Ting “บาซาร่าอัญเชิญ การ์กอย”
“พิกกี้ตรึงบอสอยู่ กุหลาบไฟมาช่วยแทงค์การ์กอยที” หลิวหยางตะโกนในทีมให้รีบช่วยกัน การ์กอยนั้นพลังชวิตเพียง 3000 คาดว่าพลังโจมตีจะไม่ยากนัก
“ผู้รุกรานบาร์ซาร่าต้องตาย” บาซาร่างยกไม้เท้าขึ้นอีกครั้ง แล้วก็ปรากฏรูปดาวหกแฉกอัญเชิญเพิ่มอีกครั้งหนึ่ง ในครั้งนี้เป็นสุนัขตัวสีแดง ลมหายใจนั้นพ่นเป็นไฟออกมา
Ting “บาซาร่าอัญเชิญ หมานรก”
“กรีน ช่วยแทงค์หมานรก ทุกคนช่วยกันโจมตีมอนเตอร์ที่ถูกอัญเชิญมาด่วน”
การต่อสู้นั้นเริ่มตึงเครียดมากขึ้นเพราะมีการเรียกมอนเตอร์ของบอส หลิวหยางนั้นคุมบอสอยู่กับพิกกี้ ส่วนคนอื่น ๆ นั้นช่วยกันโจมตีมอนเตอร์ที่ถูกเรียกมาก่อน
Ting “สมาชิกในทีม กุหลาบหนามตาย”
Ting “สมาชิกในทีม ดอกหญ้าตาย”
Ting “สมาชิกในทีม กุหลาบกล้วยไม้ตาย”
โดนอะไรกันนี่ หลิวหยางหันไปมองเขาพบว่าหมานรกนั้น สามารถพ้นไฟกินบริเวณกว้างได้ ทำให้นักธนูและนักเวทย์ซึ่งมีเลือดน้อยอยู่แล้ว ตายทันที แต่สุดท้ายก็สามารถฆ่ามอนเตอร์ที่ถูกเรียกออกมาได้
“ทุกคนยิ่งบอสเต็มกำลัง อย่าเพิ่งสนใจคนที่ตาย” หลิวหยางตะโกนอีกครั้ง หลังจากช่วยกันโจมตีอยากเต็มที่เลือดของบาซาร่าก็เหลือเพีง 9% ไม่นานนักก็ล้มลง
Ting “ทีมของท่านได้พิชิตดันเจียนระดับ ฮีโร่ ค่าประสบการณ์ +40,000 ชื่อเสียง +500 สถานะทั้งหมด +1”
“เราทำได้แล้ว” สมาชิกทีมคนหนึ่งตะโกนด้วยความดีใจ เกือบสองชั่วโมงสำหรับบอสตัวสุดท้าย มันเหมือนฝันจริงๆ
Ting “ประกาศ ผู้เล่นทีม Fower Guild นำโดย Fire Rose บัวแดง ดอกหญ้า กล้วยไม้ อัญชัญ ดอกรัก มะลิ กุหลาบหนาม ดาวเรือง (ปกปิดชื่อ) ได้พิชิตดันเจียนระดับฮีโร่ ค่าสถานะทุกอย่าง +1 ชื่อเสียง 500 สมาชิกทุกคนได้รับชื่อ “ผู้กล้าแห่งแสงสว่าง”
เสียงประกาศระบบดังขั้นสามครั้ง ทำให้สมาชิกทุกคนนั้นดีใจ และตื่นเต้นกันอย่างมาก กุหลาบไฟเดินไปที่ศพของบอสเพื่อรับของดร๊อป
ผู้กล้าแห่งแสง : เมื่อติดตั้งชื่อหัวข้อจะได้รับพรแห่งแสง พลังป้องกัน +5%
เมื่อจัดการทุกอย่างเสร็จแล้วทุกคนก็ออกจากดันเจี้ยน หลิวหยางดูเวลาแล้วใกล้ถึงเวลาที่เขานัดไว้กับไอติม เขาจึงเลือกออกจากทีมทันที มันค่อนข้างดีที่ได้รับค่าสถานะทุกอย่าง +1 แต่ไม่ดีตรงที่ว่าของดร๊อปนั้นน้อยนิด และส่วนใหญ่ไม่ใช่ของเขาเอง
“ข้าวผัด เจ้าไม่เปลี่ยนใจแน่เหรอเรื่องกิลด์” บัวแดงถามอีกครั้ง เพราะเห็นศักยภาพของหลิวหยาง ถ้าเป็นคนของกิลด์เขาเองก็คงช่วยเหลือได้มาก ยิ่งถ้าย้อนกลับไปเมื่อโจมตีดันเจี้ยนถ้าไม่มีหลิวหยางก็คงไม่สามารถทำสำเร็จได้
“ขอบคุณ แต่ข้ายังไม่อยากเข้าสังกัด”
หลิวหยางเลือกออกจากเกมส์ แล้วมองหาหลิวเหว่ย เขาพบว่าหลิวเหว่ยกำลังนั่งเหงาอยู่ในห้องของเขา เหมือนวิญญาณหลุดลอยออกจากร่าง
“หลิวเหว่ย อาบน้ำแต่งตัว เราจะไปโรงแรมอัลติม่ากัน”
“โรงแรมอัลติม่า โรงแรมระดับห้าดาว เราจะไปทำไมเหรอพี่ชาย”
“ข้ามีนัดเพื่อพูดคุยเกี่ยวกับปัญหาของเจ้า ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าจะช่วยได้หรือไม่ แต่ก็ต้องลอง ถ้าไม่ได้เดี๋ยวค่อยหาทางอื่นกันต่อ”
หลิวหยางและหลิวเหว่ยเตรียมตัวกันอยู่สักพักหนึ่ง แล้วก็ออกจากบ้านขึ้นแท็กซี่เพื่อไปที่โรงแรมอัลติม่า โรงแรมอัลติม่านั้นเป็นโรงแรมห้าดาวสุดหรูในย่านกลางเมือง ซึ่งไม่ไกลจากมหาลัยของหลิวเยี่ยนเท่าไหร่นัก เดินทางกันหนึ่งชั่วโมงหลิวหยางก็ถึงหน้าโรงแรม แล้วโทรติดต่อหลิวเยี่ยน
“น้องกับหนิงไป๋เอ๋อ อยู่ไหนจะมาตอนไหน”
“สักพักหนึ่งเรากำลังจะออกจากมหาลัย มันเป็นการนัดกันแบบเร่งด่วนเลยไม่ได้จองไว้พี่ชายช่วยไปดูห้องอาหารให้หน่อย พี่ชายไอติมชื่อหนิงเฉิง พี่ชายจะได้ไม่ต้องเรียกชื่อตามเกมส์มันดูยังไงไม่รู้”
“เดี๋ยวข้าจะเข้าไปก่อน แล้วลองสอบถามดู” หลิวหยางวางโทรสัพท์แล้วเดินเข้าไปที่ส่วนของห้องอาหารในโรงแรม
พนักงานสาวสวย แต่งตัวด้วยชุดผ้าไหมสีแดงนั้นยืนอยู่หน้าเคาร์เตอร์ต้อนรับหลิวหยางจึงตรงไปที่เคาร์เตอร์
“ช่วยดูโต๊ะอาหารให้ข้าหน่อย จะมากัน 6 คน”
หนักงานนั้นมองหน้าหลิวหยางแล้วมองลงไปที่เสื้อผ้า กางเกง รองเท้า แล้วทำสีหน้าขยะแขยงเหมือนเจอตัวเชื้อโรคมาแผร่เชื่อในร้าน
“โต๊ะเต็มหมดแล้วเหลือแต่ห้องวีไอพีและเหลืออยู่ห้องเดียว”
“งั้นข้าเลือกห้องนั้น”
“มัดจำก่อนสำหรับห้อง ก่อนสั่งอาหารห้าหมื่นเครดิต”
“มีมัดจำด้วยเหรอ” หลิวหยางถามด้วยความสงสัยแล้วขมวดคิ้ว
“เพื่อป้องกันว่าจะมีคนกิน แล้วไม่มีเงินจ่าย แล้วห้องวีไอพีก็สำคัญมาก ปกติแล้วจะไม่ให้แขกทั่วไปเข้า” พนักงานนั้นพูดด้วยน้ำเสียงที่ไม่ดีเท่าไหร่นัก
“เอาละ จัดไปตามนั้น” หลิวหยางยืนบัตรเครดิต
เมื่อวางมัดจำเรียบร้อยแล้วก็มีพนักงานชายอีกคนหนึ่ง แต่งตัวด้วยชุดขาว นำหลิวหยางและหลิวเหว่ยสู่ห้องวีไอพี ระหว่างที่หลิวหยางกับหลิวเว่นกำลังไปที่ห้องวีไอพีนั้น ผู้จัดการร้านอาหารก็มาที่เคาร์เตอร์บริการ
“เจ้าช่วยจองห้องวีไอพีที่เหลือยู่ให้ด้วย คุณชายโจวเยี่ยจะมาทานอาหาร”
“ผู้จัดการมีคนรับห้องนั้นไปแล้ว แต่งตัวมอซอมาก เหมือนขอทาน ข้าไม่รู้ว่าเขาจะมีปัญญาจ่ายหรือเปล่า แต่เขาจ่ายมัดจำห้าหมื่นเครดิตไว้แล้ว”
“เดี๋ยวข้าไปดูเอง”
ผู้จัดการนั้นเป็นคนร่างใหญ่ อ้วนท้วมแต่งตัวด้วยชุดสีแดงคล้ายพนักงานต้อนรับ เมื่อได้ยินเรื่องราวแล้วก็เดินทางไปที่ห้องวีไอพี ตระกูลโจวนั้นเป็นตระกูลใหญ่ในเมืองหลวง หัวหน้าตระกูลนั้นเป็นรัฐมนตรีกระทรวงพาณิชย์ เรื่องนี้สำคัญมากสำหรับธุรกิจโรงแรมมันจึงรีบเร่งอย่างมาก
หลิวหยางและหลิวเหว่ยนั่งในห้องวีไอพี ซึ่งประดับตกแต่งไว้อย่างสวยงาม วิวนอกหน้าต่างนั้นเป็นน้ำตกจำลองได้ยินเสียงน้ำตกแผ่วเบา โต๊ะเก้าอี้นั้นลดลายสวยงามอย่างมาก มีแจกันดอกไม้ประดับโดยรอบ ผนังนั้นมีภาพวาดภูเขา แม่น้ำอยู่รอบทิศทาง
“พวกเจ้าสองคน ออกจากห้องวีไอพี ห้องนี้ถูกจองไว้แล้ว” ผู้จักการร้านอาหารของโรงแรมมาถึงห้องวีไอพีก็ชี้นิ้วสั่งหลิวหยางและหลิวเหว่ยทันที
“ข้าวางมัดจำไว้แล้ว เงินก็จ่ายแล้ว ท่านบอกมีคนจอง มันใช่เหรอ” หลิวหยางมองด้วยความสับสน
“ดูพวกเจ้าแต่งตัวสิ ข้าไม่เชื่อว่าพวกเจ้ามีปัญญาจ่ายค่าอาหารหรอกนะ ถ้าคิดจะมากินแล้วก็ขอทำงานล้างจานในห้องครัวละก็ อย่าได้หวัง พวกเรามีคนงานเยอะแล้ว”
“เดี๋ยว ...ถามเหตุผล ทำไมไม่คุยกันดี ๆ นี่มันดูถูกกันชัดๆ” หลิวหยางพูดเสียงดัง
“แล้วยังไง จะเดินออกไปเองหรือจะให้ข้าเรียกยามมาลากตัวออกไป” ผู้จัดการร้านอาหารพูดเสร็จก็ตะโกนเรียกยามเสียงดัง
เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของร้านจำนวนห้าคน นั้นเดินมาที่ห้องวีไอพี แต่ละคนนั้นตัวโตกล้ามใหญ่ เหมือนนักเล่นกล้าม ทำให้ดูน่าเกรงขามมาก