(จบ)พฤกษาวิญญาณกับสงครามมนุษย์พิฆาตเทพมังกร

    ตอนที่ 169 ปรากฏการณ์แห่งการฝึกฝน

            ย้อนกลับมายังภายในมหาวิทยาลัยเทพอสูร บริเวณบ้านพักที่ตั้งตระหง่านเพียงหลังเดียวของหวงเยี่ย


            หลายวันผ่านไป บรรยากาศที่เคยเงียบสงบกลับแปรเปลี่ยนไปอย่างไม่อาจอธิบายได้ด้วยเหตุผลธรรมดา เหมือนอาณาเขตโดยรอบคล้ายถูกปลุกให้ตื่นจากการหลับใหลยาวนาน ผืนดินที่ปกติเรียบเนียนและราบเรียบเริ่มสั่นไหว คล้ายมีเส้นชีพจรกำลังเต้นอยู่ใต้พื้นโลก


            จากนั้นปรากฏการณ์ที่น่าอัศจรรย์ก็ถือกำเนิดขึ้นต่อหน้าสายตาของผู้คน


            ต้นไม้สีเขียวขจีนับหลายสิบต้นแตกหน่อทะลุขึ้นมาจากผืนดินอย่างพร้อมเพรียง ลำต้นของมันสูงชะลูด แตกกิ่งก้านแผ่กว้าง ใบไม้แต่ละใบเปล่งประกายแสงสีมรกตอ่อนละมุน ราวกับถูกหล่อเลี้ยงด้วยพลังบางอย่างที่บริสุทธิ์ยิ่ง แสงนั้นอบอุ่นจนผู้ที่มองรู้สึกผ่อนคลายโดยไม่รู้ตัว


            กระแสพลังวิญญาณหมุนเวียนอยู่รอบต้นไม้เหล่านั้นเป็นวงกว้าง


            กลิ่นหอมอ่อนๆคล้ายกลิ่นพฤกษาสดใหม่ลอยคลุ้งในอากาศ เมื่อสูดลมหายใจเข้าไป ความเหนื่อยล้ากลับคลายลงอย่างประหลาด


            สภาพแวดล้อมของอาณาเขตต้องแปรเปลี่ยนไปในพริบตา


            พื้นหญ้าที่เคยธรรมดากลับเขียวสดใสยิ่งกว่าเดิม อากาศรอบด้านสะอาดบริสุทธิ์จนแทบไร้มลทิน


            ความแห้งแล้งที่เคยมีอยู่บางส่วนเลือนหายไป คล้ายพื้นที่แห่งนี้ถูกยกระดับขึ้นอีกขั้นโดยไร้ผู้ใดลงมือแต่งเติม


            ภาพที่เกิดขึ้นสร้างความตกตะลึงให้กับเหล่านักเรียนชั้นปีหนึ่งซึ่งพักอาศัยอยู่โดยรอบอย่างรุนแรง หลายคนถึงกับหยุดกิจกรรมที่กำลังทำอยู่แล้วเดินออกมามองด้วยสายตาอ้าปากค้าง บางคนใช้เครื่องมือวัดพลังวิญญาณตรวจสอบทันที


            ขณะที่บางคนเพียงยืนจ้องต้นไม้เหล่านั้น เหมือนกลัวว่ามันจะหายไปหากกระพริบตา


            ไม่นานนัก หัวข้อหนึ่งก็ปรากฏขึ้นภายในเครือข่ายแพลตฟอร์มของมหาวิทยาลัยอย่างรวดเร็ว


            《ความอัศจรรย์ของเจตจำนงธาตุพฤกษาระดับเทพ นี่คือผลลัพธ์ในการฝึกฝนพลังวิญญาณของเจ้าชายน้อย!》


            หัวข้อนั้นพุ่งขึ้นสู่ลำดับต้นๆของกระดานสนทนาแทบจะในทันที แทนที่หัวข้อการกลับมาของเจ้าชายน้อยอย่างรวดเร็ว


            ตัวอักษรที่ปรากฏอยู่บนหน้าจอแต่ละเครื่องดึงดูดสายตานักเรียนแทบทุกคนภายในมหาวิทยาลัย


            ไม่ว่าจะเป็นชั้นปีใด ไม่ว่าจะกำลังทำสิ่งใด ต่างหยุดชั่วคราวเพื่อกดเข้าไปอ่านรายละเอียด


            ภาพถ่ายและคลิปวิดีโอของต้นไม้วิญญาณพฤกษาถูกอัปโหลดอย่างต่อเนื่อง มุมกล้องต่างๆแสดงให้เห็นลำต้นสูงใหญ่ที่เปล่งแสงและกลุ่มพลังวิญญาณที่ลอยวนรอบกิ่งก้านประหนึ่งหมอกสีเขียวเรืองรอง ทำให้ความคิดเห็นหลั่งไหลเข้ามาไม่ขาดสาย


            《พระเจ้า! ข้าสัมผัสได้เลยว่าถ้ามาฝึกฝนพลังวิญญาณภายใต้ต้นไม้เหล่านี้ ความเร็วในการรวบรวมพลังวิญญาณจะเพิ่มขึ้นถึงห้าเท่า!》


            《ไม่ผิด! ไอ้คอมเมนต์บนมันพูดเรื่องจริงเลยละ อัตราการฝึกฝนของข้าเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยยะสำคัญ》


            《เพราะต้นไม้พวกนี้เหมือนหายใจออกมาเป็นกลุ่มก้อนพลังวิญญาณ มันเหมือนเป็นอุปกรณ์ช่วยฝึกฝนแห่งธรรมชาติ》


            ข้อความแต่ละบรรทัดสะท้อนความตื่นเต้นอย่างชัดเจน


            หลายคนยืนยันตรงกันว่าความเข้มข้นของพลังวิญญาณบริเวณนั้นสูงกว่าพื้นที่ปกติอย่างเห็นได้ชัด การไหลเวียนของพลังเข้าสู่ร่างกายลื่นไหลขึ้น ราวกับไม่มีสิ่งกีดขวางใดขวางทางอีกต่อไป


            《อะไรนะ?! นั่นมันเรื่องจริงเหรอเนี่ย หรือว่านี่จะเป็นผลกระทบที่เกิดจากเจตจำนงธาตุพฤกษาระดับเทพของเจ้าชายน้อยกัน》


            《แล้วแบบนี้ถ้าพวกเราไปอยู่ใกล้ชิดกับเขามากยิ่งกว่า พวกเราจะไม่ฝึกฝนได้รวดเร็วขึ้นอีกนับหลายสิบเท่าเลยหรือยังไงกัน?》


            คำถามดังกล่าวสร้างกระแสถกเถียงขึ้นทันที หลายคนเริ่มวิเคราะห์ถึงความเป็นไปได้


            บางคนตั้งสมมติฐานว่าพลังของเจตจำนงธาตุพฤกษาระดับเทพสามารถส่งผลต่อสิ่งแวดล้อมโดยตรง ทำให้ธรรมชาติรอบตัวกลายเป็นแหล่งพลังบริสุทธิ์อย่างแท้จริง ขณะที่บรรดานักเรียนหลายชั้นปีที่ได้มาสัมผัสด้วยตนเอง ทั้งหมดต่างก็อุทานออกมาเป็นเสียงเดียวกัน


            “มันไม่เหมือนพื้นที่ฝึกฝนทั่วไปเลย ข้าแค่หลับตาไม่กี่ลมหายใจ พลังในร่างก็เพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เหมือนทั้งโลกกำลังช่วยข้าฝึกฝน!”


            แต่ละคนรีบจับจองที่นั่งภายใต้ต้นไม้วิญญาณพฤกษาอันสูงใหญ่ บ้างเลือกบริเวณใกล้ลำต้น บ้างขยับเข้าไปใต้ร่มเงาที่แผ่กว้าง นั่งขัดสมาธิ หลับตา และเริ่มหมุนเวียนวิชาขับเคลื่อนพลังทันทีโดยไม่เสียเวลาเลยซักนิด


            ไม่นาน อาณาเขตรอบๆบ้านของหวงเยี่ยก็มีนักเรียนมากกว่าหลายร้อยคนขึ้นไปแล้ว


            พื้นที่ที่เคยโล่งกว้างกลับเต็มไปด้วยผู้คนในท่านั่งฝึกฝน


            บางกลุ่มนั่งเรียงกันเป็นแถว บางคนยืนรอคอยจังหวะที่ผู้อื่นจะลุกขึ้นเพื่อแย่งตำแหน่งที่ดีกว่า


            บางบริเวณถึงขั้นเกิดการทะเลาะเบาะแว้งเพราะแย่งที่นั่งกัน


            “ตรงนี้ข้ามาก่อน!”


            “ใครสนเล่า! ใกล้ลำต้นขนาดนี้พลังเข้มข้นกว่าชัดเจน!”


            “ถอยไปหน่อย ข้าต้องการพื้นที่หมุนเวียนพลัง!”


            เสียงโต้เถียงดังขึ้นเป็นระยะ แต่ยังอยู่ในขอบเขตที่พอควบคุมได้


            แม้จะมีแรงผลักดันจากความโลภเล็กๆในใจของแต่ละคน ทว่าทุกคนต่างรู้ดีว่าสถานที่แห่งนี้คือโอกาสที่หาได้ยาก


            เพราะพวกเขาสัมผัสได้ว่ายิ่งอยู่ใกล้กับต้นไม้วิญญาณเหล่านี้มากเท่าใด การฝึกฝนก็ยิ่งรวดเร็วมากขึ้นเป็นทุนเดิมเท่านั้น


            พลังวิญญาณไหลเวียนหนาแน่นราวกับกระแสน้ำที่ไม่มีวันเหือดแห้ง ทุกลมหายใจเต็มไปด้วยความสดชื่น ทุกครั้งที่โคจรพลัง ความก้าวหน้าก็ชัดเจนกว่าปกติหลายเท่า มันจึงทำให้อาณาเขตแห่งนี้ไม่ต่างอะไรไปจากสรวงสวรรค์แห่งการฝึกฝนเลยก็ว่าได้


            ส่วนหวงเยี่ยที่กำลังใช้วิชาขับเคลื่อนพลังธาตุพฤกษาระดับเทพของตนอยู่นั้น ไม่ได้รับรู้ถึงความเปลี่ยนแปลงภายนอกเลยซักนิด


            ภายในห้องนอนที่เงียบงัน ร่างของเขานั่งขัดสมาธิอยู่บนเตียงนอนที่เรียบง่าย มือวางประสานกันอย่างมั่นคง ดวงตาหลับสนิท ใบหน้าสงบนิ่งราวกับสระน้ำยามไร้ลมพัด หากภายในกลับเต็มไปด้วยกระแสพลังที่หมุนวนอย่างมหาศาล


            ประกายแสงสีเขียวมรกตวูบวาบออกมาจากผิวกายของเขาเป็นระยะ คล้ายประกายดาราที่กระพริบอยู่ใต้ม่านหมอก ทุกลมหายใจเข้าออกเปี่ยมไปด้วยพลังวิญญาณที่หลั่งไหลเข้าสู่ร่างกายอย่างไม่รู้จบ เหมือนธรรมชาติทั้งมวลกำลังตอบรับการเรียกขานของเจตจำนงระดับเทพ


            พลังวิญญาณที่เข้มข้นรวมตัวกันจนมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า ก่อตัวเป็นภาพเงาลวงตาขนาดมหึมาเหนือศีรษะของเขา


            ต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่งปรากฏขึ้น เป็นต้นไม้ที่แผ่กิ่งก้านสาขาปกคลุมทั่วทั้งร่างของเขา ลำต้นสูงตระหง่านทะลุขึ้นสู่ความว่างเปล่า รากหยั่งลึกลงสู่พื้นห้องราวกับเชื่อมโยงกับผืนพิภพ ผลิดอกออกผลอย่างต่อเนื่องในชั่วขณะเดียว


            ต้นไม้นั้นให้ความรู้สึกคล้ายต้นไม้โลกในตำนาน อันเป็นศูนย์กลางแห่งการกำเนิดและการหล่อเลี้ยงสรรพชีวิต


            กลีบดอกโปร่งแสงร่วงหล่นลงมาอย่างช้าๆ ก่อนจะสลายเป็นละอองพลังบริสุทธิ์


            ผลไม้ที่ปรากฏบนกิ่งก้านเปล่งแสงเจิดจ้า เสมือนสัญลักษณ์แห่งปัญญาและพลังอำนาจ


            เทพพงไพรอันสง่างามและน่าสะพรึงกลัวได้สำแดงตัวตนผ่านภาพเงานั้น ทำให้พลังวิญญาณทั้งหมดที่ผสานเข้าสู่กายาไหลเวียนผ่านเส้นชีพจรโลหิตอย่างเป็นระบบ ก่อนจะควบแน่นเข้าสู่มิติจำลองแห่งเจตจำนงระดับเทพที่ซ่อนอยู่ภายในจิตสำนึกของเขา


            ภายในมิตินั้น เทพพฤกษาบัญญติดาราศักดิ์สิทธิ์ยืนตระหง่านอยู่กลางความว่างเปล่า กิ่งก้านของมันโบกสบัด ใบไม้ผลิใหม่แตกหน่อขึ้นอย่างไม่หยุดยั้ง ทุกครั้งที่ใบไม้หนึ่งใบผลิออกมา คลื่นพลังระดับเทพก็แผ่กระจายออกไปภายนอก


            อานุภาพแห่งเจตจำนงระดับเทพกระเพื่อมออกจากร่างของหวงเยี่ยไปทั่วโลกภายนอกอย่างเงียบงัน


            ในขณะเดียวกัน คณบดีหวูเหยียนจีผู้เป็นอาจารย์ของชายหนุ่ม ได้เดินทางมาถึงบริเวณบ้านพักพร้อมกับศิษย์ทั้งสี่


            หลี่เฉิน ไป๋อวี้ เซียวอวี่ และซ่งอี้


            ทันทีที่ก้าวเข้าสู่อาณาเขต พวกเขาก็สัมผัสได้ถึงแรงกดดันบางอย่างที่ไม่อาจอธิบายได้ด้วยคำพูดง่ายๆ


            อากาศรอบด้านเต็มไปด้วยพลังบริสุทธิ์ที่ไหลเวียนเป็นจังหวะราวกับหัวใจเต้น


            หวูเหยียนจีหยุดยืน ดวงตาคมลึกสะท้อนแสงสีเขียวที่กระจายอยู่ในบรรยากาศ ก่อนจะเปิดใช้วิชาสัมผัสวิญญาณ กระแสจิตของเขาแผ่ขยายออกไป ตรวจสอบสภาพแวดล้อมโดยละเอียด ทุกการสั่นไหว ทุกการหมุนเวียนของพลัง ล้วนถูกบันทึกเข้าสู่ความรับรู้อย่างแม่นยำ


            “นี่น่ะเหรอ.. เจตจำนงธาตุพฤกษาระดับเทพอันดับที่หนึ่ง”


            “แค่ฝึกฝนพลังวิญญาณก็สามารถแปรเปลี่ยนสภาพแวดล้อมธรรมดาให้กลายมาเป็นอาณาเขตฝึกฝนเช่นนี้ได้!”


            น้ำเสียงของผู้เป็นอาจารย์หนักแน่นและจริงจัง ไม่มีร่องรอยล้อเล่นแม้แต่น้อย


            สายตาของเขาเลื่อนไปยังต้นไม้วิญญาณที่ผุดขึ้นรอบบ้านพัก แววตานั้นเต็มไปด้วยความประเมินและความตระหนัก


            หลี่เฉินยืนอยู่ข้างๆได้มีใบหน้าที่แฝงความสงสัยขึ้น


            “เอ่อ.. ท่านอาจารย์..”


            “ท่านคิดว่านี่เป็นผลกระทบของเจตจำนงระดับเทพของศิษย์น้องจริงๆเหรอครับ?”


            “ทำไมศิษย์สัมผัสได้ว่ามันยังคงมีอะไรมากกว่านั้น.. เป็นอะไรที่พวกเราก็ไม่เคยสัมผัสมาก่อน!”


            คำพูดของชายหนุ่มทำให้ไป๋อวี้และซ่งอี้หันมามองอย่างพร้อมเพรียง


            เซียวอวี่ขมวดคิ้วเล็กน้อย พลางเพ่งสมาธิรับรู้กระแสพลังที่ลอยวนอยู่


            “.............”


            หวูเหยียนจีที่รับฟังก็เงียบไปครู่หนึ่ง สายตาของเขาหรี่ลงอย่างครุ่นคิด และมันเป็นอย่างที่ศิษย์ของตนกล่าวเอาไว้จริงๆ


            เพราะกระแสพลังที่หมุนเวียนอยู่รอบบ้านพักไม่ได้มีเพียงความเข้มข้นของธาตุพฤกษาเท่านั้น แต่มันยังมีชั้นของบางสิ่งบางอย่างที่ลึกล้ำมากยิ่งกว่า เสมือนเป็นการผสานของมิติภายในกับโลกภายนอกยังไงยังงั้น


    คล้ายกับเรื่อง(จบ)พฤกษาวิญญาณกับสงครามมนุษย์พิฆาตเทพมังกร ที่คุณอ่าน