บรรยากาศในรั้วมหาวิทยาลัยมองไปทางไหนก็เห็นแต่นักศึกษาปีหนึ่งพากันเดินมาต่อแถวรายงานตัวกับรุ่นพี่ที่นั่งประจำโต๊ะอยู่ใต้อาคารของคณะ สาวน้อยคนหนึ่งทรุดนั่งที่เก้าอี้พลางยื่นเอกสารให้กับรุ่นพี่คนหนึ่ง
"แนะนำตัวสิ ชื่ออะไร" เสียงห้วนๆนั้นทำให้เธอแอบสะดุ้งเล็กน้อย เงยหน้ามองเ้าของเสียงที่กำลังจ้องมองเธออยู่ก่อนแล้ว
"เอ่อ ชื่อนลินาค่ะ"
"ชื่อเล่นล่ะ"
"หวานค่ะ"
"ก็เพราะดีแต่มันสั้นไป พี่จะตั้งให้ใหม่เป็หวานใจแล้วกัน" เสียงแข็งๆเอ่ยบอกเสร็จเขาก็ก้มหน้าลงไปเขียนอะไรบางอย่างก่อนจะยื่นกระดาษแผ่นนั้นมาให้เธอ 'หวานใจนายกระทิง'
"คล้องคอไว้ซะ แล้วก็ห้ามถอดออกเด็ดขาด ถ้าเกิดพี่ไม่เห็นป้ายนี้ตอนเข้ากิจกรรมรับน้องละก็ เจอดีแน่" เขาขู่
"ต้องคล้องป้ายนี้ตลอดเวลาเลยเหรอคะ ไม่คล้องได้ไหมหวานว่ามันใหญ่เกินไป เกะกะ รุงรัง" นลินาบอกอย่างไม่ชอบใจ ใครจะอยากคล้องป้ายชื่อยาวๆบ้าบอนี้กัน นี่มันสมัยไหนกันแล้วยังไม่เลิกระบบรับน้องอีกรึไงกัน
"ไม่ได้! เป็รุ่นน้องต้องเคารพรุ่นพี่ นี่อะไรเอาแต่เถียงไม่ฟังกันเลย ครั้งนี้พี่เตือนไว้ก่อน ถ้าคราวหน้ายังดื้อพี่คงต้องจัดบทลงโทษให้" สิ้นเสียงนั้นนลินาหน้าถอดสี รุ่นน้องอย่างเธอจะไปมีปากมีเสียงกับรุ่นพี่บ้าอำนาจอย่างอีตานี่ได้ยังไงกัน
"ค่ะ เข้าใจแล้ว ขอตัวก่อนนะคะรุ่นพี่" นลินารีบลุกขึ้นเดินออกมาอย่างไวแล้วไปนั่งต่อแถวอยู่อีกฝั่งหนึ่ง จนเธอไม่ทันได้เห็นว่ามีใครบางคนแอบยิ้มหัวเราะชอบใจอยู่ สายตาคมเข้มของเขานั้นยังคงจดจ้องที่ใบหน้าหวานๆของเธอตลอดเวลา ยิ่งมองก็ยิ่งรู้สึกว่าเธอช่างโดดเด่นกว่าคนอื่นเสียเหลือเกิน
"แหม่! ไอ้ทิงตาเชื่อมเลยนะมึง ชอบน้องเขาเหรอวะ" วศินเอ่ยถามเพื่อนที่เอาแต่นั่งยิ้มอยู่คนเดียว
"พูดอะไรของมึง ชอบอะไรกัน ไปๆมึงไปนั่งประจำที่ของมึงเลย"
"มีไล่ด้วย แซวนิดแซวหน่อยเอง จะว่าไปน้องเขาก็น่ารักดีนะ"
"มึงจะจีบเหรอวะ ก่อนจีบน้องเขามึงช่วยแหกตาดูป้ายชื่อน้องเขาด้วย" วศินหันหน้าไปหารุ่นน้องก็ต้องสะดุดตากับตัวอักษรตัวใหญ่ลอยเด่นชัดจนทะลุเข้ามาในกรอบแว่นสายตาที่เขากำลังใส่อยู่ในขณะนี้
"หวานใจนายกระทิง เฮ้ย! แบบนี้ก็ได้เหรอวะเพื่อน ไหนมึงบอกไม่ชอบน้องเขาไง"
"กูก็ไม่ได้ชอบ" แต่หัวใจของเขามันบอกว่ากำลังตกหลุมรักเธออยู่ต่างหากล่ะ เขาเห็นเธอั้แ่ที่ก้าวลงจากรถแล้วข้ามฝั่งตรงเข้ามาในคณะ เขายังแอบดีใจเลยที่รู้ว่าเธอเรียนอยู่คณะเดียวกันกับเขา แล้วจู่ๆหัวใจของเขาดูเหมือนจะเต้นเร็วผิดจังหวะทันทีที่เห็นสาวหน้าหวานคนนั้นมานั่งอยู่ใกล้กับแค่คืบอย่างนี้
"แปลกตรงไหนวะ กูก็แค่ตั้งฉายาให้น้องเขาก็แค่งั้นเอง" กระทิงยกมุมปากขึ้นยิ้มพลางเหลือบตามองป้ายขนาดใหญ่ที่รุ่นน้องคล้องคออยู่
"ครับๆ ไม่แปลกเลยครับเพื่อน กูมองตามึงก็รู้แล้วว่ามึงกำลังคิดอะไรอยู่ ร้ายนักนะมึงนี่"
"หึๆ ถ้ารู้แล้วมึงก็อย่ามองหวานใจของกูนาน"
"วะ! มีหวงด้วย" วศินหัวเราะแล้วกลับไปนั่งที่โต๊ะรอนักศึกษาปีหนึ่งมารายงานตัว
วันแรกของการเข้ามาในรั้วมหาวิทยาลัยหมดเวลาไปกับการนั่งฟังเื่กฎระเบียบข้อบังคับต่างๆนานาจนล่วงเลยเวลาพักมานานมากแล้ว นลินาหันไปมองเพื่อนคนอื่นๆที่ก็ก้มหน้าก้มตาเล่นโทรศัพท์ บางคนก็นั่งหลับคอพับไปกับเบาะนุ่มกลางหอประชุมที่เปิดแอร์เย็นฉ่ำเหมือนกับโรงหนัง
"สวัสดีเราชื่อแตนะ แล้วเธอชื่ออะไรเหรอ" สาวหน้าหมวยที่นั่งข้างๆหันมายิ้มให้
"เราชื่อหวาน ยินดีที่ได้รู้จักนะ"
"ส่วนเราชื่อต่าย เป็น้องของแต" หญิงสาวอีกคนที่มีใบหน้าละม้ายคล้ายคลึงกับแตเอ่ยบอก
"คุยอะไรกัน!" เสียงเข้มดุดังมาจากอีกทางหนึ่งจนสามสาวสะดุ้งใ เขาไม่ใช่ใครที่ไหนก็อีตารุ่นพี่จอมบ้าอำนาจคนเดิมที่เธอเจอเมื่อเช้าตอนรายงานตัว นลินาเชิดหน้าใส่เบนหน้าไปมองทางอื่นแทน
"พวกเราแค่ถามชื่อกันเฉยๆค่ะ" แตบอกเสียงสั่น
"มันไม่ใช่เวลามาถามชื่อกัน! ลุกขึ้นยืนแล้วเดินตามพี่มาเดี๋ยวนี้!" กระทิงบอกเสียงดังจนคนอื่นๆพากันหันมามองเป็ตาเดียวกัน ทำให้ทั้งสามคนลุกเดินตามกันออกมายืนอยู่ท่ามกลางสนามฟุตบอลสามสาววิ่งฝ่าแสงแดดที่ร้อนระอุตามคำสั่งรุ่นพี่ที่ยืนมองดูพวกเธออยู่ในร่มอย่างสบายใจ
"ต่ายวิ่งไม่ไหวแล้วนะ สามรอบแล้วรู้สึกหน้ามืดยังไงก็ไม่รู้" ต่ายหยุดวิ่งแล้วยืนหอบพลางยกมือขึ้นมาปาดเหงื่อก่อนจะล้มฟลุบลงไปกองอยู่ที่พื้น โชคดีที่หวานเข้าไปประคองเอาไว้ได้ทัน แตใรีบปรี่เข้ามาช่วยพยุงพาน้องสาวฝาแฝดมานั่งในร่มเอื้อมมือหยิบสมุดมาพัดโบกให้
"ใครใช้ให้พัก!" เสียงเข้มเอ่ย นลินาทนไม่ไหวลุกขึ้นไปเผชิญหน้ากับคนบ้าอำนาจอย่างไม่เกรงกลัว
"ไม่เห็นเหรอว่าคนเป็ลม อย่ามาบ้าอำนาจให้มันมากนักเลย เป็รุ่นพี่แล้วไงจะมาสั่งให้วิ่งรอบสนาม สั่งลงโทษอะไรก็ได้เลย" สาวหน้าหวานบัดนี้หน้าเธอแดงก่ำแต่มันกลับกลายเป็การเรียกเสียงหัวเราะจากอีกคนหนึ่งได้
"พูดจบยัง จบแล้วก็ไปวิ่งต่อ"
"ไม่! จะไม่วิ่งอะไรทั้งนั้นแหละ"
"หวานใจเย็นๆก่อน แตว่า"
"พอเลยแต ไม่เห็นเหรอว่าต่ายเป็ลมไปแล้วคนหนึ่ง อย่าไปฟังคำสั่งของคนบ้านี่อีกเลย"
"หึ ไม่วิ่งก็ได้น้องดูแลเพื่อนที่เป็ลมไป ส่วนน้องหวานใจปากเก่งๆแบบนี้ ออกไปยืนกลางสนามแล้วะโชื่อฉายาตัวเองให้พี่ได้ยินหนึ่งร้อยครั้ง เดี๋ยวนี้!"
"อะไรนะ!" นลินาถามอีกครั้งอย่างไม่สบอารมณ์
"ไม่คิดว่าจะหูตึง" คำยียวนกวนประสาทของคนตรงหน้าเธออยากจะเดินเข้าไปทุบซะเหลือเกิน ยักคิ้วกวนอารมณ์นัก เธอไม่ชอบอีตารุ่นพี่คนนี้เลยจริงๆให้ตายเถอะ
"หวานใจนายกระทิง! หวานใจนายกระทิง! หวานใจนายกระทิง!" เสียงหวานๆที่ะโมาทำให้กระทิงยิ้มน้อยยิ้มใหญ่
"พูดว่าอะไรนะ เอาให้ดังกว่านี้!"
"หวานใจนายกระทิง! หวานใจนายกระทิง!" นลินาะโสุดเสียงจนแสบคอไปหมด ในใจก็คิดสาปแช่งขอให้อีตานี่โดนทำโทษแบบเธอบ้าง ถึงเวลานั้นเธอจะหัวเราะให้ฟันโยกไปข้างหนึ่งเลยคอยดูแล้วกัน
มือหนาล่วงหยิบเอารูปถ่ายใบหนึ่งออกมาดูมันเป็สิ่งที่เขาพกติดตัวใส่ไว้ในกระเป๋าสตางค์มาตลอดั้แ่สมัยเรียนปีสี่จนตอนนี้เขาเรียนจบปริญญาเอกแล้ว ไม่รู้ว่าตอนนี้หวานใจของเขาจะเป็อย่างไงบ้าง ป่านนี้เธอแต่งงานมีครอบครัวไปแล้วหรือยังนะ เขาก้มมองรูปถ่ายของเธออีกครั้ง หน้าหวานๆกับรอยยิ้มแสนสดใสที่เป็เสมือนกำลังใจให้เขามาโดยตลอด ถึงเวลามันจะล่วงเลยมานานหลายปีแล้วก็ตาม แต่เขายังจดจำเื่ราวของเธอไว้ในความทรงจำเสมอั้แ่วันแรกที่เธอเดินเข้ามารายงานตัวกับเขา แล้วเขาก็จะคอยกลั่นแกล้งเธอให้โกรธอยู่บ่อยๆเพราะเวลาที่เธอโกรธหรือโมโหเขามองว่าน่ารักดี และตอนนี้มันก็ทำให้เขารู้สึกดี อดยิ้มไม่ได้จริงๆเวลาที่นึกถึงเธอขึ้นมา
"คิดถึงจังแม่หวานใจ" กระทิงหยิบรูปถ่ายในมือขึ้นมาจูบก่อนจะเก็บมันไว้ในกระเป๋าสตางค์อย่างเดิม เหม่อมองดูก้อนเมฆขาวลอยละล่องผ่านกระจกบานใสของเ้านกั์ลำใหญ่ที่กำลังโบยบินพาเขาลัดฟ้าข้ามน้ำข้ามทะเลกลับไปตามหาหวานใจคนที่เขาคิดถึงและรอคอยเวลาที่จะได้พบเจอกันอีกครั้งหนึ่ง ถ้าสมมุติว่าเธอยังไม่มีใครจริงๆสาบานได้ว่าสามีของเธอต้องเป็เขาคนเดียวเท่านั้น
"แล้วเจอกันนะหวานใจของพี่"