ปูเจ๊กเทียนที่์ชั้นเจ็ดชี้นิ้วไปข้างหน้าหัวเราะเยาะเย้ยไปกับสิ่งว่างเปล่า แล้วเต้นแร้งเต้นกาอย่างหนักปากก็บอกว่าโห่ฮี้โห่ฮี้โหย่ว ตอนผายลมก็บอกประสานตามว่า ฮิ้วววววว
ธรณีเมฆส่วนหนึ่งไม่พอใจจึงจับเจ่าเอาตัวมารวมกันเป็รูปเลขแปด ก้อนเมฆรวมร่างได้เป็ตัวเลขแล้วส่งสายอัสนีปะทะวายุจากปากเซียน ปูเจ๊กเทียนเลยล้มนอนหงายร่างกายดิ้นและหัวเราสะใจไม่มีเหตุผล
ก้อนเมฆรูปเลขแปดกำลังจะร้องไห้ แต่บรรดาฝูงนกกระยางที่เกาะกลุ่มกันบินมาแล้วบินผ่านไป ร่างปูเจ๊กเทียนที่นอนหงายหัวเราะสะใจได้เกิดเคลื่อนที่ตามไปกับฝูงนกกระยาง ตามไปประมาณสองกิโลเมตรที่ห่างจากก้อนเมฆแล้วลอยเคลื่อนที่กลับมายังธรณีเมฆ์ชั้นเจ็ดเหมือนเดิม ปูเจ๊กเทียนยังคงนอนหงายดิ้นหัวเราะสะใจ
มีตาแก่หัวล้านๆผมเหลือน้อยๆที่ชี้ตั้งขึ้นบน เดินมายกขวดสุรามากรอกปากปูเจ๊กเทียน ปูเจ๊กเทียนเลยกลับมามีสติแล้วจับขวดสุราทั้งขวดยัดใส่เข้าปากตาแก่คนนั้น ตาแก่คนนั้นเลยหยีตายิ้มปากก็มีขวดสุราคาบไว้เต็มปากหันมาทางผู้ชมเหมือนอวดโฉมหน้ามีขวดสุรายัดเข้าไป
ปูเจ๊กเทียนไม่พอใจพลางบ่นอิดโรยว่า"ทำแบบนี้ได้ยังไง" เอามือไปกำอากาศแล้วเมฆเลขแปดสร้างหายนะครั้งสุดท้ายเอามือเซียนไปโบกส่ายตึกระฟ้าทำจากหินปูนแล้วชั้นบนของตึกก็แตกพังทลายหล่นลงมาบนหัวเซียนแล้วกระเด้งหายออกไป เซียนเลยยืนตรงแข็ง ตาหลับ ปากยิงฟังยิ้มส่งเสียงในลำคอประมาณว่า “ กระผมขื่อปูเจ๊กเทียนชอบทำท่ายี้ๆๆๆ ” แล้วก็กางแขนสองแขนสีหน้าเซ็งเบื่อหน่ายแล้วลงไปนอนหงายกับพื้นเมฆ หลับพักผ่อนไปสี่สิบเก้าชั่วโมงปรากฏว่าตื่นมาแล้วหิวข้าวโซ เลยตักข้าวจากหม้อข้าวมาสุมกองชามแล้วเททิ้งลงอากาศ ข้าวเลยตกลงไปเข้าปากประชาชนเบื้องล่างทำให้ประชาชนกระพรือปีกบินขึ้นมาหาปูเจ๊กเทียน ทุกคนหันหลังผายลมใส่จอมเซียนจนเซียนดมกลิ่นเข้าไปลึกๆแล้วนอนหงายร่างกายดิ้น หลับตาพริ้มยิงฟันขาวสกปรกและดิ้นหัวเราะชอบใจเหมือนไม่มีเหตุผล
ประขาชนที่บินมาถึงชั้นเมฆนี้ทุกคนล้วนคิดสั้นเดินตกลงจากเมฆไปตายลงที่พื้นโลก
ปูเจ๊กเทียนที่นอนหงายดิ้นหัวเราะก็ทำร่างออกมามุมตั้งฉากบ้างนอนหงายราบบ้างสลับกันไปเหมือนตัดต่อคลิปวีดีโอ