ลิขิตฟ้าให้ข้าเป็นจอมเวท

    ตอนที่ 164 แผนการเอาคืนของเฟยหลง

            “ท่านผู้คุมกฎท่านปู่อายุมากแล้ว หากถูกฟาดด้วยแส้สิบทีข้าคิดว่าคงทนไม่ไหวหรือไม่ก็คงทำงานไม่ได้อีกหลายเดือน ดีไม่ดีอาจจะตายไปก่อนหากข้าจะรับโทษครั้งนี้แทนท่านปู่ ก็จะมีเพียงข้าที่ต้องพักฟื้นเพียงลำพังอย่างน้อยก็มีคนมาดูแลไก่ฟ้าอัสนีอยู่แต่หากพวกเราสองคนถูกทำโทษพร้อมกันแล้วใครจะมาดูแลไก่ฟ้าอัสนีต่อขอให้ท่านผู้คุมกฎโปรดพิจารณาด้วย”

            “เฟยหลงจะทำอย่างนั้นได้ยังไง หากเจ้าได้รับบาดเจ็บแล้วอีกหนึ่งเดือนข้างหน้าเจ้าจะสามารถเข้ารับการทดสอบได้ยังไงให้ข้าเป็นคนรับโทษเพียงลำพังเถอะ”

            “ท่านจะได้ตายก่อนที่จะลงแส้ครบนะสิท่านปู่”

            “เอาหละพวกเจ้าไม่ต้องพูดแล้วข้าตัดสินใจลงแส้เจ้าหนุ่มนั่นสิบห้าครั้ง เพราะร่างกายของเขาภายในหนึ่งเดือนนี้คงสามารถฟื้นตัวได้ทันส่วนท่านต้องรับโทษห้าครั้ง ส่วนคนดูแลไก่ฟ้าอัสนีข้าจะส่งคนมาดูแลเองอย่าทำให้เจ้าหนุ่มนั่นต้องเจ็บตัวฟรี ๆ ขอบใจเจ้ามากเจ้าหนุ่มไม่คิดเลยว่าในนิกายจะมีคนเช่นนี้อยู่อีก”

            “พวกเจ้าลงเจ้าหนุ่มนั่นสิบห้าครั้งและหันซวงห้าครั้งโทษฐานทำให้ไก่ฟ้าอัสนีหายไป”

            “ขอรับท่านผู้ดูแล”

            เพี๊ยะ!!!

            เพี๊ยะ!!!

            เพี๊ยะ!!!

             เสียงแส้กระทบกับแผ่นหลังของเฟยหลงและหันซวงจนเสื้อผ้าชั้นนอกของเฟยหลงอยู่ในสภาพขาดหลุดลุ่ยแต่ทางด้านหันซวงกลับมีเลือดไหลออกมาหลังของเขาแตกและเสียเลือดไปเป็นจำนวนมากแต่สำหรับเฟยหลงเขาแกล้งทำเป็นเจ็บปวดอย่างแสนสาหัสเท่านั้น เพราะแส้นั้นไม่ได้ทำให้เขาเจ็บปวดแต่อย่างใดร่างกายของเฟยหลงตอนนี้แข็งแกร่งยิ่งกว่าอยู่ที่ดินแดนจงหยวนเสียอีก

            ทางด้านเจี๋ยอีและมู่ตานและหวงหลานทั้งสามคนบังคับกระบี่บินผ่านมาเห็นเหตุการณ์เข้าพอดี มู่ตานและเจี๋ยอีต่างแอบหัวเราะในใจต่างจากหวงหลานที่ไม่รู้เรื่องอะไรเลยทำได้เพียงทำหน้างง

            “ไม่รู้ว่าสองคนนั่นไปทำผิดอะไรมาถึงได้ถูกผู้คุมกฎทำโทษเช่นนั้น”

            “เรื่องของพวกมันอย่าไปยุ่งเลยพวกเรารีบไปดูแลกระต่ายวายุกันก่อนข้าไม่อยากจะกลับค่ำแบบเมื่อวานอีก”เจี๋ยอีเอ่ยขึ้นมา

            หลังจากลงแส้ครบยี่สิบครั้งผู้คุมกฎจึงได้จากไป เฟยหลงจึงรีบไปดูอาการของหันซวงในทันที

            “เจ้าเป็นอย่างไรบ้างเฟยหลงข้าทำให้เจ้าต้องถูกลงโทษ ข้านี่มัน.....”

            “ข้าไม่เป็นไรหรอกท่านผู้อาวุโสร่างกายข้าแข็งแกร่งแส้แค่นั้นทำอะไรข้าไม่ได้หรอก แต่แค้นนี้ข้าต้องชำระตอนนี้พวกเรากลับกันก่อนข้าไม่อยากให้ใครรู้ว่าข้าไม่ได้รับบาดเจ็บอะไรเลยแม้แต่น้อย”

            หันซวงไม่เชื่อในคำพูดของเฟยหลงเขารีบเปิดดูหลังของเฟยหลง พบว่าเป็นเพียงแค่รอยแดงเล็กน้อยเท่านั้นไม่ได้เกิดรอยฟกซ้ำดำเขียวแต่อย่างใดเลยแม้แต่น้อย

            “มิน่าเจ้าถึงได้กล้ารับโทษเพียงลำพัง ร่างกายของเจ้าแข็งแกร่งถึงเพียงนี้มิน่านายท่านถึงได้พาเจ้ากกลับมาด้วย” ทั้งสองรีบกลับไปยังที่พักในทันที

            “ท่านปู่หันซวงท่านทานโอสถนี่ก่อน  จำเอาไว้ว่าอย่าได้ออกจากที่พักไปที่อื่นทำเหมือนพวกเรากำลังรักษาตัวกันอยู่ ท่านเข้าใจใช่ไหม”

            “เจ้าคิดจะทำอะไรอย่างนั้นหรือ?”

            “ถามได้ท่านผู้อาวุโสข้าก็ต้องเอาคืนกลับพวกเขาบ้างไม่มีคนอื่นหรอกที่กล้าทำเช่นนี้กับพวกเราถ้าไม่ใช่พวกเขาทั้งสามคน”

            “เจ้าอย่าพึ่งทำอะไรเลยตอนนี้เพราะเจ้ายังเป็นคนนอกอยู่หากเจ้าสามารถผ่านการทดสอบของนิกายเข้าไปเป็นศิษย์ของนิกายได้ตอนนั้นพวกเราค่อยเอาคืน”

            “ถึงตอนนั้นท่านอาจจะโดนโทษหนักกว่านี้หากเราไม่ทำให้พวกมันสำนึกท่านคิดหรือว่าพวกมันจะหยุดเพียงเท่านี้เมื่อข้าเข้าเป็นศิษย์ของนิกายได้ตอนนั้นข้าก็สามารถปกป้องท่านได้ท่านไม่ต้องห่วงหรอกพวกเขาไม่มีทางสงสัยพวกเราหรอก”พูดเสร็จเฟยหลงร่ายเวทใส่ร่างของผู้อาวุโสหันซวงหลังของผู้อาวุโสหันซวงกลายเป็นบาดแผลให้เห็นอย่างชัดเจน

            “ช่วงนี้ท่านนอนพักผ่อนไปก่อนท่านทำงานหนักมาหลายปีแล้ว แผลนี้เกิดจากการร่ายเวทของข้าพวกเขาไม่มีทางจับได้หรอกว่าพวกเราทำอะไร”

            “ได้ข้ารับปากเจ้าดีเหมือนกันคิดเสียว่าเป็นวันหยุดพักผ่อนของข้าข้าเองก็ทำงานหนักมาหลายปีอย่างที่เจ้าว่าจริงๆ นั่นแหละ เจ้าระวังตัวให้ดีละ”

            เฟยหลงทะยานออกไปอย่างรวดเร็วเขามุ่งหน้าไปยังสถานที่เลี้ยงกระต่ายวายุซึ่งอยู่ไม่ห่างจากสถานที่เลี้ยงไก่ฟ้าอัสนีมากเท่าไหร่

            “วันนี้ข้าต้องกลับก่อนอาจารย์สั่งให้ข้าเก็บตัวฝึกฝนคงไม่ได้มาช่วยพวกเจ้าอาจารย์จะให้ข้าเข้ารับการทดสอบเป็นศิษย์สายในในการทดสอบครั้งหน้า”

            “ไปเถอะหวงหลานเจ้าไม่ต้องห่วงพวกเรา งานแค่นี้พวกเราช่วยกันเลี้ยงได้ อีกไม่กี่วันก็ครบกำหนดคนอื่นก็มารับช่วงต่อพวกเราแล้ว เจ้าเก็บตัวฝึกฝนเดือนหน้าจะได้ทดสอบเป็นศิษย์สายในได้”

            “พวกเจ้าก็อย่าลืมฝึกฝนด้วยหละพวกเราจะได้กลายเป็นศิษย์สายในพร้อม ๆ กัน”

            “เจ้าไม่ต้องห่วงระดับพลังยุทธ์ของพวกเราสามารถเข้าเป็นศิษย์สายในได้อย่างแน่นอนเจ้าพยายามเข้าหละ”

            หวงหลานพูดเสร็จจึงได้ใช้กระบี่บินทะยานออกไปอย่างรวดเร็ว

            “เจี๋ยอีเมื่อวานเจ้าเก็บขนของไก่ฟ้าอัสนีไว้บ้างไหม แบ่งให้ข้าบ้างสิ ข้าจะได้เอาไปขาย”

            “เจ้าจะบ้าหรือไงหากเจ้านำขนไก่ฟ้าอัสนีออกไปขายในตอนนี้พวกเราก็โดนจับได้หรอก รอให้เรื่องมันเงียบๆ ไปก่อน นี่ส่วนของเจ้า เก็บไว้ให้ดี”

            “อื่มก็ได้ข้าจะยังไม่เอามันไปขายตอนนี้ก็ได้ว่าแต่วันนี้พวกเราจะไปขโมยไก่ฟ้าอัสนีกันอีกไหมข้าว่าวันนี้คงไม่มีใครมาดูแลต่อจากพวกมันข้ายังติดใจในรสชาติที่หวานนุ่มของเนื้อไก่ฟ้าอัสนี”

            “ไม่ดีกว่าขืนไปเอาอีกพวกเราจะถูกสงสัยเอาได้ตอนนี้เจ้าสองคนนั่นคงจะนอนซมอยู่ ผู้คุมกฎคงต้องหาใครมาดูแลอย่างแน่นอนแต่เจ้าไม่ต้องห่วงเมื่อวานพวกเราพึ่งทานไปเพียงตัวเดียว ยังเหลืออยู่อีกหนึ่งตัวคืนนี้พวกเรายังสามารถลิ้มรสความอร่อยของมันได้อยู่”

            “งั้นพวกเรารีบทำงานให้เสร็จเถอะข้าอยากจะกลับไปลิ้มรสไก่ฟ้าอัสนีแล้ว”

            หลังจากนั้นหนึ่งชั่วโมงพวกเขาจึงทำงานเสร็จทั้งสองรีบทะยานกลับไปอย่างรวดเร็วเมื่อทั้งสองจากไปเฟยหลงจึงได้ออกมาจากที่ซ่อนตัว

            “ข้าคิดเอาไว้ไม่ผิดเป็นพวกเจ้าเองที่เป็นต้นเหตุของเรื่องนี้ ได้ในเมื่อพวกเจ้ากล้าทำกับข้าเช่นนี้ข้าจะทำให้พวกเจ้าได้รู้ว่าคนอย่างข้าไม่เคยให้ใครรังแกฝ่ายเดียวอย่างแน่นอน”เฟยหลงพึมพำก่อนที่เขาจะนำกระต่ายวายุทั้งหมดเข้าไปเก็บไว้ในวิหารเทพสงคราม

            “ไหนๆ ก็เอากระต่ายวายุไปแล้ว ไก่ฟ้าอัสนีข้าจะรับพวกมันไปดูแลเองก็แล้วกัน”เฟยหลงทะยานไปยังสถานที่เลี้ยงไก่ฟ้าอัสนีอีกครั้งหนึ่ง  พร้อมกับนำไก่ฟ้าอัสนีทั้งหมดเก็บไว้ในวิหารเทพสงครามในทันทีจากนั้นจึงได้มุ่งหน้ากลับไปยังที่พักเขาร่ายเวทใส่ตัวเองให้ดูเหมือนว่ากำลังบาดเจ็บจากบาดแผลที่โดนแส้ฟาด

            “ไหนๆ ก็ต้องแกล้งเจ็บปวดแล้ว ทำไมข้าต้องแกล้งด้วย แค่ฝึกฝนวิถีอมตะความเจ็บปวดที่ข้าต้องทนรับก็มากเกินกว่าจะบรรยายออกมาได้”เฟยหลงคิดได้ดังนั้นเขาจึงเริ่มฝึกฝนวิถีอมตะในทันทีความเจ็บปวดมากมายเริ่มถาโถมเข้ามาทั้งร่างกายและจิตใจของเฟยหลงเจ็บปวดเป็นอย่างมากในตอนนี้จนเขาต้องร้องออกมาด้วยความเจ็บปวดจริง ๆ

            วันต่อมาเมื่อเจี๋ยอีและมู่ตานทั้งสองกลับไปดูแลกระต่ายวายุพวกเขาถึงกับเข่าทรุดลงตรงนั้นเมื่อกระต่ายวายุทั้งหมดนั้นหายไปจนหมด

            “พวกเราจะทำยังไงกันดีต้องเป็นเจ้าสองคนนั่นแน่นอนที่ทำกับเราอย่างนี้พวกเราจะต้องไปแจ้งผู้คุมกฎเสียก่อนหาไม่แล้ว พวกเราคงจะถูกลงโทษสถานหนักอย่างแน่นอน”

            “พวกมันไม่สามารถซ่อนกระต่ายวายุทั้งหมดได้อย่างแน่นอนหากมันเก็บกระต่ายวายุไว้ในแหวนมิติพวกเราก็สามารถทำให้ผู้คุมกฎช่วยค้นแหวนมิติของพวกมันได้”

            “พวกเรารีบไปกันเถอะก่อนที่พวกมันจะหนีไปก่อน”

            ทั้งสองคนรีบนำกระบี่บินออกมาพร้อมกับทะยานมุ่งหน้าไปยังหอผู้คุมกฎอย่างรวดเร็วเมื่อพวกเข้าแจ้งเรื่องที่กระต่ายวายุหายไปทั้งหมดเสร็จสิ้น

            “พวกเจ้ามั่นใจเช่นนั้นหรือว่าเป็นฝีมือของหันซวงและเจ้าหนุ่มนั่นพวกมันพึ่งจะถูกทำโทษไปเมื่อวานข้าคิดว่าพวกมันคงยังไม่สามารถลุกไปไหนได้หรอกในตอนนี้อีกอย่างวันนี้ข้าก็ส่งคนไปดูแลไก่ฟ้าอัสนีแทนพวกเขาทั้งสองคนแล้ว”แต่ยังพูดไม่ทันจบคนที่ถูกส่งไปเลี้ยงไก่อัสนีแทนทั้งสองคนพลันรีบวิ่งหน้าตาตื่นมา

            “ท่านผู้คุมกฎไก่ฟ้าอัสนีหายไปทั้งหมดขอรับ ไม่เหลือแม้แต่ตัวเดียว”

            “อะไรนะไก่ฟ้าอัสนีเองก็หายไปด้วยเช่นนั้นหรือเป็นไปได้ยังไงเรื่องแบบนี้ไม่เคยเกิดขึ้นภายในนิกายของพวกเราเลยแม้แต่ครั้งเดียวไปเร็วพวกเรารีบไปดูกัน”

            “ท่านผู้คุมกฎข้าว่าเป็นฝีมือของเจ้าสองคนนั่นอย่างแน่นอนตั้งแต่เจ้าหนุ่มนั่นมาก็มีแต่เรื่อง ข้าคิดว่าน่าจะเป็นฝีมือของเจ้าหนุ่มนั่นอย่างแน่นอน”

            “เช่นนั้นพวกเราก็ไปดูยังที่พักของพวกเขาหากพวกเขาขโมยไปจริงๆ พวกมันคงไม่สามารถซ่อนเอาไว้ได้ทั้งหมดอย่างแน่นอน”

            ทั้งหมดรีบนำกระบี่บินออกมาพร้อมกับทะยานไปยังที่พักของหันซวงและเฟยหลงในทันทีเมื่อทั้งหมดไปถึงที่พักของหันซวงหันซวงที่เห็นแบบนั้นพลันหน้าซีดในทันทีเขาไม่ยอมลุกจากเตียงและทำตัวเหมือนกับบาดเจ็บหนัก

            “เจ้าแก่เจ้าออกมาเดี๋ยวนี้ หากไม่ออกมาพวกเราจะพังประตูเข้าไปแล้วนะ”เจี๋ยอีเอ่ยขึ้นมา

            “พวกเจ้าเปิดประตูเข้ามาเถอะไม่จำเป็นต้องพังประตูหรอก”หันซวงโต้ตอบกลับมา

            ทั้งหมดจึงเข้าไปด้านในที่พักของหันซวงแต่เมื่อเห็นสภาพของหันซวงพวกเขาพลันพูดไม่ออกผู้คุมกฎจึงได้เอ่ยถาม

            “หันซวงแล้วเจ้าหนุ่มนั่นหละอยู่ที่ไหน”อยู่กระท่อมข้างๆ ลำธาร มีอะไรเกิดขึ้นเช่นนั้นหรือ?”

            “ไก่ฟ้าอัสนีและกระต่ายวายุทั้งหมดหายไปพวกเขาคิดว่าพวกเจ้ามีส่วนรู้เห็นและเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้”

            “ลุกยังแทบจะไม่ไหวแล้วจะให้พวกเราทำอะไรได้ท่านไม่ได้ยินเสียงกรีดร้องของเฟยหลงหรอกหรือขนาดข้านอนอยู่ตรงนี้ข้ายังได้ยินเสียงเขากรีดร้องด้วยความเจ็บปวดทั้งคืนเลย”