“อื้อ...ความสัมพันธ์ที่เธอเล่ามาเนี่ย เรียกว่าโคตรสนิทเลยนะ”น้อยหน่าที่กำลังแทะตีนไก่อยู่เอ่ยขึ้น
“อืม”เหมือนฝันพยักหน้า
“แล้วววทำไมเธอถึงไม่ได้ติดต่อกับพี่เขาอีกละ”เสียงพูดไปกินไปของน้อยหน่าเอ่ยตามเพื่อน
“ก็เพราะว่าพี่เขาไปเรียน ฉันก็เลยไม่ได้ติดต่อเขาอีก เหมือนว่าพี่ตะวันก็ไม่ค่อยได้กลับบ้านด้วย หลังจากนั้นผ่านมาเป็ปีสองปีฉันก็ไม่กล้าที่จะไปหาเขาเหมือนตอนที่ฉันยังเป็เด็กมัธยมต้นแล้ว”
“อืม...”น้อยหน่าพยักหน้าคล้อยตามที่เพื่อนเล่า
“แล้วตอนนี้พี่หมอตะวันเขามีแฟนยังอ่ะ?”
“ไม่รู้สิ ก็คงจะมีหรือเปล่า?...”
“แต่ถ้าเขายังไม่มีละ เหมือนจะจีบพี่เขาไหม?”
“เฮ้ยย! คงไม่มั้ง”เหมือนฝันทำหน้าปฏิเสธอย่างจริงจัง
“พี่เขาหล่อไหม ถ้าเหมือนไม่จีบเพื่อนจีบได้ป่ะ?”เหมือนฝันย่นจมูกให้เพื่อน
“หล่ออออ” เสียงลากยาวของเหมือนฝันทำเอาน้อยหน่าตาโตอย่างตื่นเต้น
“อย่าลืมเื่ที่อาจารย์บอกเชียว”
“ไม่ลืมหรอกน่า ถ้าเขามีเ้าของเราก็ไม่ยุ่ง แต่ถ้ายังก็ไม่มีปัญหานิ จริงไหม?” เหมือนฝันส่ายหน้าให้กับความเ้าแผนการของเพื่อน
“แล้วถ้าพี่เขาจีบเหมือนล่ะ เหมือนจะทำยังไง สนใจหรือไม่สนใจ?...เพราะยังไงก็เป็คนคุ้นเคย”น้อยหน่าหยั่งเชิงเพื่อน
“คิดไปไกลอะไรขนาดนั้น”
“เอ้า~ ก็คิดเผื่อเอาไว้ไง จะได้รับมือได้...”
“ไม่รู้สิ...เหมือนไม่เคยคิดเื่นี้”
“ทำไมละ? เธอออกจะสวย”
“อาจจะเพราะยังไม่มีใครทำให้เหมือนรู้สึกหัวใจเต้นแรงละมั้ง”เหมือนฝันยิ้มเขิน
“จ๊ะ... สวยเลือกได้จริงๆเลยเพื่อนฉัน”สองสาวหัวเราะให้กัน
“น้อยหน่าก็สวยยยย”เหมือนฝันชมเพื่อนแก้เขิน
หลังจากกินเสร็จสองสาวก็แวะซื้อขนมขบเคี้ยวเตรียมเอาไว้มื้อดึก เผื่ออ่านหนังสือแล้วง่วง มันจะช่วยได้ สองสาวหอบถุงขนมของกินขึ้นห้องพะรุงพะรัง
“ตกลงมาอ่านหนังสือหรือว่ามาปาร์ตี้กันแน่เนี่ย”เหมือนฝันเอ่ยกับเพื่อน ขณะเดินถือถุงขนมขึ้นห้อง
“หึหึ...อ่านหนังสือจ๊ะ”น้อยหน่ายิ้มให้เธอ
“ก็เผื่อง่วงไง มีอะไรที่เคี้ยวๆจะได้ไม่ง่วง” เหมือนฝันส่ายหน้าให้เพื่อน พร้อมเปิดประตูเข้าห้อง
น้อยหน่ามาขลุกตัวอ่านหนังสือกับเหมือนฝันตลอดหลายวันที่ผ่านมาสองสาวอ่านหนังสือด้วยกัน ช่วยกันทบทวนอย่างตั้งอกตั้งใจ
…..
ที่ฟาร์มรัก
บ้านไม้หลังใหญ่ที่ตั้งอยู่บนเนินเขาสูง ขับให้บ้านสวยสง่า ตัวบ้านทั้งหลังทำจากไม้สักทอง รูปแบบทรงไทยประยุกต์ หลังคามะนิลา ใหญ่โต โอ่อ่า สวยงาม สมฐานะเ้าของฟาร์มที่รวยอันดับต้นๆของประเทศ บรรยากาศรอบๆบริเวณบ้าน เขียวขจีไปด้วยหญ้าที่ถูกตัดจนสั้นเตียน มีสวนหย่อมรอบบริเวณบ้านให้ความรู้สึกเย็นสบาย มองจากตัวบ้านลงไปสามารถมองเห็นพื้นที่กว่าหลายพันไร่ลาดเอียงลงไป สูงต่ำเป็เนินเขาสวยงาม วิวหลักล้านไม่เกินจริง นี่เป็อีกหนึ่งเหตุผลที่ตะวันเลือกจะทำงานที่นี่ เพราเขาชอบบรรยากาศของที่นี่ อากาศ ต้นไม้ ลำธาร ทุกอย่างให้ความรู้สึกผ่อนคลาย ความเป็ธรรมชาติมันผูกมัดเขาจริงๆก็ว่าได้
ตะวันเดินเข้าไปที่บ้านไม้หลังใหญ่ที่คุ้นเคย นอกจากความสวยงามเมื่อมองจากภายนอกแล้ว ภายในก็ไม่แพ้กัน เฟอร์นิเจอร์ที่ตกแต่งสวยทันสมัยที่สำคัญทำจากไม้แท้ ราคาไม่ต้องพูดถึง ร่างสูงสง่าของเ้าของบ้านกำลังนั่งจิบกาแฟอยู่ที่โซฟา ชายหนุ่มกำลังหมอตะวันที่กำลังเดินเข้ามา
“ไงไอ้หมอ มาแต่เช้าเลย”
“อืมมม อีกไม่กี่นาทีก็ถึงเวลาเข้างานแล้วครับบคุณเ้านาย”ตะวันเอ่ยตอบฐานทัพ
“รับกาแฟหน่อยไหม?”ฐานทัพเอ่ย
“อืมมม”ตะวันพยักหน้าพร้อมนั่งลงที่โซฟา
“มาหาแต่เช้าเลย มีธุระด่วนหรือเปล่า?” เพราะปกติถ้าไม่มีเื่ด่วนเพื่อนเขาแทบจะไม่ค่อยเข้ามาหาเขาเป็การส่วนตัว
“ก็ไม่ใช่เื่ด่วนอะไรมากหรอกครับเ้านาย...ก็แค่อืมม”มือหนายื่นซองเอกสารให้ฐานทัพ ฐานทัพรับมาจากมือหมอตะวัน พร้อมเลิกคิ้วหน่อยๆ
“อย่าบอกนะว่าจะลาออกไอ้หมอ”ฐานทัพรีบเอ่ยออกมาล้อเพื่อน
“ถ้าลาออกจริงจะอนุมัติไหม?”
“ไม่อนุมัติอยู่แล้วสิ...อย่าแม้แต่จะคิดเชียว”
ฐานทัพก้มลงมองเอกสารในมือ คิ้วเข้มขมวดเป็ปม มือหนากำลังเปิดดูเอกสารตรงหน้า สายตาคมไล่อ่านตัวอักษรบนกระดาษ
“เอกสารยื่นขอฝึกงาน!”ฐานทัพรู้สึกแปลกใจเล็กน้อย
“ครับ”
“มีอะไรเป็พิเศษหรือเปล่าเนี่ย ปกติไม่เห็นว่านายจะใส่ใจเื่นี้ถึงขนาดต้องเอามาให้เองเลย”
“ปกติผมก็ใส่ใจทุกเื่แหละครับ” ฐานทัพหัวเราะให้เพื่อน
“พูดมาเลย” หมอตะวันมองหน้าคนที่เป็ทั้งเ้านายและเพื่อนสนิทที่ทำงานร่วมกันมาหลายปีจนรู้ใจกันไปแล้ว
“รู้ทันจริงๆ ก็..เป็รุ่นน้อง”ฐานทัพเลิกคิ้ว รอฟังว่าหมอตะวันจะพูดอะไรอีก
“แค่เนี้ย?”
“ครับแค่เนี้ยแหละครับ” ฮ่าฮ่าฮ่า ฐานทัพหัวเราะอีกครั้ง
“ตอบรับเองก็ได้นิ”ฐานทัพบอกหมอตะวัน
“ไม่ได้ครับต้องทำตามกฎ”
“นายดูก็เหมือนฉันดูนั่นแหละ เพราะยังไงพวกเขาก็ต้องมาฝึกกับนายอยู่ดี”ฐานทัพพูดอีกครั้ง หมอตะวันไม่ได้พูดอะไรอีก
“นายตอบรับได้เลย อ้อแล้วปีนี้มีมาแค่นี้หรอ?”
“ตอนนี้มีแค่นี้ครับ แต่คิดว่าน่าจะมีมาอีกเวลาใกล้ๆกันนี่แหละ”
“อืมงั้นนายก็ตอบรับได้เลยนะไม่ต้องบอกฉันหรอก”
“แล้วปีนี้ให้โคต้าเท่าไหร่ครับ”
“ปีที่แล้วเท่าไหร่นะ”
“เจ็ดคน” ฐานทัพพยักหน้า
“ปีนี้สักสิบก็ได้ถ้าถึง”
“ครับ เข้าใจแล้ว”
“อืม..”ฐานทัพพยักหน้าแล้วหยิบกาแฟขึ้นมาจิบต่อ
“เ้าเชลซี่เป็ยังไงบ้าง?”ฐานทัพเอ่ยถึงเ้าลูกม้าน้อยที่พึ่งเกิดใหม่ เพราะหลายวันมานี้เขาไม่ได้ไปที่ฟาร์มม้าเลย
“แข็งแรงดีครับ ไม่มีปัญหาอะไร”
“อืม...หลังจากทานข้าวเสร็จว่าจะแวะเข้าไปดูสักหน่อย”
“สวัสดีค่ะฐาน สวัสดีค่ะหมอตะวัน”เสียงหวานที่ดังมาจากหน้าประตูทางเข้าบ้าน ทำให้สองหนุ่มที่กำลังคุยกันอยู่ต้องหันหน้าไปพร้อมกัน
“ญาดา ลมอะไรหอบมาแต่เช้าเนี่ย”ฐานทัพเอ่ยกับคุณหมอสาว
“ลมคิดถึงไง”ใบหน้าเนียนตอบกลับสบายๆแต่สายตาหวานส่งไปยังอีกคน
“บังเอิญจังเจอกันอีกแล้วนะคะคุณหมอ”หมอญาดาเอ่ยกับหมอตะวัน หมอตะวันยิ้มจางๆให้คุณหมอสาว
“ครับ สวัสดีครับ”ใบหน้าขาวตี๋หันหน้าไปหาหมอสาวตามมารยาท ก่อนจะหันกลับมาหาฐานทัพ
“งั้นผมขอตัวก่อนนะครับคุณฐาน”หมอตะวันรีบเอ่ยขอตัวกลับเข้าฟาร์ม
“จะรีบไปไหนละคะ”
“เอ่อ...ผมมีธุระต้องเข้าฟาร์มน่ะครับ”
“ญาดาไปด้วยนะคะ”
“ผมจะเข้าไปดูลูกม้าที่ฟาร์มเอ่อ...”
“พอดีเลยค่ะ วันนี้ญาดาก็กะว่าจะมาขี่ม้าเหมือนกัน...ถึงได้มาแต่เช้า”
“อ้อ ครับ”หมอตะวันพยักหน้ารับรู้
“ขอญาดาติดรถไปด้วยคนสิคะ...”หญิงสาวที่พึ่งมาถึงเตรียมตัวจะหมุนตามหมอตะวันออกไปทันที ฐานทัพที่เห็นท่าทางของเพื่อน เขาก็อดที่จะอมยิ้มไม่ได้ เมื่อเธอแสดงออกอย่างชัดเจน จนหมอตะวันต้องรีบเผ่น คุณหมอสาวหันมาโบกมือให้เพื่อนก่อนจะรีบตามหมอตะวันออกไป
ขาเรียวงามรีบก้าวอย่างเร็วเพื่อให้ตามคนตรงหน้าทัน แต่ดูเหมือนว่าคนตรงหน้ารีบมากเหมือนจะไม่รอเธอ
“โอ๊ยยยย!” เสียงหวานที่ดังมาจากข้างหลังทำให้หมอตะวันต้องหยุดขาที่ก้าวเดินแล้วหันหลังกลับทันที หมอสาวเมื่อเห็นเหยื่อติดกับก็รีบเอามือมากุมที่เท้าตัวเอง
“คุณหมอญาดาเป็อะไรหรือเปล่าครับ?”ชายหนุ่มกำลังเดินย้อนกลับมาหาเธอด้วยความเร็ว นั่นทำให้หมอญาดาก้มหน้าซ่อนรอยยิ้มเ้าเล่ห์เอาไว้ไม่ให้เขาได้เห็น
“เจ็บค่ะ น่าจะข้อเท้าพลิก” หมอตะวันมองมาที่ร่างบางของหญิงสาวอย่างชั่งใจก่อนจะเอ่ยกับเธอ
“ผมว่าผมช่วยพยุงคุณหมอกลับไปหาคุณฐานทัพดีกว่านะครับ”
“ไม่ค่ะ!”หมอหนุ่มหยุดชะงักมองหน้าเธอนิ่งด้วยความสงสัย
“เอ่อ...คือ...ญาดาบอกว่าไม่ได้เป็อะไรมากค่ะ ยังไงญาดาก็จะไปที่ฟาร์มม้า” เธอมองหมอหนุ่มนิ่ง อุตส่าห์เจอจะปล่อยไปง่ายๆได้ยังไง ความคิดที่ผุดขึ้นมาในหัวเธอพร้อมกับสายตาที่คอยจับจ้องท่าทีเขา
“...แต่ว่าขาคุณเจ็บอยู่นะครับ”
“หมอตะวันเป็ห่วงญาดาหรอคะ?”ดวงตาตี๋โตขึ้นทันที
“เอ่อ...ครับ”เขาตอบเธอเพียงสั้นๆ ใบหน้าหวานยิ้ม
“ญาดาเป็หมอนะคะ ญาดารู้ค่ะว่าไหว ไม่บ่อยเลยที่...เอ่อ จะเจอหมอตะวัน” เสียงประโยคท้ายแ่เบา แต่ก็ยังดังพอที่คนตรงหน้าจะได้ยิน ทำเอาคุณหมอตะวันถึงกับไปไม่เป็
“เอ่อ...ญาดาหมายถึงว่าไม่บ่อยเลยที่ญาดาจะมีเวลาว่างมาน่ะคะ ญาดาไม่อยากเสียโอกาสดีๆ”
“อ้อ ครับ”หมอตะวันปรับสีหน้าให้เป็ปกติ
“คุณหมอตะวันช่วยพยุงญาดาไปที่รถหน่อยได้ไหมคะ”หมอสาวยังคงแกล้งเจ็บนิดๆเพื่อจะได้ใกล้ชายหนุ่มให้มากขึ้นสักหน่อย
“ครับ” หมอตะวันยื่นแขนแกร่งให้เธอจับเพื่อเป็หลักไม่ให้เธอล้ม หมอสาวยิ้มอย่างพอใจ
“ขอบคุณนะคะ”รอยยิ้มหวานที่ผุดขึ้นบนใบหน้าเนียนที่กำลังส่งยิ้มมา ทำเอาหมอตะวันเสมองไปทางอื่นด้วยความเขิน