บทที่ 130 การแข่งขันรอบสุดท้าย
เหมือนกับปีก่อนๆที่ผ่านมา ตระกูลอี้ได้ครองอันดับ 1-50 หลายคน มีเพียงคนนอกตระกูลอี้ 12 คนเท่านั้นในปีนี้ และหนึ่งในนั้นก็คือซูหยวนที่ไม่ได้แสดงทักษะการใช้ธนูมากมายอะไร ไม่น่าแปลกใจเลยเมื่อถึงวันที่พวกเขารวมตัวกันก่อนเข้าสู่สนามล่าที่แท้จริง ทุกคนจะมองเด็กสาวด้วยความไม่พอใจ
รอบแรกนั้นต่อสู้อย่างไรไม่รู้ ทว่ารอบสองที่เจออี้เฟิน และรอบสามที่เจอกับอี้ไค่ อันซูหยวนคนนี้อาศัยเพียงกำลังกายของตนเองเพื่อเอาชนะก็เท่านั้น ที่เห็นจะมีดีก็น่าจะเป็นเรื่องที่เธอตรวจจับตำแหน่งของคู่แข่งได้รวดเร็วจนชิงความได้เปรียบมาก็เท่านั้นแหละ ดังนั้นการที่เธอเอาชนะอี้ไค่ได้ นับว่าไม่คู่ควร
“การแข่งขันรอบสุดท้ายนี้ ก็เหมือนกับปีก่อนๆที่จะเป็นการแข่งขันล่าพวกกลายพันธุ์ หนึ่งแกนพลังงานจะนับเป็นหนึ่งแต้ม โดยจะได้เงินสนับสนุนอีก 1,000 เครดิต นอกจากนี้...แกนพลังงานพวกนั้นจะถือเป็นแกนพลังงานของพวกเธอเลย ดังนั้น รอบนี้จะไม่ใช่แค่การแข่งขันกันเองเท่านั้นแล้ว ยังถือเป็นการแข่งขันกับตนเองด้วย พยายามให้มากขึ้นล่ะ”
ตัวแทนของตระกูลอี้มากล่าวเปิดการแข่งขันนี้ แม้ตระกูลอี้หลักจะไม่ได้มาด้วยตัวเอง แต่ตัวแทนของพวกเขาก็ไม่ใช่คนระดับล่างเหมือนก่อนหน้านี้ ดูเหมือนว่ารุ่นพี่อี้ทั้งสองคงจะนำปัญหานี้เข้าไปที่ตระกูลแล้ว ไม่อย่างนั้นเธอคงจะได้เห็นสายตาไม่พอใจของพวกกรรมการที่อยู่ที่นี่ด้วย
ซูหยวนเตรียมความพร้อมเหมือนกับคนอื่นๆ รอบนี้ทุกคนจะพากันไปในจุดต่างๆพร้อมกัน เพื่อไม่ให้พวกเขาเห็นว่าคนอื่นไปทางไหนบ้าง แน่นอนว่าจุดมุ่งหมายของทุกคนก็คือการล่าทรัพยากรให้มากเท่าที่จะมากได้ แม้แต่ภาพของพวกกลายพันธุ์ ตระกูลอี้ก็ยังระบุเอาไว้ให้ผู้ชมได้เห็น ราวกับกลัวจะถูกกล่าวหาว่าให้ตระกูลอี้ได้เปรียบอีก
พวกพืชและสัตว์กลายพันธุ์ที่ถูกปล่อยทิ้งไว้ที่เขตนี้ ส่วนใหญ่เป็นพวกกลายพันธุ์จากเขต A เนื่องจากพวกเขาเน้นความสามารถในการล่าของพวกรุ่นเยาว์ โดยเริ่มให้สมัครตั้งแต่อายุยังน้อย ดังนั้นจึงใช้พวกกลายพันธุ์ระดับต่ำที่ควบคุมได้เพื่อความปลอดภัย
พวกเขาทั้งหมดมีเวลา 3 ชั่วโมงเพื่อที่จะล่าพวกกลายพันธุ์ กฎไม่ได้มีอะไรมากนัก ขอแค่พวกเขาล่าได้จนจบ 3 ชั่วโมงแล้วนำมานับคะแนนก็เป็นอันใช้ได้แล้ว โดยก่อนเข้าการทดสอบจะมีการตรวจร่างกายเพื่อไม่ให้แอบเอาแกนพลังงานเข้าไปตั้งแต่ก่อนเริ่มต้นแล้วกลายเป็นผู้ชนะ ซึ่งสถิติที่มีการทำไว้ของปีที่แล้วก็คือ ผู้ได้อันดับหนึ่ง ล่าได้แกนพลังงาน 60 ชิ้น
เดิมทีแล้วซูหยวนยังเคยคิดว่าผู้ชนะการแข่งขันในปีก่อนเป็นคนมีความสามารถมาก ทว่า...หลังจากที่เธอได้เข้าร่วมการทดสอบเอง กลับมีความคิดที่เปลี่ยนไป
แกนพลังงาน 60 ชิ้นนี้ ไม่แน่ว่าอาจจะมาจากผู้เข้าร่วมการแข่งขันของตระกูลอี้ทั้งหมดรวมกันก็ได้ พวกเขาก็ทำได้ทุกอย่างเพื่อรักษาหน้าตาของตัวเองอยู่แล้วนี่...
เอาเถอะ ไม่ว่าจะเป็นเพราะอะไรก็ช่าง ซูหยวนไม่ได้กลัวอยู่แล้ว การที่ต้องล่า 3 ชั่วโมงกับพวกกลายพันธุ์ 60 ตัว มองว่าเป็นเรื่องยากก็ได้ แต่ถ้าจะมองว่าเป็นเรื่องง่ายก็ง่ายเช่นกัน
“ดูนั่นสิ ตระกูลอี้จับกลุ่มกันแล้ว” เหมือนกับปีก่อนๆ ตระกูลอี้รวมตัวกันเพื่อล่ากลายพันธุ์อีกครั้ง
“เฮ้อ ตระกูลอี้ก็แบบนี้ทุกครั้ง คล้ายกับว่าจะเอาเปรียบผู้เข้าร่วมการแข่งขันคนอื่นๆอยู่...”
“จะพูดแบบนั้นก็ไม่ถูกต้องนะ นักธนูน่ะ มีที่ไหนด้วยหรอที่จะไม่รวมตัวกันเพื่อล่าน่ะ พวกเขาไม่ใช่นักดาบ ไม่ใช่นักสู้สายปะทะนะ”
“นั่นก็จริง การรวมตัวกันของสกุลอี้แบบนี้ ที่จริงแล้วคนอื่นๆก็รวมตัวกันได้ เพียงแต่พวกเขาไม่ยอมทำกันเอง”
“ตระกูลอี้ถูกตำหนิอยู่ทุกๆปีในเรื่องนี้ ทว่า...ผู้เข้าร่วมการแข่งขันทุกคนก็ไม่ใช่ว่าจะเสียเปล่า ทรัพยากรพวกนั้นจะเป็นของพวกเขาเลย ไม่ว่าจะเงินหรือแกนพลังงาน”
“เฮ้อ ก็คงจะคิดได้แค่นั้นนั่นแหละ” ผู้ชมเห็นการแข่งขันที่ไม่ยุติธรรมนี้อีกครั้ง แต่พวกเขาก็ทำอะไรไม่ได้อยู่ดี กฎไม่ได้มีบอกว่าจะต้องล่าตามลำพัง ดังนั้นไม่ว่าจะร่วมมือกันหรือไม่ ขอแค่มีแกนพลังงานมากที่สุดก็นับเป็นผู้ชนะแล้ว
“แล้วคนอื่นๆล่ะ อีก 12 คนที่เข้าไปในพื้นที่ล่า พวกเขาจะล่าได้สักตัวไหม”
“นั่นน่ะสิ แต่ฉันให้กำลังใจเด็กคนนั้นอยู่นะ ศิษย์ของพันเอกเติ้งน่ะ”
“อ้อ แต่เด็กคนนั้น....จะเรียกว่ามีฝีมือจริงๆหรือเปล่า”
“ถ้าไม่มีฝีมือดี อาจารย์เติ้งคนนั้นคงไม่รับเข้าเป็นศิษย์หรอก แต่ที่ฉันเลือกให้กำลังใจเธอ ไม่ใช่เพราะเธอเก่งหรอกนะ เป็นเพราะฉันชอบนิสัยของเธอนั่นแหละ”
“ฮ่าๆ ฉันก็เหมือนกัน ตอนที่ตบหน้าเด็กตระกูลอี้คนนั้น รู้สึกเหมือนได้เป็นคนตบเองเลย”
“ใช่ๆ ตบได้ดีๆ”
เสียงหัวเราะชอบผู้ชมทำให้สมาชิกตระกูลอี้แสดงสีหน้ามืดครึ้ม พวกเขาไม่พูดอะไรอีก เพราะก่อนหน้านั้นถูกเรียกไปตำหนิกันมาแล้ว หลังจากนี้ก็ยังไม่รู้ว่าตระกูลหลักจะลงโทษพวกเขาหลังจบงานแข่งขันกันยังไง ที่ผ่านมาพวกตระกูลหลักไม่ค่อยสนใจ ปล่อยหน้าที่จัดการแข่งขันให้ตระกูลรองดูแล ดังนั้นพวกเขาจึงเคยชินกับเรื่องแบบนี้ไปแล้ว คิดไม่ถึงว่าปีนี้ตระกูลหลักจะยื่นมือเข้ามาควบคุมด้วย
ดูเอาเถอะ แม้แต่กรรมการการแข่งขันรอบนี้ก็ยังเป็นคนของพวกเขาเลย กรรมการที่เตรียมไว้จากตระกูลรองถูกคัดออกทั้งหมด ชะตากรรมของตระกูลรองหลังจากนี้ก็แน่ชัดแล้วว่าไปได้ไม่สวย
“หืม? ดูนั่น!! นั่นใช่เด็กสกุลอันนั่นหรือเปล่า”
เสียงร้องของผู้ชมคนหนึ่งทำให้ผู้ชมทั้งหมดมองตาม ภาพที่พวกเขาเห็นก็คือร่างเล็กๆของอันซูหยวนเคลื่อนที่ไปมาด้วยความเร็ว เธอซ่อนตัวอยู่ตามต้นไม้ใหญ่ ใช้ความได้เปรียบจากขนาดตัวที่เล็กของเธอเพื่ออำพรางตัวตน จากนั้นก็ใช้การโจมตีของเธอเพื่อปลิดชีพสัตว์กลายพันธุ์ตรงหน้าไปอย่างง่ายดายด้วยศรเพียง 3 อันเท่านั้น
ทั้ง 3 ศรโจมตีไปที่จุดตายทั้งสิ้น ไม่น่าแปลกใจเลยที่พลังโจมตีจะทำให้สัตว์กลายพันธุ์ตัวนั้นแน่นิ่งไป ทว่าที่ทำให้พวกเขาตกใจไม่ใช่เรื่องนี้
“เธอทำมันอีกครั้งแล้ว”
“อีกครั้งแล้ว?”
“ใช่ ลองดูต่อไป!”
เมื่อซูหยวนจัดการสัตว์กลายพันธุ์ตัวนั้นเสร็จ ร่างของเธอเพิ่งหายไป ฝุ่นยังไม่ทันจะเลิกฟุ้งกระจายอยู่รอบๆเลย กลุ่มของตระกูลอี้ก็ปรากฏตัว
“อ๋า!! เอาอีกแล้ว เพิ่งมีคนมาล่าตัดหน้าพวกเราไปอีกแล้วหรอ! ทำไมวันนี้ถึงได้โชคร้ายแบบนี้กันเนี่ย!” หนึ่งในผู้เข้าแข่งขันจากตระกูลอี้บ่นออกมาอย่างหงุดหงิด ทุกครั้งที่พวกเขาได้เจอกับพวกกลายพันธุ์ พวกมันก็ถูกเอาแกนพลังงานไปแล้วทุกที แล้วแบบนี้ พวกเขาจะยังได้แกนพลังงานได้ยังไง
“ไม่ต้องบ่นมาก พวกเรารีบกันหน่อยเถอะ เดี๋ยวคนอื่นจะล่าพวกกลายพันธุ์ตัดหน้าพวกเราอีก” คนที่ดูเหมือนจะเป็นผู้นำกลุ่มพูดขึ้นมา เขาเองก็หงุดหงิดไม่แพ้กัน เวลาผ่านไปเกือบหนึ่งชั่วโมงแล้ว กลับสามารถล่าพวกกลายพันธุ์ได้ไม่ถึงสิบอัน
ผู้คนมากมายขนาดนี้ ยังล่าได้แค่ 7-8 ตัว นี่คงจะถือเป็นการล่าที่ห่วยแตกที่สุดของพวกเขาเลยก็ว่าได้ หากออกไปทั้งอย่างนี้ คงจะถูกคนอื่นหัวเราะเอาได้
น่าเสียดายที่ความต้องการของพวกเขาไม่สำเร็จ
“อีกแล้ว!!”
“บ้าเอ้ย! มีคนล่าไปก่อนพวกเราอีกแล้ว!” ไม่รู้ว่าเป็นครั้งที่เท่าไรที่พวกเขาตะโกนออกมาแบบนี้ พวกกลายพันธุ์อยู่ตรงหน้า แต่ถูกจัดการจนหมดแล้ว มันเหมือนกับว่ามีคนกำลังจับตามองพวกเขา แล้วก็จงใจจัดการพวกกลายพันธุ์ระหว่างทางที่พวกเขาเดินไปทั้งหมด
ผู้เข้าแข่งขันในสนามสับสน ผู้ชมนอกสนามก็สับสนเหมือนกัน ไม่รู้ว่าเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นได้ยังไง แต่สุดท้ายแล้ว...เวลาสามชั่วโมงก็จบลง
ซูหยวนออกมาเป็นคนแรกๆ เธอวางแกนพลังงานทั้ง 92 ชิ้นไว้ตรงหน้าทุกคน นับว่าเป็นอันดับหนึ่งของการแข่งขันที่แน่นอนแล้ว เพราะไม่ใช่แค่มีจำนวนมากที่สุดเท่านั้น แต่ยังมากกว่าผู้ชนะปีที่แล้วอีก
“อันซูหยวน...ได้คะแนน 92 คะแนน” เจ้าหน้าที่เม้มปากแน่น เขาเป็นอีกคนที่เห็นการล่าของอันซูหยวนคนนี้ ทักษะการใช้ธนูของเธอยอดเยี่ยมมากจริงๆ แต่ที่ยอดเยี่ยมยิ่งกว่านั้นก็คือการที่เธอรับรู้ตำแหน่งของพวกกลายพันธุ์ทั้งหมด แล้วก็จัดการล่าพวกมันก่อนที่กลุ่มของตระกูลอี้จะไปถึง
“อี้ซานไห่ จำนวน 11 คะแนน”
“หวงหลี่รี่ จำนวน 17 คะแนน”
“ไห่จง จำนวน 19 คะแนน”
“.................”
การประกาศจำนวนคะแนนของผู้เข้าร่วมการแข่งขันดังอย่างต่อเนื่อง พวกมันเกิดขึ้นเพียง 15 ครั้งเท่านั้น โดยครั้งที่ 15 มาจากการประกาศชื่อของรุ่นเยาว์ตระกูลอี้กว่า 30 คน เพื่อบอกว่าพวกเขาไม่มีคะแนนในมือเลย
หรือก็คือ....ตระกูลอี้ทั้งหมดรวมตัวกัน แบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม พวกเขาพยายามยึดครองพื้นที่ล่าฝั่งตะวันออกให้ได้ ซึ่งคาดว่าน่าจะล่าได้เป็นจำนวนมาก อย่างไรก็ตาม...ทั้งสามกลุ่มในตอนนี้ ล่ารวมกันแล้วได้แค่ 40 กว่าคะแนนเท่านั้น นี่หมายความว่ายังไง? หมายความว่า...พวกเขาไม่ติดแม้แต่ 1 ใน 5 อันดับแรกด้วยซ้ำ!!
“นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ มันเป็นแบบนี้ได้ยังไง!”
“นั่นน่ะสิ พวกเราไปที่ไหนก็เจอแค่ซากของพวกกลายพันธุ์เท่านั้น มันไม่ควรจะเป็นแบบนี้ใช่ไหม? หรือทุกคนถูกส่งไปเริ่มต้นทางทิศตะวันออกเหมือนกันหมดเลย? ไม่น่าจะเป็นไปได้ใช่ไหม”
“แล้วทุกคนจากตระกูลอี้ก็ล่าไม่ได้เลยงั้นหรอ มันไม่น่าเชื่อเกินไป ต้องเกิดปัญหาจากการแข่งขันที่ผ่านมาแน่ๆ”
“ใช่แล้ว ดูสิ...คนอื่นๆก็ยังล่าได้มากกว่าพวกเราอีก มันไม่ควรเป็นแบบนั้นหรือเปล่า”
ผู้เข้าร่วมการแข่งขันจากสกุลอี้ ตอนที่พวกเขาล่าแกนพลังงานมาได้น้อย ก็ยังคิดในแง่ดีว่าอาจจะมีสมาชิกตระกูลอี้คนอื่นเพิ่งผ่านทางไป ดังนั้นแกนพลังงานพวกนี้ก็อยู่ในมือของคนตระกูลอี้นั่นแหละ ถ้าเป็นแบบนั้นก็ไม่เป็นอะไร พวกเขาทำงานกันเป็นทีม หลังจากจบการแข่งขันก็ตั้งใจจะแบ่งทรัพยากรให้กันอยู่แล้ว แต่คิดไม่ถึงเลยว่าผลลัพธ์จะออกมาเป็นแบบนี้
แล้วนั่นอะไร เด็กตระกูลอันที่ไม่เป็นที่รู้จักทำได้ขนาดนี้เลยหรอ? เธอไม่ต้องเสียเวลาในการตามหาสัตว์กลายพันธุ์หน่อยหรือไง? ทำเหมือนกับว่าเดินไปแล้วก็เจอพวกกลายพันธุ์นี้เลยอย่างนั้นแหละ!
ซูหยวนมองดูสีหน้าเหมือนปลาตายของพวกผู้เข้าแข่งขัน และดูสีหน้าของสมาชิกตระกูลอี้ที่นั่งชมอยู่ รอยยิ้มเย้ยหยันปรากฏขึ้นบางเบา หากไม่สังเกตย่อมมองไม่เห็นเป็นแน่
และก็ใช่! เธอตั้งใจที่จะทำแบบนั้น เมื่อเห็นเด็กตระกูลอี้รวมตัวกันเป็นกลุ่มใหญ่ ซูหยวนก็คิดจะทำลายพวกเขาแล้ว
ยิ่งรวมตัวกันมากเท่าไร เธอก็ยิ่งจัดการได้ง่ายขึ้นเท่านั้น อาศัยว่าพวกเขาร่วมมือกันเป็นแบบแผน เธอก็เลือกที่จะไปล่าดักหน้าพวกเขาได้ง่ายขึ้น ส่วนผู้เข้าร่วมการแข่งขันคนอื่นๆ ซูหยวนไม่คิดจะยุ่งกับพวกเขา
ดังนั้นอันดับ 1-5 จึงกลายเป็นของคนนอกทั้งหมด ทำเอาตระกูลอี้ขายหน้าไปตามๆกัน
ผลลัพธ์ที่ออกมาเป็นแบบนี้ สะใจผู้ชมมาก พวกเขาไม่รู้ว่าซูหยวนตั้งใจหรือไม่ แล้วเธอมีวิธีอะไรในการตรวจสอบตำแหน่งที่แม่นยำขนาดนั้น ทว่า....พวกเขาได้เห็นเด็กตระกูลอี้ถูกทำลายบ้าง ก็ต้องรู้สึกมีความสุขเป็นธรรมดา
“รุ่นน้องอัน...”
หวังเป่าเป้ยได้ยินแล้วว่าการแข่งขันที่ผ่านมา อันซูหยวนแสดงฝีมืออะไรไปบ้าง ดังนั้นเธอที่ยังสวมปลอกแขนอยู่จึงตั้งใจมาที่นี่เพื่อให้กำลังใจรุ่นน้องอัน
การตบหน้าอี้ไค่ก่อนหน้านี้ หวังเป่าเป้ยรู้ดีเลยว่ารุ่นน้องกำลังทำเพื่อเธอ! ไอ้คนไร้ยางอายที่กล้าทำร้ายเธอจนบาดเจ็บหนัก สุดท้ายมันก็ไม่ผ่านเข้ารอบ แถมยังถูกตบหน้าให้อับอายยิ่งกว่าเธอเสียอีก เรื่องนี้...เธออยากขอบคุณรุ่นน้องอันต่อหน้า
คาดไม่ถึงเลยว่าเธอจะได้เห็นการเอาคืนที่เจ็บแสบยิ่งกว่า...
“รุ่นพี่หวัง เป็นยังไงบ้างคะ”
“เอ่อ อืม ก็ยังต้องรักษาต่อ แต่ยาที่รุ่นพี่อี้ให้นั้นดีมาก อีกไม่นานคงจะกลับไปฝึกได้”
“อย่างนั้นก็ดีเลยนะคะ” ซูหยวนยังคงพูดกับเธออย่างสุภาพ หวังเป่าเป้ยลังเลอยู่เล็กน้อย สุดท้ายก็ตัดสินใจพูดออกไป
“ขอบคุณนะรุ่นน้อง”
“.....ค่ะ” ซูหยวนไม่ได้ปฏิเสธ เธอทำเรื่องใหญ่โตแบบนี้ก็เพื่อเอาคืนให้รุ่นพี่ด้วยส่วนหนึ่ง เมื่อหวังเป่าเป้ยเห็นรอยยิ้มที่กดลึกของเธอแล้ว เสือยิ้มยากอย่างเธอก็อดที่จะหัวเราะตามไม่ได้
“สมแล้ว ที่อาจารย์เติ้งคาดหวังในตัวเธอ” หวังเป่าเป้ยยอมแล้ว เธอพ่ายแพ้หมดรูป!
รุ่นน้องอันมีความสามารถมากเกินไป อาจารย์เติ้งจะใส่ใจมากกว่าเธอก็ถูกต้องแล้ว
“นักเรียนหวัง!” อย่างไรก็ตาม ในขณะที่หวังเป่าเป้ยท้อแท้ในใจ เสียงคุ้นหูก็ดังขึ้นจากด้านหลัง
“อาจารย์เติ้ง....” เมื่อได้เห็นคนที่ตัวเองใส่ใจมาตลอด น้ำตาของสตรีแข็งแกร่งก็ไหลออกมาโดยที่ควบคุมไม่ได้
“ฉันเคยบอกแล้วใช่ไหมว่าอย่ากดดันตัวเองมากเกินไป เพราะแบบนี้...การแข่งขันรอบก่อนๆถึงไม่อยากให้ลงแข่ง!” อาจารย์เติ้งตำหนิเสียงขรึม ยิ่งทำให้หวังเป่าเป้ยร้องไห้หนักกว่าเดิมเสียอีก
……………………………………..