“ ให้ตายสิ เป็นจอมเวทไม่เห็นเหนื่อยแบบนี้เลย ”
แอ็กเซลใช้มือขวาจับไปยังต้นไม้ มือซ้ายจับไปยังเข่าหลังจากก้มเพื่อพักเหนื่อย ต่อให้เขาจะหยุดวิ่งเป็นระยะๆเพื่อฟื้นฟูพละกำลังจากยาที่ซื้อมาก็ตาม เขากลับรู้สึกทรมานเป็นอย่างมากที่ต้องวิ่งซ้ำๆจนปอดและหัวใจทำงานหนัก หากเป็นจอมเวทคงใช้เวทลอยตัวในการเดินทาง ถ้าไม่สามารถบินได้เวทมนตร์เสริมร่างกายเป็นหนึ่งทางเลือกที่ไม่ทำให้เหน็ดเหนื่อย ต่อให้จะเดินทางด้วยขาเช่นเดียวกัน พลังงานที่ใช้ออกมากลับเป็นพลังเวทไม่ใช่พละกำลัง
ถึงแม้แอ็กเซลจะสามารถใช้เวทมนตร์บทที่ว่าได้ก็ตาม เขากลับต้องการเพิ่มระดับให้กับสกิลธันเดอร์รัช หากมันกลายเป็นระดับ 2 เขาคงไม่จำเป็นต้องใช้วิธีวิ่งในการเดินทางเช่นนี้อีก
หลังจากพักจนหายเหนื่อยแล้วแอ็กเซลจึงออกวิ่ง เหลืออีกไม่ถึง 5 กิโลเมตรเขาจะเข้าสู่อาณาเขตระดับ 3 ดาวแล้ว
“ เลื่อนระดับได้สักที ”
ร่างผอมแห้งทิ้งตัวลงไปนั่งพิงต้นไม้ แหวนเก็บของเรียกน้ำยาฟื้นฟูพละกำลังออกมาใช้งาน ขณะพักแอ็กเซลไม่ลืมตรวจสอบหน้าต่างสถานะของตนพบว่าสกิลธันเดอร์รัชระดับ 4 กลายเป็นเลเวล 2 แล้ว
อย่างไรก็ตามเขากลับรู้สึกสงสัยเพราะตัวเลขเลเวลของทักษะทำราวกับว่าเขาสามารถพัฒนามันไปต่อได้อีก แอ็กเซลจึงลุกขึ้นวิ่งด้วยการใช้สกิลวิ่งและสกิลธันเดอร์รัช ก่อนจะพบว่าร่างของเขาพุ่งเป็นเส้นตรงอย่างที่ทักษะธันเดอร์รัชอธิบาย
เพียงแต่ว่าการพุ่งในครั้งนี้เขาก้าวเท้าเพียง 2 ครั้งก็สามารถเดินทางได้ไกลถึง 10 เมตร จากเดิมต้องใช้งานมากถึง 3 ก้าว ระยะเวลาในการก้าวเท้ายังเร็วขึ้นกว่าเดิม เพียง 1 วินาทีเท่านั้นเขาสามารถเดินทางไกลได้ถึง 10 เมตร
หลังจากเห็นระยะทางและความเร็วที่ทำได้แล้ว แอ็กเซลจึงให้ความสนใจกับค่าประสบการณ์ด้านหลังตัวเลขเลเวลของสกิล มันยังเพิ่มขึ้นได้อีก ต่อให้เขาจะไม่มีความรู้ในการพัฒนาต่อยอดสกิลนี้ไปแล้วก็ตาม เพียงแต่ว่าค่าประสบการณ์ที่กำลังเพิ่มขึ้นกลับน้อยมาก ดูเหมือนว่าทักษะทุกอย่างที่ถูกเปลี่ยนให้กลายเป็นสกิล เขาจะสามารถเพิ่มเลเวลของมันได้เรื่อยๆ ต่อให้ทักษะนั้นจะมาถึงระดับสูงสุดแล้วก็ตาม ทว่ามันกลับมีข้อจำกัดอยู่ 1 อย่าง สกิลที่มาถึงจุดสูงสุดจะพัฒนาช้าเพราะเขาไม่มีความรู้ในการพัฒนา
“ ให้ตายสิ มันจะให้ฉันวิ่งจนตายเลยหรือยังไง ”
ยาระดับ 2 ที่ใช้ควบคู่การฝึกทักษเคลื่อนไหวเหลืออยู่อีก 1 โดส แอ็กเซลจึงกระดกแล้วออกวิ่งต่อ เขาอยากรู้ว่าการพัฒนาต่อยอดสกิลไปยังระดับที่ไม่มีบันทึกเอาไว้จะต้องใช้เวลามากแค่ไหน ทันทีที่เขาเริ่มวิ่งยาก็เริ่มทำงานส่งผลให้ค่าประสบการณ์ที่ได้รับจากการฝึกเพิ่มเร็วยิ่งขึ้น
“ ดูไอ้หมอนั่นสิ มันคิดสั้นหรือยังไงกันที่ลงไปวิ่งแบบนั้น ”
นักศึกษาระดับ 3 ดาวมองลงมาจากยาน ภายในสนามรบปฐมภูมิกว้างขวางเป็นอย่างมาก แต่ก็มีวิธีในการเดินทางมากมายให้เลือกใช้งาน ฐานแต่ละแห่งมียานอวกาศใช้สำหรับขนส่ง เพียงใช้เงินไม่มากก็สามารถเดินทางไปถึงจุดต่างๆได้ หากไม่ต้องการขึ้นยานสามารถนำยานพาหนะมาขับขี่ได้เช่นเดียวกัน การเดินทางด้วยเท้าจะใช้งานก็ต่อเมื่อต้องเดินทางในระยะสั้นๆ
นักศึกษาบนยานที่เห็นแอ็กเซลกำลังวิ่งผ่านต้นไม้ยืนต้นตายจำนวนมาก พวกเขาล้วนแล้วรู้ว่าแอ็กเซลวิ่งเป็นระยะทางไกล เนื่องจากจุดที่เขาอยู่ไม่ใช่ตำแหน่งที่ยานอวกาศจะลงจอด นอกจากนั้นแล้วทุกคนไม่เห็นยานพาหนะประจำตัววิ่งตามหลังของแอ็กเซล เมื่อมองดูเสื้อผ้าที่ดูสะอาด หลายคนจึงรู้ว่าแอ็กเซลไม่ได้วิ่งหนีมอนสเตอร์หรือกำลังเอาชีวิตรอด เขากำลังเดินทางไกลด้วยการใช้เท้าแทน หนึ่งในนักศึกษาจึงยกโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายวีดีโอเก็บเอาไว้ มันอาจจะเป็นเรื่องตลกขำขันในเว็บบอร์ดของนักศึกษาจากดาวโนวาที่กำลังล่าอยู่ในสนามรบปฐมภูมิ
“ ให้ ให้ตายสิ ทำไมการฝึกร่างกายมันยากขนาดนี้เนี่ย ”
แอ็กเซลทิ้งตัวลงนั่งอีกครั้ง พละกำลังของเขาหมดลงไปแล้วจากการใช้งานทักษะธันเดอร์รัชติดต่อกันเป็นเวลา 1 ชั่วโมงเต็ม เขามาถึงหน้าทางเข้าพื้นที่ระดับ 3 นานแล้ว เพียงแต่ยังไม่เข้าไปเพราะยายังไม่หมดฤทธิ์ เขาจึงพยายามใช้ทักษะธันเดอร์รัชเรื่อยๆเพื่อเพิ่มค่าประสบการณ์จนกว่ายาจะหมดลงไป ผลปรากฎว่า 1 ชั่วโมงที่ผ่านมาเขาสามารถเพิ่มค่าประสบการณ์ได้ 3 % หากเขามียาอีก 33 โดสและมีเวลาวิ่งอีก 33 ชั่วโมงการจะเพิ่มเลเวลไปที่ 3 คงไม่ใช่เรื่องยาก ยากลับหมดลงไปก่อน เวลาในการฝึกจึงเพิ่มสูงขึ้นไป แต่ถึงอย่างนั้นแอ็กเซลคิดว่าไม่เกิน 5 วันเขาน่าจะเพิ่มเลเวลไปถึง 3 ได้
หลังจากพักหายเหนื่อย แอ็กเซลก็เริ่มกวาดตามองป่าตรงหน้า ต้นไม้แต่ละต้นมีความสูงราว 100 เมตรล้วนยืนต้นแห้งตายกลายเป็นต้นไม้สีน้ำตาลเข้ม พื้นดินด้านล่างเป็นสีดำเข้มราวกับว่ามีหมึกหกลงไป
ขณะที่กำลังมองสำรวจรอบๆเพื่อดูภูมิประเทศว่าเป็นอย่างไร แอ็กเซลก็พบว่าห่างออกไปราว 1 กิโลเมตรมียานอวกาศลำใหญ่กำลังร่อนลงจอด ถ้าหากเขาไม่วิ่งคงอยู่บนยานลำเมื่อครู่ อย่างไรก็ตามผลที่ออกมาจากการวิ่งกลับดีไม่น้อย เขาสามารถเอาชีวิตรอดในป่าที่เต็มไปด้วยมอนสเตอร์ระดับ 3 ได้ดีมากยิ่งขึ้นกว่าเดิมจากสกิลที่พัฒนา
มู่มู่
กระบองเพชรทั้ง 2 กลิ้งออกมาจากอากาศอันว่างเปล่า ทันทีที่มันมองเห็นป่าสีดำตรงหน้าต่างพากันมองด้วยความสงสัย แอ็กเซลพาพวกมันมาล่าสถานที่ใหม่ที่ไม่คุ้นเคย ทันใดนั้นสิ่งมีชีวิตเหมือนมนุษย์ขนาดเท่าฝ่ามือก็บินออกมาจากอากาศว่างเปล่า เมื่อเห็นป่าสีดำดูน่ากลัวมันจึงรีบบินเข้ามาเกาะผมผู้เป็นนายแล้วใช้เส้นผมบดบังร่างเอาไว้
“ แตกหน่อ ”
ร่างของพิกซี่แยกออกเป็น 2 เมื่อมันมองเห็นสิ่งที่มีรูปร่างเหมือนกันจึงใช้มือจิ้มอีกฝ่ายด้วยความสงสัย พิกซี่ทั้ง 2 ที่จิ้มหน้ากันพบว่าเป็นเผ่าพันธุ์เดียวกัน ต่างฝ่ายต่างยิ้มก่อนจะเปลี่ยนสีหน้าเป็นหวาดกลัวเมื่อนึกได้ว่าข้างหน้ามีป่าสีดำรออยู่
แอ็กเซลเรียกดาบเซนทอร์ออกมาถือในมือ จากนั้นเขาก็เริ่มสั่งการเจ้าตัวน้อยทั้ง 4 หน้าที่ของพวกมันคือโจมตีสิ่งที่ปรากฎตัว กระบองเพชรให้ใช้การโจมตีระยะไกลห้ามเข้าไปใกล้เด็ดขาด พิกซี่ก็เช่นกัน พวกเธอจะต้องใช้สกิลลมหายใจเย็นยะเยือกในการโจมตี โดยแอ็กเซลได้เพิ่มวงเวทธาตุเสริมให้กับทั้งสองแล้ว เพื่อทำให้สกิลลมหายใจเย็นยะเยือกรุนแรงขึ้นไปอีก เขาไม่ได้ใช้วงเวทไฟและสายฟ้า นั่นก็เพราะว่ามันขัดกับธาตุรองของเธอที่เป็นน้ำแข็ง แอ็กเซลจึงเสริมธาตุลมเพื่อทำให้สกิลพัดรุนแรงขึ้น
สองเท้าก้าวเข้าไปในป่าอย่างระมัดระวัง ในระหว่างนี้เจ้าตัวน้อยทั้ง 4 ก็เริ่มช่วยกันมองหาศัตรูภายในป่า สิ่งมีชีวิตที่แอ็กเซลสามารถพบเจอได้ในที่แห่งนี้คือ ไซส์มิกไบซัน โครงร่างของมันคล้ายกับกระทิงตัวใหญ่ ผิวหนังของมันหุ้มด้วยทราย มันสามารถปลดปล่อยแรงสั่นสะเทือนผ่านเท้าลงไปยังพื้นได้จนราวกับว่ามีแผ่นดินไหวเกิดขึ้น
สิ่งที่น่ากลัวไม่ใช่การสร้างแรงสั่นสะเทือนแต่เป็นการพุ่งชนของมัน แรงที่ส่งผ่านเขาทั้ง 2 ข้างสามารถบดขยี้รถถังให้แหลกเละได้ ถึงมันจะมีความแข็งแกร่งกลับมีจุดอ่อนร้ายแรง ไซส์มิกไบซันไม่สามารถโจมตีด้านข้างได้ หากแชมเปี้ยนต้องการสังหารจะต้องวิ่งเข้าไปอยู่ด้านข้างของมัน เพียงแต่ว่าสิ่งนี้สามารถหมุนตัวได้เร็ว คนที่จะสู้ได้จึงต้องมีความเร็วยิ่งกว่า
แต่การเผชิญหน้ากับไซส์มิกไบซันส่วนมาก นักศึกษาไม่ได้เผชิญหน้ากับมันคนเดียวเพียงลำพัง ในทีมคนที่เดินทางมาล่าจะมีอาชีพที่ใช้ดึงดูดความสนใจมันแล้วให้อาชีพอื่นๆโจมตีด้านข้าง
การที่แอ็กเซลเลือกเดินทางมาล่าที่นี่ มีสาเหตุอีกอย่าง มอนสเตอร์ธาตุไม้ตัวใหม่และเป็นถึงระดับ 3 อาศัยอยู่ภายในป่าแห่งนี้ ถึงแม้ว่ามันจะหายากก็ตามที หากเขาพบเจอมันอีก 5 ตัวสามารถเลื่อนระดับเลเวลของสกิลแตกหน่อให้เป็นเลเวล 2 ได้
ตึง!
เสียงกระแทกดังมาแต่ไกล เจ้าตัวน้อยทั้ง 4 จึงชี้นิ้วไปยังทิศทางที่พวกมันได้ยินเสียง แอ็กเซลจึงค่อยๆเดินย่องไปยังตำแหน่งนั้นพบเข้ากับนักศึกษากลุ่มหนึ่งจากต่างสถาบันกำลังต่อสู้กับไซส์มิกไบซัน
ชายที่ถือโล่จำนวน 2 คนเลือกยืนอยู่ด้านหน้ามัน พวกเขามีหน้าที่สลับกันดึงดูดความสนใจด้วยการใช้สกิลกระแทกแล้วใช้โล่รับการโจมตีมันเอาไว้ จากนั้นก็ให้คนอื่นๆโจมตีด้านข้าง จากวิธีที่ลงมือตรงตามตำราที่แอ็กเซลเห็นผ่านตามาบ้าง ซึ่งมันให้ผลดีเพราะใช้เวลาไม่กี่นาทีก็สามารถสังหารไซส์มิกไบซันลงได้
การโจมตีของไซส์มิกไบซันที่แอ็กเซลเห็นนั้นไม่มีอะไรมาก มันจะปล่อยพลังงานคอสมิกไปที่เท้าเพื่อเขย่าพื้นให้ศัตรูทรงตัวได้ยากแล้วพุ่งชน เมื่อเห็นว่าเขาไม่น่าจะเสียท่าให้กับมอนสเตอร์ตัวนี้แอ็กเซลจึงปลีกตัวออกไปให้ห่างจากนักศึกษาทั้ง 10 คน เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการแย่งมอนสเตอร์
จนกระทั่งแอ็กเซลเดินลึกเข้ามาในป่าได้ราว 5 นาที ด้านหน้าของเขาก็มีไซส์มิกไบซันตัวใหญ่สูง 3 เมตรกำลังใช้เท้าเตะพื้นดินสีดำเพื่อนำรากไม้ขึ้นมากัดแทะ
“ เอาล่ะ โจมตีแล้วพวกแกก็รีบหาที่หลบ ”
เจ้าตัวน้อยทั้ง 4 พยักหน้า พิกซี่รู้สึกหวาดกลัวมากเพราะมันเป็นเพียงระดับ 1 กระบองเพชรกลับแสดงท่าทางต่างออกไป ถึงพวกมันจะหวาดกลัวแต่กลับอยากเข้าไปต่อยหน้าไซส์มิกไบซัน แอ็กเซลจึงบอกให้พวกมันทั้งสองพาพิกซี่ไปด้วยก่อนจะเห็นมอนสเตอร์ในพันธะทั้ง 4 ขี่คอกันมุ่งหน้าเข้าไปใกล้ๆมอนสเตอร์
“ โจมตี ”
คำสั่งส่งออกมาจากแอ็กเซล กระบองเพชรทั้ง 2 รีบยิงสายฟ้าและเปลวไฟออกจากมือ พิกซี่ถึงจะกลัวพวกเธอกลับอ้าปากพ่นลมหายใจเย็นยะเยือกโจมตีเช่นกัน ถึงแม้จะไม่สามารถสร้างความเสียหายให้กับไซส์มิกไบซัน เพียงแค่นี้กลับเป็นการสร้างการมีส่วนร่วมได้แล้ว
มู่มู่
ขาสั้นๆรีบวิ่งกลับมาหาเจ้านายโดยมีพิกซี่เกาะอยู่ด้านหลังคอยใช้ปีกตีอากาศเพื่อเพิ่มความเร็วให้กระบองเพชร หลังจากที่วิ่งมาหลบด้านหลังแอ็กเซล พวกมันก็รีบแยกย้ายกันหลบด้านหลังต้นไม้อีกทีหนึ่งเพราะผู้เป็นเจ้านายเปิดใช้งานสกิลวิ่งเข้าหามอนสเตอร์แล้ว
“ ลูนาร์แฟลช ”
พลังงานคอสมิกไหลออกจากคอร์ไดฟ์เข้าไปเคลือบเอาไว้บนตัวดาบ ตามด้วยการใช้สกิลธันเดอร์รัชพุ่งลดระยะห่างเข้าไปหาไซส์มิกไบซันด้วยความรวดเร็ว อีกฝ่ายที่เห็นศัตรูวิ่งเข้ามาใกล้มันจึงกระทืบเท้าทั้ง 4 สั่นสะเทือนพื้นดินเพื่อขัดขวางการวิ่งของเป้าหมาย แอ็กเซลกลับไม่สนใจพื้นสะเทือนเพราะสกิลของเขาสามารถวิ่งไปด้านหน้าได้ต่อให้จะมีแรงสั่นก็ตาม
ทันทีที่เขาพุ่งเป็นเส้นตรงมาถึงด้านหน้าของมัน แอ็กเซลเลือกที่จะธันเดอร์รัชอีกครั้งเพื่อพุ่งเฉียงออกไปด้านข้าง ไซส์มิกไบซันพบว่าศัตรูไม่ได้คิดจะฟันส่วนใบหน้าของมันจึงพยายามหมุนตัวไล่ตามไป เพียงแต่ว่าการเคลื่อนไหวของแอ็กเซลกลับเร็วเกินไป เมื่อเขาพุ่งเฉียงมาด้านข้างก็ได้เปิดใช้งานสกิลฟันหน้าตรงและลูนาร์แฟลชพร้อมๆกัน ส่งผลให้ดาบของเขาฟันลงไปยังกลางลำตัวของไซส์มิกไบซันทิ้งรอยแผลขนาดใหญ่เอาไว้ มันกลับไม่ตาย แรงฟันของเขายังไม่มากพอจะสังหารระดับ 3 แอ็กเซลจึงใช้สกิลสลิงเกอร์ยิงเข้าใส่ต้นไม้ที่อยู่อีกฝั่งก่อนจะดึงร่างของตนเองลอยข้ามร่างมอนสเตอร์จากนั้นก็เริ่มวิ่งหามุมโจมตีอีกครั้งหนึ่ง.