ระบบฝึกเทพ god training system

    ตอนที่ 88 ก้าวหน้าอีกขั้น

    "อะไรนะ! เจ้าทำความเข้าใจแก่นแท้ธาตุไฟได้ถึงขั้นสมบูรณ์แล้วอย่างนั้นรึ?"


    ชายชราเอ่ยออกมาอย่างตกตะลึง แม้ว่าคนส่วนใหญ่ในนิกายจะบรรลุความเข้าใจแก่นแท้ธาตุไฟขั้นสมบูรณ์ได้จำนวนมากแล้ว แต่ทว่าคนจำพวกนั้นล้วนแล้วแต่เป็นพวกอาวุโสทั้งสิ้น ถึงแม้จะมีศิษย์คนใดทำความเข้าใจแก่นแท้ขั้นสมบูรณ์ได้แต่ก็ล้วนหายากเป็นอย่างยิ่งในนิกายนี้


    "ใช่แล้วขอรับ เพราะเหตุนี้ข้าน้อยจึงเลือกที่จะทำความเข้าใจแก่นแท้ธาตุอื่นเพื่อให้ตนเองมีความสามารถมากขึ้น!"เทียนฉินตอบออกไปอย่างไม่ปิดบังในความคิดของเขา


    "ไม่น่าแปลกใจเลยที่ท่านประมุขเลือกเจ้าเข้ามาเป็นศิษย์ ที่แท้เจ้าก็มีศักยภาพมากถึงขนาดนี้นี่เอง"


    ชายชราพยักหน้าย่อมรับอย่างเข้าใจแล้วว่า ทำไมอยู่ๆท่านประมุขถึงอยากรับศิษย์ให้ได้ ที่แท้เพราะเขามองเห็นถึงความสามารถของตัวเทียนฉินนี้เอง


    เมื่อสอบถามจนเข้าใจกันดีแล้วเทียนฉินจึงเลือกดูของต่างๆต่อ สิ่งของที่เหลืออยู่ส่วนมากเป็นจำพวกยันต์ต่างๆ ซึ่งเทียนฉินก็เลือกหยิบมาเฉพาะยันต์ที่เอาไว้หลบหนีเพียงเท่านั้น 


    แต่เมื่อเขามองสำรวจไปเรื่อยๆก็พบกับสิ่งของที่น่าสนใจบางอย่างขึ้นมา ด้านหน้าเป็นธงสามเหลี่ยมสีแดงขอบดำวางรวมกันอยู่ทั้งหมดห้าชิ้น พร้อมกับมีผลึกสีเขียวชิ้นหนึ่งวางอยู่ข้างกัน เทียนฉินรู้สึกสนใจอย่างมากจึงหยิบขึ้นมาตรวจสอบดู


    เมื่อส่งกระแสจิตเข้าไปสัมผัสด้านใน ก็พบว่ามีค่ายกลบางอย่างถูกสลักไว้อยู่ภายในธงสามเหลี่ยมนั้น ซึ่งทุกอันล้วนแล้วแต่มีค่ายกลซุกซ่อนอยู่


    "ธงพวกนี้ไว้ใช้ทำอะไรหรือผู้อาวุโส?"

    เทียนฉินหันหน้ามาถามชายชราที่ยืนดูอยู่ข้างหลังอย่างใคร่รู้


    "ท่านประมุขได้เคยบอกไว้ว่ามันเป็นค่ายกลสังหารชนิดหนึ่ง แต่ท่านประมุขก็ยังไม่เคยได้ใช้มันมาก่อนเลย"


    "หากเจ้าสนใจมันก็ตรวจดูที่ผลึกแผ่นนั้นเถอะ มันมีข้อมูลของค่ายกลและวิธีการใช้งานอยู่"ชายชราเอ่ยบอกในสิ่งที่ตนเองรู้


    "ค่ายกลสังหารอย่างนั้นรึ!"


    เทียนฉินเผยรอยยิ้มออกมาที่มุมปากอย่างช่วยไม่ได้ เพราะในยามที่เขาออกไปด้านนอกแล้วพบเจอกับศัตรูที่ไม่อาจสู้ไหว ค่ายกลสังหารชิ้นนี้จะเป็นตัวช่วยของเขาได้อย่างแน่นอน


    เมื่อเลือกดูของทุกอย่างจนหมดแล้ว เทียนฉินจึงได้เดินออกมาด้านนอกก่อนจะขอตัวลาจากชายชราคนนั้น การเข้ามาดูคลังสมบัติของอาจารย์ครั้งนี้ ทำให้เทียนฉินได้สิ่งที่ช่วยในการฝึกฝนไปไม่น้อยเลยทีเดียว


    เมื่อกลับมาถึงคฤหาสน์ก็พบว่าตาเฒ่าหม่าได้จัดข้าวของส่วนใหญ่เรียบร้อยหมดแล้ว เทียนฉินจึงเดินเข้าไปหาพร้อมกับยื่นผลึกแก่นแท้ธาตุไฟที่เขาได้ทั้งหมดให้แก่ตาเฒ่าหม่า รวมถึงยาหลอมรวมปราณกับเคล็ดวิชากระบี่อัสดงที่เขาแลกมาจากหอกิจกรรมนั้นด้วย


    "เจ้าไปเอาของพวกนี้มาจากไหนเยอะแยะกัน!"ตาเฒ่าหม่าเอ่ยถามอย่างสงสัย


    "ผลึกพวกนี้ข้าได้มาจากคลังสมบัติของท่านอาจารย์ ส่วนเคล็ดวิชากับยาหลอมรวมปราณนั้นข้าไปแลกมาจากที่หอกิจกรรมมา!"เทียนฉินเอ่ยออกไปพร้อมกับรอยยิ้ม


    "ของรางวัลที่ได้รับมาจากการเป็นที่หนึ่งคงไม่ใช่น้อยสินะ!"ตาเฒ่าหม่าแซวออกมาหลังจากที่เห็นเทียนฉินได้มอบของให้เขามากมายเช่นนี้


    "ท่านแค่บรรลุระดับผันแปรให้ได้เท่านั้นพอ ส่วนเรื่องอื่นข้าจะเป็นคนจัดการเอง!"เทียนฉินเอ่ยออกไปอย่างไม่ได้ใส่ใจนัก ก่อนจะเดินเข้าไปยังห้องพักของเขาเพื่อฝึกฝนต่อไป


    ตาเฒ่าหม่ามองตามหลังเทียนฉินด้วยแววตาที่หลากหลายอารมณ์ก่อนถอนหายใจออกมา เขาไม่รู้ว่าเหตุผลอันใดกันที่ทำให้เทียนฉินดีกับเขาถึงขนาดนี้ แต่สำหรับตัวเขาแล้วนี่ถือเป็นบุญคุณที่ชดใช้ไม่มีวันหมดอย่างแน่นอน


    ครึ่งชั่วยามผ่านพ้นไป ภายในห้องที่เทียนฉินนั่งฝึกฝนอยู่ล้วนเต็มไปด้วยเศษผลึกของแก่นแท้ธาตุต่างๆ บ้างก็แตกละเอียดเป็นผุยผงจนไม่อาจจะรู้ได้ว่าเป็นผลึกของแก่นแท้ชนิดใด


    ทะเลปราณที่อยู่ภายในตันเถียนแปรเปลี่ยนไปเป็นอย่างมาก จากปกติที่เคยมีแค่ดวงตะวันกับสายน้ำ ก็พลันเกิดแนวเทือกเขาขึ้นมาอยู่ล้อมรอบทะเลสาบนั้น เม็ดพันธุ์ที่เคยตกลงไปในทะเลสาบได้งอกเงยขึ้นมาบนผืนทรายก่อนจะแตกใบอ่อนออกมาถึงสองใบด้วยกัน 


    สายลมพัดโชยเบาๆราวกับกำลังหยอกล้อกับคลื่นในทะเลสาบอย่างสนุกสนาน แสงตะวันที่สาดส่องมากระทบกับแร่สีทองสะท้อนแวววาวสวยงามจับใจ กระแสจิตวิญญาณธรรมชาติที่หมุนวนอยู่รอบๆนั้นราวกับหมอกยามเช้าที่แสนอบอุ่น


    "ไม่น่าเชื่อว่าครั้งนี้ข้าจะประสบกับความสำเร็จเป็นอย่างมาก!"


    เทียนฉินลืมตาขึ้นมาพร้อมกับรอยยิ้มที่เปี่ยมล้นไปด้วยความสุข ตอนนี้นอกจากแก่นแท้ธาตุไฟที่เขาบรรลุถึงขั้นสมบูรณ์แล้ว แก่นแท้ธาตุน้ำของเขาก็บรรลุถึงขั้นสมบูรณ์เช่นกัน


    ส่วนแก่นแท้ธาตุอื่นนอกเหนือจากธาตุพิษนั้น เทียนฉินก็ทำความเข้าใจได้ถึงขั้นกลางแล้วทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นแก่นแท้ธาตุไม้ แก่นแท้ธาตุดิน และที่เพิ่มมาอีกสองชนิดนั้นก็คือแก่นแท้ทอง กับแก่นแท้ธาตุลมก็บรรลุถึงขั้นกลางด้วยเช่นกัน


    "ต่อไปก็ถึงเวลาที่จะทะลวงเลื่อนระดับจากผันแปรขั้นกลางไปเป็นระดับผันแปรขั้นสูงเสียที!"


    พอคิดได้แบบนั้นเทียนฉินก็หยิบเม็ดยาผันแปรกระจ่างออกมาจากแหวนมิติก่อนจะยักเข้าใส่ปากทันที เมื่อเม็ดยาผันแปรกระจ่างถูกกลืนลงไป พลังปราณจำนวนมหาศาลก็แผ่กระจายออกมาอย่างรวดเร็ว


    ทะเลปราณที่เคยเงียบสงบอยู่ภายในจุดตันเถียนก็พลุกพล่านไปด้วยคลื่นลมของกระแสจิตวิญญาณธรรมชาติราวกับอยากกลืนกินพลังปราณที่กระจายออกมาจากเม็ดยาผันแปรกระจ่างนั้น เทียนฉินนั่งหลับตานิ่งไม่ไหวติงพร้อมกับขับเคลื่อนเคล็ดวิชาจิตมังกรอัคคีอย่างช้าๆ


    อีกครึ่งชั่วยามต่อมาเทียนฉินที่นั่งหลับตาแน่น คิ้วของเขาก็ขยับขึ้นมาเบาๆ พร้อมกับร่างกายที่สั่นไหวเล็กน้อย ส่วนจิตวิญญาณของเขาก็คอยตรวจสอบกระแสจิตวิญญาณธรรมชาติที่หลั่งไหลเข้ามาอย่างตื่นเต้น


    กระแสจิตวิญญาณธรรมชาติเริ่มก่อตัวหมุนวนรวดเร็วขึ้นจนกลายเป็นพายุลูกใหญ่ ร่างกายของเทียนฉินสั่นไหวราวกับเป็นไข้จับสั่น


    ตู้ม!


    ทันใดนั้นเองเทียนฉินรู้สึกได้ถึงคลื่นพลังปราณที่แข็งแรงขึ้นแผ่กระจายไปทั่วร่างกายของเขาเปลือกตาที่ปิดสนิทเปิดขึ้นให้เห็นแววตาที่คมกล้าดุจอาวุธ กลิ่นอายที่แผ่ออกมาด้านนอกล้วนทรงพลังแข็งแกร่งมากกว่าเดิมยิ่งนัก


    เหตุผลที่ระดับการฝึกฝนของเทียนฉินสามารถทะลวงระดับได้อย่างรวดเร็วนั้น นอกเหนือจากเม็ดยาผันแปรกระจ่างแล้ว เขายังมีเคล็ดวิชาแก่นแท้เบญจธาตุที่ช่วยสร้างทะเลปราณขึ้นมา จนทำให้เขาหล่อหลอมกระแสจิตวิญญาณธรรมชาติได้รวดเร็วกว่าเดิมมาก มิหนำซ้ำพลังปราณที่ได้มายังถูกหล่อหลอมจนบริสุทธิ์อีกด้วย


    ติ๊ง!!


    "ภารกิจที่ 11 สำเร็จแล้ว นายท่านจะรับรางวัลเลยมั้ยค่ะ?" เสียงเสี่ยวถ่งแจ้งเตือนออกมาอีกครั้ง


    "รับสิ!"เทียนฉินกล่าวตอบออกมาอย่างมีความสุข


    "ระบบกำลังป้อนข้อมูลให้นายท่านค่ะ"


    "วิชาดาราเร้นกาย"


    ติ๊ง!!

    # ภารกิจที่ 12 ระดับผันแปรขั้นสูงสุด


    รางวัล [ ทักษะวิชากายาเพชร ] #


    เทียนฉินที่ได้รับฟังข้อมูลพลันหลับตาลงอีกครั้ง ก่อนจะค่อยๆทบทวนวิชาที่ได้มาใหม่พร้อมกับปรับพลังปราณในร่างกายให้มีความสมดุลมั่นคงยิ่งขึ้น


    เพียงชั่วเวลาหนึ่งก้านธูปเทียนฉินก็ลุกขึ้นยืนพร้อมกับบิดตัวไปมาเพื่อไล่ความเมื่อยขบจากที่นั่งสมาธิเป็นเวลานาน พลางคิดเกี่ยวกับวิชาดาราเร้นกายที่เสี่ยวถ่งได้มอบให้เขามา


    วิชาดาราเร้นกายเป็นวิชาท่าร่างของเงาจันทราขั้นปลาย ซึ่งเป็นวิชาที่ใช้ในการหลบหนีและสอดแนมได้อย่างดีเยี่ยม เนื่องจากวิชาดาราเร้นกายนี้ไม่เพียงแต่ปกปิดกลิ่นอายของตนเองได้แล้ว ยังอำพรางตัวตนของผู้ใช้ราวกับหายไปในอากาศโดยไม่มีผู้อื่นตรวจเจอได้เลย


    "นับว่าเป็นอีกวิชาหนึ่งที่จะทำให้ข้าสามารถต่อสู้ได้อย่างมั่นใจมากยิ่งขึ้น!"


    เทียนฉินพึมพำอยู่ในใจก่อนจะกำหมัดแน่นด้วยจิตใจที่ฮึกเหิม เสียงกระดูกในทุกส่วนของร่างกายต่างส่งเสียงดังลั่นอยู่ภายใน กลิ่นอายที่แผ่กระจายออกมาล้วนดุดันก้าวร้าวเป็นอย่างมากตอนนี้ต้องบอกเลยว่าในบรรดาผู้ที่อยู่ระดับผันแปร เขาล้วนไม่เกรงกลัวผู้ใดทั้งสิ้นแม้แต่จะมีพลังระดับผันแปรขั้นสูงสุดก็ตาม


    เพราะนอกจากเคล็ดวิชาต่างๆที่เขามีแล้ว พลังปราณภายในร่างกายของเขาที่มีความบริสุทธิ์เป็นอย่างมาก จึงทำให้พลังของเขามีความแข็งแกร่งแตกต่างจนคนอื่นยิ่งนัก มิหนำซ้ำเขายังฝึกฝนเคี่ยวกรำพลังปราณในระดับขั้นต่างๆจนถึงขีดสุดแล้วนั่นเอง


    "ไม่รู้ว่าอาวุโสหม่าจะบรรลุระดับผันแปรได้หรือยัง?"



    จบตอนที่ 88