พ่อหมอ...ตอปิโด

    เพื่อนระยำ

            ตอนเพื่อนระยำ

             

            เดือนแรมทำความสะอาดเก็บกวาดเช็ดถูสำนักของพ่อหมอพรหมเมศอย่างขะมักเขม้นระหว่างที่พ่อหมอไม่อยู่สำนักก็ต้องปิดไปโดยปริยาย งานของหล่อนแต่ละวันนั้นจะว่ากันตามตรงแล้วก็ไม่ต่างอะไรกับแม่บ้านคนหนึ่งแม้นว่าคนภายนอกมองหล่อนยกย่องว่าเป็นลูกศิษย์เอกก็เถอะหล่อนก็ไม่ได้มีความภาคภูมิใจแต่อย่างใดความรักความภักดีที่หญิงสาวมีต่อพ่อหมอพรหมเมศไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานสักแค่ไหนความรู้สึกในใจของหญิงสาวไม่ลดลงเลยสักนิดเดียว

            “…”

            เดือนแรมหยุดอยู่หน้าประตูห้องๆหนึ่งซึ่งปรกติจะถูกปิดตายเอาไว้ พรหมเมศสั่งห้ามเด็ดขาดว่าไม่ให้เข้าไปยุ่มย่ามห้องดังกล่าวห้องซึ่งเคยเป็นห้องสำคัญของคนสำคัญ!

            แกร็ก!!

            หญิงสาวหยิบกุญแจไขออกแล้วเปิดประตูเข้าไปภายในห้องยังเต็มไปด้วยข้าวของเครื่องใช้ของเจ้าของห้องเดิมราวกับว่าเจ้าของห้องยังไม่จากไปไหน เดือนแรมสาวเท้าเข้าไปในห้องเดินไปยังเตียงนอนหัวเตียงมีรูปภาพขาวดำซึ่งเคยใช้ประดับในงานอวมงคลของหญิงสาวคนหนึ่ง หญิงสาวเจ้าของรูปบานนั้นหน้าตาสะสวยสะโอดสะองสวยจนความงามของเธอขณะที่ยังมีชีวิตอยู่เลื่องลือไปไกลถึงต่างหมู่บ้าน จนมีหนุ่มน้อยหนุ่มใหญ่ในสมัยนั้นแวะเวียนมาเกี้ยวพาราสีจนหัวบันไดบ้านไม่แห้ง

            แต่พรหมลิขิตก็ขีดเส้นเอาไว้แล้ว… คู่ใครคู่เขาไม่อยากฝืนลิขิตฟ้า

            “มึงนี่มันโชคดีจริงๆเลยนะอีบัวตอง”

            เดือนแรมเม้มปากหรี่ตามองหญิงสาวในรูปถ่าย

            “ตอนมึงยังมีชีวิตอยู่ใครๆก็พากันรุมรัก แม้นแต่พี่พรหมจนป่านนี้เขาก็ยังไม่เคยลืมมึงไม่ว่ากูจะทำดีกับเขาขนาดไหน ทุกวันนี้พี่พรหมก็มองกูเป็นแค่น้องสาวคนหนึ่ง หึน้องสาวเหรอ กูไม่อยากเป็นแค่น้องสาว กูอยากเป็นเมียเขาต่างหาก”

            จู่ๆความรู้สึกปวดร้าวบางอย่างก็แล่นปราดขึ้นมาจุกอยู่ที่อกของเดือนแรม หน่วยตาของหล่อนร้อนผ่าวเอ่อคลอด้วยหยาดน้ำตา

            “อีเพื่อนเลวมึงมันสวยแต่หน้าตาเท่านั้นแหละวะ จิตใจของมึงมันชั่วยิ่งกว่าหมาเสียอีก แต่กูก็ไม่เข้าใจว่าทำไมพวกชายมันถึงได้โง่กันนัก”

            เดือนแรมยกมือขึ้นปาดน้ำตาออกก่อนจะชี้นิ้วไปยังรูปบานนั้นอดีตอันเจ็บปวดรวดร้าวยังประทับฝังแน่นอยู่ในใจของหล่อนเหมือนลาวาของภูเขาไฟใต้โลกที่รอวันปะทุระเบิดออกมา

            “ขนาดว่ามึงเล่นชู้กับเพื่อนของพี่พรหมทำให้เขาเสียใจจนต้องหนีไปบวชอยู่หลายปี พี่พรหมก็ไม่เคยหมดรักในตัวมึงเลย”

            แม่สาวเดือนแรมกลืนก้อนสะอื้นลงคอแหงนหน้าขึ้นมองขื่อกลางห้องซึ่งมีเชือกเส้นหนึ่งแขวนอยู่หากเป็นคนอื่นคงจินตนาการบรรเจิดถึงเรื่องชวนขนพองสยองเกล้า ทว่าเดือนแรมกลับแสยะยิ้มออกมา

            “ดีแล้วที่มึงผูกคอตายห่าตายโหงไปซะได้ เมียเลวๆ เพื่อนชั่วๆ อย่างมึงอยู่ไปก็อายหมาวะ ฮะฮะ ฮะ”

            “เดือนแรมเดือนแรมอยู่ไหม”

            เสียงของไอ้อินทร์ที่กำลังร้องเรียกชื่อของหล่อนอยู่ทำให้หญิงสาวหุบยิ้มฉับขมวดคิ้วมุ่น

            “ไอ้อินทร์”