อันซูหยวน : เกมฟาร์มในวันสิ้นโลก

    บทที่ 90 เรื่องลึกลับในสถาบัน

    บทที่ 90 เรื่องลึกลับในสถาบัน




    อันซูหยวนหนีออกมาจากสถานการณ์นั้นโดยมีอาจารย์รับมืออยู่ข้างหลัง เพราะอีกฝ่ายมีประสบการณ์แล้ว เช่นนั้นจึงไม่ต้องการให้เธอช่วยเหลือ สุดท้ายเธอเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าอาจารย์สาวจะจัดการกับปัญหานี้อย่างไร แต่แน่นอนว่ามันไม่เกี่ยวข้องกับเธอแล้ว


                


    ในเมื่ออาจารย์เชี่ยวชาญเสียขนาดนั้น เธอก็เชื่อว่านี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่อาจารย์จะจัดการกับเหล่า “คนทึ่ม” ของสถาบันเพลิงพลองได้


                


    หญิงสาวกลับเข้าไปที่พักของตนเอง ห้องถูกจัดเตรียมเอาไว้อยู่แล้ว เนื่องจากมายังสถาบันอื่น ดังนั้นจึงต้องนอนร่วมกับเพื่อนนักเรียนสี่ห้าคนที่มาจากสถาบันเดียวกัน โชคดีที่อันซูหยวนไม่เหมือนนักเรียนทุนทั่วไป เธอกลายเป็นคนที่มีชื่อเสียงโด่งดังและเป็นที่ยอมรับ ดังนั้นเพื่อนนักเรียนอีกห้าคนจึงไม่ได้รังเกียจเธอ


                


    หญิงสาวนั่งใช้สมาธิไปกับการทบทวนหนังสือเรียน พวกเพื่อนนักเรียนคนอื่นๆก็เช่นกัน ทำให้บรรยากาศในห้องมีเพียงความเงียบ ซูหยวนไม่ได้ลุกจากที่นั่งเลยจนกระทั่งฟ้ามืด ในเมื่อการทบทวนรอบสุดท้ายจบลงแล้ว หญิงสาวก็ใช้โอกาสนี้เพื่อสำรวจสถาบันเพลิงพลองที่ไม่ใช่ใครก็ได้จะเข้ามา


                


    เวลานี้เป็นช่วงที่พวกนักเรียนพักผ่อนแล้ว ดังนั้นเมื่อซูหยวนออกมาจึงไม่ได้เจอกับความวุ่นวายอะไร ที่นี่ไม่เหมือนสถาบันอันดับหนึ่งที่กว้างขวางและเป็นระเบียบ เพราะอยู่บนภูเขาใหญ่ จึงมีเนินเขาและหุบเขาเล็กๆมากมาย เธอเคยได้ยินว่าที่สถาบันเพลิงพลองนี้ พวกเขาจะแบ่งศิษย์และอาจารย์ออกเป็นแต่ละภูเขา ซึ่งจะมีการแข่งขันและประลองฝีมือกันอยู่เสมอ เพื่อพิสูจน์ว่าภูเขาไหนเป็นอันดับหนึ่ง


                


    การกระตุ้นให้นักเรียนแข่งขันกันเองก็เป็นส่วนหนึ่งของวิธีสอนที่นี่ มันไม่ได้เป็นวิธีที่แย่ เพราะที่นี่มีแต่ศิษย์ชายทั้งนั้น พวกเขาใช้สัญชาตญาณดิบเถื่อนของบุรุษเพื่อเร่งการพัฒนา ไม่น่าแปลกใจเลยที่สุดท้าย เหล่าคนทึ่มที่จบจากสถาบันนี้จะกลายเป็นผู้แข็งแกร่ง และเป็นแนวหน้าของกองทัพอยู่เสมอ


                


    เคร้ง!!


                


    ในขณะที่ซูหยวนกำลังเดินเล่นเพื่อชมวิวทิวทัศน์ที่หาได้ยาก จู่ๆก็เกิดเสียงดังขึ้นจากทางด้านหลังป่า แม้ว่ารอบๆภูเขาของสถาบันเพลิงพลองนี้จะเต็มไปด้วยพวกกลายพันธุ์ที่อาจารย์ไปจับมา แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะได้รับอนุญาตให้ล่ากันตอนกลางคืนเสียหน่อย ดังนั้นแล้ว...เสียงที่ดังขึ้นนี้จึงไม่ค่อยปกติเท่าไรนัก


                


    ก่อนหน้าที่เธอจะมาที่นี่ ซูหยวนเคยได้อ่านข่าวลับๆของสถาบันเพลิงพลองมาก่อนแล้ว ก่อนหน้าที่จะมีการจัดทดสอบขึ้น ที่สถาบันเพลิงพลองแห่งนี้เจอกับปัญหาใหญ่อยู่ ได้ยินว่านักเรียนของพวกเขาจะหายตัวไปทุกๆวันที่ 15 ของเดือน แล้วจะกลับมาอีกครั้งหลังผ่านไปหนึ่งเดือน โดยวันที่กลับมานั้น นักเรียนคนนั้นจะจำไม่ได้แม้กระทั่งชื่อของตนเองด้วยซ้ำ กลายเป็นคนสติไม่สมประกอบไปเลย


                


    พวกสถาบันเพลิงพลองพยายามหาทางออกของเรื่องนี้ พวกเขามีการประกาศไม่ให้นักเรียนออกจากพื้นที่ปลอดภัยในตอนกลางคืน ไม่ใช่แค่วันที่ 15 เท่านั้น อย่างไรก็ตาม...ปัญหานี้กลับไม่สามารถแก้ไขได้ เพราะสุดท้ายแล้วก็ยังมีนักเรียนที่หายตัวไปอยู่ดี


                


    ซูหยวนขมวดคิ้วเล็กน้อย แม้ว่าวันนี้จะเป็นวันที่ 15 แต่เธอก็ไม่ได้คาดคิดว่าจะได้เป็นพยานในช่วงเวลาลึกลับนี้ ทว่า...ในเมื่อเธอได้ยินแล้ว เช่นนั้นก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากจะต้องเข้าช่วยเหลือ


                


    ถึงแม้นักเรียนของสถาบันเพลิงพลองจะเป็นพวกน่ารำคาญ กระนั้นพวกเขาก็ไม่ได้ทำอะไรผิดจนถึงขั้นที่จะสูญเสียทุกอย่างไปเช่นนี้ ซูหยวนไม่ใช่พวกที่ชอบยุ่งเรื่องของชาวบ้านก็จริง แต่สถานการณ์นี้ไม่เหมือนกัน อีกอย่าง...ถ้าเธอกลายเป็นคนที่เปิดโปงความลับของคืนวันที่ 15 ได้ เช่นนั้นก็สมควรจะได้รับรางวัลที่ดีจากสถาบันเพลิงพลองไม่ใช่หรือ?


                


    เคร้ง!!!


                


    เสียงดังไกลออกไปอีกครั้ง ซูหยวนค่อยๆพรางตัวเข้าไปในพื้นที่ป่าเพื่อไม่ให้ต้องเจอกับพวกกลายพันธุ์และทำให้คนที่กำลังต่อสู้กันรู้ตัว




    “บัดซบเอ้ย!! จริงๆแล้วเป็นพวกแกได้ยังไง! ฉันจะต้องเอาเรื่องนี้ไปรายงานต่ออาจารย์ให้ได้!” เสียงคำรามของชายหนุ่มคนหนึ่งดังขึ้น เขากดเสียงต่ำด้วยความไม่อยากจะเชื่อและความโกรธ




    “ฮ่าๆ คุณชายจะเอาเรื่องนี้ไปรายงานต่ออาจารย์งั้นหรือ? เช่นนั้นก็ต้องดูว่าคุณชายผู้นี้จะกลับมาพร้อมกับสติที่ดีหรือไม่” น้ำเสียงเย้ยหยันแต่เต็มไปด้วยความแหบพร่าตอบกลับมา


                


    ซูหยวนขมวดคิ้วเล็กน้อย เธอไม่ได้คุ้นเสียงของชายหนุ่มคนนั้น แต่เธอคุ้นกับเสียงแหบพร่านี้เหลือเกิน...มันเหมือนกับเสียงของคนรับใช้ในสถาบันเพลิงพลอง ที่คอยช่วยนักเรียนขนสัมภาระเข้าไปเก็บไว้ในที่พักเลยไม่ใช่หรือ?


                


    เธอไม่เคยพูดคุยกับเขา จึงไม่มั่นใจนัก แต่ซูหยวนเคยได้ยินตอนที่พวกเขาพูดคุยกันเองเรื่องการเก็บสัมภาระไปไว้ในห้องต่างๆ เมื่อตอนที่เธอเห็นพวกเขาเวลากลางวัน คนเหล่านี้ก็มักจะก้มหน้าก้มตา ดูแล้วเป็นคนที่ขี้ขลาดผู้หนึ่ง อย่างไรก็ตาม...ตอนนี้พวกเขากลับทำน้ำเสียงเช่นนี้ได้ เห็นทีว่าทักษะการแสดงของพวกเขาคงจะยอดเยี่ยมน่าดู




    “ไอ้พวกสารเลวเอ้ย!! พวกแกทำงานอยู่ในสถาบันแต่กลับทำเรื่องเลวๆแบบนี้ได้ยังไงวะ! ที่ผ่านมาก็เป็นฝีมือของพวกแกงั้นหรือ? แบบนี้ต่อให้อาจารย์จะออกกฎว่าห้ามออกจากห้องพักเวลากลางคืน สุดท้ายพวกแกก็ล่อลวงนักเรียนมาได้ทุกครั้ง ไม่น่าแปลกใจเลย!!”




    “ฮ่าๆ คุณชายฉลาดจริงๆเลยครับ แต่ก็นั่นแหละ มาฉลาดในตอนที่สายเกินไปแล้ว”




    “เหอะ! แกคิดจริงๆหรือว่าใช้คนแค่นี้จะทำให้ฉันกลัวได้น่ะ ฉันก็คือนักเรียนที่น่าภาคภูมิใจของอาจารย์หลาง ฉันจะไม่ทำให้อาจารย์ต้องผิดหวังแน่!!”




    “เช่นนั้นหรือ? ถ้าอย่างนั้นก็ช่วยแสดงฝีมือให้ดูหน่อยเถอะ” ไม่พูดเปล่า ชายเจ้าของเสียงแหบแห้งก็เคลื่อนไหว โดยที่นักเรียนชายก็ไม่ทันได้คาดคิด จู่ๆร่างของชายรับใช้ก็มีออร่าพลังงานปล่อยออกมาเสียอย่างนั้น




    “นะ นี่แก!!” 




    “ฮ่าๆ พวกเราก็เป็นผู้ใช้พลังงานเหมือนกัน ตอนนี้คุณชายที่เป็นผู้ใช้พลังงาน 1 คน ต้องเจอกับพวกเราที่เป็นผู้ใช้พลังงาน 7 คน คุณชายจะรับมืออย่างไรดีล่ะ หรือว่าจะยอมแพ้แล้วปล่อยให้พวกเราพาตัวไปง่ายๆดี รับรองว่าภายใน 15 วันนี้จะดูแลคุณชายอย่างดี ขอแค่คุณชายมอบพลังงานทั้งหมดที่มีให้พวกเราก็พอ”




    “อะ อะ ไอ้ ไอ้พวกบัดซบเอ้ย!!” ชายหนุ่มตวาดลั่นอีกครั้ง


                


    เขาได้ยินอยู่ว่านักเรียนที่กลับมาเสียแก่นพลังงานทั้งหมดไป ที่กลายเป็นพวกสติไม่สมประกอบก็เพราะถูกดึงเอาพลังงานทั้งหมดของร่างกายไปนี่แหละ ช่างเป็นเรื่องที่เลวร้ายเสียจริง ชีวิตนี้...หากเขาต้องกลายเป็นพวกไร้พลังงาน กลายเป็นคนสติไม่ดี สู้ให้เขาตกตายอย่างมีเกียรติเสียยังจะดีกว่า


                


    ที่ผ่านมา ทุกคนคิดว่าพลังงานที่หายไปนี้อาจจะเป็นเพราะเป็นการฝึกวิชาที่ผิดพลาดจนแกนพลังงานได้รับความเสียหายและรั่วไหลออกไป เขาไม่ได้คิดเลยว่าแท้จริงแล้วเป็นฝีมือของคนที่ซ่อนตัวอยู่ อย่างน้อยๆก็ไม่ควรจะเป็นไอ้พวกข้ารับใช้พวกนี้!!


                


    ตลอดเวลา พวกมันซ่อนตัวอยู่ในสถาบัน คอยทำตัวอ่อนแอ ทำให้พวกเขาดูแคลนว่าเป็นบุรุษเสียเปล่าแต่กลับทำตัวน่าสมเพช ที่ไหนได้! พวกมันก็แค่รอเวลาเท่านั้น ใช้ความเย่อหยิ่งของพวกเขาเป็นจุดอ่อน หลอกล่อให้พวกเขามาที่นี่แล้วก็เอาพลังงานมาทิ้ง 


                


    ถ้าไม่ใช่เพราะพวกมันบอกว่าสหายของเขาได้รับอันตราย เขาจะรีบวิ่งมาที่นี่หรือ? พวกมันรู้ดีเลยว่าจะหลอกล่อบุรุษอย่างพวกเขาอย่างไร! พวกเขาเป็นนักเรียนเลือดร้อนอยู่แล้ว แทนที่จะเสียเวลาไปขอความช่วยเหลือจากอาจารย์ เขาก็แค่เอ่ยปากสั่งพวกข้ารับใช้ให้ไปบอก ส่วนตัวเองล่วงหน้ามาก่อน หวังถ่วงเวลา รอจนกว่าอาจารย์จะมาถึงเท่านั้น คิดไม่ถึงเลยว่าอาจารย์จะไม่ได้รับข้อความของเขา...




    “เรื่องนี้จะว่าพวกเราก็ไม่ได้นะคุณชาย ที่พวกเราต้องทำเช่นนี้ก็ต้องบอกว่าเป็นพวกท่านด้วยส่วนหนึ่ง”




    “ใช่แล้ว พวกเราเองก็ไม่อยากอ่อนแอ อยู่เป็นเศษสวะไปทั้งชีวิตหรอก”




    “ดีที่พวกเราได้เจอกับคนผู้นั้น นายท่านได้มอบวิธีการฝึกฝนที่ง่ายและรวดเร็วแก่พวกเรา อันที่จริง...คืนวันที่ 15 นี้ก็เป็นเรื่องตลกเหมือนกันนะ อยากจะรู้จริงๆว่าในอนาคต...เมื่อพวกเรามีความสามารถในการดูดซับแกนพลังงานทั้งหมดได้ดีกว่าเดิม เปลี่ยนเป็นวันที่ 8 และวันที่ 15 จะมีการเปลี่ยนเรื่องเล่าเป็นอย่างไร”




    “ฮ่าๆ ตอนที่ได้ยินว่าการกระทำของพวกเราเป็นอาถรรพ์ที่สร้างความหวาดกลัวให้บุรุษแท้อย่างพวกท่าน รู้หรือไม่ว่ามันน่าขบขันขนาดไหน”




    “ในขณะที่พวกท่านมองพวกเราด้วยสายตาดูแคลน แท้จริงแล้วพวกเราก็มองพวกท่านเป็น “เหยื่อ” แค่นั้นเอง” พวกผู้รับใช้ต่างก็แสดงความคิดเห็นกันออกมา นักเรียนหนุ่มที่ได้ยินก็ยิ่งโกรธจนหน้าดำหน้าแดง เขาเรียกอาวุธพลองสีแดงของตนเองมาถือไว้ ตั้งใจจะสู้เป็นตายกับคนเหล่านั้นให้ได้!!




    “ช้าไปแล้วครับ” ข้ารับใช้ที่เสียงแหบกล่าวขึ้นมาเมื่อเห็นท่าทางของนักเรียนหนุ่ม คนหัวเราะอย่างชอบใจก่อนจะเปิดใช้งานอุปกรณ์กับดักที่ตนเองเตรียมมา




    “อะไร!” ยังไม่ทันได้เริ่มการต่อสู้ จู่ๆลูกดอกมากกว่า 10 ก็พุ่งออกมาจากที่มืด นักเรียนหนุ่มพยายามปัดป้อง ทว่ากับดักนี้ถูกซ่อนเอาไว้ล่วงหน้าแล้ว ต่อให้เขาจะปัดมันออกได้ 8-9 ดอก ทว่าก็ยังมีดอกหนึ่งที่ปักเข้าท้ายทอยของเขาอยู่ดี


                


    ชายหนุ่มที่ยืนอย่างมั่นคงค่อยๆมึนเบลอ เขารู้ทันทีว่าตอนนี้ตนเองพลาดท่า โดนยาสลบเข้าแล้ว และถ้าเขาหมดสติไป...ก็หมายความว่าตัวเขานั้นจะไม่ได้สติกลับคืนมาอีกเลย




    “ก็แค่นี้เอง...” รอยยิ้มหยันของข้ารับใช้เฒ่าเผยออกมา อย่างไรก็ตาม...ในตอนที่พวกเขาชะล่าใจ จู่ๆลูกธนูจำนวนมากก็พุ่งออกมาจากที่มืดเช่นกัน


                


    ฟิ้ว!!!


                


    ฉึกๆ!!




    “อ้าก!!”




    “อะไร? ใคร!!” เสียงของพวกข้ารับใช้ที่ไม่ทันได้เตรียมตัวรับมือกับอันตรายร้องดังออกมา แม้พวกเขาจะรู้ตัวและพยายามเก็บเสียงของตนเองให้ได้ แต่มันก็สายเกินไปแล้ว




    “มีหน้าที่ของตนเองแต่กลับไม่ทำให้ดี ไม่คิดบ้างหรอว่าจะต้องเจอกับการตลบหลังแบบนี้น่ะ” ซูหยวนก้าวออกมาจากที่ซ่อน อันที่จริง...เธอควรจะต้องซ่อนตัวแล้วเคลื่อนไหวไปรอบๆ อาศัยการลอบโจมตีพวกมันแล้วปิดฉากนี้ อย่างไรก็ตาม...เธอรู้ว่าชายข้ารับใช้พวกนี้ไม่ได้แข็งแกร่งมากพอที่จะให้เธอทำแบบนั้น


                


    อีกอย่าง...เธอไม่ได้มาที่นี่พร้อมกับอาวุธ ถึงจะยิงธนูออกไป แต่ลูกศรทั้งหมดก็ไม่ควรจะมาจากเธอ นี่เป็นอาวุธที่เธอเก็บเอาไว้ในคลังของฟาร์ม ถ้าหลังจากนี้จะต้องต่อสู้กัน ซูหยวนจำเป็นต้องแสดงการต่อสู้ที่สมเหตุสมผลออกมา


                


    เธอตรงเข้าไปยังร่างของนักเรียนหนุ่ม เห็นว่าเขายังไม่ได้หลับไปเสียทีเดียวก็เอ่ยกับเขา




    “ขอยืมไม้พลองนี้ก่อนนะ” 


                


    เพราะเธอฝึกการใช้ “หอก” ขั้นต้นมาแล้ว แม้ว่าอาวุธนี้จะไม่ใช่ “พลั่ว” ที่มีความคม แต่ด้วยพลังงานที่เธอมี น่าจะฟาดพวกข้ารับใช้ที่เพิ่งมีพลังงานในระดับต่ำหัวแตกหรือสลบกันไปได้ง่ายๆอยู่


                


    ส่วนเรื่องกับดัก...ซูหยวนไม่ได้กังวลอีก เธอตรวจสอบรอบๆนี้ก่อนแล้ว รู้ว่าพวกเขามีกับดักราคาแพงเพียงชิ้นเดียว คงจะรวมเงินกันมาซื้อได้เพียงชิ้นนี้นี่แหละ ดังนั้นจึงกล้าปรากฏตัวออกมา


                


    ภาพของหญิงสาวที่เข้ามาช่วยเขาโดยไม่มีความเกรงกลัว แถมยังใช้พลองสีแดงเพลิงของเขาอย่างองอาจ นักเรียนหนุ่มที่เกือบจะหมดสติไปรู้สึกเหมือนได้เจอ “เทพีพลอง” ที่สถาบันของพวกเขาพูดถึงในตำนานเสียแล้ว




    “นักเรียนคนนี้ เธอเป็นนักเรียนจากข้างนอก อย่ามายุ่งเรื่องของสถาบันของพวกเราจะดีกว่านะ” ข้ารับใช้ชายคนหนึ่งรู้สึกหวาดกลัวมาก พวกเขาไม่ได้มีแผนรับมืออื่นอีก การที่จู่ๆนักเรียนคนอื่นก็เข้ามายุ่งทำให้พวกเขาไม่กล้าที่จะท้าทายอีกต่อไป




    “ใช่แล้ว เธอเป็นแค่นักเรียนหญิงจากสถาบันอื่น แทนที่จะเข้ามายุ่งวุ่นวายให้เกิดปัญหากับตนเอง ถ้าเธอยอมถอยออกไป พวกเราจะไม่เอาเรื่องนะ” คนหนึ่งเอ่ยขู่ซูหยวน ในสายตาของพวกเขา...แม้ว่าอีกฝ่ายจะเป็นนักเรียนหญิง แต่ก็เป็นนักเรียนหญิงจากชั้นปีที่หนึ่งเท่านั้น ไม่ควรจะแข็งแกร่งอะไรมาก


                


    พวกเขาก็แค่ต้องระวังให้มากขึ้น ถึงอย่างนั้นก็ไม่ได้แปลว่าพวกเขาจะต้องยอมถอย




    “อย่าไปกลัว นี่ก็แค่นักเรียนจากสถาบันอื่นที่มาสอบเท่านั้น เธอยังเรียนได้ไม่ถึง 1 ปีเลยด้วยซ้ำ ไม่มีทางที่จะแข็งแกร่งไปมากกว่าพวกเรา”




    “ใช่ จริงด้วย พวกเราจะต้องกลัวอะไร พวกเราก็คือผู้ฝึกพลังงานคนหนึ่งเหมือนกัน”




    “ใช่แล้ว ใช่ๆ” พวกเขาเหมือนให้กำลังใจตนเอง แต่เมื่อมองดูท่าทางของซูหยวนที่ไม่ได้มีความหวาดกลัวใดๆ หลายคนก็ต้องลอบกลืนน้ำลายเพื่อข่มความหวั่นไหวในใจ




    “อยากจะต่อสู้ก็เข้ามาค่ะ ถ้าช้ากว่านี้...เสียงร้องของพวกคุณเมื่อครู่น่าจะทำให้อาจารย์และคนอื่นๆเข้ามาพบตัวได้ในอีกไม่กี่นาทีแล้วค่ะ” ซูหยวนเผยรอยยิ้มเยือกเย็นออกมา


                


    ซึ่งก็เป็นดั่งที่เธอว่า เสียงร้องที่พวกเขาถูกธนูโจมตีก่อนหน้านี้น่าจะดังไปทั่วแล้ว พวกอาจารย์เองก็พยายามตามจับตัวคนร้ายอยู่ ดังนั้นเวลานี้...พวกเขาจะต้องจัดการนักเรียนทั้งสองคนให้ได้


                


    ก่อนหน้านี้ไม่ได้ฆ่าพวกเขาก็เพราะคนที่พาไปกลับมาพร้อมกับสติไม่สมประกอบ แต่เวลานี้...เป้าหมายของพวกเขาก็คือการฆ่าทิ้ง แล้วโกหกว่าคนร้ายหนีไปได้ มีแต่วิธีนี้เท่านั้นแล้ว!!




    ………………………………