงประมาณ 100 เมตร เงาของภูเขาได้สะท้อนลงมาทำให้เหมือนกับยักษ์ที่กำลังยืนอยู่
ทว่าบนภูเขาไม่มีต้นไม้ ดินหรือหญ้าแม้แต่นิดเดียว มีก้อนหินเป็นโครงสร้างทั้งหมดของภูเขายักษ์แห่งนี้
ถ้ามีแค่หินที่เป็นโครงสร้างภูเขาแจ๊คคิดว่ามันคงจะดูแปลกประหลาดและมีคนจำนวนมากเข้ามาสำรวจภายในเหมืองแห่งนี้
แต่มันมีสิ่งที่ไม่ธรรมดาอยู่มากมายภายในเหมืองทองคือทางเข้าที่เต็มไปด้วยโครงกระดูกอันมหาศาล แม้ว่าเวลาจะผ่านไปหลายพันปีแต่กลิ่น เหม็นเน่ายังลอยอยู่ในอากาศ
เป็นครั้งแรกที่แจ๊คได้กลิ่นเหม็นจากศพที่แรงขนาดนี้ราวกับกลิ่นเหม็นเน่าอันนี้จะไม่หายไปไหนวนเวียนอยู่ในเหมืองทองแห่งนี้
นอกจากโครงกระดูกจำนวนมาก ในพื้นดินใต้เหมืองไม่ได้มีสีน้ำตาลปกติ แต่เป็นสีแดงราวกับโลหิตจำนวนมากกำลังไหลอยู่
ออร่าแห่งความตายและความสิ้นหวังปกคลุมพื้นที่บริเวณนี้ทั้งหมด ถ้าคนจิตอ่อนอาจจะเป็นบ้าได้แค่เข้ามาในพื้นที่แห่งนี้
และมีสิ่งหนึ่งที่ทำให้แจ๊คตื่นเต้นคือเสียงกรีดร้อง ร้องไห้ เจ็บปวด สิ้นหวัง หิวโหยอันน่าเวทนาจำนวนมากได้หลุดออกมาจากทางเข้า
แจ๊คสัมผัสได้ทันทีว่ามีดวงวิญญาณด้านลบจำนวนมากภายในเหมืองทองแห่งนี้ แจ๊คหันไปพูดกับหู่เสวียด้านบนว่า
“หู่เสวียเธอสงสัยไหมว่าริเทาพีปกปิดอะไรบางอย่าง”
หู่เสวียพยักหน้าก่อนพูดขึ้น
“เธออาจจะไม่อยากพูดหรือคิดไม่ออกฉันไม่รู้”
“คิดไม่ออก.....ตัวเลือกนี้เป็นไปได้มากที่สุด”
แจ๊คเดินเข้าไปในเหมืองทองทันทีแม้ว่าจะมีออร่าแห่งความตายและออร่าแห่งความสิ้นหวังจำนวนมากปกคลุมพื้นที่แห่งนี้อยู่
แต่แจ๊คไม่ได้หวาดกลัวแม้แต่น้อยกลับดี ร่างกายและจิตใจของเขากำลังตื่นเต้นที่จะเจอเรื่องสนุกภายในเหมืองทองนี้ หลังเดินไปได้สักพักหนึ่งแจ๊คได้เจอป้ายเตือนกลางทาง
ป้ายเตือนได้เขียนเอาไว้ว่า “ระวังภูเขาด้านหน้าเป็นพื้นที่อันตรายมาก ระดับต่ำกว่าจอมนักรบหรือจอมเวทห้ามเข้า”
แจ๊คอ่านคำเตือนและหัวเราะขึ้นก่อนจะต่อยป้ายคำเตือนอย่างรุนแรง ป้ายคำเตือนทำมาจากไม้ธรรมดาไม่ได้ลงวงแหวนเวทมนตร์หรือทำอะไรเป็นพิเศษ
ตูม
หลังจากที่แจ๊คต่อยไปอย่างรุนแรงทำให้ป้ายเตือนกลางทางแตกกระจายเป็นชิ้น ๆ ก่อนจะเดินไปอย่างไม่แยแสคำเตือน
ระหว่างที่เดินมาได้สักพักหนึ่งแจ๊คได้พูดกับหู่เสวียว่า
“คนที่เป็นเจ้าของหมาป่าสีน้ำเงินนั้นมายัง”
หู่เสวียหันหลังกลับมองไปสักพักหนึ่งก่อนจะพูดขึ้น
“อีกประมาณ 1 วันพวกนั้นมาเดินทางมาถึง”
แจ๊คได้ยินดังนั้นจึงหัวเราะอย่างบ้าคลั่งก่อนจะเดินเข้าไปในเหมืองทองทันทีราวกับไม่ได้ให้ความสนใจกับกลุ่มคนที่สะกดรอยตามเขามา แม้ว่าจะเดินเข้าเหมืองทองไปอย่างสบายแต่ภายในหน้ากากอันแปลกประหลาดแจ๊คได้ยิ้มอย่างชั่วร้าย
.........
ย้ายกลับไป 8 วันก่อน
ชีตาลกำลังคุกเข่าอย่างหวาดกลัวต่อหน้าผู้หญิงคนหนึ่ง ผู้หญิงที่นั่งเก้าอี้อยู่ตรงหน้าชีตาลกำลังหลับตาอยู่ในความสงบ
ทว่าออร่าที่เธอได้ปล่อยออกมาไม่ได้สงบอย่างภายนอก ออร่าและพลังที่เธอปล่อยออกมาได้ทำให้ผนังกำแพงรอบ ๆ ด้านของเธอจนเกิดรอยร้าว
คนตรงหน้าเธอถ้าไม่ได้เป็นชีตาลอาจจะได้รับผลกระทบจากพลังเวทจำนวนมากของเธอที่ปล่อยออกมา
ทันใดนั้นเธอได้ลืมตาขึ้นบรรยากาศในบริเวณรอบ ๆ ได้สงบลงเป็นปกติ แต่ชีตาลยังคุกเข่าและไม่กล้ายกหัวขึ้นมองหน้าผู้หญิงคนนี้
ถ้าชีตาลยกหน้าขึ้นมองจะหวาดกลัวเป็นอย่างมากเพราะในตอนนี้ ใบหน้าของเธอเต็มไปด้วยความโกรธอันมหาศาลพร้อมที่จะระเบิดออกมา
เมื่อเห็นห้องบริเวณรอบ ๆ สงบลงอันแปลกประหลาดชีตาลรีบรายงานเรื่องเกี่ยวกับองค์ชายน้อยทันที
“นา.....นายห...นายหญิง....โปรดอภัยให้กับข้าน้อยด้วย ข้าน้อยสมควรตายที่ไม่สามารถป้องกันองค์ชายน้อยได้”
นายหญิงหรือแม่ของการียะโซมองชีตาลก่อนจะพูดขึ้นมา
“เรื่องมันเป็นมายังไง ทำไมลูกของฉันถึงมีสภาพแบบนี้”
ชีตาลเหงื่อไหวทั่วตัวและใบหน้าขาวซีด ตอนที่นายหญิงพูดราวกับมีภูเขากดดันชีตาลจนหายใจไม่ออก ถึงแม้ว่าจะอยู่ในระดับจอมเวทเหมือนกันแต่พลังต่างกันอย่างมหาศาล
“องค์ชายน้อยพูดว่าไปต่อสู้กับผู้นำพาแห่งความมืด”
“ผู้!!นำ!!พา!!แห่ง!!ความ!!มืด!!”
นายหญิงสะกดตัวอักษรในแต่ละตัวพร้อมกับมีจิตสังหารก่อตัวด้านหลังของเขา ชีตาลที่อยู่ด้านหน้าตัวสั่นอย่างหวาดกลัว
“ลูกของฉันได้บอกอะไรอีกไหม”
ชีตาลรีบพูดอย่างเร่งรีบหวาดกลัวนายหญิงจากฆ่าเขาให้ตายลงทันที
“องค์ชายน้อยได้พูดว่า ให้ตามหาสมุนไพร 153 อย่างได้แก่ หญ้าสัตว์ม่วง รากบัวหิมะร้อยปี ดอกกล้วยไม้3 สี......และเอาไปบดก่อนแช่ลงน้ำก่อนนำองค์ชายน้อยลงไปแช่ตาม บาดแผลทั้งหมดทั่วร่างกายจะหายและองค์ชายน้อยจะฟื้นขึ้นอีก 5 ปีให้หลัง”
หลังได้ยินดังนั้นนายหญิงได้ลดแรงกดดันลงจนทำให้ชีตาลหายใจสะดวกก่อนจะถามกลับไป
“จะบอกเรื่องนี้ให้แก่ราชาเผ่าเพลิงเผาไหม้ไหมครับ”
นายหญิงได้เคาะนิ้วลงโต๊ะที่วางหนังสือด้านหน้าของเธอก่อนจะพูดกลับไป
“ไม่ต้องฉันจะไปฆ่าผู้นำพาแห่งความมืดเอง”
ชีตาลได้ยินดังนั้นจึงตกตะลึงและพยายามพูดขึ้นว่า
“ข้างกายผู้นำพาแห่งความมืดมีตัวตนที่สามารถต่อสู้กับเจตนารมณ์แห่งสวรรค์ได้ ถ้านายหญิงไปกลัวว่า....”
“หยุดพูดใครบอกฉันจะไปคนเดียว มันมีกองกำลังของอาณาจักรโดฮาและศาสนาแห่งแสงเข้าร่วมด้วย”
ชีตาลนึกอะไรออกจึงพูดขึ้น
“นายหญิงจะบอกว่า.....”
“ใช่ศาสนาแห่งแสงจะต้องมีวิธีกำจัดผู้นำพาแห่งความมืดแน่นอน อีกอย่างเหมือนกับที่เจตนารมณ์แห่งสวรรค์พูดถ้าผู้นำพาแห่งความมืดได้ตายลง ตัวตนนั้นจะออกจากดวงดาวแห่งนี้ไปเอง”
ชีตาลลดอาการหวาดกลัวลงก่อนจะพูดขึ้นว่า
“แผนต่อไปของนายหญิงคือ”
“ส่งหมาป่าแกะรอยสีเงินออกไปค้นหาผู้นำพาแห่งความมืดและไปหากองกำลังทั้ง 2 เพื่อพูดคุยถึงผลประโยชน์ ให้นักเวทฝึกฝนด้านล่างค้นหาสมุนไพรที่ลูกของฉันต้องการ”
“ครับ”
ชีตาลพูดขึ้นก่อนจะทำความเคารพนายหญิงและเดินทางออกจากหอคอยที่นายหญิงอาศัยอยู่ นายหญิงถอนหายใจแม้ว่าภายในใจของเธอจะพูดว่าศาสนาแห่งแสงมีวิธีกำจัดผู้นำพาแห่งความมืด
แต่นายหญิงไม่แน่ใจว่าศาสนาแห่งแสงจะมีหรือไม่ หรือกองกำลังลับของอาณาจักรโดฮาเพราะถ้าผิดพลาดอาจจะทำให้เธอตายลงหรืออาจจะทำให้อาณาจักรซาราโนล่มสลายไป
ถ้าเป็นเมื่อก่อนเธอจะคิดถึงอาณาจักรซาราโน แต่หลังจากที่ได้ตกหลุมรักราชาของเผ่าเพลิงเผาไหม้และกำเนิดการียะโซขึ้นทำให้ความรักจากเดิมเป็นอาณาจักรเปลี่ยนเป็นการียะโซแทน
ถ้ามีใครมันทำร้ายลูกรักของเธอ ฉันจะไม่ให้อภัยมันถึงตัวจะตายก็ต้องลากผู้นำพาแห่งความมืดลงนรกให้ได้
.........................................
ปัจจุบันแจ๊คได้เดินเข้าไปในเหมืองทองทันที ทันทีที่ได้เข้าไปในเหมืองทองรู้สึกขนลุก
ราวกับเข้ามาในอีกโลกหนึ่งเพราะบรรยายการเปลี่ยนไปและตั้งแต่เข้าแจ๊คเจอดวงวิญญาณที่มีสีมืดสนิทกำลังลอยอยู่กลางอากาศพร้อมกับร้องไห้
แจ๊คถามหู่เสวียทันที
“หู่เสวียดวงวิญญาณเยอะขนาดนี้ทำไมพวกปีศาจที่บุกมาเมื่อ 1,000ปีก่อนให้จับดูดซับให้หมด”
หู่เสวียไม่ได้ตอบคำถามแจ๊คทันที
“นายเคยเจอดวงวิญญาณมีสีมากแค่ไหน”
“คนของศาสนาแห่งแสงเท่านั้นที่มีดวงวิญญาณสีทอง ส่วนดวงวิญญาณอื่น ๆ มีสีขาวบางดวงที่แข็งแกร่งขึ้นมาหน่อยจะมีสีขาวเข้ม ถามทำไม”
“และดวงวิญญาณตรงหน้านายมีสีอะไร”
“ดำสนิทและมันเกี่ยวอะไรกับสี”
หู่เสวียถอนหายใจก่อนจะพูดขึ้น
“ดวงวิญญาณที่มีสีนั้นจะน่ากลัวเป็นอย่างมาก เช่นสีทองของศาสนาแห่งแสงมันน่ากลัวสำหรับปีศาจ ส่วนสีดำตรงหน้านายเป็นตัวแทนของสิ่งชั่วร้ายไปแล้ว มันไม่นับว่าเป็นดวงวิญญาณด้วยซ้ำ จะถามว่าทำไมปีศาจที่บุกมาเมื่อ 1,000ปีก่อนไม่ดูดซับไปทั้งหมด นายคิดว่าอารมณ์ด้านลบมากมายขนาดไหนถึงทำให้ดวงวิญญาณกลายเป็นสีดำ แค่อารมณ์ด้านลบของดวงวิญญาณธรรมดาก็ทำให้ปีศาจรู้สึกจะเป็นบ้าจากอารมณ์ด้านลบ ไม่ใช้ทุกคนที่เหมือนนาย อีกอย่าง......”
หู่เสวียกำลังจะพูดอะไรสักอย่างหนึ่งแต่กลับไม่พูด แจ๊ครู้เหตุผลว่าทำไมดวงวิญญาณสีดำถึงอยู่รอดมาถึงทุกวันนี้ได้
ดวงวิญญาณสีดำสนิทกำลังร้องไห้อยู่นั้นมันสัมผัสได้ถึงตัวตนของแจ๊ค ดวงตาสีแดงก่ำของมันหันมาจ้องมองแจ๊คทันที
แจ๊ครู้สึกไม่ดีเล็กน้อยที่ถูกจองราวกับจะกินเลือดเนื้อของเขา ทว่าดวงวิญญาณธรรมดามันเป็นได้แค่อาหารของเขาเท่านั้น แจ๊คชี้หน้าไปทางดวงวิญญาณสีดำทันที
“เจ้าอาหาร จ้องหน้าฉันทำไม”
ระหว่างที่แจ๊คกำลังพูดกับดวงวิญญาณสีดำนั้น เสียงของหู่เสวียดังในหูแจ๊คทันที
“อีกอย่างดวงวิญญาณนั้นมันได้กลายเป็นภูตผีที่จะค่อยๆกลืนกินเลือดเนื้อของสิ่งมีชีวิตทุกประเภทที่ภูตผีพบเจอ ความสามารถอีกอย่างหนึ่งของภูตผีที่น่ากลัวคือการสิงร่าง นายไม่สามารถดูดซับดวงวิญญาณสีดำเหมือนกับดวงวิญญาณคนในศาสนาแห่งแสงได้”
“อะไรนะ----!!!!!”
แจ๊คตะโกนเสียงดังขึ้น ภูตผีตรงหน้าแจ๊คกรีดร้องและพุ่งตัวมาหาแจ๊คทันทีอย่างหิวโหย
.............................................................................................................................................................................................................