นครสยามเป็ชื่อที่ถูกเรียกในเขตภาคกลางทั้งหมดของประเทศสยาม ซึ่งเป็ศูนย์กลางแห่งความเจริญทั้งด้านเทคโนโลยี และวัฒนธรรมอันเก่าแก่ ส่วนพื้นที่บริเวณรอบนอกนครสยามจะถูกเรียกว่าเมืองรอง โดยมีหน้าที่ดูแลและปกป้องชายแดน ที่อยู่ติดกับประเทศเพื่อนบ้านทั้ง 4 ทิศ แบ่งเป็ทิศเหนือเมืองช้างเผือก ทิศใต้เมืองโคชน ทิศตะวันออกเมืองราชสีห์ และทิศตะวันตกเมืองม้านิล
ในแต่ละเมืองก็มีเอกลักษณ์ที่แต่ต่างกัน เพราะเมืองพวกนี้เคยเป็ส่วนหนึ่งของอาณาจักรที่เคยล่มสลายไปแล้วทั้งสิ้น
ต้นตระกูลชิงพลบเป็คนนครสยาม โดยกำเนิดั้แ่สมัยบรรพบุรุษ ก่อนยังไม่ก่อตั้งเป็ประเทศ ในสมัยนั้นบรรพบุรุษของเขายังเป็เ้าสำนักไสยศาสตร์เล็ก ๆ อยู่เลย จนได้มาพบกับท่านเ้านครในยุคนั้นที่ร่วมกันสร้างประเทศขึ้นมา จึงทำให้ชื่อเสียงของสำนักถ้ำเอราวัณ เป็ที่รู้จักกันในนาม สิบสองสำนักใหญ่กับวิชาไสยศาสตร์สายป้องกันที่แก่กล้ามากที่สุด
เมื่อกาลเวลาได้เปลี่ยนไป ความเจริญก้าวหน้าในเทคโนโลยีก็เข้ามามีอำนาจแทน ซึ่งสรรพสิ่งที่ไม่ยอมพัฒนาจะถูกทิ้งให้เป็เื่ล้าหลัง เหมือนดั่งวิชาอาคม คุณไสย ที่แทบไม่มีใครรู้จัก หรือััได้ในยุคปัจจุบัน
ทำให้ชิงพลบไม่เชื่อว่าตำรวจทั้งสอง ที่มาหาเขาในวันนี้ จะยอมรับในเื่ไสยศาสตร์ได้หรือไม่ แค่คิดถึงเื่ปัญหาต่าง ๆ กับคำถามที่เขาต้องเจอ ยิ่งทำให้เขาปวดหัวมาก ที่ต้องอธิบายกับคนธรรมดา ซึ่งไม่เคยรับรู้เื่เหนือธรรมชาติ ให้มาเข้าใจได้อย่างไรกัน
ชิงพลบจึงตัดสินใจ ขอความช่วยเหลือจากปู่ของเขา ที่กลับไปอยู่บ้านเดิมในชนบท เพราะปู่น่าจะมีประสบการณ์รับมือกับเื่พวกนี้มากกว่า เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาค้นหาเบอร์ของปู่ และกดปุ่มโทรออกด้วยความเร่งรีบ
ตู๊ด…. ตู๊ด…. ตู๊ด…. เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น พร้อมการรอคอยอย่างใจจด ใจจ่อของชิงพลบ
“ฮัลโหล! ว่าไงละเอ็ง เจอปัญหาที่แก้ไม่ได้อีกแล้วใช่มั้ย” เสียงทุ้มที่คุ้นเคยของปู่ชินภัทรดังขึ้นที่ปลายสาย
“ครับปู่…. ปู่สบายดีมั้ย ่นี้ยังนอนดึงตื่นเช้าอยู่หรือเปล่า” ชิงพลบพูดด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครืออยากเก็บอาการ เพราะเขาััได้ถึงความอบอุ่นจากคนที่ห่วงใยเขามากที่สุดบนโลกใบนี้ แค่นึกถึงความรักของปู่ ที่เปรียบเสมือนพ่อและแม่ ทำให้เขาไม่รู้สึกขาดความอบอุ่นเลย ก็ยิ่งทำให้ชิงพลบ มีน้ำตาคลอจากดวงตาขึ้นมาทันที
“เอ็งก็รู้ว่าข้าแข็งแรงแค่ไหน ข้ายังอยู่ได้อีกหลายปีไม่ต้องห่วง ฮ่าา!” เสียงหัวเราะดังลั่น ด้วยความดีใจที่หลายชายสุดที่รัก ได้ฤกษ์โทรมาเขาสักที หลังจากที่ไม่ได้เจอกันนาน แม้ว่าความคิดถึงยังมีอยู่ทุกวัน แต่ลูกผู้ชายให้ไปโอ๋มากก็คงไม่ดีแน่
“แล้วเอ็งละ มีปัญหาอะไรถึงโทรหาข้าได้ แหมไอ้นี่! ถ้าไม่มีเื่ ก็ไม่คิดจะโทรหาข้าเลยใช่มั้ย” ปู่ชินภัทรพูดด้วยเสียงเข้ม เหมือนดุหลายตัวเอง ที่คิดถึงเขาในตอนที่เจอปัญหา หรือมีเื่อยากให้ช่วยเท่านั้น
“แหะ แหะ โดนปู่รู้ทันอีกแล้ว มันก็มีปัญหาอยู่นิดหน่อยแหละครับ” ชิงพลบพูดด้วยความเขินอายที่ถูกปู่จับไต๋ได้ เพราะั้แ่เด็กเขามีนิสัยแบบนี้มาตลอด เวลาเขาเจอปัญหาใหญ่ที่แก้ไม่ได้ทีไร ปู่มักเป็ที่เพิ่งให้กับเขาได้เสมอ
จากนั้นชิงพลบก็ได้เล่าเหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้นในโรงเรียนให้ปู่ฟังอย่างตั้งใจ เพื่อให้ปู่วิเคราะห์ได้ว่าวิชาคุณไสยมนต์ดำ ที่เจอครั้งนี้ว่ามันเป็ของสำนักไหน
เมื่อได้ฟังชิงพลบเล่าจนจบ ปู่ของเขาก็เงียบไปสักพัก...
“อืม! รุ่นของข้าก็ไม่ได้รู้จักสำนักพวกนี้มากนัก แต่เท่าที่เอ็งเล่ามาวิชาสร้างนางพราย น่ามาจากสำนักทางเหนือนะ ไอ้วิธีสร้างพรายโดยไม่ใช้ิญญาคนตายในน้ำ แต่ใช้ิญญาที่ตายจากความแค้นแทน ถึงแม้เป็วิชาสร้างนางพรายเหมือนกัน แต่พิธีกรรมในการสร้างมันต่างกัน ข้าคิดว่าวิชานี้ น่าจะมาจากสำนักถ้ำทอง ที่หลบหนีไปอาศัยอยู่ประเทศเพื่อนบ้านเราเมื่อ่ 500 - 600 ปีนี่แหละ” ปู่ชินภัทรอธิบายอย่างช้า ๆ เพื่อให้ชิงพลบเข้าใจทุกรายละเอียด ในการวิเคราะห์วิชาคุณไสยและพิธีกรรม ของแต่ละสำนักที่มีวิธีการสร้างและการใช้งานที่ไม่เหมือนกัน
“แล้วนางพรายครึ่งร่างที่เอ็งได้มา ถ้าไม่เลี้ยงไว้ก็ปล่อยพวกมันไปซะ ถือว่าสร้างกุศลให้กับดวงิญญาที่น่าสงสารเหล่านี้ได้ไปเกิดในภพภูมิ ที่มันควรอยู่จะดีกว่า”
“คร้าบบบ! ถึงผมจะโตขนาดนี้แล้ว แต่ไม่วายถูกปู่สอนอยู่ดี นี่จะรอสอนลูกผมด้วยเลยมั้ยครับ” ชิงพลบพูดขึ้นด้วยความกระหยิ่มยิ้มย่องในใจ ที่ปู่กลับมาสอนเขาอีกครั้ง ชิงพลบชอบความรู้สึกแบบนี้มาก เพราะมันทำให้เขาคิดถึงใน่วัยเด็กที่มีปู่อยู่ข้าง ๆ คอยสั่งสอนเขาให้เติบโตอย่างมีคุณธรรมเหมือนดั่งเช่นทุกวันนี้
“พอ... พอเลยข้าเลี้ยงเอ็งคนเดียว ก็เหนื่อยเต็มทีแล้ว”
"เอิ่ม… ปู่ครับ พอดีเ้าหน้าที่ตำรวจที่โดนคุณไสยเล่นงาน วันนี้จะมาบ้านเพื่อให้ผมรักษา ปู่ว่าผมควรอธิบายอย่างไร ให้ตำรวจเข้าใจดีครับ" ชิงพลบสอบถามด้วยความคาดหวังในคำตอบของปู่ ที่จะพอช่วยเหลือเขาได้
"เฮ้อ! เื่นี้ใช่มั้ยที่ทำให้เอ็งต้องโทรหาข้า งั้นเอ็งก็เล่าไปตามความจริงนั่นแหละ เอาเท่าที่คนธรรมดารับไหวก็พอ แล้วที่เหลือก็ให้มันตัดสินใจกันเอาเอง แต่เอ็งไม่ต้องคิดมา เพราะอย่างไรมันก็คือโชคชะตาที่เอ็งต้องเจออยู่แล้วนิ" ปู่ชินภัทรพูดด้วยน้ำเสียงอ่อน เพื่อปลอบประโลมชิงพลบที่ต้องเดินบนเส้นทางแห่งโชคชะตา ที่ชีวิตถูกกำหนดไว้แล้วั้แ่เกิดกับความจริงที่ไม่อาจหนีได้ นอกจากชิงพลบกล้าพอจะเปลี่ยนโชคชะตาของตนเอง
"ครับปู่ ผมคงทำอะไรมากไม่ได้ ให้พวกเขาไปตัดสินใจเอง แบบนี้ก็ดีเหมือนกัน" ชิงพลบตอบกลับอย่างสบายใจ เหมือนยกูเาออกจากอก กับคำแนะนำที่ปู่ให้มา
หลังจากที่วางสายของปู่เสร็จ ชิงพลบได้กลับมานั่งทบทวนเื่ที่ปู่พูดถึงเกี่ยวกับโชคชะตาที่มิอาจหลีกเลี่ยง นั้นเป็สิ่งที่คนมีวิชาอาคมทุกคนต้องเจอ ตามกฎแรงดึงดูดของไสยศาสตร์ ที่มักดึงดูดคนมีวิชาต้องมาประลองอาคมใส่กันอยู่เสมอ