Pioneer Era

    ตอนที่ 129 กำแพงที่ขวางกั้น (เงิน) ของข้า

    เรื่องมันเกิดขึ้นตอนที่คณะรัฐบาลกำลังจัดตั้งประชุมเพื่อหาทางรับมือผู้ก่อการร้ายเมื่อวาน หรือในวันที่ 35

    คณะประชุมในครั้งนี้ประกอบด้วยอดีตวีรบุรุษและวีรสตรี รวมไปถึงนักธุรกิจการค้าเทคโนโลยีทางการทหารรายใหญ่อย่าง ประธานสาขาหลักยะมะโตะกับประธานสาขาทวีปใหม่เซอร์ไวด้วย

    ในวันนั้น การประชุมไม่อาจลงรอยหาข้อสรุปกันได้

    ทั้งหมดเป็นเพราะสงครามที่กำลังจะเริ่มขึ้นในอนาคตอันใกล้



    ณ เวลานั้น ยานโบราณโนอาร์ยังไม่ได้คืนชีพ

    แต่ถึงจะเป็นแค่การโจมตีจากหอคอยที่พึ่งผ่านมา มันก็มากพอที่จะทำให้พวกเขารู้สึกหวั่นเกรงต่อเทคโนโลยีโบราณที่ไม่รู้จักของโนอาร์

    พวกเขาไม่รู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้นในอนาคตข้างหน้านี้

    เหล่าผู้นำเริ่มหวั่นวิตกว่าสงครามจะทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้นจากอาวุธโบราณที่อาจยังมีซุกซ่อนอยู่ในทวีป

    ดังนั้น พวกเขาจึงไม่อยากให้กองกำลังที่แข็งแกร่งที่สุดต้องออกไปไล่ล่าหาตัวประกัน ในช่วงเวลาที่ตรวจจับได้ว่ามีกองทัพของศัตรูกำลังเตรียมบุกเข้ามาโจมตีเมืองของพวกเขา

    พวกเขาพยายามควบคุมทุกคน ไม่ให้ใครออกจากห้องไปเหมือนอย่างวีรสตรีเผ่ายักษ์กับเผ่ามนุษย์นกที่เอาแต่ใจตัวเองเช่นนั้น



    ณ เวลานั้น ราวกับจะซ้ำเติมให้เหตุการณ์เลวร้ายยิ่งกว่าเดิม

    ท่ามกลางความสับสน ได้เกิดเหตุการณ์แปลกประหลาดขึ้นในห้องประชุม

    ยาที่มีฤทธิ์กดประสาทจำนวนมากถูกปล่อยเข้ามาภายในห้องประชุม ผ่านทางช่องแอร์ พร้อมกับการปรากฏตัวของสตรีเผ่ามนุษย์มดคนหนึ่ง

    เธอมีผิวสีแดง สูงหนึ่งเมตร สวมชุดคลุมป้องกันก๊าซพิษสีดำทั่วทั้งตัว

    “ดิฉันคือ [ควีน] หนึ่งในบุตรีของราชินีแฟต นับจากนี้ จะขอมาควบคุมการบริหารแทนทุกท่านที่ไร้ประโยชน์เองค่ะ”

    เธอปรากฏตัวพร้อมกับกองทัพเผ่ามนุษย์มดจำนวนมาก

    “… ลูกของเรา… เจ้า… แน่ใจแล้วหรือ… ที่ทำเช่นนี้? ”

    แฟต ราชินีแห่งเผ่ามนุษย์มด สตรีผู้เป็นแม่ของเธอตั้งคำถามกลับไปที่ลูกในสายเลือดของเธอเอง

    “ท่านแม่และองราชินีทุกท่าน เพราะการบริหารของพวกท่านที่สั่งให้ลดการวางยามระวังรอบเมือง รวมไปถึงความสะเพร่าที่ไร้ซึ่งแนวทางควบคุมชนเผ่าท้องถิ่นอันเป็นที่มาของความสูญเสีย ด้วยสองเหตุผลข้างต้น ฉันจึงขอยึดอำนาจจากราชินีทั้งห้า หลังจากนี้ ดิฉันจะนำทางเผ่ามนุษย์มดที่อยู่ในทวีปดรีมแลนด์แห่งนี้ไปในทิศทางที่ถูกที่ควรเองค่ะ”

    ว่าแล้วเธอก็สั่งให้ลูกน้องควบคุมอาคาร และตัดการสื่อสารกับทวีปหลักในทันที

    “ทั้งหมดนี้ก็เพื่อเผ่ามนุษย์มดของพวกเราค่ะ”



    ตัดกลับมาปัจจุบัน วันที่ 36 เอนมูว์ทัวร์

    ***ชายผู้ไร้โชค [โฮป]

    “ท่านประธานเซอร์ไวส่งคลิปที่แอบถ่ายมาให้ข้าน้อยตั้งแต่เมื่อวานแล้ว แต่ข้าน้อยพึ่งมาเปิดเช็คดูเมื่อกี้นี้เอง นับว่าเป็นความผิดพลาดที่ไม่น่าให้อภัยอย่างยิ่งเจ้าค่ะ”

    ยัยกระต่ายดำนั่งชันเข่าสำนึกผิดอย่างไร้ความหมายต่อหน้าพวกเรา พร้อมกับยื่นมือถือรูปแครอทสีส้มมาฉายภาพบันทึกสามมิติให้พวกเราดู

    “จากข้อความที่ท่านประธานส่งมา เห็นว่าถ้าชนะสงคราม เธอจะจัดฉากให้พวกเขาถูกฆ่าเพราะสงคราม แล้วตัวเองก็เคลมชัยชนะขึ้นมาเป็นผู้นำทวีปนี้อย่างแท้จริงเจ้าค่ะ”

    “แต่ถ้าเกิดแพ้สงคราม ก็จะส่งตัวพวกเขาไปเป็นอาชญากรสงครามให้กับชนเผ่าท้องถิ่น ส่วนตัวเองก็เชิดหน้าหนีหายไปสินะคะ? ”

    “บางที… อาจจะเป็นเช่นนั้นเจ้าค่ะท่านแฟต”



    โคตรเลว

    มายึดอำนาจคนอื่นในช่วงเวลาเป็นตายของประเทศ แล้วยังไม่คิดรับผิดชอบ ถ้าหากว่าเกิดกรณีที่เลวร้ายที่สุดอย่างงั้นหรือ?

    เลวเชี่ย ๆ

    “ว่าแต่ยัยที่ชื่อ [ควีน] นี่คือใครหรือแฟต? ”

    “หนึ่งในว่าที่ราชินีรุ่นถัดไปของราชินีแฟตค่ะ พูดง่าย ๆ คือเป็นหนึ่งในพี่น้องของฉันที่มีนับหมื่น ๆ คนค่ะ”

    อืม อืม… แบบนี้นี่เอง

    “ถ้าเป็นตัวเต็งหนึ่งเหมือนกัน ทำไมผมถึงไม่เคยได้ยินชื่อของเธอกันเลยละ? ”

    “เธอคนนี้ไม่ได้เข้าเรียนเหมือนฉันค่ะ แต่ได้ลงสนามจริงบริหารงานอยู่กับท่านแม่ค่ะ คือ… ท่านแม่ของฉัน หรือตัวองราชินีแฟตนะ เพื่อให้ได้ราชินีรุ่นถัดไปที่มีความสามารถ ท่านแม่เลยใช้วิธีส่งลูกสาวที่อยู่นับหมื่นคนออกไปในเส้นทางที่แตกต่างกัน เพราะท่านแม่เองก็ไม่รู้ว่าวิธีไหนที่จะใช้ปั้นให้เป็นราชินีได้ดีที่สุดค่ะ

    บางคนก็ส่งเข้าเรียนแบบฉัน บางคนก็ให้เรียนรู้จากตัวท่านเอง บางคนก็ให้ลงมาคลุกคลีกับกลุ่มมดงาน บางคนถึงขั้นส่งเข้ากองทัพ

    ท่านราชินีต้องการให้พวกเราเล่นเกมส์เซอร์ไววอลราชินี ว่าใครจะสามารถกุมหัวใจคน และมีความสามารถในการปกครองมากที่สุดกันเอาเองค่ะ

    แต่ก็มีบางคนที่ออกนอกลู่นอกทางไปหน่อยค่ะ

    ถ้ายังจำกันได้ ตอนที่เจอฝูงอะบอมล้อมตอนนั้น มันมีกระสุนลูกหลงบินมาทางฉันบ่อยอยู่พอสมควรเลยใช่ไหมละคะ? ”



    ลูกสาวที่มีมากกว่าหนึ่งหมื่นคน…

    อีเผ่านี้จะขยันทำการบ้านยามดึกกันมากเกินไปแล้วนะเฮ้ย!

    แล้วนี่อะไร!?

    การแย่งชิงบัลลังก์โดยมีทายาทนับหมื่นคนเนี่ยนะ!? อยากเห็นทะเลเลือดกันหรือยังไงฟะเผ่านี้?

    “คุณโฮปค่ะ คุณคิดอะไรอยู่ มันออกมาทางสีหน้าหมดแล้วค่ะ คือ… มันเป็นธรรมเนียมของเผ่าฉันค่ะ ที่ว่าผู้แข็งแกร่งมักอยู่ข้างบนสุดเสมอ พวกเราเป็นเช่นนี้มาตลอด ทุกครั้งที่มีการเปลี่ยนรุ่นราชินี ถ้าไม่เกิดการขยายอณาจักรใหม่ของสตรีเพศที่แยกตัวจากรัง ก็มักจะเกิดทะเลเลือดของการแย่งชิงบัลลังก์แทนค่ะ

    เพศหญิงจะพยายามหานักรบมาเป็นขุนพลของตัวเอง เพศชายจะต่อสู้กันเพื่อแย่งตำแหน่งขุนพลของราชินีที่ตนหมายปองอยากจะทำงานรับใช้ให้ มันเป็นรูปแบบเช่นนั้นค่ะ”

    เผ่านี้มันจะสปาตันเกินไปหรือเปล่าเฮ้ย!?



    “ต้องขอโทษที่ขัดจังหวะเจ้าค่ะ แต่เอาเป็นว่าหลังจากนี้พวกท่านจะเอาเช่นไรกันเจ้าคะ? สำหรับข้าน้อยนั้น ตั้งใจจะไปช่วยเจ้านายก่อนเจ้าค่ะ เพราะข้าน้อยยังติดหนี้ชีวิตเขาอยู่เจ้าค่ะ”

    “...”

    ถึงจะรู้สึกเป็นห่วงเจ้าเยลโล่ที่หายตัวไป แต่เรื่องนี้เองก็สำคัญไม่แพ้กัน

    โดยเฉพาะเจ้าประธานมดหน้าเลือด เพราะมันคือคนที่ต้องมาจ่ายเงินให้ผมอะนะ

    เอาเถอะ เจ้าเยลโล่มันหายไปพร้อมกับยัยหุ่นโบราณนมยักษ์ มันคงไม่เป็นอะไรหรอกมั้ง?

    แถม…

    “แบบนี้ก็แย่เลยค่ะ ถ้างานนี้ทุกอย่างเป็นไปตามแผนของคุณ [ควีน] ละก็ ฉันอาจจะถูกเธอยึดเงินทั้งหมดได้ค่ะ แล้วแบบนี้ ฉันจะจ่ายค่าจ้างให้คุณโฮปได้ยังไงกันละคะ? ”

    จงใจพูดเพื่อใช้งานคนชัด ๆ

    ได้ยินแบบนี้ ก็ยิ่งมีเหตุผลที่ต้องไปเสี่ยงชีวิตช่วยพ่อแม่ของยัยพวกนี้ออกมาให้ได้

    ใช้คนเก่งจริง ๆ นะยัยนี่



    ให้ตายเถอะ

    ทำไมตอนที่นึกว่าจะมีกินมีใช้เหมือนกับชาวบ้าน กลับต้องมาเจองานยาก ๆ โหด ๆ เสี่ยงชีวิตแบบนี้ทุกที

    กำแพง…

    เหมือนกับมีกำแพงแห่งโชคชะตาที่มองไม่เห็นมาขวางกันระหว่างผมกับเงินกองใหญ่อยู่เสมอ



    “พ่อกับแม่เองก็ไปร่วมงานประชุมด้วย.. มิน่า ฉันถึงติดต่อพวกท่านไม่ได้เลย… ดอง…”

    “ฉันก็ด้วย”

    “ฉันขอตัวโทรไปเช็คสถานการณ์กับพ่อแม่ของฉันก่อนนะคะ! ”



    แล้วยังมีเรื่องดวงแห่งความโชคร้ายที่ผมต้องมาเจอกับเรื่องวุ่นวาย

    พ่อแม่ตัวเองตายไม่พอ ตอนนี้ยังต้องเอาชีวิตตัวเองมาเสี่ยงตายอีกคน…

    ทั้งที่ความฝันคือการใช้ชีวิตอย่างสงบสุขบนกองเงินกองทองแท้ ๆ

    มันคือกำแพงแห่งชะตาชิวิตของผม ที่ต้องพบเจอแต่เรื่องวุ่นวายสินะ?



    “...ติดต่อไม่ได้ค่ะ แม้แต่พี่น้องของฉันก็ติดต่อไม่ได้เช่นกัน อย่าบอกนะว่า---”

    “ไม่หรอก! ระดับ ผอ.บานานั้น ไม่มีทางถูกจับตัวไปได้หรอกนะดอง! รวมไปถึงพี่น้องของเธอด้วย! ”

    "... ใช่ค่ะ ลี่พูดถูกต้องแล้ว ฉันควรเชื่อมั่นในตัวพวกท่านค่ะ ขอบคุณค่ะลี่"



    เออ… ถ้าแม้แต่ระดับ ผอ.บานา ยังถูกจับตัว งานนี้ผมคงต้องขอบายละ

    ผมไม่อยากทำงานที่---

    “ทุกคน ระวังตัวด้วยค่ะ”

    จาวิสรีบตั้งการ์ดป้องกัน พร้อมกับสงเสียงเตือนทุกคน

    ผมสัมผัสได้ถึงผิวดินที่กำลังสั่นไหวอย่างเบาบาง

    มีใครบางคนกำลังมุดดินมาที่นี่

    “นี่มัน… เผ่ามนุษย์มดค่ะ! เป็นระดับมดองครักษ์ แถมยังมีถึงสิบคน! ทุกคนระวังตัวด้วยค่ะ! ”

    คราวนี้เป็นแฟตที่ส่งเสียงเตือนทุกคน



    หน่วยสังหาร? นักฆ่า?

    ไม่ค่อยแปลกใจเท่าไหร

    เป้าหมายของมันบางทีคงเป็นแฟต

    อ่า… เรื่องวุ่นวายอีกแล้ว

    กำแพง กำแพง กำแพง…

    นี่คือกำแพงแห่งโชคชะตาที่ผมต้องเจอสินะ?

    แม่ง…

    แม่งงงงงง!



    “โฮป!? ”

    ผมวิ่งตรงออกไปโดยไม่สนใจพวกยัยลี่ที่กำลังยืนหันหลังชนกันเพื่อเตรียมรับมือ

    ที่ลานกว้างแห่งนี้ เริ่มมีทหารบางตาลง เพราะไล่นักข่าวกับพาตัวประกันออกไปหมดแล้ว

    ที่เหลือ มีแค่กลุ่มคนประปรายที่เข้ามาตรวจเช็คสภาพของเครื่องบินเท่านั้น

    ส่วนพวกเรา กำลังอยู่ระหว่างเดินออกจากลานกว้างแห่งนี้

    ถ้าเดินออกไปพ้นสายตาผู้คน ไอพวกที่อยู่ในดินคงพร้อมใจกันเข้าโจมตียัยแฟตแน่นอน

    ดีไม่ดี อาจจะฆ่าพวกเราทุกคนเพื่อเป็นการปิดปากด้วย



    จะมาเอาชีวิตเพื่อนของผมไปอย่างงั้นหรือ?

    จะบอกว่านี่คือโชคชะตาที่ผมต้องเจออย่างงั้นหรือ?

    ไปกินขี้เถอะไอกำแพงแห่งโชคชะตาระยำ!

    ถ้าบอกว่านี่คือโชคชะตาที่พระเจ้าขีดมาให้ต้องเผชิญ ตรูนี่ละ จะทุบทำลายแล้วแหกชะตากรรมอันวุ่นวายนี้ไปให้ดู!



    ว่าแล้วก็ชักกระบี่คู่สีดำกับสีเทาขึ้นมาถือเอาไว้ด้วยมือทั้งสองข้าง

    ปลอยปล่อยพลังงานรังสีให้มันอาบไปทั่วคมดาบ แล้วแทงมันลงไปในผิวดินสุดแรง

    เป้าหมายคือเจ้าพวกที่กำลังมุดซ่อนตัวอยู่ในผิวดินบริเวณนี้

    “ทะ--- ทำไมถึงรู้ได้ว่าพวกเราอยู่ตรงนี้! เผ่ามนุษย์ไม่น่าจะมีสัมผัสดีอย่างนี้นี่หว่า! ”

    “ขอโทษที่ผมมีสัมผัสดีกว่าชาวบ้านนะ”

    เล่นมุดดินรุนแรงขนาดนั้น ไม่ให้รู้สึกตัวก็บ้าแล้ว

    สิ่งที่กระบี่คู่เล่มนี้คว้านขึ้นมาได้จากผืนดินลึกลงไปสองเมตร คือส่วนหัวของเผ่ามนุษย์มดคนหนึ่ง

    มันมีเขี้ยวที่ยาวหนึ่งเมตร มีใบหน้าที่ดูเหี้ยมดุดั่นน่ากลัวเหมือนเจ้าประธานมดหน้าเลือดคนนั้น

    นี่คือมดระดับองครักษ์ เผ่ามนุษย์มดที่มีความสามารถทางร่างกายในการต่อสู้สูงที่สุดของเผ่ามนุษย์มด



    “หน่อย! ช่างหัวมันแล้ว! ทุกคน ลงมือจัดการเลย! ”

    นี่พวกเรายังไม่ทันได้ก้าวขาออกจากลานกว้างเลยนะเฮ้ย?

    แต่สมกับที่เป็นเผ่ามนุษย์มด ทั้งที่เหลือแค่หัว แต่ยังคงมีพลังชีวิตมากพอพ่นน้ำลายต่อไปได้อยู่

    ร่างกายของมนุษย์มดที่สูงสามเมตรจำนวนเก้าคนผุดขึ้นมาจากผิวดิน

    พวกมันมีปีกของแมลงที่กว้างใหญ่ติดอยู่ตรงแผ่นหลัง มีเขี้ยวอันคมกริบยืดยาวถึงหนึ่งเมตร และสวมชุดเกราะผิวแข็งสีดำทั่วทั้งตัว

    อาวุธคือตรีศูลติดปืนกลหนักแก็ตลิง

    อำนาจในการสังหารของมันคือหัวกระสุนขนาด 7.8 มิลลิเมตร กับความเร็ว 200 นัดต่อนาที

    พวกมันขึ้นมาแบบฉับพลัน แล้วหันปลายกระบอกปืนทั้งเก้ามาทางพวกผมโดยไม่มีความลังเล

    เสียงเหวี่ยงรังเพลิงเหล็กเริ่มดังกังวาล พร้อมกับจิตสังหารที่เด่นชัดจนรู้สึกได้

    เอาจริงดิเฮ้ย!?! นี่มันใจกลางโรงเรียนเลยนะ!



    “ทุกคนมาหลบข้างหลังฉันด้วยค่ะ! ”

    จาวิส หุ่นยนต์เมดชุดขาววิ่งออกมายืนข้างหน้า แล้วกางม่านบาเรียคลุมปกป้องพวกยัยลี่เอาไว้

    ชิบหาย ไม่น่าซ่าวิ่งแยกกลุ่มออกมาเลย

    เพราะผมวิ่งกลับไปไม่ทัน…

    “โฮป! ”

    วินาทีนั้นทุกคนต่างตะโกนเรียกผมด้วยน้ำเสียงที่หัวใจแตกสลาย

    ภาพทุกอย่างรอบตัวเริ่มเคลื่อนไหวเชื่องช้าลง

    ผมเห็นทุกอย่างเชื่องช้าลง

    เห็นแม้แต่ภาพของเปลวไฟที่กำลังค่อย ๆ แผดเผาออกมาจากรังเพลิงอย่างสวยงามพร้อมกับลูกปืน ก็ยังเห็นอย่างเชื่องช้าราวกับเต่าคลาน---



    อ่า…

    นี่สินะ ที่เขาว่าคนกำลังจะตาย มักจะเห็นทุกสิ่งเชื่องช้าลงนะ

    “...”

    เดียวดิ

    นี่มันช้าลงจริง ๆ นี่หว่า?

    รู้สึกได้ว่าหัวของตัวเองกำลังร้อนผ่าวขึ้นมา

    รู้สึกได้ว่าเลือดกำลังสูบฉีดอย่างบ้าคลั่ง

    เป็นความรู้สึก… ที่เหมือนกับตอนที่ผมเคยปรับแร่งพลังงานของดาบรังสีจนถึงขีดสุด แล้วใช้งานมันต่อสู้

    ตอนนั้นเป็นเพราะรังสีของอาวุธที่กระตุ้นสมอง เลยทำให้ผมทำเรื่องที่เหนือมนุษย์ได้สำเร็จ

    แต่คราวนี้มันต่างออกไป

    “เฮ้ย! หลบลูกปืนได้!?! ”

    เพราะครั้งนี้ มันเกิดขึ้นมาเองโดยธรรมชาติ



    ดูท่าว่าร่างกายของผมจะตอบสนองต่อภัยร้ายที่อาจถึงแก่ชีวิต เลยตอบโต้ด้วยการเร่งการทำงานของสมองจนถึงขีดสุด

    สมองที่ถูกเร่งการทำงานอย่างบ้าคลั่ง มันสามารถทำให้เห็นภาพตรงหน้าเป็นฉากต่อฉากราวกับฟีล์มหนังที่ถูกดึงออกมาจากแผ่นม้วน

    ถึงจะสงสัยว่ามันเกิดขึ้นได้อย่างไร แต่มันก็เกิดขึ้นไปแล้ว

    เวลามิได้ไหลช้าลง แต่เป็นสมองที่ทำงานรวดเร็วขึ้นต่างหาก

    “ (นายยังไม่ใช่คนที่ควรจะมาตายตรงนี้!) ”

    “ (ถ้านายตาย พวกเราก็ซวยนะสิ ~!) ”

    เหมือนว่าจะได้ยินเสียงของใครดังก้องอยู่ภายในหัว

    แต่ช่างมันไปก่อน



    ผมวิ่งเข้าประชิดพวกมัน ไปพร้อมกับเอี้ยวตัวหลบห่าฝนกระสุน

    ไม่ใช่ว่าเร็วเหนือลูกปืน แต่เพราะรู้ว่ากระสุนมันจะวิ่งมาทางไหน เลยสามารถหลบพวกมันได้

    ใช้กระบี่ทั้งสองในมือเหวี่ยงปัดป้อง วิ่งย่อตัวลงต่ำเข้าใส่ตัวที่อยู่ใกล้ที่สุดด้วยขาทั้งสองข้าง

    หันปลายแหลมกระบี่ข้างซ้ายยื่นตรงออกไป จับปลายกระบี่ขวาคว่ำลง แล้วกระโดดขึ้นท้องฟ้าเป็นวิถีโค้ง

    พื้นหินตรงปลายเท้าระเบิดออกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย เพราะแรงกระโดดที่รุนแรงเหนือมนุษย์



    “คลื่นฝนกระบี่! ”

    กระบี่ทั้งสองเล่มถูกวาดโจมตีออกไปอย่างรวดเร็ว

    เล่มหนึ่งหยุดนิ่ง แล้วปล่อยคลื่นรังสีรัวออกไปเป็นเส้นตรงดั่งลูกปืนจากปลายคมกระบี่

    อีกเล่มถูกวาดเป็นวิถีโค้ง แล้วปล่อยคลื่นรังสีออกเป็นคลื่นดาบที่กินรัศมีกว้างถึงสามเมตร

    เปลวคลื่นสีฟ้าทั้งสอง ถูกกระหน่ำจากท้องฟ้าที่สูงเหนือผืนดินห้าเมตร ยิงปูพรมทุกตารางนิ้ว ทิ้งเป็นรอยแผลบนลานหินไปทั่วทุกสารทิศ



    “กระจอกน่า! ”

    พวกมันยืนรับคลื่นรังสีกระบี่เข้าไป ประหนึ่งดั่งยืนรับแสงแดดตะวัน

    ชิ… ทนคลื่นรังสีได้หรือ?

    เป็นพวกเกราะระดับสูงอย่างงั้นสินะ

    ผมรีบทิ้งน้ำหนักตัวลงจอด แล้วถีบพื้นอย่างรุนแรงเพื่อเข้าประชิดพวกมัน ก่อนที่พวกมันจะลั่นกระสุนใส่ผม

    “เป็นแค่เผ่ามนุษย์ที่มีดีแค่มันสมอง ริอาจมาท้าสู้ระยะประชิดกับข้าอย่างงั้นเรอะ!? ”

    เจ้ามดตัวใหญ่ตรงหน้าหยุดยิงปืนกล แล้วใช้ปลายสามง่ามที่ติดปลายกระบอกปืนแทงใส่

    ช้ามาก!

    เทียบกับไพไรต์แล้ว ฝีมือของเจ้าพวกนี้มันไม่เท่าไหรเลยนี่หว่า?



    ผมเบี่ยงตัวเพียงน้อยนิดเพื่อหลบมัน แล้วใช้กระบี่ฟันลงไปที่แขนทั้งสี่ข้าง

    ทว่ากระบี่สีดำที่เป็นของโรงเรียนกลับหักครึ่ง เพราะความแข็งของเกราะที่ไม่อาจฟันเข้าไปได้

    สมกับเป็นของที่ใช้เพื่อฝึกซ้อม คุณภาพห่วยชิบหาย...

    “งั้นเล่มนี้ละ! ”

    ผมใช้เสี่ยววินาทีนั้น ทิ้งกระบี่ในมือซ้าย แล้วใช้สองมือกุมกระบี่เล่มสีเทา ทุ่มกำลังฟันไปที่ข้อต่อของเอวมัน

    “อั๊ก! ”

    กระบี่สีเทาจมลึกเข้าไปในเกราะสีดำของมัน ก่อนจะถูกดีดออกมาด้วยแรงพลักสนามไฟฟ้า จนพวกเรากระเด็นออกมาทั้งคู่

    ชิ… มีระบบป้องกันแบบนี้ด้วยหรือเนี่ย?



    ผมรีบม้วนตัวอย่างสวยงามไปตามลานหิน เพื่อลดแรงกระแทกบนร่างกาย

    เพื่อไม่ให้เสียเวลา เลยใช้แรงดีดนั้น ไหลผ่านร่างกายไปลงที่ขา แล้วใช้มันยันพื้นดีดร่างกายของผมพุ่งสวนกลับไปหามันอีกครั้ง

    ในเวลาเดียวกัน ห่ากระสุนก็พุ่งตรงสวนเข้ามา

    กระสุนที่พุ่งเข้ามา มีจุดที่ทำให้ถึงฆาตได้อยู่ถึงสองนัด

    นั่นคือนัดที่เล็งมาตรงกลางหน้าผากกับหัวใจ

    ที่เหลือ อาจจะทำให้เสียแขนหรือขาไป

    ให้ตายเถอะ ถ้าคิดจะเอาตัวรอด คงต้องยอมเสียขาไปสักข้าง---



    ไม่สิ ไม่เห็นต้องกลัวเลย

    ถ้าเป็นยัยพวกนั้น จะต้องไม่นั่งรอดูอยู่เฉย ๆ ในบาเรียเพียงอย่างเดียวแน่นอน

    ผมวิ่งตรงใส่ห่ากระสุนอย่างไม่เกรงกลัวต่อความตาย

    ในเวลาเดียวกัน ก็เกิดรูหนอนขนาดเล็กผุดขึ้นมาเป็นจำนวนมากขึ้นตรงหน้าของผม

    รูหนอนพวกนั้นดูดกลืนกระสุนเข้าไป แล้วไปปรากฏที่ด้านหลังของผม พุ่งลงปักพื้นลานหินไปแทน



    “เฮ้ย! พลังแบบเดียวกับวีรสตรีเผ่าภูติเอสเทอเลยนี่หว่า! ”

    “ไหนรายงานบอกมาว่ายัยเด็กนั่นเป็นแค่เด็กบ้องงี่เง่าคนหนึ่งไม่ใช่หรือยังไง!? ”

    พวกมันเริ่มตื่นตระหนกที่การโจมตีของตัวเองไร้ผล

    ก็ไม่รู้หรอกนะว่าใครทำรายงานข้อมูลให้พวกแก แต่เอาเป็นว่าโชคร้ายแล้วละ ที่มาประมาทพวกเราแบบนี้

    ถ้ามีเวลามากพอให้ยัยลี่ใช้พลังนะ ยัยนั่นถือว่าเก่งกาจสุด ๆ ไปเลยละ

    อีกอย่าง ยัยนี่เคยบอกผม ว่าตัวเองได้รับการฝึกมาจากวีรสตรีคนนั้นมาหนึ่งปีเต็มเลยละ

    ถึงปากจะบอกว่าไม่เก่งเท่าแม่ แต่ผมว่ายัยนี่คือระเบิดนิวเคลียร์เดินได้ชัด ๆ

    อีกอย่าง พวกผมนะ---



    “อ๊าก! ”

    ---ไม่ได้มีแนวหน้าแค่ผมคนเดียว

    เมื่อปลายกระบอกปืนทุกนัดถูกหันเล็งมาทางผม พรุนจึงได้โอกาสวิ่งออกมาโจมตี

    ดาบควายเล่มโตสีดำถูกเหวี่ยงตรงจากบนลงล่าง

    เธอฟันด้วยแรงของเผ่ายักษ์ พร้อมกับอาบเวทมนตร์ด้วยคลื่นสายฟ้าแรงสูงลงไปที่ใบดาบ จนเกิดเป็นแสงไฟฟ้าสาดส่องเจิดจ้า

    เพียงแค่การโจมตีเดียว ก็ถึงกับทำให้ชุดเกราะที่ผมฟันไม่เข้า บุบยุบลงไปพร้อมกับร่างกายของศัตรูดั่งถูกค้อนสิบตันทุบใส่

    ทหารมดคนนั้นถึงกับแน่นิ่งไม่เคลื่อนไหวในการโจมตีเพียงครั้งเดียวเท่านั้น



    “มีผ้าพันแผลทั้งตัวแบบนั้น ยังจะมาซ่า--- เหวอ!? ”

    พร้อมกันนั้น ทหารมดอีกสองตัวก็ถูกมังกรวารีของพรุนโจมตีใส่จากใต้ดิน

    มันมุดผ่านใต้ดิน แล้วผุดขึ้นมาพร้อมกับใช้เปลวไฟสีทองอาบร่างของพวกมัน

    ชุดเกราะสีดำได้กลายเป็นสีแดงในพริบตา

    เพียงแค่วินาทีเดียว ก่อนที่พวกมันจะได้ทันเหนี่ยวไกปืน ร่างของพวกมันก็ถูกอบจนสุกอยู่ภายในชุดเกราะไปแล้ว

    เสร็จไปสอง เหลืออีกเจ็ดคน



    “หน่อย--- เห้ย!? ไอนกบ้านี่! ”

    พวกที่เหลือกำลังถูกไฮเจนบินป่วนเหนือหัวด้วยความเร็วและเทคนิคการบินที่เจ้าตัวภาคภูมิใจ

    “อะ... เอาสายกระสุนปืนคืนมา! ”

    ถึงเธอจะไม่มีพลังโจมตีเหมือนพรุนหรือผม แต่เรื่องความว่องไวนี่ต้องยกให้เธอเป็นอันดับหนึ่งเลย

    เธอใช้กรงเล็บของขาเทียมทั้งสองข้าง พุ่งลงไปเกาะสายสะพายลูกปืนที่รัดอยู่รอบเอวได้อย่างแม่นยำ แล้วคว้ามันหนีออกมาด้วยความรวดเร็ว

    การดึงสายสะพายลูกปืนที่คาดตัวนั้น มันไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะมันถูกออกแบบมาให้มีระบบล็อคหลายชั้น

    แต่การที่เธอสามารถปลดล็อคได้ในพริบตา มันต้องมีความแม่นยำอย่างมาก เพื่อเล็งโจมตีไปที่ปุ่มปลดขนาดเล็กบนสายสะพายนั้น

    การโจมตีของเธอ อาจเทียบได้ดั่งนกอินทรีย์ที่ล่าเหยื่อได้อย่างแม่นยำท่ามกลางผืนป่ารกชันเช่นนั้น



    ทหารทั้งเจ็ดคนต่างถูกไฮเจนยึดกระสุนปืนไปจนสิ้น

    “หน่อย งั้นก็ยิงเท่าที่มีละวะ! ”

    พวกมันเริ่มลั่นห่ากระสุนใส่พวกเราอีกครั้ง

    แต่กระสุนของพวกมันถูกบาเรียของจาวิสกางปิดกั้นเอาไว้จนสิ้น

    กระสุนที่เลยออกจากขอบเขตบาเรีย ก็จะถูกรูหนอนของยัยลี่ดูดกลืนหายไปเช่นกัน

    “กระสุนหมดแล้วครับ! ”

    “แล้วจะตะโกนให้พวกมันได้ยินทำไม! ถอยก่อน! ถอยก่อนนนนน! ”

    พวกมันรีบเผ่นหนีกันให้ว่อง พร้อมกับพาร่างของเพื่อนพวกมันที่โดนพวกผมจัดการไปด้วย

    เล่นเก็บไปเรียบแบบไม่เหลือทิ้งหลักฐานเอาไว้เลยนะ…



    “สมกับเป็นท่านลิลลี่ ข้าน้อยเลยไม่ต้องทำอะไรเลย~”

    ยัยกระต่ายเดินเข้าไปลูบหัวชื่นชมยัยลี่ด้วยน้ำเสียงที่ร่าเริง

    “ไม่หรอกนะดอง~”

    ยัยลี่เองก็ดูมีความสุขมากที่ถูกคนอื่นลูบหัว

    เป็นเด็กหรือไงเธอนะ…

    แต่เอาเถอะ เพราะความที่ยัยลี่ดูงี่เง่าแบบนี้ ศัตรูมันเลยประมาทดูถูกพวกเรายกกลุ่ม

    มาคิดดู พวกเราเองก็ถือว่าเก่งจริง ๆ นั่นละ ถ้านับจากวันแรกที่พวกเราตั้งทีมกันขึ้นมา

    ผมยังจำวันที่ยัยพวกนี้ดื้อด้านทำตามใจตัวเองกันได้อยู่

    ตอนนั้น พวกเราประสานงานกันได้เลวร้ายมาก

    แต่มาดูตอนนี้สิ

    พวกเราสามารถร่วมมือประสานงานกันได้เป็นอย่างดี รู้ใจกันในระดับที่ไม่จำเป็นต้องใช้คำพูดสื่อสารด้วยซ้ำ



    “... เป็นทีมที่ดีจริง ๆ ”

    “เมื่อกี้นี้โฮปพูดอะไรออกมาหรือเปล่าดอง? ”

    ชิ.. ชิบหาย!

    เผลอนึกชื่นชมเสียงดังไปหน่อย!

    “ปะ.. เปล่า! แค่คิดว่าเธอยังเป็นยัยบ้องเหมือนเดิม ที่ถูกคนลูบหัวนิดหน่อยก็ยิ้มดีใจแล้ว เป็นเด็กหรือยังไงเธอนะ! ”

    “ว่ะ… ว่ายังไงนะดอง! ฉันไม่ได้เป็นยัยบ้องนะดอง! ”

    “อะ… เอาเป็นว่า ตอนนี้รู้แล้วว่าพวกเรา โดยเฉพาะแฟต กำลังถูกหมายเอาชีวิตอยู่ พ่อแม่ของทุกคนถูกจับตัวไป ส่วนพ่อแม่ของพรุนหายตัวไปอย่างลึกลับอีกครั้ง ถ้าปล่อยเอาไว้แบบนี้ พวกเราจะถูกโจมตีอีกครั้งตอนไหนก็ไม่รู้ ดังนั้น---”

    “ค่ะ ฉันเองก็เห็นด้วยกับคุณโฮป”

    ทุกคนต่างหันหน้าไปที่อาคารสูงห้าชั้นที่ตั้งอยู่ใจกลางเมืองพร้อมกัน

    นั่นคือที่ทำการรัฐบาลของเมืองนี้

    “ดังนั้นพวกเราลองไปเยี่ยมพี่น้องของแฟตกันหน่อยดีไหม? ”

    คล้ายกับเรื่องPioneer Era ที่คุณอ่าน

    จงเรียกข้าว่าจอมราชัน

    จงเรียกข้าว่าจอมราชัน

    นิยาย แฟนตาซี
    146K 253
    God of Holy Aqua Martial (เทวยุทธ์วิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์)

    God of Holy Aqua Martial (เทวยุทธ์วิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    146K 311
    มหาวิบัติยีนกลายพันธ์ุ

    มหาวิบัติยีนกลายพันธ์ุ

    นิยาย แฟนตาซี
    196K 740
    เหนือพิภพ สยบสวรรค์ (ภาค 1 เหนือพิภพ)

    เหนือพิภพ สยบสวรรค์ (ภาค 1 เหนือพิภพ)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    3.45M 659
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    สดุดีมหาราชา [แปลจบแล้ว]

    สดุดีมหาราชา [แปลจบแล้ว]

    นิยาย แฟนตาซี
    9.93M 1273
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    อัจฉริยะแห่งราชวงศ์ถัง

    อัจฉริยะแห่งราชวงศ์ถัง

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    450K 1842
    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    207K 185