อาวุธมนุษย์เกิดใหม่เป็นเจ้าชายขยะ ในโลกที่ตัดสินว่าเวทมนต์คือทุกสิ่ง

    บทที่ 42 เดทกับสาวน้อย

            ช่วงบ่ายเออร์วินได้เดินออกจากบ้านของพวกเจคแล้วเดินกลับไปที่ปราสาท ทว่าระหว่างที่เดินกลับซึ่งควรจะดูเหมือนปกติที่เออร์วินเดินนำหน้า เรเวนที่เป็นสาวใช้ส่วนตัวเดินตามหลัง แต่เขากลับรู้สึกได้ถึงสายตาทิ่มแทงของเธออยู่ตลอดเวลา

            “นี่พี่สาวครับจะจ้องผมแบบนั้นไปอีกนานแค่ไหนกันครับขืนจ้องผมมากกว่านี้ล่ะก็เดี๋ยวผมก็เข้าใจผิดว่าพี่สาวตกหลุมรักผมเข้าแล้วหรอกครับ”

            เรเวนแทบอยากจะถอดรองเท้าแล้วขว้างใส่หัวอีกฝ่ายให้รู้แล้วรู้รอด เธอถามว่า

            “ที่เธอพูดออกไปนั้นเรื่องจริงหรือเปล่า”

            “ที่พูดออกไป?” เออร์วินหยุดคิดก่อนจะนึกขึ้นได้ “เรื่องเป้าหมายที่แท้จริงของผมเหรอครับจะว่าจริงก็จริงครับเพียงแต่ว่าตอนนี้ต้องให้ความสำคัญกับการปฏิรูปเมืองไพร์ล็อกก่อน”

            เรเวนถามไปอีกว่า

            “เธอเคยไปเห็นโลกทั้งใบมาแล้วหรือยังไงถึงได้คิดจะทำเรื่องเพ้อฝันแบบนั้น”

            “เห็นทวีปอาร์เคนัสมาทั้งหมด? ไม่ถึงขนาดนั้นหรอกครับเพียงแต่ว่าผมรู้จักสิ่งที่เรียกว่ามนุษย์ดีก็เท่านั้น”

            คำพูดที่ว่ารู้จักสิ่งที่เรียกว่ามนุษย์ทำให้เรเวนคิดถึงเรื่องเมื่อตอนสาย แม้ว่าเธอจะยอมรับในความสามารถของเขาแต่สิ่งที่เธอติดใจมากที่สุดคือการที่เขาฆ่าคนโดยที่หน้าไม่เปลี่ยนสี เธอไม่รู้ว่ามนุษย์ที่เขาบอกว่ารู้จักดีจะเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้หรือไม่

            เมื่อเห็นว่าเรเวนกลายเป็นเงียบไปเออร์วินก็ไม่คิดจะพูดอะไรอีกเพียงเดินนำเธอไปเรื่อย ๆ ทว่าเมื่อเดินไปได้สักพักเรเวนก็พบว่าเขาไม่ได้เดินตรงกลับไปที่ปราสาทแต่เขาเดินไปทางอื่น เธอจึงถามเขาว่า

            “จะไปไหนเหรอ?”

            “ว่าจะไปดูโรงเรียนซะหน่อยครับ”

            แล้วเออร์วินก็เดินมาถึงอาคารหลังหนึ่งเดิมทีตัวอาคารหลังนี้เป็นหนึ่งในโรงรับจำนำของดอน โกเบอร์ เมื่อผ่านตัวอาคารเข้าไปจะพบกับลานกว้าง ผ่านลานกว้างจะเห็นอาคารอีกหลังหนึ่ง ในเวลานี้มีเด็กหลายคนเริ่มทยอยออกจากอาคารนั้นอย่างร่าเริง บางคนก็เดินคู่กันมากับเพื่อนบางคนก้าวเดินมาคนเดียว บางคนก็หยิบสมุดขึ้นมาอ่านเพื่อทบทวนว่าวันนี้เรียนอะไรไปบ้าง

            เออร์วินมองภาพเหล่านั้นอยู่เงียบ ๆ เริ่มมีพ่อแม่บางคนเดินผ่านตัวเออร์วินไปรับตัวลูกหลานของตัวเองกลับบ้าน เด็กบางคนก็เดินกลับบ้านด้วยตนเอง ขณะที่เออร์วินกำลังมองภาพเหล่านั้นพร้อมกับคิดอะไรบางอย่างในใจเขาก็รู้สึกถึงดวงตาหลายคู่ที่กำลังจ้องมองมาที่เขา สายตาเหล่านั้นเต็มไปด้วยความชื่นชมซึ่งไม่ใช่เรื่องแปลก แม้คนเหล่านี้จะยังไม่รู้ว่าเด็กคนนี้ก็คือเจ้าชายขยะที่ถูกพวกตนเอาไปนินทากันสนุกปาก แต่จากการแต่งกายด้วยผ้าเนื้อดีที่มีการตัดเย็บอย่างประณีตบวกกับหน้าตาที่ค่อนไปทางเด็กผู้หญิงทั้งยังงดงามราวกับศิลปะชิ้นหนึ่งจึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่จะตกเป็นเป้าสายตา

            “ไปกันเถอะครับ”

            เออร์วินพูดออกมาก่อนจะหมุนตัวแล้วเดินกลับไปยังทางออก เรเวนก็ได้แต่เดินตามเขาไป จนเมื่อทั้งคู่เดินมาถึงทางออกเออร์วินก็พบเข้ากับเด็กผู้หญิงคนหนึ่งโดยบังเอิญ เขาอุทานออกมาพร้อมกับเด็กผู้หญิงคนนั้นที่อุทานเช่นกัน

            “เอ๊ะ! คุณอาบิเกลนี่ครับ”

            “เอ๊ะ! เจ้าชายเออร์วิน?”

            อาบิเกลลูกสาวของวานเชสโก้พ่อค้าที่มาพักที่คฤหาสน์ของมาร์ควิสเฟลิกซ์ อาบิเกลก็รีบทำท่าถอนสายบัวอย่างลนลานเออร์วินรีบเข้าไปห้ามเธอ

            “ไม่จำเป็นต้องทำเช่นนี้หรอกครับ”

            อาบิเกลทำหน้างงเออร์วินยิ้มให้เธอ

            “ไม่ทราบว่าคุณอาบิเกลมาทำอะไรที่นี่ครับ”

            อาบิเกลรีบก้มหน้าหลบสายตาทันทีที่ได้เห็นรอยยิ้มอีกฝ่าย

            “คือว่า...คือว่าแอบบี้ได้ยินมาว่าที่นี่มีโรงเรียนให้สามัญชนก็เลย...”

            “เลยอยากมาดูใช่ไหมครับ”

            อาบิเกลพยักหน้าช้า ๆ หนึ่งทีเป็นการยอมรับ

            “ถ้าอย่างนั้นผมขอตัวก่อนนะครับ”

            เออร์วินพูดอย่างสุภาพแต่เมื่อเขาหันหลังให้เธอและเดินไปได้เพียงไม่กี่ก้าว อาบิเกลรีบร้องว่า

            “คือว่า...”

            เออร์วินหันหน้ากลับไป

            “ครับ?”

            อาบิเกลรีบก้มหน้าที่แดงของเธอสองมือกำกระโปรงแน่น ริมฝีปากอันเล็กของเธอเผยออกเล็กน้อยแต่กลับไม่มีเสียงเล็ดลอดออกมา สาวใช้ที่ยืนด้านหลังอาบิเกลที่เข้าใจจิตใจของคุณหนูดีจึงพูดว่า

            “คือว่าคุณหนูอยากจะเที่ยวเดินชมเมืองไพร์ล็อกไม่ทราบว่าจะเป็นการรบกวนเจ้าชายมั้ยเจ้าคะที่จะ...”

            สาวใช้คนนั้นพูดเพียงเท่านี้เออร์วินก็เข้าใจความหมายทันที เขาหันไปพูดกับอาบิเกลว่า

            “คุณอาบิเกลครับถ้าไม่รังเกียจเมืองเล็ก ๆ แห่งนี้ล่ะก็ด้วยความยินดีครับ”

            อาบิเกลรีบเงยหน้ามองเออร์วินทันทีก่อนจะรีบก้มหน้าลงอีกครั้งด้วยความอาย

            ในช่วงบ่ายที่ปราสาทพระราชวัง

            เป็นดังเช่นทุกวันที่เหล่าสาวใช้และเหล่าคนงานต่างก็ทำตามหน้าที่ของตน บนโถงทางเดินเหล่าสาวใช้กำลังเช็ดกระจกอยู่เดซี่เด็กผู้หญิงที่มีหูสุนัขและมีหางสุนัขโผล่จากใต้กระโปรงก็เป็นหนึ่งในนั้น หลังจากที่พักฟื้นมาได้ราวหนึ่งสัปดาห์จนร่างกายแข็งแรงขึ้นพวกเธอสามพี่น้องต่างก็ได้เริ่มเรียนรู้งานต่าง ๆ

            ในตอนแรกพวกเธอยังรู้สึกกังวลอยู่บ้างว่าเหล่าผู้คนที่นี่จะปฏิบัติกับพวกเธออย่างแปลกแยกเพราะความต่างของเผ่าพันธุ์ แต่ผิดคาดที่กลับไม่ได้เป็นเช่นนั้นพวกเขาทั้งเป็นมิตรและยังใจดีกับพวกเธอเป็นอย่างมาก ขณะที่เดซี่กำลังเช็ดกระจกอยู่นั้นลิลลี่ที่ถือไม้ปัดฝุ่นในมือก็กำลังต่อสู้กับศัตรูในจินตนาการอย่างดุเดือด ไม้ปัดฝุ่นของเธอเดี๋ยวฟาดเดี๋ยวจ้วงแทงเดี๋ยวปัดป้อง

            ขณะที่ลิลลี่กำลังออกท่าเหล่านั้นก็ได้ยินเสียงเดซี่จากทางด้านหลังว่า

            “จัดการศัตรูได้หรือยังล่ะ”

            ลิลลี่สะดุ้งโหยงหันกลับไปมองด้านหลังเห็นเป็นเดซี่กำลังมองหน้าตนด้วยสายตาปลาตาย ลิลลี่รีบแก้ตัวทันทีว่า

            “มะ ไม่ใช่นะฉันกำลังต่อสู้กับแมลงวันอยู่ต่างหาก”

            เห็นว่าเดซี่ยังคงจ้องมองตนด้วยสายตาปลาตายเช่นเดิม ลิลลี่จึงรีบพูดว่า

            “ตะตอนนี้ฉันต้องรีบไปเช็ดกระจกต่อ”

            พูดจบลิลลี่ก็รีบวิ่งแจ้นไปเช็ดกระจกอย่างรวดเร็ว เดซี่ถอนหายใจกับพี่สาวของเธอคนนี้มักสร้างความกลุ้มใจให้ทั้งตัวเธอและพี่สาวคนโตลูซี่อยู่เสมอ นิสัยแก่นแก้วชอบทำตัวเหมือนเด็กผู้ชาย ตอนอยู่ที่ห้องสันทนาการที่พวกคนใช้มักจะไปผ่อนคลายกันเธอก็มักจะอยู่รวมกลุ่มเพื่อเล่นกีฬากับพวกคนงานชาย ตอนที่ได้เห็นห้องสันทนาการนี้พวกเธอทุกคนต่างงุนงงเป็นอย่างมาก เพราะมันเต็มไปด้วยเกมและเครื่องเล่นต่าง ๆ มากมายที่เธอไม่เคยเห็น หัวหน้าสาวใช้ลาน่าได้บอกกับเธอว่าสิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่เจ้าชายเออร์วินคิดขึ้น ดังนั้นมันจึงไม่มีที่ไหนในทวีปอาร์เคนัสแน่นอน

            ลิลลี่มักขลุกอยู่กับโต๊ะปิงปองหรือไม่ก็โต๊ะสนุ้กที่เป็นของโปรดของพวกคนงานชาย ในขณะที่เดซี่กับลูซี่มักขลุกอยู่กับหมากรุกหมากล้อมและไพ่นกกระจอก ซึ่งเรื่องนี้ยังไม่เท่าไหร่แต่ที่น่ากลุ้มใจก็คือลิลลี่มักจะชอบอู้งานแล้วเล่นต่อสู้กับศัตรูในจินตนาการอยู่เสมอ บางครั้งก็ต่อสู้กับชุดเกราะที่ตั้งโชว์ในปราสาท ทำให้เดซี่ต้องคอยตักเตือนเธอให้กลับไปทำงานเป็นประจำ อีกทั้งเธอยังให้ความหลงใหลคลั่งไคล้ในตัวเจ้าหญิงลิลิธเป็นอย่างมาก ซึ่งเรื่องของเจ้าหญิงลิลิธนี้เธอล้วนได้ฟังมาจากพวกคนงานชายตอนอยู่ในห้องสันทนาการ

            กับเจ้าหญิงลิลิธผู้นี้เดซี่เคยเจอเธอครั้งหนึ่ง ตอนนั้นเธอกำลังทำความสะอาดอยู่ตรงบันไดแล้วเจ้าหญิงลิลิธก็ได้กลับจากการฝึกซ้อมที่ค่ายทหารพอดี ตอนนั้นเธอจำได้ดีว่าเจ้าหญิงได้เหลือบมองเธอสองพี่น้องแวบหนึ่ง สิ่งที่เธอเห็นคือสายตาที่เย็นชาพร้อมบรรยากาศที่เธอปล่อยออกมาซึ่งชวนให้รู้สึกขนพองสยองเกล้าจนเธอไม่อยากเข้าใกล้ แต่ไม่รู้ทำไมลิลลี่ที่อยู่กับเธอในตอนนั้นกลับแสดงสีหน้าปลื้มปีติขึ้นมาเสียอย่างนั้น

             

            กลับกันแล้วสำหรับเดซี่เจ้าหญิงเรเชลยังชวนให้สนิทสนมยิ่งกว่า ด้วยอายุที่ไล่เลี่ยกันความชอบในหมากรุกและหมากล้อมเหมือนกันทำให้เธอเข้ากันได้ดีกับเจ้าหญิงน้อยผู้นี้ อีกทั้งเจ้าหญิงเรเชลมักจะเล่าเรื่องต่าง ๆ ของเจ้าชายเออร์วินให้เธอฟังอยู่เสมอและเธอยังมักจะพูดว่า ที่เธอได้มาเป็นเจ้าหญิงก็เป็นเพราะเจ้าชายเออร์วิน เกี่ยวกับเรื่องนี้ลิลลี่ก็ได้แต่สงสัยแต่เธอยังรู้สำนึกตัวว่าด้วยฐานะที่แตกต่างเรื่องบางเรื่องถ้าเจ้าตัวต้องการให้เธอรู้เจ้าตัวก็จะเล่าออกมาเองดังนั้นเธอจึงไม่ได้ถามออกไป

            เหล่าสาวใช้ต่างมองภาพที่เดซี่ตามลิลลี่ให้กลับไปทำงานด้วยความเอ็นดู นี่เป็นสิ่งที่พวกเธอมักได้เห็นเป็นประจำ แม้ว่าทวีปอาร์เคนัสจะมีการแบ่งแยกและมีสงครามระหว่างเผ่าพันธุ์อยู่เสมอ แต่ด้วยที่เมืองไพร์ล็อกตั้งอยู่สุดขอบทวีปทำให้ความอคติระหว่างเผ่าพันธุ์ไม่ได้รุนแรงขนาดนั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งพวกเธอทั้งสามต่างก็ถูกเจ้าชายเออร์วินที่พวกคนงานต่างเคารพรักพาเข้ามา บวกกับภาพลักษณ์สาวน้อยหูสัตว์ที่ไม่ว่าใครเห็นก็ต่างเอ็นดู

            เมื่อไล่ลิลลี่ให้กลับไปทำงานได้แล้วเดซี่ก็เตรียมที่จะกลับไปเช็ดกระจกต่อ แต่หูเธอพลันกระดิกจมูกของเธอก็ได้กลิ่นอะไรบางอย่าง จึงรีบหันไปมองที่สุดโถงทางเดินพบเห็นเจ้าหญิงเรเชลเดินมาโดยที่ด้านหลังของเธอเดินตามด้วยแม็กกี้สาวใช้ส่วนตัว ตัวเจ้าหญิงกอดหนังสือแนบไว้กับอกบนปกหนังสือเขียนตัวอักษรว่ารวมนิทาน เดซี่จำได้ว่าหนังสือเล่มนี้ถือเป็นสมบัติที่ล้ำค่าของเรเชลเพราะเออร์วินทำมันขึ้นมาแล้วมอบให้เป็นของขวัญวันเกิดของเธอ และตอนนี้ที่ข้อมือของเธอยังมีสร้อยข้อมือลูกปัดเพิ่มมาอีก

            เมื่อเจ้าหญิงเรเชลเดินเข้ามาใกล้เดซี่ก็รีบทำท่าถอนสายบัวทันที เจ้าหญิงเรเชลพยักหน้ายิ้มให้เดซี่แต่ไม่ได้พูดอะไร แต่เมื่อเธอเดินผ่านไปได้ไม่กี่ก้าวกลับเกิดฟ้าผ่าขึ้นดังลั่น ทุกคนต่างพากันหันไปมองตำแหน่งที่ฟ้าผ่า เดซี่สะดุ้งเล็กน้อยแม้ว่านี่จะเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นแทบจะทุกวันแต่เธอก็ยังทำใจให้ชินมันไม่ได้อยู่ดี ผิดกับลิลลี่ที่มองฟ้าผ่านั้นด้วยความรู้สึกหลงใหล ส่วนเรเชลกลับเบะปากใส่ก่อนจะเดินจากไปอย่างไม่สนใจนัก ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าต้นตอของฟ้าผ่านั้นคืออะไร

            “ป้าครับเอาสองไม้ครับ”

            ที่ร้านอาหารเสียบไม้ปิ้งในตลาดเออร์วินพูดกับคนขาย ทันทีที่คนขายเห็นหน้าของเออร์วินก็เกิดความเอ็นดูเลือกไม้ที่คิดว่าใหญ่กว่าไม้อื่นส่งให้ เออร์วินรับมาแล้วจ่ายเงินให้แม่ค้า ก่อนจะส่งไม้หนึ่งให้อาบิเกล

            “...?”

            อาบิเกลรับมาอย่างงง ๆ เธอพอมองออกว่านี่คืออาหารแต่เธอไม่รู้ว่ามันคืออะไรและต้องทานยังไง ตั้งแต่เล็กจนโตเธอก็ได้รับการอบรมอย่างเข้มงวด ด้วยความที่เธอเป็นเด็กผู้หญิงจึงเป็นเรื่องปกติที่อาจจะมีการแต่งงานเชื่อมสัมพันธ์ทางการเมือง กิริยามารยาทจึงเป็นสิ่งที่สำคัญการทานอาหารเสียบไม้จึงเป็นสิ่งที่เธอไม่เคยทำมาก่อน

            ในขณะที่อาบิเกลยืนงงสาวใช้ส่วนตัวของเธอกลับแทบจะยืนช็อก เธอไม่นึกว่าเจ้าชายคนหนึ่งจะพาเด็กสาวมากินอาหารเสียบไม้ปิ้ง เธอหันไปมองเรเวนพบว่าอีกฝ่ายกลับทำเฉยเมยเหมือนเรื่องตรงหน้าไม่ใช่เรื่องผิดแปลกอะไร พริบตานั้นสาวใช้คนนี้จึงสงสัยขึ้นมาว่าถ้านายท่านของเธอรู้เรื่องนี้เข้าจะเกิดอะไรขึ้น

            “อาหารเสียบไม้ปิ้งน่ะครับเท่าที่ดูน่าจะเป็นเนื้อหมูนะครับ”

            พูดจบเออร์วินก็กัดอาหารไปหนึ่งคำอาบิเกลเห็นดังนั้นจึงลองทำตาม ทันทีเธอกัดไปหนึ่งคำก็ทำตาโตทันที รสชาติของมันอาจจะไม่ได้ดีเท่าอาหารที่เธอทานเป็นประจำซึ่งปรุงด้วยฝีมือของพ่อครัวชั้นเยี่ยมที่พ่อของเธอจ้างมาแต่การได้ทานแบบนี้กลับให้รสชาติที่แปลกใหม่อย่างไม่เคยเป็นมาก่อน เมื่อทั้งคู่ทานต่อจนหมดแล้วเออร์วินก็ล้วงผ้าเช็ดหน้าออกมาก่อนจะเช็ดปากให้อาบิเกลโดยที่เธอไม่ทันตั้งตัว

            “เลอะหมดแล้วนะครับ”

            เออร์วินพูดพร้อมกับยิ้มอย่างอ่อนโยนอาบิเกลรีบถอยออกมาอย่างลนลาน

            “มะมะ ไม่เป็นการรบกวนเจ้าชายดีกว่าค่ะ อะแอบบี้เช็ดเองดีกว่าค่ะ”

            จนเมื่อเธอเห็นเออร์วินทำสายตาหยอกล้ออาบิเกลก็รู้ว่าถูกอีกฝ่ายแกล้งจึงก้มหน้าด้วยความอาย จากนั้นอาบิเกลก็ถูกเออร์วินลากเธอไปที่ร้านอื่นต่อ ทั้งซื้อขนมมากินเดินชมนั่นนี่ไปเรื่อย อาบิเกลที่ตอนแรกยังประหม่าเอียงอายอยู่บ้างสุดท้ายก็สนุกจนลืมเวลาจนในที่สุดก็ตกเย็น

            ทั้งคู่เดินคู่กันเข้าไปในเขตขุนนางเออร์วินรู้สึกได้ว่าถึงแม้อาบิเกลจะยังคงเอียงอายอยู่แต่เธอดูผ่อนคลายขึ้นมาก ในขณะที่สาวใช้ที่เดินตามหลังมากลับแทบจะวิญญาณหลุดจากร่าง เกิดมาเธอเพิ่งจะเคยเห็นราชนิกุลทำตัวแบบนี้เป็นครั้งแรก ทั้งคำพูดคำจาและกิริยามารยาทนั้นดีกว่าสามัญชนทั่วไปแค่นิดเดียวเท่านั้น ในตอนนี้เธอกลับรู้สึกเสียใจขึ้นมาที่ออกตัวสนับสนุนให้เจ้าชายพาคุณหนูของเธอเที่ยวในเมืองเพราะเห็นว่าคุณหนูดูจะสนใจในตัวเจ้าชายคนนี้อยู่ตลอดเวลา แต่อีกใจลึก ๆ เธอก็รู้สึกเหมือนคิดถูกที่ได้เห็นรอยยิ้มของอาบิเกล ตลอดเวลาที่ผ่านมาเด็กคนนี้มักจะเป็นคนขี้อายทำอะไรก็ขาดความมั่นใจอยู่เสมอ

            หลายครั้งที่เธอเหลือบมองไปยังสาวใช้ของเจ้าชายผู้นี้เธอเองกลับต้องทึ่งในความงามของเธอ แต่ตัวสาวใช้กลับไม่มีทีท่าแตกตื่นตกใจในการกระทำของเออร์วินเลยสักนิด คล้ายกับว่านี่เป็นเรื่องปกติ

            ขณะที่เดินคู่กันอยู่นั้นเออร์วินก็ถามด้วยความสงสัยว่า

            “คุณอาบิเกลครับ...”

            “เรียกแอบบี้เถอะค่ะ”

            อาบิเกลพูดขัดเออร์วินพอเขาหันไปมองก็พบเธอจ้องเขาตาเขม็ง สาวใช้ของอาบิเกลเผลอเอามือปิดปาก เธอไม่นึกเลยว่าคุณหนูของเธอที่เป็นคนขี้อายมาโดยตลอดจะแสดงท่าทีเช่นนี้ได้ เออร์วินยิ้มให้เธอแล้วพูดว่า

            “คุณแอบบี้ครับ”

            “ค่ะ คะ” อาบิเกลรีบก้มหน้าทันทีพร้อมกำชายกระโปรงแน่น

            “วันนี้คุณสนุกไหมครับ”

            อาบิเกลตอบทั้งที่ยังก้มหน้าว่า

            “คะ ค่ะ สะสนุกมากค่ะ”

            “โล่งใจเลยครับที่คุณสนุก เพราะผมก็กลุ้มใจแทบแย่กลัวว่าเมืองเล็ก ๆ แบบนี้อาจจะทำให้คุณเบื่อได้”

            อาบิเกลรีบเงยหน้าขึ้นมาพูดว่า

            “มะ ไม่เบื่อค่ะแอบบี้สนุกมากเลยค่ะ”

            เออร์วินยิ้มให้เธอแล้วพูดว่า

            “ขอบคุณนะครับคุณแอบบี้”

            อาบิเกลรีบก้มหน้างุดลงอีกครั้งตอบว่า

            “ชะ เช่นกันค่ะ”

            สาวใช้ส่วนตัวของอาบิเกลกำลังตื่นเต้นกับภาพที่เห็น

            ‘หรือว่าคุณหนูกำลังมีรัก’

            เธอคิดในใจในขณะที่เรเวนกลับทำเป็นไม่สนใจจนทั้งคู่เดินหยุดหน้าคฤหาสน์ของมาร์ควิสเฟลิกซ์

            “ผมส่งคุณตรงนี้นะครับคุณแอบบี้”

            “คะ ค่ะ ขอบคุณค่ะเจ้าชายเออร์วิน”

            “เรียกเออร์วินก็พอครับ”

            อาบิเกลเงยหน้าสบตากับอีกฝ่ายเห็นเขายิ้มให้เธอก็รีบก้มหน้าแล้วหมุนตัวเตรียมเข้าไปในรั้วแต่เออร์วินกลับรั้งเธอไว้อีกครั้ง

            “คุณแอบบี้ครับ”

            เธอรีบหันมาถามว่า “คะ?”

            “ถ้าคุณไม่รังเกียจวันหลังมาเที่ยวด้วยกันอีกนะครับ”

            อาบิเกลนิ่งไปหนึ่งก่อนจะตอบว่า

            “ค่ะ”

            แล้วเธอก็เดินเข้าไปในคฤหาสน์อย่างรวดเร็ว เออร์วินมองไล่หลังอาบิเกลโดยทำเป็นไม่สนใจสายตาของใครบางคนที่จ้องมองมาจากชั้นสองของคฤหาสน์ เขาหันไปพูดกับเรเวนว่า

            “พวกเราเองก็กลับกันเถอะครับ”

            พูดจบก็หมุนตัวเดินกลับไปที่ปราสาท

            ภายในคฤหาสน์ของมาร์ควิสเฟลิกซ์วานเชสโก้ยืนมองเหตุการณ์ทุกอย่างจากบนหน้าต่าง ด้านหลังของเขามาร์ควิสเฟลิกซ์ผู้เป็นสหายกำลังนั่งอยู่อย่างสบายใจโดยมีสาวใช้ที่มีร่างกายอวบอิ่มคนหนึ่งกำลังชงชาให้ เมื่อชงชาเสร็จสาวใช้คนนั้นก็ทำการปลดกระดุมเสื้อแล้วแหวกออกเผยให้เห็นปทุมถันที่ทั้งอวบอัดและเต่งตึงทั้งสองลูก สาวใช้ทำการจ่อยอดถันกับถ้วยชาแล้วทำการบีบคั้นปทุมถันจนมีน้ำนมไหลออกมา เธอบีบคั้นน้ำนมออกมาจำนวนหนึ่งก่อนจะคนถ้วยชาให้เป็นเนื้อเดียว มาร์ควิสเฟลิกซ์หยิบชาขึ้นมาดื่มก่อนจะพูดกับสหายของตนว่า

            “น่าเสียดายนะที่เจ้าชายมีคู่หมั้นแล้วไม่อย่างนั้นข้าคงสนับสนุนให้ลูกสาวเจ้าได้หมั้นหมายกับเจ้าชาย”

            วานเชสโก้ไม่ตอบอะไร มาร์ควิสเฟลิกซ์พูดพลางดื่มชาว่า

            “ตอนนี้ที่นอกเมืองคนที่แถบนี้กำลังมีปัญหาใหญ่เจ้าก็พักที่บ้านข้าสักระยะเถอะ ถ้าไม่คิดว่าทำเพื่อเจ้าก็ทำเพื่อลูกสาวเจ้าก็ได้”

            วานเชสโก้ที่ได้ฟังก็ยิ้มออกมากับสหายของตนผู้นี้แม้ว่ามันจะหมกมุ่นในกามราคะอยู่บ้าง แต่มิตรภาพและน้ำใจที่เคยมีให้กับเขากลับไม่เคยเปลี่ยนแปลงเลยแม้แต่นิดเดียว

            “ขอบคุณ”

            “ไม่ต้องคิดมากอย่างไรเจ้าก็เป็นเพื่อนข้า” มาร์ควิสเฟลิกซ์ยิ้มให้อีกฝ่ายก่อนจะพูดเรื่องความสงสัยว่า “มันเกิดเรื่องบ้าอะไรขึ้นวะ ทำไมอยู่ ๆ พวกนักล่าค่าหัวเลยกลายเป็นผู้ถูกล่าได้กัน”


    คล้ายกับเรื่องอาวุธมนุษย์เกิดใหม่เป็นเจ้าชายขยะ ในโลกที่ตัดสินว่าเวทมนต์คือทุกสิ่ง ที่คุณอ่าน

    (จบ) Guardian and Demon ข้านี่แหละราชาปีศาจ

    (จบ) Guardian and Demon ข้านี่แหละราชาปีศาจ

    นิยาย แฟนตาซี
    146K 134
    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    3.72M 1271
    เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

    เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

    นิยาย แฟนตาซี
    1K 34
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    เกิดใหม่ครั้งนี้ จะสร้างประเทศที่ดีได้ไหมนะ ?

    เกิดใหม่ครั้งนี้ จะสร้างประเทศที่ดีได้ไหมนะ ?

    นิยาย แฟนตาซี
    106K 139
    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    213K 1367
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    เลเวลอัพ

    เลเวลอัพ

    นิยาย เกมออนไลน์
    738K 4984
    [จบ] บันทึกตำนานราชันอหังการ

    [จบ] บันทึกตำนานราชันอหังการ

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    2.22M 3696