ถุงมือฟ้าประทาน

ตอนที่209 หุ้นใครเยอะกว่ากัน

“นี่มัน...จะให้ฉันคุกเข่าและขอโทษหมาเนี่ยนะ” เม้าท์กัดฟันกรอด ในสภาพถูกล็อกตัวเขาไม่สามารถขยับหนีไปไหนได้

“อย่าพูดแบบนั้นสิคะ น้องเบบี้น่ารักจะตาย นายควรจะดีใจนะ” หญิงสาวยิ้มกล่าวจากนั้นหันไปหาเจมส์ “สวัสดีค่ะ ฉันณัชชายินดีที่ได้รู้จักนะคะ”

“ผมเจมส์ ยินดีที่ได้รู้จักเช่นกันครับ” เจมส์ไม่มีเหตุผลต้องปฏิเวธ สำหรับผู้หญิงสวยๆ ตรงหน้ามีใครบ้างไม่หวั่นไหว

“เมื่อครู่นายขับเจ็ตสกีเก่งมากเลย ช่วยสอนฉันหน่อยได้หรือเปล่า” ณัชชากล่าว

“ได้สิ แต่ว่าตอนนี้เราควรจะจัดการกับปัญหาตรงหน้าก่อนไหม” เจมส์มองเม้าท์ที่ไม่ยินยอม

“นั่นสินะคะ ฉันเกือบลืมไปเลย” ณัชชาเผยรอยยิ้มหวาน ก่อนจะบึ้งตึงเมื่อมองชายที่ถูกล็อกตัว “เมื่อกี้นายเป็นคนพูดเองว่าขอโทษสุนัขยังดีกว่า ฉันเชื่อว่าทุกคนเองก็ได้ยิน ทำไมตอนนี้ถึงได้เงียบล่ะพ่อคนเก่ง หรือว่าจะกลับคำ?”

นักธุรกิจไฮโซเริ่มวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับเม้าท์

“หมอนี่แย่มาก แม้จะไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นแต่เห็นว่าเขาแพ้การแข่งและต้องการหนี”

“คนคนนี้คบไม่ได้ รวมถึงบริษัทของเขา”

“ห้ามติดต่อกับบริษัท Skk”

“เอาล่ะทุกคน มาทำให้เขาขอโทษสุนัขตรงหน้ากันดีกว่า”

ไม่ต้องให้โจลงมือจัดการเอง นักธุรกิจและไฮโซชื่อดังเริ่มเคลื่อนไหว

พวกเขาเข้ามากดดันเม้าท์ แม้แต่ทางหนีทีไล่ก็ถูกปิดกั้น

อิงฟ้าแทบอยากจะหลบฉากไปจากที่นี่ให้รู้แล้วรู้รอด ทำไมทุกคนถึงได้ดูเสียสติกันขนาดนี้ รังแกคนอ่อนแอมีอะไรดี นอกจากนั้นภาพลักษณ์ที่แสดงออกมาของไฮโซคือการดูถูกและหยามเหยียด ผิดกับที่เคยเห็นหน้าทีวีลิบลับ

สุดท้ายเม้าท์ไม่สามารถทนต่อแรงกดดัน ต้องกล่าวขอโทษไปทั้งน้ำตา

ระหว่างนั้นไม่รู้ว่าสุนัขพันธุ์ชิวาว่าท้องเสียหรืออย่างไร เห็นหันก้นมาตรงหน้าเขาจากนั้นก็...

ภาพดังกล่าวสร้างความขบขันให้ลูกคนรวยไม่น้อย

พวกเขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาถ่าย ปากก็หัวเราะสนุกสนาน

“ไอ้เวรเอ้ย มึงรู้ไหมว่ากูลูกใคร กูเนี่ยลูกคุณชุลีเป็นหนึ่งในผู้ถือหุ้นบริษัท Skk นอกจากนั้น...” เม้าท์ทนไม่ไหวต้องการระบายความอัดอั้น โดยทำให้ทุกคนหวาดกลัว แต่อย่างใดก็ตามในขณะที่เขากำลังเกรี้ยวกราดฝ่ามือหนึ่งได้ตบหน้า

“อิงฟ้า...นี่เธอ!”

“หุบปากเน่าๆ แล้วกลับไปซะ อย่าให้ฉันและครอบครัวต้องเดือดร้อนไปมากกว่านี้” อิงฟ้าตาแดงก่ำ ฝ่ามือเล็กๆ ตบหน้าอีกฝ่ายกำแน่นทั้งยังเจ็บ แต่ถึงกระนั้นเมื่อเทียบกับสิ่งที่เม้าท์แสดงให้เห็นครั้งแล้วครั้งเล่า มันก็สุดจะทนจริงๆ

“ลากตัวมันออกไปซะ” ในฐานะผู้จัดงานโจไม่อยากให้เรื่องมันบานปลายมากไปกว่านี้

หลังจากออกคำสั่งบอดี้การ์ดหิ้วเม้าท์ที่ไร้ทางสู้ออกไป

“ขอบคุณค่ะ” ลมหายใจของอิงฟ้าดูผ่อนคลายขึ้น แต่อย่างนั้นกลับมีความรู้สึกแย่ๆ ที่ฝังอยู่ภายใน

เจมส์เข้ามาตบไหล่ “ไม่เป็นไรนะ ผมเชื่อว่าทุกคนมีเหตุผลพอ นอกจากนั้นถ้าหากคุณไม่ชอบเขาจริง ก็แค่ชิ่งหุ้นคืนเท่านั้นเอง”

“มันไม่ง่ายขนาดนั้นค่ะ” อิงฟ้าส่ายศีรษะ

“ใครบอกกันล่ะ” เจมส์เผยรอยยิ้มให้เธอ สำหรับผู้หญิงอย่างอิงฟ้านอกจากหน้าตาดีแล้วความคิดของเธอก็เต็มไปด้วยพลังบวก แต่อย่างใดก็ตามทุกอย่างกลับถูกฉุดลงไปให้จมดินเพราะเม้าท์

วันนี้แทนที่เธอจะได้รู้จักนักธุรกิจไฮโซ กลับกลายเป็นที่หัวเราะเยาะ

อิงฟ้ารับความหวังดีของเขาไว้

ทั้งคู่แลกเปลี่ยนช่องทางการติดต่อ จากนั้นหล่อนขอตัวกลับก่อน

เจมส์นั่งลงบนเก้าอี้ และทุกคนก็กลับไปสนุก

ระหว่างนั้นณัชชานั่งลงข้างๆ พร้อมกับสุนัขพันธุ์ชิวาว่าของเธอที่ถูกคนรับใช้นำไปทำความสะอาดมา

“คุณเจมส์ ขอนั่งด้วยคนนะคะ”

“ได้สิครับ ใช่ไหมโจ”

“อื้อ ตามสบาย” โจไม่รู้จักณัชชาได้ยังไง ถึงแม้จะไม่สนิทแต่คนทำธุรกิจก็อยู่ในแวดวงเดียวกัน “ณัชชา ไม่คิดเลยว่าเธอจะมางานวันนี้ด้วย เป็นไงมาคนเดียวเหรอ แล้วคู่หมั้นไปไหนล่ะ”

“โจคะ ฉันไม่ได้ชอบคู่หมั้นคนนั้นสักหน่อย เป็นที่บ้านเองต่างหากที่จัดหาให้ ฉันไม่ชอบเขาเลยจริงๆ” ณัชชาว่าอย่างนั้น ก่อนที่สายตาจะตกไปอยู่ที่ชายเจ้าของถุงมือดำ

“ทักษะการขับเจ็ตสกีของเจมส์เจ๋งมาก แบบนี้แข่งกับใครคนนั้นก็คงแพ้”

“หึหึ คุณชมเกินไปแล้ว”

“ไม่หรอกค่ะฉันพูดเรื่องจริง เออจริงสิคะ ว่าแต่คุณเจมส์ทำธุรกิจอะไรเหรอ”

“ตอนนนี้ก็หลายอย่าง แต่จะเน้นไปทางสินค้าทางทะเลเสียส่วนใหญ่”

ณัชชาพยักหน้า

ระหว่างนั้นโจกล่าว “จริงสิ บ้านของณัชชาเองก็เป็นบริษัทขนส่งเอกชนเหมือนกับอิงฟ้านะ ถ้าหากได้เธอช่วยเรื่องขนส่งสินค้า ฉันว่าน่าจะประหยัดเงินและค่าน้ำมันได้เยอะเลย”

“อย่างนี้นี่เอง งั้นไว้ผมขนย้ายสินค้าไปส่งตามจังหวัดต่างๆ ขอรบกวนคุณณัชชาก็แล้วกันนะครับ”

“ได้เลยค่ะ เรามาแลกไอดีกันดีกว่า” ณัชชายิ้มตอบ สำหรับเส้นทางการค้านั้นยิ่งมากเท่าไหร่ยิ่งดี หล่อนไม่รู้ว่าเจมส์รวยมากน้อยแค่ไหน รู้เพียงแค่ว่าเขาน่าสนใจเท่านั้นเอง

“ณัชชา นั่งอยู่ที่นี่เอง ปล่อยให้พี่ตามหาซะแทบแย่”

“กวิน....” ณัชชาเงยหน้า มองหน้าคนที่มาใหม่อย่างไม่พอใจนัก

กวินอมยิ้มมุมปาก “คุณโจสวัสดีครับ งานวันนี้สนุกมากเลย แต่ผมต้องขอตัวคู่หมั้นของผมกลับบ้านก่อน เดี๋ยวแม่เธอจะเป็นห่วงน่ะ”

“อ้อ...ได้สิ” สำหรับเรื่องทั้งคู่โจไม่สนใจอยู่แล้ว วันนี้แค่อยากผ่อนคลาย คุณจะมาหรือไปก็เรื่องของคุณ

จังหวะที่กวินต้องการดึงตัวณัชชาออกไป หล่อนกลับโยนตัวเองเข้าไปในอ้อมกอดของเจมส์ที่นั่งอยู่ข้างๆ ตามด้วยกล่าว “ฉันไม่กลับ และอีกอย่างนายเองก็เป็นแค่คู่หมั้น เพราะงั้นอย่าเรื่องมาก”

“ณัชชา...!” คำตอบของเธอทำให้เขาหน้าชา ในฐานะลูกหลานหนึ่งในผู้ถือหุ้นห้างสรรพสินค้าเซ็นตร้า นี่คือการหักหน้ากันอย่างโจ่งแจ้ง

“อะไร? รีบๆ กลับไปได้แล้ว ฉันจะอยู่ที่นี่” หล่อนเบ้ปาก ทั้งยังหยิบผลไม้บนโต๊ะขึ้นมาป้อนเจมส์ “คุณเจมส์อร่อยหรือเปล่าคะ”

“ครับ ก็อร่อยดีโดยเฉพาะเมื่อมีสาวสวยอย่างคุณป้อน”

“แหม ปากหวาน”

“ณัชชา ผมเป็นคู่หมั้นของคุณนะ รีบๆ ลุกขึ้นมาได้แล้ว!” กวินโกรธจนหน้าเปลี่ยน เขาเอื้อมมือไปคว้าตัวเธอออกมา และชี้หน้าเจมส์ “รู้ไหมว่าฉันคือใคร”

“ไม่รู้ คุณคือใครละ”

“ชิ! ผมเป็นลูกผู้ถือหุ้นห้างสรรพสินค้าเซ็นตร้า ทีนี้รู้แล้วใช่ไหมว่ามันไม่ฉลาดเลยหากคุณมายุ่งกับณัชชา”

“อ๋อ...ห้างที่หุ้นกำลังดิ่งนี่เอง” เจมส์เหยียดยิ้มหยัน “แล้วคุณรู้หรือเปล่า ว่าผมเองก็เป็นหนึ่งในผู้ถือหุ้นห้างเซ็นตร้า”

“ว่ายังไงนะ...!” กวินหัวเราะขบขัน “ต่อให้ราคาหุ้นในตลาดจะตก แต่มันก็ไม่ถูกพอที่คนอย่างคุณจะซื้อหรอก”

“งั้นเหรอ ว่าแต่คุณนามสกุลอะไร”

“กวีภัทธ์!” ชายหนุ่มตอบเย่อหยิ่ง ในฐานะลูกหลานบ้านกวีภัทธ์มีอะไรบ้างที่ต้องกังวล ทุกคนสิควรจะก้มหัวลงเมื่ออยู่ต่อหน้าเขา

“กวีภัทธ์...ได้สิขอผมตรวจสอบก่อนนะ ว่าบ้านของคุณมีหุ้นอยู่เท่าไหร่ ถึงได้ทำตัวกร่างซะเหลือเกิน”

“เชิญ แล้วอย่าร้องไห้ทีหลังล่ะ” กวินอยากเห็นหน้าตาของเจมส์ที่เหมือนกับกินอึสุนัข กล้าดียังไงมาตรวจสอบเบื้องหลังของกวีภัทรธ์ คิดว่าตัวเองแน่นักงั้นเหรอ

ณัชชามองภาพดังกล่าว มุมปากของหล่อนยกยิ้มมีเลศนัย รอการแสดงสนุกๆ ที่กำลังจะมีต่อ

เจมส์ให้ทอยจัดการ ครู่หนึ่งจึงได้คำตอบ

จากนั้นเขาหันไปมองลูกหลานคนรวยผู้เย่อหยิ่ง “มีหุ้นแค่ 2 เปอร์เซ็นต์เองเหรอ?”

“หา...คุณกล้าพูดมาได้ยังไงว่าแค่ 2 เปอร์เซ็นต์ รู้ไหมว่ามูลค่าในตลาดหลักทรัพย์ของห้างเซ็นตร้ากี่หมื่นล้านบาท!” นี่เป็นครั้งแรกที่กวินได้ยินคนพูดว่า แค่ 2 เองเหรอ ฟังจากน้ำเสียงและคำพูด แม้แต่คนโง่ยังเข้าใจเลยว่าหมายถึงอะไร

ผู้ชายคนนี้กำลังดูถูกบ้านกวีภัทธ์!

“ทำไมผมจะดูถูกไม่ได้ ในเมื่อผมเองก็เป็นหนึ่งในผู้ถือหุ้น แถมเป็นผู้ถือหุ้นตัวจริงไม่เหมือนกับคุณที่อ้างพ่อแม่ แต่ตัวเองน่ะห่วยแตก” สำหรับลูกหลานคนรวยประเภทนี้ เจมส์คร้านจะให้ค่าหรือทำความรู้จัก

“คิคิ เจมส์ก็พูดตรงไป ถึงเขาจะไม่ได้เป็นผู้ถือหุ้นแต่เป็นของพ่อแม่ ข้อดีของเขาก็มีนะคะ” ณัชชาอมยิ้มเมื่อเห็นสีหน้าปั้นยากของคู่หมั้น

“ข้อดี...ข้อดีของเขาคืออะไร บอกผมหน่อยสิ”

“ก็...ชอบร้องเป็นลูกแหง่ พอไม่ได้ดั่งใจก็โวยวาย นอกจากนั้นยังชอบอวดเบ่งกับคนนู้นทีคนนี้ที เป็นเด็กไม่รู้จักโต...ไม่รู้ว่ามันเรียกว่าข้อดีหรือเปล่า แต่เนี่ยเป็นตัวตนของกวิน” พูดไปณัชชาก็อมยิ้มไป รู้สึกสนุกที่ทำให้คู่หมั้นราคาถูกอับอายขายหน้า

“นี่ไม่เรียกว่าข้อดีนะ แต่มันมีแต่ข้อเสีย ผู้ชายประเภทนี้ไร้ราคาจริงๆ” โจอดไม่ได้ต้องพูดออกมา ในฐานะลูกหลานคนรวย กวินคือคนที่ทำให้ชื่อเสียงพ่อแม่เสื่อมเสีย นอกจากนั้นก็ไร้ประโยชน์ ไม่มีเหตุผลต้องสร้างความสัมพันธ์แน่นแฟ้น

กวินไม่สามารถระงับอารมณ์ได้ เขาชี้หน้าเจมส์ “งั้นคุณมีหุ้นอยู่ในห้างเซ็นตร้าเท่าไหร่ ถ้าหากมีมากกว่าบ้านผมผมจะยอมจบ แต่ถ้าหากไม่...คุณเตรียมตัวรับความโกรธผมได้เลย!”