หมื่นอสุราสยบฟ้า หนึ่งมรรคานิจนิรันดร์

เล่มที่ 6 บทที่ 159 ชื่อเสียงโด่งดังมาก

        บทที่ 159 ชื่อเสียงโด่งดังมาก

        “สำนักยุทธ์ศักดิ์สิทธิ์ของพวกเจ้าอยากรับผู้มีความสามารถ ก็ต้องดูเวลาบ้างกระมัง? อีกฝ่ายพึ่งจะนั่งลง คิดอยากดื่มสุราสักจอก พวกเจ้าก็มาเชิญทันที นี่หรือการให้เกียรติ?” บุรุษวัยกลางคนมองสองคนที่สวมชุดต่อสู้และกล่าววาจาถากถาง

        บุรุษที่สวมชุดต่อสู้ขมวดคิ้ว “นี่คือเมืองเทียนเจี้ยน แล้วมันใช่กงการของท่านหรือ ท่านอย่าเสนอหน้าเสียจะดีกว่า ยิ่งไปกว่านั้น ได้รับความสนใจจากสำนักยุทธ์ศักดิ์สิทธิ์ของเรา นับว่าเป็นเกียรติที่สำคัญกว่าการดื่มสุราหนึ่งจอกนัก”

        “ขออภัยด้วย! ดูจากท่าทางของพวกท่านสองคน ข้าไม่สนใจในการให้เกียรติเช่นนี้” ฉินชูเอ่ยปาก อยากรับผู้มีความสามารถกลับวางอำนาจบาตรใหญ่ เขาไม่ชอบใจนัก

        แม้ชายหนุ่มในชุดหรูจะไม่ได้กล่าวสิ่งใด แต่ก็แสดงสีหน้ารังเกียจเช่นกัน

        “หวังว่าพวกท่านจะไม่ตัดสินใจพลาด” บุรุษในชุดต่อสู้กล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา

        “เจ้าไปได้แล้ว รองเจ้าเมืองของพวกเจ้าอยากพบคน เช่นนั้นจงกลับไปถามเขา ว่าต้องการให้ข้า ซูมู่ผู้นี้ไปพบเขาหรือไม่!” บุรุษวัยกลางคนสะบัดแขนเสื้อทีหนึ่ง แล้วเรียกเสี่ยวเอ้อในโรงสุราให้ยกสุรามา

        เมื่อได้ฟังวาจาของบุรุษวัยกลางคน บุรุษในชุดต่อสู้ทั้งสองคนสีหน้าเปลี่ยนไปฉับพลัน จากนั้นจึงถอยออกจากโรงสุรา

        เวลานี้เอง ชายหนุ่มในชุดหรูลุกขึ้นยืน โค้งตัวคำนับซูมู่ “ข้าน้อยเชียนสวินคารวะผู้อาวุโสซู”

        “หากเจ้าไม่ได้มาเพื่อดื่มสุรา เช่นนั้นเจ้าไปได้แล้ว” บุรุษวัยกลางคนหรือก็คือซูมู่มองเชียนสวินชายหนุ่มในชุดหรูแวบหนึ่งก่อนกล่าว

        เชียนสวินหัวเราะแก้เก้อ จากนั้นจึงนั่งลง หลังจากนั่งลงสายตาทั้งคู่จึงจับจ้องไปที่ฉินชู เขาไม่เข้าใจว่าเหตุใดยามนี้ฉินชูจึงสงบได้ถึงเพียงนี้

        “เจ้าหนู สุราและหมูตุ๋นของร้านนี้ไม่เลวนะ หมูตุ๋นแกล้มสุรานี่นับว่ายอดเยี่ยม” ซูมู่กล่าวกับฉินชู

        “เช่นนั้นข้าน้อยต้องลองสักหน่อย” ฉินชูหัวเราะ

        ณ เมืองเทียนเจี้ยน ภายในจวนเจ้าเมือง องครักษ์ที่ไปเชิญตัวฉินชูและเชียนสวินรายงานกับรองเจ้าเมือง

        “ซูมู่... เขามาได้อย่างไร อย่าได้ล่วงเกินเขาเด็ดขาด พวกเจ้าเฝ้าจับตาดูชายหนุ่มสองคนนั้นก็พอ เพียงแค่เฝ้าจับตา อย่ากระทำการใด” รองเจ้าเมืองเทียนเจี้ยนที่สวมใส่ชุดหรูหรากล่าว

        ฉินชูและซูมู่ชนจอกสุราใบใหญ่ไม่หยุดหย่อน ในขณะที่เชียนสวินดูค่อนข้างสำรวม

        หลังจากดื่มสุราเสร็จ ซูมู่ลุกขึ้นยืน พาฉินชูและเชียนสวินออกจากโรงสุรา “สำนักยุทธ์ศักดิ์สิทธิ์มารับเข้าสำนัก เขาพร้อมมอบทรัพยากรด้านการฝึกฝนให้พวกเจ้าจำนวนหนึ่ง แต่ขณะเดียวกันก็นำพามาซึ่งข้อจำกัด ขึ้นอยู่กับว่าพวกเจ้าจะเลือกเช่นไร”

        “ข้าไม่ต้องการทรัพยากรด้านการฝึกฝนจากผู้อื่น ข้าย่อมไม่เข้าร่วม แต่นี่ถือเป็นปัญหา คงต้องเตรียมหนีแล้ว” ฉินชูกล่าวด้วยท่าทางหน่ายใจ

        “จริงด้วย! ข้าก็ไม่ยอม อีกฝ่ายต้องไม่ปล่อยให้เราอยู่สบายแน่” เชียนสวินเองกล่าวพึมพำ

        ซูมู่หัวเราะเบา “ไม่ถึงขั้นนั้น สำนักยุทธ์ศักดิ์สิทธิ์ค่อนข้างให้ความสำคัญกับชื่อเสียงของตนเอง เพียงแต่คนที่อยู่ระดับล่างไม่รู้มารยาทก็เท่านั้น หากถูกพวกเขาทำให้ลำบากจริง ก็อ้างชื่อของข้าเสีย”

        ฉินชูประสานหมัดคารวะซูมู่ “ข้าขอขอบคุณท่านผู้อาวุโสที่ชี้แนะ”

        “บนเส้นทางการฝึกฝนวิถีกระบี่ ต้องมีจิตใจแน่วแน่ เรื่องที่ไม่สมควรคล้อยตามก็ห้ามคล้อยตามเด็ดขาด ทำตามใจตนเถิด เดินต่อไปตามความคิดของตนเอง ย่อมประสบผลสำเร็จ” ซูมู่ตบบ่าฉินชูพลางกล่าว

        “ผู้อาวุโส ท่านจะไปแล้วหรือ?” ฉินชูมองซูมู่พร้อมเอ่ยถาม

        “ใช่ มีโอกาสย่อมได้พบกันอีก” ซูมู่โบกมือให้ฉินชูและเชียนสวินก่อนจากไป

        หลังมองส่งซูมู่จากไป ฉินชูก็หันกลับไปมองเชียนสวิน “ไปโรงเตี๊ยมหยุนไหล ข้าจะคืนของให้เจ้า”

        “ลูกพี่ใหญ่ คงไม่ใช่ว่าท่านไม่รู้ว่าซูมู่เป็นใครกระมัง?” เชียนสวินมองฉินชูพลางเอ่ยถาม

        “ผู้อาวุโสซูมีชื่อเสียงโด่งดังมากหรือ?” ฉินชูเดินไปทางโรงเตี๊ยมหยุนไหลไปพลางเอ่ยถามไป

        เชียนสวินมองฉินชูด้วยสายตาเหม่งๆ “ลูกพี่ใหญ่ หรือว่าท่านพึ่งออกมาจากหลังเขา? ชื่อกระบี่เทียมฟ้าซูมู่ บนแผ่นดินยุทธ์ศักดิ์สิทธิ์มีผู้ฝึกกระบี่คนใดบ้างที่ไม่รู้จัก?”

        “ข้าไม่รู้จัก” ฉินชูมองเชียนสวินแวบหนึ่งก่อนกล่าว

        เชียนสวินกล่าวอะไรไม่ออก เขาตามฉินชูมาถึงโรงเตี๊ยมหยุนไหล ไม่ได้ให้ฉินชูคืนเกวียนแก่เขา เขากลับจองห้องพักไว้หลายห้อง แล้วเข้าพักในโรงเตี๊ยมแห่งเดียวกับฉินชู เหตุใดถึงเป็นหลายห้อง...เชียนสวินนั้นต่างกับฉินชู ฉินชูออกเดินทางมาเพียงลำพัง ดูแลตัวเองคนเดียวก็พอแล้ว แต่เชียนสวินพาองครักษ์และสาวใช้มาด้วย

        กลับถึงห้อง ฉินชูขึ้นเตียงไปนอนหลับพักผ่อน หลังจากตื่นนอนก็อาบน้ำแต่งตัวออกจากห้อง

        ที่สวนดอกไม้ขนาดเล็กในลานด้านหลังของโรงเตี๊ยม เชียนสวินกำลังดื่มน้ำชา เมื่อเห็นฉินชู เขาโบกมือทักทายทันที “ลูกพี่ใหญ่ ดื่มน้ำชากัน”

        เมื่อเดินไปถึง ฉินชูมององครักษ์ของเชียนสวินแวบหนึ่ง แล้วจึงนั่งลง

        “ลูกพี่ใหญ่ ข้าสั่งสอนเสี่ยวจูแล้ว ต่อไปเขาจะไม่วางอำนาจอีก” เชียนสวินกล่าวกับฉินชู เสี่ยวจูคือองครักษ์ของเขา

        “วางอำนาจใหญ่โตจะก่อให้เกิดปัญหาได้ง่าย จะกระทำการใด ทำด้วยจิตใจที่สงบจะดีกว่า” ฉินชูกล่าว

        ดื่มน้ำชาไปถ้วยหนึ่ง ฉินชูก็ลุกขึ้นยืน “ข้าจะไปซื้อของในตัวเมือง เจ้าดื่มต่อเลย”

        เชียนสวินเดินตามฉินชูมา ตอนนี้เขารู้สึกเลื่อมใสฉินชูเสียยิ่งกว่าอะไร

        เมื่อมาถึงร้านขายโอสถแห่งหนึ่ง ฉินชูซื้อวัตถุดิบของโอสถอาหารทิพย์และโอสถหลิงหยวนจำนวนหนึ่ง เขาใช้จ่ายด้วยของที่ได้จากการคว้าชัยในการต่อสู้ก่อนหน้านี้ และวัตถุดิบที่ได้มาจากเขามี่หยุนจนแทบไม่เหลือ ช่วยไม่ได้ การแลกเปลี่ยนระหว่างผู้ฝึกตนไม่ใช้เงินทอง ล้วนแต่แลกเปลี่ยนกันด้วยวัตถุดิบ

        “ลูกพี่ใหญ่ โอสถของท่านไม่พอหรือ?” เชียนสวินมองฉินชูพร้อมเอ่ยถาม

        “อืม แต่ไม่เป็นอะไร มีวัตถุดิบแล้ว กลับไปหลอมก็พอ” ฉินชูกล่าว เขาไม่กังวลว่าทรัพยากรของตนเองจะไม่เพียงพอ เมื่อครู่นี้เขาดูแล้ว ภายในร้านขายโอสถมีการจำหน่ายหญ้าหอมนภา แต่จะแลกเปลี่ยนกับวัตถุดิบขั้นห้าระดับสูงเท่านั้น หากเขานำหญ้าหอมนภาออกมา แลกเปลี่ยนโอสถขั้นสี่คงไม่มีปัญหาใด เพียงแต่ตอนนี้เขายังไม่อยากใช้หญ้าหอมนภา

        เมื่อคิดถึงหญ้าหอมนภา ฉินชูก็คิดถึงจื่อหลวน เขาไม่รู้ว่ายามนี้จื่อหลวนเป็นเช่นไร จะอยู่ร่วมกับราชวงศ์เฉียนและสำนักชิงหยุนได้ดีหรือไม่

        พอกลับถึงโรงเตี๊ยม ฉินชูนำเตาหลอมโอสถออกมา ภายใต้สายตาตกตะลึงของเชียนสวิน เขาหลอมโอสถอาหารทิพย์สำเร็จหนึ่งเตา

        เมื่อโอสถอาหารทิพย์ออกจากเตา เชียนสวินหยิบมาดูหนึ่งเม็ด “ลูกพี่ใหญ่ ท่านเป็นอาจารย์หลอมโอสถขั้นสี่หรือ?”

        “เจ้าคิดว่าอย่างไรเล่า อาจารย์หลอมโอสถขั้นสามสามารถหลอมโอสถอาหารทิพย์ขั้นสี่ได้หรือ?” ฉินชูส่งเสียงหัวเราะ ก่อนนำโอสถอาหารทิพย์มาใส่ในขวดโอสถ จากนั้นจึงหลอมโอสถต่อ พอหลอมโอสถอาหารทิพย์เสร็จสิ้น ก็หลอมโอสถหลิงหยวนต่อ เขาต้องเตรียมความพร้อมให้ตัวเอง

        "ลูกพี่ใหญ่ ท่านมาจากสำนักใดหรือ?" เชียนสวินรู้สึกสนอกสนใจในความเป็นมาของฉินชู

        "เรื่องนี้สำคัญหรือ หากเจ้ายังซักไซ้ไต่ถามต่อ ก็อยู่ให้ห่างข้า" ฉินชูมองเชียนสวินแวบหนึ่ง วาจานี้หาใช่การล้อเล่น หากเชียนสวินซักไซ้ถึงความเป็นมาของเขาไม่หยุด ฉินชูก็ไม่คิดจะคบหากับเขาอีก ฐานะของเขาในตอนนี้ยังไม่อาจเปิดเผยได้อย่างแท้จริง

        "ไม่ถามแล้ว ไม่ถามแล้วก็ได้" เชียนสวินรู้สึกมึนงงเล็กน้อย แค่ถามเรื่องสำนักเท่านั้น ราวกับเหยียบหางของฉินชูอย่างไรอย่างนั้น

        หลังจากพักผ่อนนานหลายวัน ฉินชูคิดจะเข้าไปฝึกฝนในเขาเทียนเจี้ยนอีกครั้ง เจตจำนงกระบี่ของเขาถึงระดับสี่ช่วงกลางแล้ว สามารถขัดเกลาต่อได้ เมื่อรู้ว่าฉินชูจะไปที่เขาเทียนเจี้ยน เชียนสวินเองก็เตรียมจะไปด้วย

คล้ายกับเรื่องหมื่นอสุราสยบฟ้า หนึ่งมรรคานิจนิรันดร์ ที่คุณอ่าน