เลี่ยงจินรู้สึกว่าเฟยฮุ่ยนั้น นางเก่งกาจเกินไป จริงอยู่ที่ในวันนี้นางเป็นผู้คุ้มกันให้กับเขา แต่ถ้าวันข้างหน้านางแปรพักตร์ ไปอยู่ฝ่ายตรงข้าม ใครจะหยุดนางได้ อีกประการนางก็ทำงานเพื่อสินจ้างรางวัล หากมีผู้ใดว่าจ้างนางคงต้องรับทำงานให้...ยิ่งคิดเรื่องนี้เลี่ยงจินให้รู้สึกเป็นกังวลอย่างยิ่ง
"ท่านอาเลี่ยงครุ่นคิดสิ่งใดอยู่ สีหน้านั้นดูวิตกหนัก" เฟยฮุ่ยสอบถามเลี่ยงจินเมื่อเห็นสีหน้าที่ดูไม่ดีนัก
"ป่ะ ปะ เปล่า ไม่มีสิ่งใดมากไปหรอก ข้าแค่กังวลพวกที่ติดตามเรามา"
"ข้ารับมือได้ เหตุล่าช้าเกิดจากข้าเอง ข้าต้องรับผิดชอบ หากพวกมันตามมาทัน ข้าจะให้ศิษย์สำนักเฟยหลงพาท่านล่วงหน้าไปก่อน ข้าจะถ่วงเวลาพวกมันไว้ ขอท่านจงอย่าได้กังวล" เฟยฮุ่ยแจ้งให้เลี่ยงจินนั้นเบาใจ
"ว่าแต่พวกของเจ้านั้นจะยอมหรือ เห็นรักใคร่กลมเกลียว จะทิ้งเจ้าไปได้หรือ?" เลี่ยงจินทักท้วง
"ข้าจะใช้คำสั่งในฐานะสำนัก...ทุกคนต้องฟังข้า..." เฟยฮุ่ยรู้ดีว่าหากเป็นคำสั่ง ทุกคนไม่เคยขัดขืนกฎเหล็กนี้
"ว่าแต่...เจ้ากับพวกไม่สนใจรับใช้ราชสำนัก หรือว่า...สนใจที่จะเป็นองครักษ์บางหรือ" เลี่ยงจินลองหยั่งเชิงดู
"ฮ่าๆ ข้ามิได้มีเส้นสายใหญ่โต จะไปรู้จักใครจนได้รับใช้ราชสำนักกันล่ะท่านอาเลี่ยงจิน ยิ่งองครักษ์นี่แล้วใหญ่เลยค่ะท่านอาเลี่ยง..." เฟยฮุ่ยมองว่าเป็นเรื่องไกลตัวนางเกินไป ด้วยเหตุผลที่นางแจ้งแก่เลี่ยงจิน
"หึหึ มันก็ไม่แน่นะ..." เลี่ยงจินหัวเราะราวกับว่ามันอาจจะเป็นไปได้จริงๆ
ทุกอย่างดูเหมือนจะราบรื่น แต่แล้วเมื่อระยะทางอีกไม่ถึงหนึ่งร้อยลี้ก็จะเข้าสู่ประตูทิศตะวันออกของเมืองหลวง
สิ่งที่เลี่ยงจินคิดไว้ และได้ถกเถียงกับเฟยฮุ่ยมาตั้งแต่แรกก็เป็นความจริง เมื่อจิวซินซึ่งคุมท้ายขบวนให้สัญญาณแจ้งแก่ทุกคนว่า กองกำลังของเฉินลู่ซีตามมาใกล้จะทันแล้ว
"มันมาทันจริงๆ แล้วสินะ ว่าแต่เจ้าจะใช้วิธีตามที่เจ้าพูดจริงๆ หรือ แม่นางเฟย" เลี่ยงจินหันมาถามกับเฟยฮุ่ย
"ข้าพูดจริงสิ ท่านไปต่อได้เลย!" เฟยฮุ่ยตอบเลี่ยงจินเสร็จ จึงห้นมาแจ้งแก่หนิงเฟิ่ง
"พี่หนิงเฟิ่ง ครั้งนี้ข้าขอสั่งในฐานะเจ้าสำนัก ให้ท่านพาทุกคนเร่งเดินทางเข้าเมืองหลวงต่อไป ห้ามกลับมาโดยเด็ดขาด และหากข้าเป็นอะไรไป ให้ท่านรักษาการเจ้าสำนักแทนข้าไปจนกว่าพวกเราจะเดินทางกลับถึงสำนักเฟยหลง ห้ามทุกคนขัดคำสั่งข้า" เฟยฮุ่ยสั่งเด็ดขาด และมั่นใจว่าฝากสิบสองชีวิตศิษย์สำนักเฟยหลงไว้กับหนิงเฟิ่งได้
"ได้ ข้าจะทำตามที่เจ้าสั่งน้องฮุ่ย" หนิงเฟิ่งต้องยอมรับแต่โดยดีเมื่อเป็นคำสั่งเจ้าสำนัก
เลี่ยงจินเห็นน้ำใจหาญกล้าของเฟยฮุ่ยแล้ว ให้รู้สึกชื่นชมเป็นยิ่งนัก
"ข้าขอแนะนำอะไรเจ้าอย่างหนึ่ง ไปข้างหน้าอีกประมาณสองลี้จะมีสะพานข้ามคลอง เป็นชัยภูมิที่เหมาะแก่การรับมือ ข้าศึกศัตรูที่มีจำนวนมากกว่า เจ้าไปตั้งรับที่นั่น จะช่วยให้ได้เปรียบมากขึ้น" เลี่ยงจินเห็นว่าควรเปลี่ยนสถานที่ตั้งรับ จะมีประโยชน์กว่าสู้ในพื้นราบกว้างตรงนี้
"ถ้าเช่นนั้นรีบไปกันเถิด" เฟยฮุ่ยเห็นดีด้วย
ลำคลองใหญ่ที่มิได้เกิดตามธรรมชาติ หากแต่เกิดจากการใช้แรงงานคนนับแสนในการขุดเพื่อดึงน้ำจากแม่น้ำทางเหนือมาเพื่อใช้ในการคมนาคมขนส่งและการเกษตร ขวางกั้นเส้นทางเข้าสู่ประตูเมือง โดยมีสะพานขนาดสี่ช่องในการข้ามและสัญจรไปมา
"เจ้าแน่ใจนะ ว่าจะยันพวกมันไว้แต่ลำพังเพียงเจ้าคนเดียว" เลี่ยงจินถามย้ำให้แน่ใจขณะกำลังจะข้ามสะพาน
"ข้าแน่ใจ...พวกท่านเร่งไปเถิด..." เฟยฮุ่ยยืนยัน
"ข้านับถือน้ำใจเจ้านัก หากเจ้าต้านพวกมันไว้ได้สักหนึ่งชั่วยาม ข้าจะนำกำลังของข้ากลับมาช่วยเจ้า"เลี่ยงจินให้คำมั่น
"ขอบใจท่านอาเลี่ยง แต่หากว่าท่านปลอดภัยดีแล้ว...ท่านแค่รับปากข้าว่าจะช่วยเหลือพี่น้องของข้าเดินทางกลับเมืองเหยียนเป่าอย่างปลอดภัยก็พอ"เฟยฮุ่ยไม่คาดหวังว่าจะได้กลับพร้อมพวกเขาอีกแล้ว
เลี่ยงจินมองแม่นางน้อยแซ่เฟย ที่อยู่ตรงหน้า ด้วยความรู้สึกเสียดาย นางไม่ห่วงชีวิตตัวเองเลย ทำให้เขาตัดสินใจบอกนางในสิ่งที่ตนเองปกปิดมาตลอดให้นางรับรู้...
"ข้ารับปากว่า หากข้าปลอดภัย พี่น้องเจ้าทุกคนจะต้องปลอดภัยกลับไปทุกคน" เลี่ยงจินรับปาก เฟยฮุ่ยจึงยิ้มให้เขาด้วยคลายกังวล
"และข้ามีเรื่องที่จะบอกในสิ่งที่ข้าปกปิดมานาน..." เลี่ยงจินจึงได้เปิดเผยใบหน้าที่แท้จริง ซึ่งเป็นเพียงชายหนุ่มวัยยี่สิบกว่าปีเท่านั้นเอง ทำให้เฟยฮุ่ยและทุกคนต่างตกตะลึงในสิ่งที่ได้เห็น
"ท่านอายุมากกว่าข้าไม่ถึงสิบปีแน่ ท่านหลอกให้ข้าเรียกว่าท่านอาอยู่ได้! ท่านทำเช่นนี้ทำไม"เฟยฮุ่ยเอามือลูบหน้าตาของเลี่ยงจินเพราะเกรงจะเป็นของปลอมอีก
"ฮ่าๆ นี่แหล่ะ ใบหน้าข้าที่แท้จริง ส่วนเลี่ยงจินนั้นเป็นชื่อปลอมที่ข้าใช้ ส่วนพวกที่ตามล่าข้ากับพวกเจ้านั้นเป็นลูกน้องของ หวงไท่จื่อ ซึ่งก็คือพี่ชายของข้าเอง"
"หา!..หวงไท่จื่อ คือองค์ชายรัชทายาท ท่านเป็นน้องชาย ถ้าเช่นนั้นท่านก็คือองค์ชายนะสิ! ท่านคือองค์ชายงั้นหรือ?" หนิงเฟิ่งถามด้วยความตื่นตระหนก
"ใช่! ข้าคือองค์ชายรอง ที่ข้าปกปิดฐานะเพราะเกรงว่า หากมีผู้รู้ฐานะของข้าแล้ว การเดินทางก็จะมีอันตรายมากยิ่งขึ้น" เลี่ยงจินที่ตอนนี้กลับกลายเป็นองค์ชายรองแห่งองค์จักรพรรดิ แจ้งความจริงแก่ทุกคน
"ว่าแต่ข้าจะรู้ได้อย่างไรเล่าว่า ท่านกำลังพูดเรื่องจริง..." เฟยฮุ่ยถามด้วยสับสนว่าเรื่องใดที่ควรจะเป็นเรื่องจริงกันแน่
