“อย่าเวนที่ดินตรงนี้คืนเลยนะครับคุณเจอราร์ด”
“ใช่ครับ ๆ อย่ายกเลิกสัญญาเช่าค่ายมวยเลยนะครับ ผมขอร้องล่ะ”
“ฮือ อย่ารื้อค่ายมวยของพวกหนูเลยนะคะ ฮืออ”
“โอ๊ย เสียงเอะอะอะไรวะเนี่ย” ปุณณดาบ่นงึมงำโดยที่ยังไม่ลืมตา
เธอได้ยินเสียงเอะอะโวยวายดังมาจากด้านนอกห้องมาสักพักแล้ว ทว่าความง่วงงุนจากการดูซีรีส์เมื่อคืนจนดึกทำให้เธอยังจับใจความได้ไม่ดีนัก รู้เพียงแค่เสียงพวกนั้นเป็เสียงคุ้นหูของเจ็กเจียงกับเด็ก ๆ ในค่ายมวย และยังมีเสียงของชาวบ้านละแวกนี้ด้วย
“เงียบ ๆ หน่อยลุง! หนูจะนอน ง่วง!” ปุณณดาะโบอกไปทั้งที่ตายังปิดและร่างกายยังนอนซุกกองผ้าห่มอยู่บนเตียง
วันนี้เธออุตส่าห์ได้นอนดึกในรอบหลายเดือนเพราะตารางซ้อมเพิ่งว่างทั้งที แต่ก็ดันมาถูกรบกวนแต่เช้าเสียได้ ทำเอาปุณณดานอนพลิกซ้ายพลิกขวาคว้าหมอนมาปิดหูอยู่หลายนาที ก่อนจะตัดสินใจลุกพรวดเปิดประตูเนื่องจากทนหนวกหูกับเสียงเอะอะต่อไปไม่ไหวอีกแล้ว
“เสียงดังอะไรกันเนี่ยลุง หนูนอนไม่หลับเลยนะ”
“เอ็งอย่าเพิ่งโวยวายไอ้พริกแกง รีบนั่งลงก่อน” เจียงรีบดึงข้อมือนักมวยสาวประจำค่ายให้นั่งลงข้าง ๆ ตัวเองบนพื้น
แต่เพราะยังเมาขี้ตาบวกกับความง่วงยังครอบงำ ปุณณดาจึงไม่ได้สนใจจะกวาดสายตามองไปรอบตัวเลยสักนิดว่ามีใครอยู่บ้าง และที่สำคัญเธอตั้งใจออกมาโวยวายเจ็กเจียงโดยเฉพาะ
“นั่งทำไม ไม่นั่ง ไม่เมื่อย หนูจะกลับไปนอน หนูง่วงนะ” เธอตอบด้วยดวงตาที่ลืมได้เพียงแค่ครึ่งเดียว
“ข้าบอกให้เอ็งนั่งไงไอ้พริกแกง” คนาุโกว่ายังคงดันทุรังจะดึงหญิงสาวให้นั่งลงให้ได้
ในขณะที่คนถูกตื๊อก็ยังคงยืนทำตาปรือจนแทบปิด อีกทั้งสภาพชุดนอนที่เป็เสื้อแขนสั้นและกางเกงขาสั้นนั้นไม่ใช่เสื้อผ้าที่สมควรใส่ออกมาเจอผู้คนเลยสักนิด
“ก็หนูไม่อยากนะ...”
“นั่งเถอะ ฉันอยากคุยกับเธอนะ แม่สาวบิกไบค์เครื่องหนึ่งพัน”
ปุณณดาเอ่ยยังไม่ทันจบประโยคก็มีเสียงหนึ่งแทรกขึ้นกลางคัน จะว่าคุ้นก็คุ้น แต่เป็เสียงคุ้นหูที่ไม่ค่อยอยากกลับมาได้ยินเท่าไหร่
ไวเท่าความสงสัยหญิงสาวก็หมุนตัวไปหาต้นเสียงทันที ก่อนจะต้องถลึงตาโตชี้นิ้วใส่หน้าเขาด้วยความหัวเสีย จากทั้งการกลับมาเจอหน้ากันและการที่อีกฝ่ายคือตัวต้นเหตุสร้างเสียงเอะอะจนเธอนอนไม่ได้
“นี่คุณอีกแล้วเหรอ วันก่อนทำฉันวุ่นวายเพราะความอยากเสือกของคุณไม่พอหรือไง วันนี้จะมาสร้างความวุ่นวายอะไรอีก”
“อะไร ใครเสือกไม่ทราบ พูดดี ๆ หน่อยนะแม่คุณ” เจอราร์ดถามกลับด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ
“นี่ฉันพูดดีด้วยแล้วนะ ก็คุณนั่นแหละเสือกอยากช่วยฉันจากคนพวกนั้นไง แล้วเป็ไงล่ะ สุดท้ายก็เป็ฉันที่ต้องลากคุณมาทำแผลน่ะ” พูดไปเธอก็ตบฝ่ามือเข้ากับอกตัวเองเพื่อยืนยันความหนักแน่นในคำพูดไปด้วย
เมื่อวานที่ชายหนุ่มตรงหน้าหาว่าเธอใช้เท้าทำแผลให้เธอยังฉุนอยู่ในหัวอยู่เลย วันนี้ยังกล้าดีมาส่งเสียงดังและทำท่าทีกวนบาทาใส่เธออีก เขาจะสร้างความวุ่นวายไปถึงไหน
“เฮ้ย ไอ้พริกแกง เอ็งพูดให้มันน้อย ๆ หน่อย” เจียงเอ่ยปรามเมื่อเห็นปุณณดาพูดจาไม่เหมาะสม
“พูดน้อยอะไรล่ะลุง ก็ตานี่มันน่าด่าจริง ๆ นั่นแหละ แล้วนี่ลุงจะมานั่งกับพื้นทำไมเนี่ย” พูดจบเธอก็กวาดสายตามองไปรอบ ๆ ที่ตอนนี้ทั้งเจ็กเจียง ทั้งเด็ก ๆ ในค่าย ไม่เว้นแม้แต่ชาวบ้านแถวนี้ก็กำลังนั่งพับเพียบเรียบร้อยกันอยู่บนพื้นปูนลื่น ๆ ทั้งนั้น ส่วนตัวต้นเหตุนั่งเก๊กหล่ออยู่บนเก้าอี้พลาสติกสีแดง
“เออน่า ให้ข้านั่งตรงนี้แหละดีแล้ว” เจียงกล่าว
“จะดียังไงลุง อายุอานามก็ไม่น้อยแล้วไหม กระดูกกระเดี้ยวลุงก็ไม่ได้แข็งแรง ลุกขึ้นมาเร็ว ๆ”
“ข้าไม่ลุก”
“ก็หนูบอกให้ลุงลุกไง” ปุณณดาไม่ว่าเปล่า เธอพยายามดึงแขนเจียงให้ลุกขึ้นจากพื้นให้ได้ ในขณะที่เขาเองก็ขืนตัวสารพัดเท่าที่คนแก่ ๆ คนหนึ่งจะมีเรี่ยวแรงต้าน
“เอ็งอย่าบังคับข้าเลยไอ้พริกแกง” เจียงคิดว่าคนแก่อย่างเขาจะไปยืนเสมอคุณเจอราร์ด เ้าของที่ดินผืนนี้ไม่ได้
“แต่...”
“เชื่อลุงเธอเถอะ” เจอราร์ดพูดแทรก
“ยุ่งน่ะ คุณเกี่ยวอะไรด้วยมิทราบ” ปุณณดายืนเท้าเอวมองหน้าคู่กรณีทันที
ส่วนเจอราร์ดที่ถูกทำกิริยาแบบนั้นใส่ก็ทำแค่นั่งไขว่ห้างพร้อมกับยักคิ้วอย่างยียวนกลับไปให้คู่สนทนาหมั่นไส้เล่นเท่านั้น
“เอาตรง ๆ นะ ฉันก็ไม่ได้อยากยุ่งนักหรอก แต่บังเอิ๊ญบังเอิญว่าที่ดินตรงนี้มันเป็ของตระกูลรัสเซลล์ซะด้วยสิ แล้วก็บังเอิ๊ญบังเอิญอีกนั่นแหละ ว่าฉันอยากได้ที่ดินตรงนี้ไปทำโกดังเก็บของ” เขาพูดด้วยน้ำเสียงสบาย ๆ แต่คนที่ได้ยินโดยรอบต่างก็เศร้าใจไปตาม ๆ กัน
“ของอะไรนักหนาถึงจะใช้ที่ดินเยอะแยะน่ะฮะ” ปุณณดาเอ่ยถาม
“อากาศ”
“ฮะ!?”
“อากาศไง ฉันจะทำโกดังเก็บอากาศไว้เล่น ๆ เธอจะทำไม” พูดจบเจอราร์ดก็ยักคิ้วพ่วงท้ายไปหนึ่งที ทำเอากำปั้นหนัก ๆ ของปุณณดาสั่นระริกเพราะอยากจะพุ่งไปตะบันหน้าให้หงายหลัง
“ได้ยินแล้วนะทุกคน เพราะงั้นก็ช่วยเก็บของออกไปด้วย ผมจะใช้ที่ดินตรงนี้” เจอราร์ดกดรอยยิ้มชั่วร้ายบนมุมปากส่งไปให้ปุณณดา ก่อนจะลุกขึ้นแล้วตั้งท่าสะบัดก้นเดินออกมา
“เดี๋ยวก่อนครับคุณเจอราร์ด เดี๋ยวก่อน! อย่าไล่พวกเราออกไปจากที่ดินตรงนี้เลยนะครับ” เจียงรีบพูดขึ้น
“ผมจะไม่ไล่ก็ได้นะ ถ้าหาก...” พอถูกเอ่ยรั้งเขาก็ยอมหันหน้ากลับไปคุยต่อ แต่เว้น่คำพูดแล้วลากสายตามองไปยังปุณณดาที่ยืนอยู่ไม่ไกล
“ยัยนั่นยอมตามไปคุยกับผม” เจอราร์ดชี้นิ้วไปยังคู่กรณี
“ทำไม แน่จริงก็คุยตรงนี้เลยสิ” ปุณณดายังไม่ยอมอ่อนข้อให้เขา
“น้อย ๆ หน่อยเธอ ฉันคือคนที่ถือพัดเหนือกว่านะ”
“ไพ่ครับไพ่ ถือไพ่เหนือกว่าครับนายน้อย” คิมหันต์รีบสะกิดแขนทันทีที่นายน้อยของตนใช้คำเปรียบเปรยผิด
คนพูดผิดแอบหน้าเสียเล็กน้อย ก่อนจะแสร้งทำเป็ขึงขังกระแอมไอออกมาเสียงดังแล้วยืดอกลอยหน้าลอยตาพูดต่อ ราวกับเมื่อไม่กี่วินาทีก่อนไม่ได้ทำเื่น่าอายอะไรลงไป
“ฉันถือไพ่เหนือกว่าเธอนะ ถ้าอยากให้ที่ดินตรงนี้ยังไม่กลายเป็โกดังเก็บอากาศเธอก็ตามฉันมา” พูดจบร่างสูงก็หมุนตัวเดินนำ ทว่าพอเดินไปได้สองสามก้าวก็หันกลับมาใหม่เมื่อยังไม่ได้ยินเสียงฝีเท้าของปุณณดาเดินตามมา
“เอ้า เธอจะยืนเซ่ออยู่ทำไม ตามมาสิ คัมมอน” เขากระดิกนิ้วเรียกสองสามครั้งในท่าเดียวกับที่ใช้เรียกหมา
ถึงแม้ไม่ได้เต็มใจจะเดินตามไปทว่าปุณณดาก็ไม่มีทางเลือกอื่น ร่างสมส่วนที่สูงร่วมร้อยเจ็ดสิบเิเเดินตามแผ่นหลังกว้างภายใต้เสื้อซูตเนื้อดีไปติด ๆ
ผลัก!
“โอ๊ย ไอ้บ้า คุณจะหยุดทำไมไม่บอกก่อน” ปุณณดาร้องโวยวายออกมาภายหลังเมื่อจู่ ๆ ชายตัวโตใจมดตรงหน้านั้นหยุดเดินกะทันหันโดยไม่บอกไม่กล่าว และไม่เว้นระยะห่างอะไรเลย
“ถ้าบอกฉันก็ไม่สนุกสิ” เจอราร์ดตอบกลับอย่างกวนโมโห ในขณะที่โครงหน้าคมเข้มก็แอบเอี้ยวไปมองคนด้านหลัง
ใบหน้าสวยกำลังยุ่งเหยิงเพราะขุ่นเคืองกับคำตอบของเขาทำเอาเจอราร์ดแสยะยิ้มเพราะดูตลกดี เขาชอบที่เธอหัวเสีย
“แล้วสรุปจะคุยกันได้ยัง” ปุณณดาเอ่ยถาม
“เอาสิ ฉันพร้อมคุยแล้ว”
“แต่ฉันไม่พร้อม”
“นี่เธอ”
“ฉันอยากตกลงเื่นี้กับนายเพียงลำพัง สองต่อสอง โอเคไหม”
“เอ่อ...”
ได้ยินแบบนั้นเจอราร์ดก็ขมวดคิ้วยุ่งในทันที ในใจคิดสงสัยไปต่าง ๆ นานาถึงการขอพูดคุยกันเป็การส่วนตัวของเธอ เขามองหญิงสาวทีหนึ่งก็หันไปมองคิมหันต์ทีหนึ่ง ก่อนจะส่งสายตาขอความช่วยเหลือไปหามือขวาว่าเขาจะตอบรับสถานการณ์ตรงนี้ยังไงดี
ถ้าคิมหันต์หันหลังไปเธอจะไม่ทำท่าจระเข้ฟาดหางใส่เขาใช่ไหม เพราะเมื่อกี้เขาเล่นกวนตีนเธอไว้เยอะซะด้วยสิ
“โหย ชักช้าจริง พี่คะ พี่ช่วยเดินออกไปก่อนได้ไหมคะ หนูขอตกลงกับไอ้นี่ตามลำพัง” ปุณณดาหันไปมองมือขวาด้วยอีกคน
ได้ยินแบบนั้นคิมหันต์ก็หันไปมองหน้านายน้อยตนเองในทันที
ขณะเดียวกันเจอราร์ดก็โบกมือปฏิเสธพัลวัน แต่โบกไปซ้ายยังทันจะย้ายมาทางขวา ปุณณดาก็ตวัดสายตาเขียวปั๊ดกลับมามองเขาเสียก่อน จากที่จะบอกปัดก็กลายเป็ต้องพยักหน้าตอบรับอย่างช่วยไม่ได้แทน
“แล้วสรุปคุณจะเอายังไง ้ากี่ล้านถึงจะขายที่ดินตรงนี้” ปุณณดาถามขึ้นหลังจากที่อยู่กันตามลำพังแล้ว
“เธอไหวกี่ล้านล่ะ” เขาถามหยั่งเชิง
“สิบล้าน”
“ตลกไปหน่อยมั้งแม่คุณ ที่ดินั้แ่หน้าปากซอยจนถึงหลังซอยเกือบร้อยไร่ จะมาขายสิบล้านได้ยังไง” เจอราร์ดแสร้งทำน้ำเสียงไม่พอใจ
“ฮะ? ละแวกนี้ทั้งหมดเป็ของคุณงั้นเหรอ” เธอตาโตอย่างใ
“ใช่ ของฉันทั้งหมด และที่สำคัญนะ ไม่ขายโว้ย รวยอยู่แล้ว” เขาตอบแบบทะเล้น เล่นหูเล่นตาจนคนฟังเกือบจะชกให้เบ้าตาเขียว
เจอราร์ดแอบสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อเห็นคนตรงหน้ายกกำปั้นขึ้นมา ในใจเตรียมไว้เต็มที่แล้วว่าจะร้องะโให้คิมหันต์ช่วยด้วยเสียงดัง ๆ แบบครั้งเดียวได้ยิน แต่พอเห็นปุณณดาผ่อนลมหายใจและลดหมัดลง เขาก็โล่งอกแล้วเริ่มกลับมาทำหน้าตาน่าต่อยได้เหมือนเดิม
“ถ้าไม่ขายแล้วจะเอายังไง ต้องทำไงคุณถึงจะไม่ไล่ชาวบ้านและค่ายมวยลุงเจียงไปที่อื่น” เธอตัดสินใจข่มความโกรธเพื่อมาเจรจากันดี ๆ
“ง่าย ๆ เลยนะ เธอก็มาเป็บอดีการ์ดฉันสิ”