ภายในเรือนเงียบสงัด
มีเพียงแสงจันทร์อันเย็นะเืสาดส่องลอดบานหน้าต่างเก่าคร่ำคร่าลงมายังพื้นที่มีเสื้อผ้ากองกระจัดกระจายระเกะระกะ
ข้างหูได้ยินเพียงเสียงหอบหายใจอันหนักหน่วงของชายหนุ่ม
ซูเจียวเจียวเพิ่งลืมตาขึ้นก็เห็นเงาร่างสูงสง่าของบุรุษทาบทับลงมาเหนือร่างของเธอ
กลิ่นอายชายชาตรีอันร้อนแรงของเขาโชยมาปะทะกอปรกับฝ่ามืออันแข็งแกร่งที่โอบรัด่เอวของหล่อน หากแต่ไม่ลงแรงมากนักคล้ายเกรงจะทำให้เธอเ็ป จึงเพียงประคองเอวไว้เบาๆ
เมื่ออาศัยแสงจันทร์รำไรมองสำรวจซูเจียวเจียวพลันเห็นใบหน้าของชายตรงหน้าได้อย่างถนัดตา
ผิวของเขาคล้ำเล็กน้อยดวงตาเรียวยาวลึกซึ้ง มีประกายดำมืดซ่อนอยู่ รูปร่างหน้าตาหล่อเหลาและดูดีแต่กลับแฝงด้วยความอ่อนเยาว์และใสซื่อ
ในชั่วพริบตาถัดมาดวงตาของเธอเบิกโพลงด้วยความตกตะลึงอย่างไม่อยากเชื่อ
เซียวหยวนิ?
เป็ไปได้อย่างไร?
เซียวหยวนิไม่ใช่ว่าประสบอุบัติเหตุจมน้ำเสียชีวิตไปแล้วหรือ?
อีกทั้งเซียวหยวนิก็ไม่ควรที่จะหนุ่มแน่นถึงเพียงนี้ด้วย!
นี่มันใบหน้าของเขาเมื่อครั้งยังเยาว์ชัดๆ!
แล้วตัวเธอเองเล่าตัวเธอไม่ได้ตายไปแล้วเช่นกันหรือ?
เธอถูกรถชนกระเด็นไปแล้วไม่ใช่หรือ!
เซียวหยวนิจ้องมองเธอสีหน้าแฝงแววตึงเครียด ราวกับประหม่าไม่น้อย
ขณะที่ซูเจียวเจียวตกอยู่ในห้วงความคิดชายหนุ่มก็ค่อยๆ ประทับจุมพิตอันอบอุ่นลงบนแก้มและข้างหูของเธออย่างแ่เบา
พร้อมกับเสียงที่พยายามอดกลั้นอย่างยากลำบาก“เจียวเจียว ผม... ผม พวกเรา...”
ในความมืดเขายันกายขึ้น ดวงตาเรียวยาวลึกซึ้งจ้องมองหญิงสาวใต้ร่างอย่างครุ่นคิด
ในแสงสลัวยังพอเห็นเค้าโครงใบหน้าขาวผ่องงดงามของหญิงสาวผิวหน้านุ่มนวลชุ่มชื่น ดวงตาสีดำที่จ้องมองเขา เบิกกว้างด้วยความใและประหลาดใจ
ซูเจียวเจียวมีสีหน้าใอย่างถึงที่สุด
ฉากนี้ช่างคุ้นเคยเหลือเกิน?
คล้ายคลึงกับคืนเข้าหอของตัวเธอกับเขาในปีนั้น...
ท่าทางที่หญิงสาวตกตะลึงงันทำให้ใจของเซียวหยวนิกระตุกวูบความรู้สึกขมขื่นพลันบังเกิดขึ้นในใจ
เขานึกขึ้นได้ว่าเธอไม่ได้เต็มใจแต่งงานกับเขาเธอจึงไม่ยินดีที่จะร่วมหอกับเขา...
ซูเจียวเจียวมองเรือนดินเก่าๆแลดูทรุดโทรม ทั้งคุ้นเคยและไม่คุ้นเคยตรงหน้าพร้อมทั้งชายหนุ่มที่อยู่บนร่างของเธอ ทันใดนั้นขอบตาก็พลันแดงก่ำน้ำตาหลั่งรินราวเขื่อนแตก
เธอได้หวนคืนกลับมาเกิดใหม่แล้ว!
กลับมายังปี1975
ไม่คิดเลยว่า์จะประทานโอกาสให้เธอได้เริ่มต้นใหม่อีกครั้ง!
ให้เธอได้กลับมายัง่เวลาที่เพิ่งแต่งงานกับเซียวหยวนิและตอนนี้ก็คือคืนเข้าหอของเธอกับเขา
ยังจำได้ว่าในชาติที่แล้วเธอไม่เต็มใจที่จะแต่งงานกับเซียวหยวนิ จึงดื่มเหล้าจนเมามายไม่ได้สติครั้นตื่นขึ้นมาก็พบว่าความบริสุทธิ์ได้มลายหายไปแล้ว ด้วยความโกรธเธอจึงเตะเซียวหยวนิตกจากเตียงแล้วชี้หน้าด่าว่าเขาเป็กบริอาจอยากกินเนื้อหงส์ ชาตินี้ไม่ว่าจะทำอย่างไรเธอก็ไม่มีวันรักเขาได้เขาเป็เพียงชาวนาผู้ต่ำต้อย!
ขณะนั้นเซียวหยวนิไม่ได้เอื้อนเอ่ยสิ่งใดเขาเพียงสวมเสื้อผ้าแล้วจากไปนับจากนั้นเขาก็กลายเป็คนเงียบขรึมและมืดหม่นยิ่งขึ้น
และไม่เคยแตะต้องเธออีกเลย!
ซูเจียวเจียวรู้สึกเสียใจอย่างสุดซึ้ง
โชคดีที่คราวนี้กลับมาได้ทันเวลาเธอยังไม่ได้ทำเื่เลวร้ายกับเซียวหยวนิถึงเพียงนั้น!
ดวงตาของหญิงสาวเอ่อคลอไปด้วยน้ำตาดูน่าเวทนาเหลือเกิน
หัวใจของเซียวหยวนิเจ็บแปลบขึ้นมาทันใดดวงตาพลันมืดมิดลง ในใจเ็ปราวกับคลื่นทะเลที่โหมกระหน่ำ จนแทบหายใจไม่ออก
เธอไม่เต็มใจที่จะแต่งงานกับเขาถึงเพียงนั้นไม่เต็มใจให้เขาแตะต้องเธอ...
เขารู้ว่าในใจเธอมีคนที่ชอบอยู่แล้วได้ยินว่าคนคนนั้นเป็คู่หมั้นของเธอจากในเมือง แต่ชายผู้นั้นกลับหักหลังไปแต่งงานกับน้องสาวของเธอ ด้วยความโกรธ หล่อนจึงตกลงที่จะแต่งงานกับเขา...
เขาอดกลั้นความเสียใจในใจก่อนจะค่อยๆ คลายมือออก แล้วลุกขึ้นอย่างโดดเดี่ยว
ร่างสูงสง่าของเขาในเวลานี้กลับดูอับจนไร้หนทางอย่างยิ่ง
ทันใดนั้นมือเรียวบางนุ่มนวลของหญิงสาวก็เลื่อนขึ้นมาััหน้าอกอันแข็งแกร่งและทรงพลังของเขาก่อนจะโอบรอบคอของเขาไว้
มือของหญิงสาวบอบบางและอ่อนนุ่มราวกับไม่มีกระดูกร่างกายของเธอก็อิงแอบอยู่บนร่างของเขาอย่างแ่เบา
ร่างของเขาแข็งทื่อในทันทีทั่วทั้งร่างพลันหยุดชะงัก
“เจียวเจียว คุณ...”
เขามองเธอด้วยความประหลาดใจและตกตะลึงเล็กน้อย
“เื่เช่นนี้ยังจะต้องให้ฉันเป็ฝ่ายเริ่มอีกหรือคะ?”
เสียงหวานนุ่มนวลของหญิงสาวดังขึ้นในความมืดแฝงด้วยความท้าทายราวกับเปลวไฟที่จุดประกายให้หัวใจของเขาลุกโชนในทันที
เซียวหยวนิพยายามอดกลั้นความเร่าร้อนในกาย“แต่... แต่คุณร้องไห้...”
เขายกมือขึ้นหมายจะเช็ดน้ำตาที่หางตาให้เธอ หากแต่ก็กลัวว่าเธอจะรังเกียจเขาจึงหยุดมือค้างอยู่ตรงนั้นด้วยความไม่รู้จะทำอย่างไร
“ฉันมีนิสัยอย่างหนึ่งเวลาเมาคือชอบร้องไห้ ไม่ใช่ว่าไม่เต็มใจ”
เสียงของหญิงสาวแ่เบาและอ่อนโยนกระซิบอยู่ข้างหูของเขาราวกับนกขมิ้นตัวน้อย ช่างไพเราะเหลือเกินหัวใจของเซียวหยวนิสั่นสะท้าน
เธอบอกว่าเธอไม่ได้ไม่เต็มใจ...
นั่นหมายความว่าเธอยินดีที่จะมอบทุกอย่างให้เขาใช่หรือไม่?!
ซูเจียวเจียวมองเซียวหยวนิที่กำลังตกตะลึงก่อนจะถอนหายใจในใจ แล้วเป็ฝ่ายเริ่มจุมพิตเขาเสียเอง
ริมฝีปากนุ่มนวลของหญิงสาวประทับลงมายังคงมีกลิ่นหอมหวานของเหล้าหวานเจืออยู่เล็กน้อยร่างกายของเซียวหยวนิแข็งทื่อในทันที
เจียวเจียวจุมพิตเขาเองเลยหรือ?
เธอยินดีจริงๆด้วย!
เขาไม่อาจอดกลั้นได้อีกต่อไปจึงรวบร่างเธอเข้ามากอดและจุมพิตอย่างเร่าร้อน
เธอเป็ผู้ที่ทำให้เขาต้องเป็ฝ่ายเริ่มก่อน!
พวกเขาแต่งงานกันแล้วเขาเป็สามีของเธอ เื่เช่นนี้ควรเป็หน้าที่ของเขาที่ต้องเป็ฝ่ายเริ่มก่อน!
หากเื่เช่นนี้ต้องให้ผู้หญิงเป็ฝ่ายเริ่มก่อนเขาจะยังเป็ชายชาตรีอยู่ได้อย่างไร?
เขาก้มตัวลง
ซูเจียวเจียวตัวสั่นเทาไม่ทันได้รู้สึกถึงความประหม่า
ในชาติที่แล้วเพราะเธอเมาไปเสียก่อน จึงจำเื่คืนเข้าหอกับเซียวหยวนิไม่ได้เลย
หลังจากนั้นทั้งสองก็ไม่ได้ร่วมห้องกันอีกเมื่อหย่าขาดจากเซียวหยวนิ เธอก็ไม่ได้หาคู่ครองอีกเลย ใช้ชีวิตโสดมาโดยตลอด
ต่อมาทั้งสองได้กลับมาพบกันอีกครั้งหากแต่ในวันก่อนที่จะแต่งงานใหม่ เซียวหยวนิก็เสียชีวิต
เซียวหยวนิรับรู้ได้ถึงมือของเธอที่กำแขนของเขาแน่นจนเล็บจิกเนื้อของเขาแต่เขาก็ไม่ได้เอ่ยสิ่งใด เธอกำลังประหม่า แท้จริงแล้วเขาก็ประหม่าเช่นกัน...
เอวของหญิงสาวบอบบางดูบอบช้ำง่าย ราวกับว่าหากบีบแรงๆ ก็อาจหักได้
เซียวหยวนิจึงลดท่าทางลงอย่างแ่เบา
สุดท้ายซูเจียวเจียวก็หลับไปเพราะความเหนื่อยล้า
ก่อนหลับซูเจียวเจียวมีเพียงความคิดเดียวในหัว
ชายหนุ่มที่คลั่งรักนั้นช่างร้ายกาจเสียจริง
...
เช้าตรู่วันรุ่งขึ้นเซียวหยวนิค่อยๆ ตื่นขึ้นมารู้สึกราวกับมีบางอย่างกำลังคลอเคลียอยู่ในอ้อมแขนของเขาคล้ายลูกแมวน้อยกำลังนอนซุกอยู่ในอ้อมกอด เขาจึงก้มหน้ามองก็เห็นเส้นผมสีดำขลับอันเงางามของหญิงสาวแผ่สยายอยู่บนแขนของเขาประหนึ่งสาหร่ายทะเลนุ่มๆ
หญิงสาวหนุนแขนของเขาหลับใหลอย่างเป็สุข ขนตาที่งอนงามปกคลุมเปลือกตา ดูว่าง่ายอย่างยิ่ง
เซียวหยวนิมีความรู้สึกราวกับอยู่ในความฝัน
เพราะก่อนหน้านี้เธอไม่ยอมแม้แต่ให้เขาจับมือ ไม่ยอมพูดคุยกับเขามากนักวันนั้นที่เธอตอบตกลงแต่งงานกับเขา เขายังคิดว่าเธอล้อเล่นเพื่อทำให้เขามีความสุขไม่คิดเลยว่าเธอจะแต่งงานกับเขาจริงๆ...
เซียวหยวนิอดไม่ได้ที่จะกระชับอ้อมแขนเบาๆโอบกอดเธอไว้ในอ้อมอก
เขาหันไปมองนอกหน้าต่าง
ท้องฟ้าด้านนอกยังคงมืดสลัวตอนนี้น่าจะประมาณตีห้าครึ่ง ปกติเวลานี้เขาคงลุกขึ้นแล้วแต่ทว่าวันนี้เขาไม่อยากลุก เขาอยากจะนอนแผ่บนเตียง กอดเธอไว้อย่างนี้ตลอดไป