(จบแล้ว)ระบบร้านอาหารสามเวลาต่างโลก พระเอกเก่ง+เน้นอาหารไทย

ตอนที่ 218 ยุ่มย่าม

ตอนที่ 218 ยุ่มย่าม



‘ยุ่มย่าม?!’


เมื่อได้ยินถึงคำนี้ นักบวชอังเดรย์ ก็พลันหันขวับ จ้องมาที่ท่านบารอน ด้วยความโกรธแทบจะในทันที


“เจ้าเป็นใครกัน ถึงกล้ามาบอกว่าข้านั้นยุ่มย่ามเรื่องของหมู่บ้าน...ไม่รู้หรือไงว่า ข้าคนนี้เป็นถึงหัวหน้านักบวชประจำหมู่บ้านดาราฉาย ที่ทางศาสนจักร มีเมตตาส่งข้ามาคอยดูแลชาวบ้าน เพราะฉะนั้นไสหัวไปให้พ้น ถ้าไม่อยากถูกลงโทษ!” นักบวชแห่งแสง จ้องมองท่านบารอนด้วยดวงตาที่แทบจะถลึงออกมาจากเบ้า


ด้วยรูปลักษณ์ที่แต่งกายสบายๆ คล้ายกับชาวบ้านทั่วๆ ไปของท่านบารอน ทำให้พ่อของเมย่าในตอนนี้ แทบจะไม่หลงเหลือสง่าราศีของขุนนางเลยอยู่แล้ว

จะมีก็แต่เพียงเข็มกลัดสีทองแดง ที่เป็นสัญลักษณ์ประจำตัวเพื่อบ่งบอกถึงยศศักดิ์ ได้กลัดไว้ที่ปกเสื้อก็เท่านั้น


“ข้ารู้ว่าท่านเป็นใครท่านนักบวช แต่ท่านต่างหากที่ไม่รู้ว่าข้านั้นเป็นใคร...เอาเป็นว่า ข้าเป็นขุนนาง ยศศักดิ์บารอน ที่พระราชาโจเซฟ เดอ ลูน่า กษัตริย์แห่งอาณาจักรลูนาเทียเป็นคนแต่งตั้งมาให้ดูแลกิจการบ้านเมือง เท่านี้เพียงพอให้ข้าอยู่ตรงนี้ได้หรือยัง” คำพูดของท่านบารอน ได้กลบฝังคำพูดของนักบวชอังเดรย์จนจมดิน


คำพูดในก่อนหน้านี้ของนักบวชอังเดรย์ ได้ถูกหักล้าง จนไม่เหลือชิ้นดี

ท่านถูกแต่งตั้งจากศาสนจักรแห่งแสง งั้นข้าก็คือคนที่ถูกแต่งตั้งโดยองค์พระราชา

ท่านมาเพื่อดูชาวบ้าน งั้นข้าก็คือคนที่เข้ามาดูแลบ้านเมือง...เท่านี้ก็มากพอที่จะทำให้ นักบวชอังเดรย์ ผงะถอยหลังไปได้แล้ว


“เป็นท่านบารอนจริงๆ ด้วย ข้าน้อยในฐานะหัวหน้าหมู่บ้านดาราฉาย ขออภัยที่ไม่ได้มาต้อนรับ” พ่อของแมท ก้มหัวให้กับท่านบารอนเพื่อทำความเคารพ ซึ่งอีกฝ่ายก็พลันดึงข้อศอกดึงพ่อของแมทเอาไว้ เพื่อไม่ต้องทำความเคารพให้มากพิธี


“ข้าและขุนนางในเมืองหลวง มาที่นี้ก็เพื่อพักผ่อนกันเท่านั้น ไม่ได้มาด้วยกิจการงานบ้านงานเมืองของอาณาจักร ฉะนั้นท่านหัวหน้าหมู่บ้านไม่จำเป็นต้องทำความเคารพข้าหรอก…เพียงแต่ที่ข้าจำเป็นต้องเข้ามายุ่งกับเรื่องนี้ ก็เพราะมีคนมายุ่งเรื่องงานเมืองของอาณาจักรลูนาเทีย ทั้งที่ไม่ใช่หน้าที่ของตัวเองต่างหากล่ะ?!” ท่านบารอน เจาะจงไปที่นักบวชอังเดรย์โดยตรง


ท่านบารอนยืนประจันหน้ากับนักบวชแห่งแสง โดยไม่หวั่นเกรงต่อคนของศาสนจักรแห่งแสง


มิหนำซ้ำทันทีที่ท่านบารอนสอดมือเข้ามายุ่งกับเรื่องนี้ ทางด้านขุนนางและผู้ติดตามของท่านบารอนที่เดินทางมาพักผ่อนด้วยกัน อีกนับสิบคน ที่กำลังโขกหมากฮอสกันอย่างเพลิดเพลิน ก็ได้วางหมอก ออกมาสมทบช่วยจับกุม กลุ่มที่ก่อเรื่อง เอาไว้อีกด้วย


“ท่านบารอนเข้าใจผิดไปใหญ่แล้ว ข้าเนี่ยนะ จะไปยุ่งกับงานบ้านงานเมืองของพวกท่าน…ข้าก็แค่เสนอความคิดเห็นในมุมของข้าก็เท่านั้น” นักบวชอังเดรย์ไม่กล้าวางก้ามเหมือนกับตอนแรกอีกต่อไป


เนื่องด้วยในตอนนี้มีทั้งท่านบารอนและขุนนางของอาณาจักรอีกนับสิบ กำลังจ้องมองมาที่มันเป็นตาเดียวแบบนี้


เกรงว่า คงเป็นการแกว่งเท้าหาเสี้ยนเสียเปล่า...ดีไม่ดี มันอาจจะถูกลงโทษจากทางศาสนจักรแห่งแสง โทษฐานก่อเรื่องวุ่นวายในเขตเมืองดาราฉายอีกด้วยและนั้นอาจส่งผลกระทบกับการเลื่อนตำแหน่งของมัน ที่อีกไม่นาน มันก็จะได้ย้ายเข้าไปประจำการในเมืองดาราฉาย

ไม่ต้องทนอยู่กับหมู่บ้านไกลปืนเที่ยงเช่นนี้อีกต่อไป


“อย่างนั้นหรอกเหรอ สงสัยข้าจะเข้าใจผิดไปเองที่คิดว่านักบวชอย่างพวกท่าน กำลังยุ่มย่ามเรื่องของอาณาจักรลูนาเทีย” น้ำเสียงของท่านบารอนดูเหมือนจะอ่อนข้อให้กับนักบวชอังเดรย์ลงไปบ้างแล้ว...แต่จริงๆ แล้วเปล่าเลย ท่านบารอนก็แค่ไม่อยากโต้เถียงเรื่องที่ทางศาสนจักรแห่งแสง เข้ามาก้าวก่ายกิจการงานเมืองอาณาจักรลูนาเทีย ที่เป็นเรื่องที่กำลัง มีประเด็นกันอยู่ต่างหาก


ทางอาณาจักรลูนาเทียนั้นได้รับการแจ้งจากเจ้าหน้าที่และขุนนางตามเขตเมืองต่างๆ ถึงเรื่องของศาสนจักรแห่งแสงที่เข้ามาแทรกแซงการทำงานอยู่บ่อยๆ


อีกทั้งยังมีตัวอย่างให้เห็น อย่างเช่น อาณาจักรพันธมิตรแดนเหนือที่กำลังประสบปัญหาในเรื่องนี้อย่างหนักให้เห็นกันอยู่ทนโท่

ดังนั้นด้วยความที่ท่านบารอนเป็นเพียงแค่ขุนนางชั้นผู้น้อย การไปตีน้ำให้ขุ่น อาจส่งผลกระทบกับภาพรวมที่เบื้องบนกำลังหาทางแก้ไขปัญหานี้กันอยู่ก็เป็นได้...ฉะนั้นแค่พูดให้อีกฝ่ายรู้สึกตัว ก็ถือว่าเป็นการตอบโต้ที่เหมาะสมที่สุดแล้ว


อย่างไรก็ตาม ถึงจะพักเรื่อง ที่ศาสนจักรแห่งแสงพยายามจะแทรกแซงการปกครองของอาณาจักรลูนาเทียเอาไว้แล้ว แต่ทางด้านของท่านบารอนก็ยังมีเรื่องที่ต้องสะสางกับนักบวชอังเดรย์ให้รู้เรื่อง นั้นก็คือ มุมมองของนักบวชผู้นี้ เกี่ยวกับร้านอาหารสามเวลาแห่งนี้มันช่างตื้นเขิน กว่าตนเองที่มาจากเมืองหลวงเสียอีก


“ท่านนักบวช ท่านบอกว่า ผลปีศาจสีแดง (พริก) รับประทานไม่ได้ ใช่หรือไม่”

“ใช่ มันกินไม่ได้ ใครๆ ต่างก็รู้ว่าผลปีศาจ หากกินเข้าไปแล้วจะเกิดอาการแสบร้อนไปทั่วทั้งปาก ทรมานแสนสาหัส ฉะนั้นแล้วร้านอาหารที่จงใจใส่ผลปีศาจลงไปในอาหารให้กับลูกค้ากิน...มันจะไม่ผิดได้อย่างไร”

นักบวชแห่งแสงยืนกรานเสียงแข็ง โดยมีกลุ่มลูกค้าที่เป็นผู้ก่อเรื่อง คอยช่วยพูดเสริมอยู่เรื่อยๆ


‘ใช่ ท่านนักบวชกล่าวได้ถูกต้อง’ ‘พวกเราถูกกลั่นแกล้ง’


ฮ่าฮ่า~! กินไม่ได้อย่างนั้นเหรอ...น่าขำชะมัด งั้นที่พวกข้ากินอยู่นี้มันคืออะไร


คราวนี้เป็นเสียงของลูกค้าขาประจำภายในร้าน ที่ต่างหัวเราะกันระงม มิหนำซ้ำบางคนยังหยิบเอาพริกสดๆ กัดเข้าปากเพื่อกินคู่กับหมูปิ้ง โชว์ให้ดูกันสดๆ อีกด้วย


“ท่านนักบวช ก่อนที่ท่านจะมาพูดนู้นนี้ เสนอมุมมองอันคับแคบของท่าน เคยสักครั้งไหม ที่ท่านได้มากินอาหารที่ร้านอาหารแห่งนี้? ข้าคิดว่าท่านคงจะไม่เคยเลยใช่ไหม” ท่านบารอนเองก็ได้ตักกะเพราในจานที่มีพริกสับ ปะป่นให้เห็น...รับประทานให้กับนักบวชแห่งแสง ให้เห็นกันจะๆ ไปเลย

“พวกท่านบ้าไปแล้วหรือไง...หากทรมานขึ้นมา ข้าจะไม่รักษาให้กับพวกท่านอย่างแน่นอน” นักบวชอังเดรย์ก็อึ้งไปเหมือนกัน ที่เห็นลูกค้าภายในร้านและท่านบารอน บ้าคลั่ง ถึงขนาดกินผลปีศาจให้ตัวเองดู


อย่างไรก็ตาม แม้จะผ่านไปสักระยะหนึ่ง ทุกคนกลับไม่มีอาการทรมานอันเกิดจากผลปีศาจแสดงออกมาเลย


พวกเขายังคงพูดคุยได้ตามปกติ แม้ริมฝีปากจะแดงระเรื่ออยู่บ้าง แต่ก็ไม่มีใครที่อดรนทนไม่ไหว ร้องโอดโอยให้มันรักษาเลยสักคนเดียว


“พวกข้าไม่ได้บ้าและไม่จำเป็นให้ท่านต้องรักษา เพราะพวกข้านั้นชินกันรสชาตินี้นานแล้ว” หนึ่งในลูกค้าขาประจำได้ตอบกลับนักบวชอังเดรย์ ที่พยายามเดินถอยหนี ปากพร่ำบ่นว่า ลูกค้ากลุ่มนี้เป็นพวกแปลกประหลาดและบ้ากันไปใหญ่แล้ว


“พวกเขาไม่ได้บ้า ท่านเองก็ทำแบบพวกเขาได้เหมือนกัน หากมากินอาหารที่ร้านแห่งนี้บ่อยๆ ผลปีศาจก็ทำอะไรร่างกายของท่านไม่ได้ หรือถ้าไม่ไหวจริงๆ มีอาการทรมานจนทนไม่ไหวก็แค่กินน้ำตามลงไป ความทรมานก็จะค่อยๆ ดีขึ้นเอง ซึ่งความทรมานนี้พวกเราเรียกกันว่า ความเผ็ด” ท่านบารอนที่พึ่งจะเคยกินเผ็ดได้ไม่นาน ได้พยายามที่จะอธิบายโดยมีหัวหน้าหมู่บ้าน ยืนพยักหน้าอยู่ข้างๆ


“ท่านนักบวชลองสักหน่อยไหมครับ อาหารของร้านนี้ อร่อยกว่าร้านอาหารในหมู่บ้านเป็นไหนๆ”

“ข้าขอปฏิเสธ ที่ข้ามาที่นี้ก็เพื่อจะไต่ถามถึง ร่องรอยของพลังแห่งแสงว่ามีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ กับพวกเขาหรือไม่ก็เท่านั้น หากได้ความเรียบร้อยแล้ว ข้าก็จะกลับ เชิญพวกท่านจัดการกับงานของท่านต่อไปเถอะ” นักบวชอังเดรย์ยอมแพ้ที่จะปกป้องกลุ่มที่ก่อเรื่องอีกแล้ว


ซึ่งเห็นๆ กันอยู่ว่า ลูกค้าในร้านนี้ ต่างก็กินอาหารที่มีผลปีศาจป่นเปื้อนได้โดยที่ไม่มีอาการใดๆ


หัวหน้านักบวชประจำหมู่บ้านผู้นี้ก็ไม่กล้าที่จะต่อล้อต่อเถียงอะไรด้วยอีกแล้ว มันพาตัวเองออกไปยืนอยู่ด้านหลังอย่างเงียบเชียบ นั่งมองหัวหน้าหมู่บ้าน ควบคุมตัวกลุ่มผู้ที่ก่อเรื่องไปยังรถม้า ที่ท่านบารอนและขุนนางให้หยิบยืมของตัวเองในการควบคุมตัวผู้ก่อเหตุ


ก่อนที่ไม่นานนัก หัวหน้าหมู่บ้านหรือพ่อของแมท จะกลับเข้ามาภายในร้านเพื่อเป็นธุระให้กับนักบวชอังเดรย์ ที่อยากจะพูดคุยกับไลท์ ในเรื่องของเมื่อเช้าที่พวกเขาได้ถูกกลุ่มของร็อคหาเรื่อง


“พอดีว่า นักบวชอังเดรย์อยากจะไต่ถามอะไรบางอย่างจากท่านไลท์สักหน่อย...ถ้าท่านไลท์ไม่สะดวกหรือยังไม่พอใจกับเรื่องเมื่อครู่นี้ ข้าจะช่วยพูดให้กับท่านเอง” พ่อของแมทเองก็ดูจะยังไม่พอกับเรื่องสิ่งที่นักบวชอังเดรย์ทำไปเหมือนกัน

แต่ด้วยหน้าที่การงาน จะเอาไปปะป่นกับเรื่องส่วนตัวไม่ได้ พ่อของแมทจึงต้องมาเป็นคนกลางพูดคุยธุระให้กับ นักบวชอังเดรย์ตามเดิม

“นักบวชแห่งแสงมีเรื่องอยากจะคุยกับผมเหรอครับ? ถ้าแบบนั้นก็เชิญเขาเข้ามาคุยได้เลยครับ”

ไลท์เองก็เป็นคนที่แยกเรื่องส่วนตัวกับเรื่องงานได้เหมือนกัน พอรู้ว่านักบวชแห่งแสงมีเรื่องจะพูดคุยกับตนเอง เขาก็เดินตามหัวหน้าหมู่บ้านไปหานักบวชแห่งแสงในทันที


“แมทรบกวนเสิร์ฟน้ำให้กับแขกด้วย” ในระหว่างที่ไลท์กำลังเดินไปหาอีกฝ่าย เขาก็ตบไหล่ของแมทที่กำลังมองด้วยสีหน้าที่ไม่พอใจต่อนักบวชแห่งแสง เพื่อให้แมทรู้จักเรียนรู้การให้บริการ แม้จะไม่พอใจลูกค้าคนๆ นั้นก็ตาม


แมทเอายกน้ำเปล่าและน้ำส้มอย่างละแก้วมาเสิร์ฟให้กับนักบวชแห่งแสงตามคำสั่งของไลท์


ก่อนที่หัวข้อสนทนาระหว่าง นักบวชอังเดรย์และไลท์ จะเริ่มต้นขึ้นด้วยความเคร่งเครียด


“พวกเจ้ามีส่วนรู้เห็นหรือได้ไปคบค้ากับนักบวชเถื่อน ที่ถูกขับไล่ออกจากศาสนจักรแห่งแสงมาก่อนหรือไม่?” “ไม่ครับ ไม่เคย” ไลท์ตอบกลับ ด้วยน้ำเสียงปกติ

แน่นอนว่าทางด้านของหัวหน้านักบวชดูจะยังไม่ปักใจเชื่อในคำพูดของไลท์ มันได้แอบปลดปล่อยพลังแห่งแสงเพื่อใช้ตรวจสอบถึงพลังเวทในตัวของไลท์


แต่ก็พบว่า ‘ไม่มีพลังเวท?!’ ตัวของไลท์นั้นไม่มีพลังเวท หรือว่าชายคนนี้คือคนนอกรีต...ไร้สาระ เป็นไปไม่ได้เด็ดขาด


ในก่อนหน้านี้ ชายผู้นี้พึ่งจะแสดงอภินิหารใช้พลังหยั่งรู้อดีตมาอยู่หยกๆ



‘อาจจะเป็นไปได้ว่า ชายผู้นี้มีพลังเวทที่สูงมากกว่าฉัน ทำให้พลังแห่งแสงที่ใช้ตรวจสอบไม่อาจวัดค่าได้’ นักบวชอังเดรย์พยายามจะตั้งสติ ก่อนที่จะลองปลดปล่อยพลังเวทที่มีปริมาณที่เข้มข้นมากกว่าตอนแรกออกมา


แต่ทว่าคราวนี้ ผลลัพธ์กลับต่างออกไป ทันทีที่พลังแห่งแสงกระทบเข้ากับร่างของไลท์ จู่ๆ พลังทั้งหมดก็พลันหายวับไปกับตา!!


นักบวชอังเดรย์มองด้วยความตกใจ ที่จู่ๆ พลังของตนเองก็หายไปเฉยๆ


“เจ้าเป็นใครกันแน่?” นักบวชอังเดรย์เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่ดูสั่นกลัว

“ผมเป็นพ่อครัวครับ” ไลท์ตอบกลับอย่างไม่สะทกสะท้านใดๆ

“อย่ามาเล่นลิ้น ถ้าเจ้าเป็นแค่พ่อครัวจริงๆ แล้วเหตุใด พลังของข้าถึงได้หายไปแบบนี้” นักบวชอังเดรย์ ได้กระแทกไม้คทาประจำตัวลงกับพื้นอย่างแรง เพื่อเตรียมตัวที่จะเข้าต่อสู้กับไลท์ หากมีท่าทีเป็นอันตราย


กระนั้น ไลท์กลับยังคงนั่งอยู่ที่เดิม ราวกับไม่รู้ร้อนรู้หนาว “หายไป? อ้อคงจะเป็น ม่านพลังอาคมที่ท่านเอิร์ลนิค ได้ร่ายปกป้องร้านแห่งนี้เอาไว้เมื่อเดือนก่อนจากสัตว์อสูรมั้งครับ”


‘เอิร์ลนิค? ขุนนางอีกแล้ว...ร้านแห่งนี้มีที่มาที่ไปยังไงกัน ถึงได้มีขุนนางคอยให้ท้าย มากมายขนาดนี้ อีกทั้งยังเป็นถึง เอิร์ล อีกด้วย’ หัวหน้านักบวชนั้นจดจำได้ในทันทีว่า เมื่อช่วงเดือนก่อน ทางด้านไวทเคานต์นิคหรือตอนนี้ได้เลื่อนขั้นขึ้นเป็น เอิร์ลนิคแล้ว ได้เดินทางมายังป่าดาราฉาย เพื่อกำจัดสัตว์อสูรหมาป่าสีชาด


ซึ่งตัวของมันเอง ก็ได้ส่งนักบวชแห่งแสงที่เป็น นักบวชฝึกหัดไปทำงานแทนตัวเอง เนื่องด้วยเพราะไม่อยากต้องมาลำบาก ตามล่าสัตว์อสูรนั่นเอง

“ท่านเอิร์ลนิคได้ร่ายม่านอาคมไว้ให้กับเจ้าอย่างนั้นเหรอ?” หัวหน้านักบวชนั้นพอจะรู้กิตติศัพท์และความแข็งแกร่งของท่านเอิร์ลนิคอยู่ก่อนแล้ว


หากเป็นดั่งที่ พ่อครัวหนุ่มคนนี้พูดจริงๆ ก็ดูจะมีความเป็นไปได้ที่พลังเวทของมันจะเจาะทะลุการต้านทานของม่านอาคมที่เอิร์ลนิคสร้างไว้เข้าไปได้

“ครับ ท่านเอิร์ลนิค ร่ายไว้เพื่อปกป้องร้านอาหารของผมที่อาจจะถูกสัตว์อสูรบุกโจมตีครับ” ไลท์ตอบกลับ พลางแอบเอามือลูบอกของตัวเองเบาๆ


‘เจ้าโปริ่ง แกกินพลังของนักบวชคนนี้ไปใช่ไหม?’


‘แผล่บๆ ~! เอื้อก’


เจ้าโปริ่งไม่ได้ตอบอะไร มันแค่เรอออกมาเล็กน้อย เข้ากระทบกับมือของไลท์ที่กำลังลูบตัวของมัน

เป็นอันรู้กันว่า พลังแห่งแสงที่จู่ๆ ก็หายไปของนักบวชอังเดรย์ แท้ที่จริงแล้วถูกเจ้าโปริ่งแอบกินไปแล้วนั่นเอง



...โปรดติดตามตอนต่อไป...



ตารางการลงนิยายเวลา 18.00 หยุดทุกวันพุธครับ

เข้าไปร่วมพูดคุยกับไรท์หรือสมาชิกนักอ่านคนอื่นๆ ได้ที่แฟนเพจตามลิงค์ด้านล่างเลยนะครับ

www.facebook.com/writelazy




คล้ายกับเรื่อง(จบแล้ว)ระบบร้านอาหารสามเวลาต่างโลก พระเอกเก่ง+เน้นอาหารไทย ที่คุณอ่าน