คัมภีร์เทพอสูรเทวะ

    ตอนที่ 86: คืนสนอง ณ หุบเหวอสนีบาต

    กังวานระฆังมรณะดังกึกก้องไปทั่วสำนักเมฆาสวรรค์ ทว่าไม่มีผู้ใดกล้าโผล่หัวออกมาดูความพินาศที่กำลังคืบคลานไปตามบันไดหินอ่อนนับหมื่นขั้น ทางเดินที่เคยเป็นความภูมิใจของศิษย์ทั้งปวง บัดนี้ถูกย้อมด้วยสีแดงฉานของโลหิตที่ไม่อาจหยุดไหล ชายหนุ่มในคราบอสุรกายก้าวเดินด้วยจังหวะที่เชื่องช้า ทว่าหนักแน่นดุจภูเขาที่กำลังเคลื่อนที่ ท่อนแขนสีหมึกกำปลายโซ่กระดูกเซียนที่ร้อยทะลุไหปลาร้าของหลิวเปาไว้อย่างเหนียวแน่น


    แกรก... แกรก...


    กังวานของปล้องกระดูกที่ครูดไปกับบันไดหินสลักดังก้องในความเงียบงัน กายหยาบครึ่งท่อนของหลิวเปาถูกลากครูดไปตามพื้นอย่างไร้ความปรานี ทุกขั้นบันไดที่โซ่กระดูกรูดผ่าน หินสลักพลันถูกเซาะเป็นร่องลึกด้วยแรงครูด เศษเนื้อและลิ่มเลือดเกาะติดเป็นทางยาวดุจลางร้าย หลิวเปาไร้ซึ่งการขัดขืน สติสัมปชัญญะของมันพังทลายลงจนเหลือเพียงก้อนเนื้อที่รอคอยการดับสูญ มันถูกลากผ่านหน้าศิษย์สายนอกที่แอบซ่อนตัวอยู่ในเงามืด ข่ายเส้นเอ็นทั่วร่างของพวกมันสั่นระริกเมื่อสบเข้ากับเนตรมารบรรพกาล


    “อา... ความเงียบงันในสำนักนี้ช่างน่านำไปเคี้ยวเล่นเสียจริง”


    ถ้อยคำต่ำลึกของอสุรกายดังลอดจากลำคอ สั่นสะเทือนไปถึงขั้วหัวใจของผู้ที่แอบซ่อน มันกำลังละเลียดกับความทรมานที่ซึมซับเข้าไปในทุกรูขุมขนของหลิวเปา ยิ่งลากผ่านขั้นบันไดที่สูงชันเท่าใด โซ่กระดูกก็ยิ่งฉีกกระชากกล้ามเนื้อให้ขาดวิ่น โลหิตข้นหนืดทะลักท่วมบันไดสวรรค์กลายเป็นทางสีแดงสด


    ทุกครั้งที่หลิวเปาขย้อนลิ่มเลือดออกมา ก้อนเนื้อโสมมจะกระตุกโซ่กระดูกให้ตึงเปรี๊ยะ ก่อเกิดกังวานกระดูกแตกหักที่สะท้อนดุจดนตรีแห่งความวิบัติ ชายหนุ่มแสยะยิ้มกว้างจนกรามวิรูป เนตรมารสีเลือดหมุนวนอย่างพึงพอใจกับการหวนคืนสู่เส้นทางเดิม เส้นทางหมื่นขั้นที่เคยเหยียบย่ำเขาในอดีต บัดนี้กลับถูกเขาเหยียบย่ำด้วยความตายของศัตรูคู่อาฆาต มัจจุราชมุ่งหน้าสู่จุดสิ้นสุดของบันไดสวรรค์ ที่ซึ่งปากเหวอสนีบาตกำลังอ้าปากรอรับอาหารจานสำคัญ


    เปรี้ยงงงง—!


    อสนีบาตสีม่วงดำฉีกกระชากผืนฟ้า กังวานสะท้อนก้องทั่วหุบเหวราวกับกังวานเคาะโลงศพของสรรพชีวิต มวลเมฆหมุนวนเหนือหน้าผาแปรสภาพดุจวังวนยักษ์ สายลมบาดาลหอบเอาไอควันจากดินสุสานและกลิ่นกำมะถันลอยคละคลุ้ง เย่เฉินหยุดฝีเท้าลงตรงริมขอบหน้าผา เบื้องหน้าคือห้วงอเวจีไร้ก้นบึ้ง สถานที่ซึ่งเคยกลืนกินความเป็นมนุษย์ของเขา สถานที่ที่เคยเป็นจุดเริ่มต้นของความเน่าเฟะทั้งปวง


    แกรก...


    ปลายโซ่กระดูกถูกกระชากจนตึง กายหยาบครึ่งท่อนของหลิวเปาถูกลากกระแทกพื้นหินอย่างทารุณ โลหิตสดไหลนองออกจากบาดแผล มันหอบหายใจติดขัด ดวงตาที่ฝ่อแฟบเงยขึ้นมองสภาพแวดล้อมโดยรอบ และในเสี้ยววินาทีนั้น สีเลือดบนใบหน้าของมันพลันเปลี่ยนเป็นดุจเถ้ากระดูก มันจำรอยแตกบนพื้นศิลาที่นี่ได้ จำกลิ่นอากาศแห่งความสิ้นหวังที่นี่ได้ ที่นี่คือหลุมศพที่มันเคยหัวเราะเยาะเหยื่อ


    “มะ...ไม่...” ริมฝีปากที่แตกฉีกสั่นระริก “ไม่...ไม่จริง...”


    เย่เฉินมิได้ตอบคำ เขามิได้เหลือบมองเหยื่อด้วยความสมเพช เนตรมารบรรพกาลหมุนวนอย่างเชื่องช้า ราวกับกำลังมองดูก้อนเนื้อที่เน่าเสียเกินเยียวยา พายุสายฟ้าเบื้องล่างปั่นป่วน เปรียบดั่งฝูงอสรพิษโบราณที่รอคอยการกลืนกิน หลิวเปาเริ่มดิ้นรน มันใช้แขนที่เหลือเพียงข้างเดียวตะกุยพื้นศิลา พยายามถอยหนีจากขอบเหว ทว่าโซ่กระดูกที่ร้อยทะลุไหปลาร้ากลับตึงแน่นดุจโซ่ตรวนแห่งคำสาป ปล้องกระดูกบดลึกเข้าไปในกล้ามเนื้อ เลือดพุ่งกระเซ็น กังวานร้องของมันดังขึ้นอย่างน่าเวทนา ไร้ซึ่งศักดิ์ศรี


    ดวงตาสีเลือดสงบนิ่งดุจน้ำค้างแข็ง “เจ้ากลัวหรือ...” ถ้อยคำนั้นเบาหวิวราวกับลมพัด ทว่ากลับกดทับลงมาดุจยอดเขาทั้งลูก


    หลิวเปาสะดุ้งเฮือก “เย่เฉิน! ข้า...ข้าผิดไปแล้ว! ข้ายอมแล้ว! ไว้ชีวิตข้า! ข้าจะชดใช้!” มันตะโกนก้อง น้ำตาและโลหิตไหลอาบใบหน้า


    เปรี้ยงงงง—!


    สายฟ้าฟาดลงกลางหุบเหว เย่เฉินยังคงมองมันเงียบๆ ก่อนเอ่ยขึ้นด้วยสำเนียงที่สูบกลืนไอชีวิต “คุกเข่าหรือ? เจ้าจำได้หรือไม่... วันที่ข้าต้องคุกเข่าอยู่ตรงนี้ วันนั้น... ข้าขอเศษเสี้ยวชีวิตจากเจ้า แต่เจ้าหัวเราะ เจ้าถ่มน้ำลายใส่ข้า เจ้าหักนิ้วข้า เจ้าเหยียบศีรษะข้าจนแหลกคามือ แล้วถีบข้าลงไปในความมืด”


    หลิวเปาสั่นสะท้านอย่างรุนแรง ความจำในอดีตหวนคืนดุจกรดที่กัดกินห้วงสติ มันจำได้ทุกรายละเอียด จำได้แม้กระทั่งกังวานหัวเราะของตนเอง เย่เฉินยื่นกรงเล็บสีหมึกออกไป คว้าลำคอของมันขึ้นมา ขาทั้งสองข้างแกว่งไกวไร้แรง


    “เจ้ารู้หรือไม่...” ถ้อยคำของเย่เฉินเยียบเย็น “สิ่งที่ผลักดันให้ข้าไม่แตกสลายในห้วงอนธการนั้น... ไม่ใช่โชคชะตา ไม่ใช่สวรรค์ แต่เป็นความแค้นที่ข้าฝังไว้ในไขกระดูก”


    ตูมมมม—!


    แรงบดอัดมหาศาลระเบิดออกจากร่าง หลิวเปาส่งกังวานร้องอย่างแตกตื่น ทะเลวิญญาณของมันกำลังแตกสลายจากความสิ้นหวังที่เพิ่งกระจ่างชัด เย่เฉินปล่อยมือ กายหยาบของหลิวเปาหล่นกระแทกพื้นอย่างหมดสภาพ เย่เฉินเดินไปยืนตรงขอบหน้าผา มองลงสู่ห้วงอเวจีเบื้องล่าง เนตรมารสะท้อนสายฟ้าที่แลบอยู่ภายในหุบเหว


    “หลิวเปา... เจ้ารู้หรือไม่ว่าตลอดเวลาที่ข้าจมอยู่เบื้องล่างนั้น... ข้ากระหายที่จะเห็นหน้าเจ้ามากเพียงใด” หลิวเปาเบิกตาโพลง ความหวาดผวาระเบิดขึ้นถึงขีดสุด เพราะมันสัมผัสได้แล้วว่าสิ่งที่รออยู่ต่อจากนี้ มิใช่ความตาย แต่เป็นการกลืนกิน!


    ก้อนเนื้อโสมมยืนตระหง่านอยู่ท่ามกลางพายุคลั่ง ท่อนแขนสีหมึกกำโซ่กระดูกไว้แน่น เนตรมารสีโลหิตทอดมองเศษอาหารเบื้องอย่างเยียบเย็น ไร้ซึ่งกังวานหัวเราะเยาะเย้ย มีเพียงความว่างเปล่าที่ตะกละตะกลามยิ่งกว่าก้นเหว หลิวเปาหอบหายใจติดขัด มองก้อนเนื้อที่เคยเป็นเพียงเศษกากของสำนัก ทว่าในเสี้ยววินาทีนี้... ผู้ที่ยืนหยัดอยู่เบื้องบนกลับเป็นผู้ย่อยสลายที่กำลังจะลากมันลงสู่เตาหลอม


    “ข้า... ข้า...” คำอ้อนวอนขาดห้วงเพราะปล้องกระดูกแทงทะลุปอด


    เย่เฉินมิได้เอ่ยคำ เพราะในทัศนะของผู้ล่า หลิวเปามิใช่ศัตรูคู่อาฆาตอีกต่อไป แต่มันคือปุ๋ยที่ถูกรอคอยการย่อยสลาย กายหยาบสีหมึกคลายกรงเล็บออก โซ่กระดูกร่วงหล่น สังขารครึ่งท่อนของหลิวเปาพลันร่วงวูบลงสู่ความมืดมิดไร้ก้นบึ้ง


    “ไม่!!!” กังวานกรีดร้องฉีกหลอดลมดังสะท้อนก้อง ทว่าก่อนที่ซากเนื้อนั้นจะถูกห้วงอนธการกลืนกิน อสุรกายในคราบมนุษย์กลับพุ่งทะยานตามลงไปราวกับอุกกาบาตแห่งความตาย!


    ตูม!!!


    เขากระแทกกายหยาบเข้าหาสังขารที่กำลังดิ่งพสุธา สายฟ้านับร้อยสายฟาดใส่กายหยาบ ทว่ากลับถูกเตาหลอมวิปลาสในอกสูบกลืนเข้าไปดุจการสวาปามอาหาร กรงเล็บสีหมึกพุ่งทะลวงเข้าคว้าขยุ้มกะโหลกศีรษะของหลิวเปาไว้แน่นกลางห้วงอากาศ


    “ความทรงจำเดียวที่ข้าฝังไว้ในไขกระดูก... คือการรอคอยที่จะชำแหละข่ายเส้นเอ็นของเจ้า!”


    นิ้วกรงเล็บแทงลึกทะลุเบ้าตา เตาหลอมแห่งก้นบึ้งเร่งจังหวะการบีบรัดตัว! ตึก... ตึก... ตึก... จังหวะเต้นนั้นวิปริต เขากระชากแก่นวิญญาณเนื้อของมันออกมาดุจการควักไส้ปลาสด หลิวเปากระตุกเกร็งดุจหนอนแมลง ข่ายเส้นเอ็นของมันเริ่มละลายและถูกสูบกลืนเข้าสู่กายหยาบของเย่เฉิน ปราณชีวิต ความทรงจำ ทุกสัจธรรม ถูกเตาหลอมวิปลาสบดขยี้จนแหลกละเอียดหล่อเลี้ยงเดรัจฉาน


    กังวานร้องของหลิวเปาขาดห้วงไปเพราะหลอดลมถูกย่อยสลาย สังขารของมันเหี่ยวแห้งฝ่อแฟบลงกลางเวหา เปลือกผิวเน่าตาย ข่ายเส้นเอ็นสลายตัว จนเหลือเพียงเถ้าธุลีสีเทาที่ถูกสายลมบาดาลพัดกระจัดกระจาย ชายผู้เคยเป็นศิษย์เอกแห่งเมฆาสวรรค์ ถูกลบตัวตนออกไปจากห่วงโซ่อาหารโดยสมบูรณ์


    ตูมมม!!!


    กายหยาบของเย่เฉินกระแทกลงบนก้นเหว พื้นหินแตกร้าวเป็นใยแมงมุม เศษซากกระดูกบรรพกาลถูกบดอัดจนแหลกเป็นผง เขายันกายลุกขึ้นท่ามกลางความมืดมิด สายลมหนาวเหน็บพัดผ่านกายหยาบที่อาบชุ่มด้วยมลทิน เขามองขึ้นไปยังปากเหวเบื้องบน


    การชำแหละจบสิ้นแล้ว เหยื่อถูกย่อยสลายแล้ว ทว่าสัจธรรมในห้วงลึกกลับว่างเปล่าดุจหลุมศพ ตึก... ตึก... ตึก... จังหวะเต้นตุบอยู่ภายในทรวงอก มิใช่จังหวะของมนุษยชาติ แต่เป็นจังหวะของเตาหลอมที่กำลังบีบรัดตัวด้วยความหิวโหย เขาก้มมองกรงเล็บที่เปื้อนคราบเถ้า ก่อนจะแสยะยิ้มจนกรามวิรูป โลหิตสีหมึกไหลย้อย


    การล้างแค้นอวสานลงแล้ว แต่เส้นทางการกลืนกินของผู้ย่อยสลายที่ถือกำเนิดขึ้นจากหุบเหวแห่งนี้... เพิ่งจะได้ลิ้มรสชาติของคำว่าห่วงโซ่อาหารเท่านั้น!


    [จบตอนที่ 86]

    คล้ายกับเรื่องคัมภีร์เทพอสูรเทวะ ที่คุณอ่าน