สมปองได้แต่จินตนาการตามที่ผู้เฒ่าเฉินเล่าฉากการต่อสู้ระหว่างเซียนปีศาจมารกับัฟ้าา หากเขามีความสามารถระดับนั้นจะเป็เช่นไร
การต่อสู้ระหว่างเซียนปีศาจมารกับัฟ้าาจบลงด้วยการาเ็ทั้งสองฝ่าย หลังจากเซียนปีศาจมารล่าถอยออกไปจึงปรากฏเซียน์ผู้หนึ่งเสนอวิธีผนึกหมู่บ้านเพื่อรักษาสภาพร่างิญญาไว้ก่อน ผนึกมีอายุหนึ่งหมื่นปี ระหว่างนั้นสามารถหาหนทางคืนชีพให้กับิญญาในหมู่บ้านได้
ผู้เฒ่าเฉินยังทำใจกับการสูญเสียคนรักไม่ได้จึงยอมรับแผนการผนึกหมู่บ้านและช่วยปกป้องดูแลพื้นที่ชายแดนบริเวณนั้นของอาณาจักรซ่งั้แ่นั้นเป็ต้นมา
สมปองคิดสงสัยัาตัวนั้นาเ็หนักแล้วหายไปไหน เซียน์ผู้หนึ่งไฉนถึงโผล่มาทำข้อตกลงกับผู้เฒ่าเฉิน เื่ราวน่าสงสัยอยู่บ้าง
"ท่านเคยเห็นัาตัวนั้นอีกหรือไม่?"
“หลังจากเซียนปีศาจมารหนีกลับไป ข้ามัวแต่หาวิธีคืนชีพให้กับคนในหมู่บ้านจึงไม่ได้สนใจ” ผู้เฒ่าเฉินตอบ
“แล้วเหตุใดเซียน์จึงจำกัดระดับการบ่มเพาะไว้ ท่านได้ถามเซียน์นั้นหรือไม่"
"เซียน์ท่านนั้นบอกว่า หากมีการบ่มเพาะในระดับที่สูงเกินไป กระแสปราณที่ผนึกหมู่บ้านจะอยู่ไม่ครบหมื่นปี หากคืนชีพให้กับิญญาไม่ทันก็น่าเสียดาย แต่ผนึกจำกัดการบ่มเพาะเฉพาะคนที่อยู่ภายในอาณาเขตหมู่บ้านเท่านั้น หากบ่มเพาะถึงที่สุดแล้ว ย่อมต้องส่งคนเ่าั้ออกไปบ่มเพาะต่อภายนอกหมู่บ้านโดยอาศัยหมุนเวียนกันออกเดินทางไปซื้อหาเสบียงและสิ่งจำเป็กลับหมู่บ้าน ใช้เวลาบ่มเพาะสักหกเดือนค่อยกลับมา"
"ท่านตา แน่ใจหรือว่าเซียน์นั่นไม่ใช่ัาแปลงร่างมา” หลี่ซุนถาม
"ัาตัวนั้นาเ็สาหัสขนาดนั้นจะเอาแรงที่ไหนมาแปลงร่าง"
สมปองได้แต่คาดเดา ผู้เฒ่าเฉินซื่อกล่าวเสร็จก็ทิ้งสมปองไว้ที่หน้ากระท่อม
เศษซากศพกุ่ยเซียนถูกส่งต่อให้บิดาของตู้เหวินในเช้าวันรุ่งขึ้น ผ่างอี้จื่อกลับมาตอนรุ่งสางพร้อมกับซากซพกุ่ยเซียนอีกสองซาก ตอนนี้หงอนบนศีรษะาาอสรพิษเปล่งประกายสีทองเพราะการดูดกลืนแกนิญญาพวกกุ่ยเซียนเข้าไป
เช้าวันรุ่งขึ้น เด็ก ๆ มารวมตัวกันที่ลานฝึกหน้าบ้านผ่างอี้จื่ออีกครั้ง ผู้เฒ่าเฉินนั่งรอทุกคนอยู่ก่อนแล้ว หลังจากบอกเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นคร่าว ๆ การบ่มเพาะก็เริ่มต้นอีกครั้ง
สมปองทิ้งความสงสัยไว้ เขาเคยนั่งเข้าฌาณสมาธิเป็เวลายาวนาน แต่การนั่งดูดซับปราณจากภายนอกเข้าสู่ร่างกายนี้นับเป็ครั้งที่สอง คืนก่อนหน้านี้เขาเข้าฌาณสมาธิในที่พักกลับไม่ปรากฎริ้วหมอกใด ๆ เพียงแค่รู้สึกว่ามีพลังงานชอนไชเข้าสู่ร่างกายเล็กน้อยซึ่งต่างจากการนั่งเข้าฌาณที่ลานฝึก
เขามองริ้วหมอกที่ทอดยาวเป็สายลงมาที่ขม่อมของเด็ก ๆ ในลานบ่มเพาะทุกคน แน่ใจได้เลยว่าปริมาณปราณในม่านหมอกมากพอจะทำให้บรรลุขั้นที่เก้าของระดับหลอมปราณจริง ๆ
การดูดซับปราณของเขาเริ่มติดขัด ครั้งก่อนเขาดูดซับจนไม่สามารถดูดซับได้อีก จึงพอจะเดาได้ว่าทะเลลมปราณบรรจุลมปราณเต็มแล้ว เขาอาศัยจิตสมาธิกระตุ้นให้ปราณในจุดตันเถียนหมุนวนเร็วขึ้น การหลอมกลั่นปราณใช้เวลายาวนานถึงสามวันสามคืน
สมปองลืมตาขึ้น เห็นเยว่ิเริ่มตัวสั่นสะท้านใบหน้าแดงก่ำก่อนคนอื่น ตอนนี้ร่างกายจองเขากลายเป็สีแดงเช่นเดียวกัน เขารู้สึกว่าร่างกายเริ่มเป่งพองขึ้น เขาจำต้องปล่อยความกังวลทิ้งไป ได้แต่ปล่อยให้มันเป็ไปอย่างนั้น หลี่ซุนเล่าว่าบิดากับมารดาก็เข้าสู่ขั้นตอนการหลอมปราณที่คล้ายกันแต่เวลาเล่าออกมากลับมีเหตุการณ์เกิดขึ้นแตกต่างกัน
ข้อสันนิษฐานแรก เนื่องจากขณะกลั่นให้ลมปราณมีความเข้มข้นมากขึ้น อาจมีปัจจัยอื่นเข้ามาเกี่ยวข้อง สมปองเพ่งสมาธิตรวจสอบก็ไม่พบสิ่งผิดปกติใด ๆ ในตอนแรก แต่ขณะดึงลมปราณออกมาโคจรตามเส้นลมปราณแล้วกรอกกลับเข้าไปในจุดตันเถียนมีบางสิ่งบางอย่างเปลี่ยนแปลงไป บางรอบมีความร้อนเกิดขึ้น บางรอบมีหมอกคล้ายไอน้ำปกคลุม บางรอบมีละอองคล้ายฝุ่นปะปน บางรอบคล้ายมีกระแสไฟแปร๊บ ๆ บางรอบปราณจะปั่นป่วนคล้ายมีลมพัด แต่ไม่ได้มีเหตุการณ์ใดมากเป็พิเศษ
พอลมปราณถูกชักนำออกจากจุดตันเถียนไปโคจรตามจุดต่าง ๆ ทะเลลมปราณก็ถูกควบแน่นจนยุบตัวลง กระแสปราณใหม่จำนวนมากก็ทะลักเข้าสู่ร่างกายทางขม่อมอีก พอลมปราณเต็มก็ชักนำให้มันโคจรตามเส้นลมปราณหลักเร็วขึ้น เร็วขึ้นทำให้ร่างกายที่เป่งพองค่อย ๆ หดตัวลง
ตอนอ่านนิยายสมปองคิดว่าการบ่มเพาะน่าจะเป็เื่ที่ไม่ยากเพราะพระเอกแต่ละเื่นี่เก่งจริง ๆ แต่ตอนนี้สถานการณ์เริ่มร่อแร่คับขัน จนต้องนึกถึงนักมายากลเทินถาดที่เต็มไปด้วยแก้วน้ำสีสันงดงามไว้บนศีรษะ แขนสองข้างถือไม้ยาวช่วยในการทรงตัว ขาก็บังคับจักรยานล้อเดียวให้วิ่งไปบนลวด สมปองไม่ได้ปั่นจักรยานล้อเดียวเช่นนี้เพียงครั้งเดียวแต่กำลังปั่นไปปั่นกลับซ้ำไปซ้ำมา
เวลาผ่านไปนานแค่ไหนสมปองไม่สามารถรับรู้ได้อีกต่อไป เม็ดเหงื่อผุดออกมาเต็มหน้าผาก สมปองจดจ่ออยู่ที่การหมุนวนของลมปราณที่กำลังหดตัวลง การหมุนวนก่อนให้เกิดพลังงานพุ่งพล่านในจุดตันเถียนเพิ่มขึ้น พลังงานเหล่านี้เริ่มดึงดูดกันและกัน จากที่กระจัดกระจายก็ขยับเข้ามาชิดกัน บีบตัวเข้าหากัน จนกลายเป็ก้อนกลม ๆ มีทะเลหมอกล้อมอยู่ด้านนอก
การบีบตัวผ่านไประยะหนึ่งก็หยุดลงไม่สามารถบีบอัดเข้าไปได้อีก ก้อนกลม ๆ ก็เริ่มคงที่ ปราณที่อยู่ภายนอกพยายามแทรกซึมเข้าไปอีกก็พบกับแรงสะท้อน แต่ลมปราณก็แทรกซึมเข้าไปได้อีก สถานการณ์นี้ทำให้หน้าของสมปองแดงขึ้น
หลอมปราณนี่แค่ระดับหนึ่งยังลำบากยุ่งยากถึงเพียงนี้ ไม่ต้องสงสัยเลยว่าทำไมถึงหาคนฝึกสำเร็จได้ยากเย็น นอกจากต้องมีสถานที่ที่ดี คือ มีกระแสปราณจำนวนมากเพียงพอแล้ว ก็ต้องมีส่วนเสริมเช่นผลไม้เปลี่ยนิญญาที่ช่วยให้ร่างกายสามารถดูดซับปราณได้เร็วขึ้น หากใช้การบำเพ็ญตามธรรมดาผ่านไปร้อยปีก็ยังสะสมปราณไม่ถึงครึ่งที่ต้องใช้หลอมปราณระดับหนึ่งเลย
การประคับประคองการหลอมปราณนี้ต้องดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง ไม่สามารถหยุดกลางคันได้ ดังนั้นผู้ฝึกตนทั้งหลายที่ต้องหลอมปราณหรือเข้าสู่ขั้นตอนสุดท้ายของแต่ละระดับต้องหาสถานที่ที่ปราศจากการรบกวน เพราะเหตุนี้ผู้ฝึกตนหลายคนเลือกจะซ่อนตัวตามป่าเขา
ผ่านไปห้าวัน ลูกปราณของหลี่ซุนเริ่มเข้าเสถียรผ่านระดับหลอมปราณขั้นที่หนึ่งเป็คนแรก ปราณส่วนเกินกำลังถูกผลักออกจากร่างกาย สามารถมองเห็นเป็คลื่นพลังงานกระเพื่อมเป็วงได้อย่างชัดเจน ลูกปราณของหลี่ซุนมีผงฝุ่นปะปน จึงแน่ใจได้ว่าเป็ปราณธาตุดิน
คนอื่น ๆ ยังไม่ออกจากฌาณสมาธิ สมปองยังอยู่ในขั้นตอนการหลอม ในวัยเด็กสมปองฝึกฝนร่างกายเป็อย่างดี ทำให้สามารถรองรับธาตุได้มากกว่าหนึ่งธาตุ หากเพ่งเข้าไปในกระแสปราณจะเห็นฝุ่นผงถูกลมพัดกระแทกกระทั้นปะปนกับละอองน้ำที่พรมลงไปในฝุ่นจนจับตัวกลายเป็ก้อนบีบอัดกันด้วยความร้อนและสายฟ้าหดตัวลงมาจนหนาแน่นมาก กระแสปราณใหม่พยายามแทรกตัวเข้าไป จนในที่สุดก้อนลมปราณไม่สามารถรองรับสิ่งใดได้อีก
ลูกปราณของสมปองมีธาตุทั้ง 5 ปะปนอยู่ ผู้เฒ่าเฉินยิ้มมองอย่างพึงพอใจ
“เด็กคนนี้ ถึงกับหลอมปราณ 5 ธาตุ ออกมาได้”
สมปองยังบีบอัดลูกปราณไม่เสร็จ เขารู้สึกอึดอัดจากกระแสปราณที่ไหลเข้าสู่ขม่อมไม่หยุด ลูกปราณรับกระแสปราณไม่ได้แต่เมื่อกระแสปราณยังหลั่งไหลเข้ามาเขาได้แต่ชักนำกระแสปราณที่เข้าไปใหม่กรอกลงไปยังจุดชีพจรหลักทั้งสิบสองเส้น เหตุการณ์แบบนี้ไม่เคยเกิดขึ้นกับเด็ก ๆ ในหมู่บ้านมาก่อน
กระแสปราณไหลท่วมเส้นหลักจนอัดแน่น เจอช่องโพรงตรงไหนก็ไหลท่วมท้นจนเต็ม ตรงไหนตีบตันก็ทะลุทะลวงไปเปิดช่องทางให้กระแสปราณขูดเอาสิ่งที่ตกค้างออกมา เหงื่อสีดำผุดออกมาตามิัของเขา กลิ่นคาวฉุนโชยออกมาจากเหงื่อสีดำนั้น คล้ายขุดลอกสิ่งตกค้างในเส้นลมปราณออกมาในคราวเดียว ถัดจากเหงื่อมีไอควันกับไอความร้อนซึมออกมาจนคราบเหงื่อสีดำแห้งเป็แผ่นสุดท้ายเกิดกระแสไฟแทรกออกมาจากบนิัจนคราบสีดำแหลกแตกกระจายหลุดร่วงจากร่างไป
ถึงตอนนี้สมปองรู้สึกสบายตัวขึ้น จึงลืมตาลุกขึ้นขยับเคลื่อนไหว พร้อมกับเด็กคนอื่น ๆ ที่ทยอยหลอมปราณขั้นแรกสำเร็จ